บทที่ 4
แนะนำตัวอย่างเป็ทางการ
รสชาตินี้มัน… ยางรถยนต์จี่ชัด ๆ ทั้งแข็งทั้งเหนียว รสชาติหยาบกระด้างดีแท้ สมแล้วที่เป็ฝีมือของกระทิงเถื่อน รสชาติบัดซบสิ้นดี กว่าจะฝืนกลืนลงท้องได้ ต้องอาศัยซดน้ำซุปของเกี๊ยวน้ำไปพลาง
แต่ทว่าเกี๊ยวน้ำยิ่งแล้วใหญ่ แค่อมแล้วกลั้วในปาก ก็รู้สึกเค็มปี๋จนตาเหลือก สงสัยเหลือเกินว่าตรรกะความอร่อยของเ้าสองแฝดใช้อะไรเป็ตัวชี้วัด คงไม่ใช่กลัวท่านพ่อเสียใจหรอกนะ เลยฝืนกินเข้าไปจนหมดเกลี้ยง
เอิ๊ก ~
เสียงเรอะเิระเบ้อคือเครื่องหมายยืนยันความอร่อย ผิดไปจากเสี่ยวเฉิงที่วิ่งออกไปอาเจียน เสี่ยวเฉิงไม่ชินกับอาหารพวกนี้ ค่อยยังชั่วที่เมื่อคืนนี้นางได้กินอาหารรสชาติดีที่ิเจ๋อซื้อจากร้านอาหารในหมู่บ้าน เสี่ยวเฉิงอาเจียนไปยกหนึ่ง พอเงยหน้าขึ้น สังเกตเห็นต้นแตงโมโตอยู่ริมรั้ว เสี่ยวเฉิงเก็บลูกแตงโมบางส่วนนำมาต้ม นางจำต้องกินสิ่งนี้แทนอาหาร
“ท่านจะไปไหนอีกล่ะ”
“อิ่มท้องแล้ว ก็ต้องอาบน้ำชำระร่างกายนะสิ”
เสี่ยวเฉิงรู้ตัวดี ว่าหลังจากนี้ต้องเหนื่อยแน่นอน ดูแลเด็กอ้วนสองชีวิตใครว่าง่าย ก่อนหน้านี้สองแฝดถูกเลี้ยงดูโดยบุรุษ เนื้อตัวจึงค่อนข้างสกปรก สอบถามไปแล้ว ได้รับคำตอบเป็เสียงเดียวกันว่า อาบน้ำครั้งล่าสุดคือสิบสี่วันก่อน
ใช่!!! ฟังไม่ผิดหรอก สิบสี่วันมาแล้วที่สองพี่น้องฝาแฝดไม่ได้อาบน้ำ -...-'
โอย! ถ้าจะขนาดนี้นางก็จำต้องซักเด็กทั้งสองให้สะอาดเอี่ยมอ่อง เสี่ยวเฉิงนึกสงสารเด็ก ๆ นางเอาแต่ตัดพ้อในใจว่า ดีแค่ไหนแล้วที่กลากเกลื้อนไม่กินหัวเอา
“ไม่รู้ล่ะ ข้าจะตามไปด้วย”
หยางซาเป็คนซื่อสัตย์ คำไหนคำนั้น ถูกฝากฝังให้เฝ้าเจินอวี้หลิงไว้ให้ดี เขาก็ดึงดันจะเฝ้าอยู่ท่าเดียว แม้แต่นางเดินลงลำธารหมายจะอาบน้ำเขาก็ยังจะตามลงไปด้วย หยางซาลืมคำนึง ว่าหญิงชายไม่ควรใกล้ชิด แต่ไม่สิ! จะคิดแบบนั้นได้ไง หยางซาคนนี้เป็แค่เด็กชายวัยสิบสี่ขวบ ไม่กล้าเอาสมองน้อย ๆ ไปคิดเื่มิดีมิร้ายกับผู้หญิงของพี่เทียนหรอก
“เ้าเป็สุนัขหรือไง ตามติดข้าอยู่ได้ อย่างนั้นก็มาอาบน้ำด้วยกันให้รู้แล้วรู้รอดเถอะ กลิ่นตัวเ้าเหม็นจนจมูกข้าพังหมดแล้ว”
คนเราจิตใจสะอาด ดื่มน้ำก็พอแล้ว ไม่จำเป็ต้องอาบน้ำ -...-’
ความเชื่อผิด ๆ ประเภทนี้ไม่รู้ไปได้จากที่ใดมา เสี่ยวเฉิงอยากกัดลิ้นตัวเองตายให้มันจบ ๆ ไป
“ข้าไม่อาบ!”
ไม่อาบเหรอ!!! นี่แหนะ!
เดินมาถึงริมน้ำ ท่านแม่กับพี่หยางเอาแต่คุยกันไม่หยุด เสี่ยวเล่อรำคาญ เสี่ยวหนิงก็รำคาญ ไม่ต้องเสียเวลาทะเลาะกันแล้ว อาบมันทั้งหมดนี่แหละ
หัวทุยของเด็กอ้วนสองชีวิต กระแทกข้อขาพับของหยางซาอย่างแรง หนุ่มน้อยเสียการทรงตัวพลัดตกน้ำเสียงดัง ‘ตู้มมม’ พอโผล่คอพ้นน้ำ ได้ยินเสียงหัวเราะเหอะเหอะของสองแฝด ได้เห็นแบบนี้ใครที่ไหนจะโกรธลง
“ท่านแม่ พวกข้าทำดีหรือไม่”
“ท่านแม่ ท่านต้องรักพวกข้าให้มาก ๆ นะขอรับ”
เด็กสองพี่น้องช่างพูดช่างเจรจา พอกลั่นแกล้งคนอื่นเสร็จ ทั้งคู่ะโตามลงไปอย่างไม่ลังเล ดูอย่างนี้ทั้งอันเล่อทั้งอันหนิงยิ่งเหมือนลูกสุนัขเข้าไปใหญ่ สองแฝดดำผุดดำว่ายอยู่ข้างตัวเสี่ยวเฉิง หลังจัดการตัวเองเสร็จ เสี่ยวเฉิงคว้าตัวสาวน้อยวัยสี่ขวบมาขัดคราบไคล เผยให้เห็นผิวพรรณอันเนียนละออของเด็กหญิง ผิวขาว ๆ นุ่ม ๆ ของเด็กทั้งสองทำให้เสี่ยวเฉิงเริ่มขบคิด...
ผิวพรรณขาวผ่องไม่เหมือนลูกหลานของชาวบ้านทั่ว ๆ ไป หากบอกว่าสองแฝดเป็ลูกหลานของคนตระกูลใหญ่เสี่ยวเฉิงพร้อมเชื่อโดยไม่มีข้อกังขา
“เ้าเองก็ด้วย ได้อาบน้ำทั้งที จะอาบแค่ลวก ๆ ไม่ได้”
เสี่ยวเฉิงซักลูกหมูสองตัวเสร็จ มือไวย้ายมาซักหยางซาอีกคน แน่ล่ะว่าหยางซาไม่เต็มใจ เด็กชายวัยกำลังโตไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัว ทว่าหลีกเลี่ยงได้ซะที่ไหน หากบนตัวของเขามีแค่มือของเสี่ยวเฉิงคนเดียวก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มีมือเล็ก ๆ นุ่ม ๆ ขัด ๆ ถู ๆ เกา ๆ ไปทั่ว
จะว่าไปก็สบายตัวชะมัด!
จากที่ไม่เต็มใจ ไม่นานหยางซาก็ยอมอยู่นิ่ง ๆ ให้คนสามชีวิตขัดสีฉวีวรรณบนตัวของเขาได้ตามสบาย รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของสองแฝดทำให้น่านน้ำบริเวณนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมาจนน่าเหลือเชื่อ
.
“อย่านะ! อย่าเข้ามา ท่านจะทำอะไรข้า!!?” O___O’
อาบน้ำเสร็จแล้วไยหยางซารู้สึกเสียวสันหลังวาบ คล้ายไม่เป็ตัวของตัวเอง จะโดนสามชีวิตนั่นเล่นงานอะไรอีกก็ไม่รู้
“ท่านแม่ พวกข้าช่วยท่านเอง”
“ฮี่ ๆ >...