ตอนที่ 11 จิตสังหาร
ได้ยินคําพูดของเหอจวิน หลินเยี่ยเลิกคิ้วขึ้น
โดยไม่รอให้เขาเอ่ยปาก เหอจวินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเรียกเลขาแล้ว
"เสี่ยวเฉิน ไปเอาสัญญาจ้างงานเข้ามา"
เหอจวินกำชับและรอเลขาเปิดประตูเข้ามา
"ประธานเหอ คุณฟังเงื่อนไขของผมก่อน"
หลินเยี่ยเห็นดังนั้นจึงกล่าวเสียงราบเรียบออกมา
ความจริงแล้วค่าตอบแทนที่เหอจวินเสนอให้นั้นเหมือนชาติก่อนทุกประการ
แต่ตอนนั้นหลินเยี่ยเพิ่งจะสู่หนทางบำเพ็ญเพียร ความ้าของเขาน้อยกว่าตอนนี้
และเงินสิบล้านหยวนในตอนนี้ เกรงว่าคงเพียงพอแค่ระดับการบำเพ็ญของเขาได้อีกหนึ่งขั้นเท่านั้น แก้ปัญหาเร่งด่วนไม่ได้
"คุณบอกมาได้เลย ถ้าฉันทําได้ ก็ไม่มีปัญหา" เหอจวินตอบตกลงอย่างเด็ดเดี่ยว
"ข้อแรก ผมต้องเบิกเงินเดือนล่วงหน้าก่อนหนึ่งปี"
หลินเยี่ยพูดอย่างตรงไปตรงมา "ข้อสอง หลังจากหนึ่งเดือนผมต้องไปที่มณฑลเปี้ยน แต่่เวลาที่ไม่อยู่นี้ ผมจะใช้วิธีอื่นเพื่อรักษาความปลอดภัยให้คุณ”
"ข้อสาม ลูกสาวผมเข้าโรงเรียนอนุบาล จำเป็ต้องไปรับส่งทุกวัน"
เฉินลี่ที่เป็เลขาฯคนใหม่กําลังจะออกไป พอได้ยินเงื่อนไขถึงกับใ กระทั่งเผยสายตาเย้ยหยัน
เธอทำงานอยู่ที่บริษัทคังหยวนเวชภัณฑ์มาสามปีแล้ว และเคยทำงานอยู่ที่แผนกบุคลากรมาก่อน จนถึงตอนนี้ไม่เคยพบเจอผู้สมัครงานคนไหนอหังการถึงขนาดนี้!
ตัวเองยังไม่ทันได้เข้ามาทำงาน แต่กลับ้าเบิกเงินเดือนล่วงหน้าก่อนหนึ่งปี?
และฟังจากน้ำเสียงของเขา ยังพร้อมที่จะทิ้งงานได้ตลอดเวลา
เวลาที่โรงเรียนอนุบาลเลิกเรียนกับเวลาเลิกงานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
คนตรงหน้านี้เอาความมั่นใจมาจากไหน!
เท่าที่เธอรู้จักประธานเหอ คำปฏิเสธสมควรเอ่ยออกโดยไม่ลังเล รวมถึงไล่ออกไปจากห้องทำงานแน่
แต่แล้ว...
“ไม่มีปัญหา เสี่ยวเฉินจัดการให้ด้วย เลื่อนตารางเดินทางไปมณฑลเปี้ยน่กลางเดือนของฉันไปเดือนหน้าด้วยเลยก็แล้วกัน” เหอจวินครุ่นคิดเพียงไม่กี่วินาที ศีรษะนั้นก็พยักหน้ารับตอบรับ
เฉินลี่เบิกตากว้างก่อนจะรับคำด้วยสีหน้าที่ราวกับไม่เชื่อสิ่งที่เห็น
ประธานเหอที่มักเข้มงวดและเ็า ไฉนปฏิบัติกับผู้ชายที่ดูหน้าตาดาษดื่นอย่างใจกว้างถึงเพียงนี้?
อีกฝ่ายเป็ใครกันแน่
ก่อนเฉินลี่จะออกไป สายตานั้นไม่ลืมมองพิจารณาหลินเยี่ย ในใจเธอตอนนี้มีแต่ความสงสัย
ไม่นานก็เริ่มทำสัญญา โดยทั้งสองฝ่ายลงนาม
เหอจวินสั่งให้เฉินลี่จัดการเื่เงินโดยทันที เงินเดือนจำนวนสิบล้านสำหรับหนึ่งปีโอนเข้าบัญชีหลินเยี่ย
"เก็บสร้อยคอไว้ให้ดีด้วย" รอจนเฉินลี่ออกไปแล้ว หลินเยี่ยยื่นมือออกไปตรงหน้าเหอจวิน บนฝ่ามือมีสร้อยคอประดับด้วยมรกต
ท่าทีเหอจวินชะงักไปครู่ เธอลูบหน้าอกของตนเองโดยไม่รู้ตัว
สีหน้าไม่พอใจแสดงออกพร้อมคำถาม “คุณเอาไปั้แ่เมื่อไหร่?”
สร้อยคอเส้นนี้เป็ของที่ระลึกที่แม่ทิ้งไว้ให้ เธอสวมมันไว้ติดตัวตลอด แม้อาบน้ำหรือนอนก็ไม่เคยห่างตัว
แต่กลับถูกหลินเยี่ยเอาไปโดยไม่รู้ตัวได้?
แม้ว่าหลินเยี่ยจะช่วยชีวิตเธอไว้ แต่การฉกเอาสิ่งที่เธอมองว่าสำคัญเท่าชีวิตไปโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ ทําให้เธอรู้สึกไม่พอใจ
"ผมแค่อยากจะทดสอบความตื่นตัวของคุณ" หลินเยี่ยตอบด้วยรอยยิ้ม
เขารู้จักเหอจวินค่อนข้างดี
เขารู้แม้กระทั่งว่าเหอจวินให้ความสําคัญกับสร้อยคอเส้นนี้มาก ถึงได้ถอดมันขณะที่เซ็นสัญญา และใช้พลังใส่เคล็ดวิชาติดตามตัวขนาดเล็กไว้บนนั้น
มันสามารถป้องกันการโจมตีอย่างรุนแรงได้หนึ่งครั้ง และสามารถรู้ตําแหน่งของเหอจวินได้ทุกเมื่อ
เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นตอนที่เขาไม่อยู่
"หวังว่าต่อไปคุณจะไม่ล้อเล่นแบบนี้อีก" เหอจวินสูดลมหายใจเข้าลึก สีหน้ากลับมาเป็ปกติ สิ้นคำจึงลุกขึ้นเดินกลับไปที่โต๊ะทํางานตนเองแล้วทํางานต่อ
พบเห็นเธอไม่พูดกล่าวอะไรเพิ่ม หลินเยี่ยกล่าวลาพร้อมเดินออกจากห้องทำงานไป
เขาคิดเดินรับชมรอบอาคารบริษัทคังหยวนเวชภัณฑ์ เพื่อตรวจสอบว่าจะมีอะไรผิดปกติคงอยู่หรือไม่
งานนี้ในชาติก่อนก็คุ้นเคยกันดี พอได้มาทำอีกก็ไม่ใช่เื่ยาก...
ขณะเดียวกันนี้ที่เฉินลี่จัดการเื่ของหลินเยี่ยเรียบร้อย เธอกลับเข้าไปรายงาน
หลังเงียบอยู่นาน สุดท้ายเธอทนไม่ไหวเอ่ยคำถามออกมา “ท่านประธาน หลินเยี่ยคนเป็ใครกันคะ? ท่านดูให้ความสำคัญกับเขามาก เื่นี้จะคุ้มงั้นเหรอคะ?”
เหอจวินนิ่งไป เงียบไปครู่หนึ่ง ลูบที่สร้อยคอเชื่องช้า สีหน้าซับซ้อนกล่าวออก “ฉันเองก็ไม่ทราบ พบเจอเขาแค่ครั้งเดียว แต่กลับรู้สึกเหมือนรู้จักมาหลายปี”
“หรือฉันอาจคิดไปเอง พอนึกแล้วก็คิดไม่ออก คนมีเหตุผลอย่างฉันทำไมถึงตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึกพวกนี้กัน?”
“ความเห็นส่วนตัวของดิฉันนะคะ ท่านประธานตอนนี้ดูเป็กันเองมากขึ้น เมื่อก่อนคนอื่นในบริษัทเคารพยำเกรงท่านจนแข็งเกร็ง แต่ดูแล้วคงเป็แค่พวกเขาไม่เข้าใจท่านประธาน” เฉินลี่พยักหน้าตอบรับ
เหอจวินยิ้ม "ทํางานเถอะ"
......
กว่าจะสำรวจอาคารทั้งหลังครบถ้วนก็บ่ายสาม หลินเยี่ยเริ่มรู้สึกหมดแรง
เพราะระดับบำเพ็ญตนของเขาต่ำเกินไป จึงไม่อาจใช้พลังิญญาดังตามใจนึก
หากไม่แล้วอาคารทั้งหลังแห่งนี้ เพียงนึกคิดก็สำรวจได้ครบถ้วนแล้ว
ตอนนี้ต้องใช้เวลาเสียนาน รวมถึงใช้พลังกว่าครึ่งเพื่อส่งจิตออกสำรวจรอบด้าน
โชคดีที่ได้รับมาไม่น้อย
หลินเยี่ยเดินกลับเข้าห้องทำงานประธาน กระดาษสีขาวพับไว้ถูกวางกับโต๊ะตรงหน้าเหอจวิน
พบเห็นเหอจวินมีอาการสงสัยเขาจึงกล่าวออก “รายนามเหล่านี้ ผมตรวจสอบแล้วพบว่าเป็สายลับทางธุรกิจการค้า คุณจัดการตามสะดวก และลูกสาวผมใกล้เลิกเรียนแล้ว วันนี้ขอตัวก่อน หากมีอะไรเกิดขึ้นโทรหาผมได้เสมอ”
เพียงกล่าวจบเขาก็หันกลับ เดินออกจากห้อง ออกจากอาคารบริษัท ทิ้งไว้เพียงเหอจวินและเฉินลี่ที่ตกตะลึง...
มาถึงโรงเรียนอนุบาลก็เป็เวลาเลิกเรียนพอดี
อาจารย์เฉาเยี่ยนพากลุ่มนักเรียนเดินออกมาจากห้องเรียน พบเห็นหลินเยี่ยจึงกล่าวทักทายขึ้นมา "คุณพ่อยี่ยี่คะ เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วมีคนมารับยี่ยี่กลับไปก่อนแล้วค่ะ"
ได้ยินถ้อยคำ หลินเยี่ยขมวดคิ้วพร้อมเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ “ใครเป็คนมารับกันครับ?”
“ผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ ยังสาว ยี่ยี่เรียกเธอว่าแม่ทูนหัวค่ะ” เฉาเยี่ยนกล่าวตอบอย่างชัดเจน
"ขอบคุณครับ" หลินเยี่ยพยักหน้าแล้วเดินจากไป
เดินกลับออกจากโรงเรียนอนุบาล เขาโทรหาหลงซือหยิง
แต่แล้ว...
"สายที่คุณเรียกไม่อยู่ในพื้นที่บริการ..."
เขารู้สึกมีลางสังหรณ์ในใจ
หลงซือหยิงเลิกงานกลับมาถึงบ้านก็มักจะเป็เวลาประมาณหกโมงเย็น และวันนี้ก็ไม่ใช่วันหยุด ทําไมถึงมีเวลามารับยี่ยี่ได้?
หลินเยี่ยรีบบึ่งกลับบ้านทันที
แต่กลับพบว่าไม่มีใครสักคน
ในขณะนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็หมายเลขที่ไม่รู้จัก
“หลินเยี่ย ยังจำฉันได้มั้ง?” เสียงเย็นเยือกดังปรากฏจากโทรศัพท์
เสียงในโทรศัพท์มีเสียงรบกวน มีทั้งเสียงด่าและเสียงร้องไห้ของเด็ก
แววตาของหลินเยี่ยทอประกายเย็นะเื เสียงในโทรศัพท์นั้นเขาได้ยินอย่างชัดเจน เป็เสียงของหลงซือหยิงกับยี่ยี่
เสียงเขากลับกลายเป็เย็นะเืประหนึ่งน้ำแข็ง คำตอบกลับออกประจุน้ำแข็งขั้วโลก “รู้จัก... เฉียนเจียง!”
“จำได้ก็ดี เกิดเื่คราวก่อนฉันต้องเสียเวลาหาแกอยู่นาน! อย่านึกว่าประวัติคนกระจอกอย่างแกสืบหาไม่ได้ แกต้องได้รู้สำนึกว่าจุดจบที่หาเื่ฉันมันเป็ยังไง! ให้เวลาครึ่งชั่วโมง มาที่คลังสินค้าเอสองของเมืองซีเฉิง”
เฉียนเจียงเผยยิ้มโฉดชั่ว “ลูกน้องกว่าสิบคนของฉันเพิ่งพ้นโทษออกจากคุก สาวสวยอยู่ตรงหน้าแทบทำอดใจไม่ไหว นานเกินฉันคงห้ามพวกมันไม่ทัน!”
“ถึงเวลานั้นคงเกิดเื่น่าสนใจให้รับชมแน่”
ปัง!
สิ้นคำปลายสาย โทรศัพท์ในมือหลินเยี่ยะเิเป็ฝุ่นผง
แววตาตอนนี้วาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันท่วมท้น
พันปีแห่งการเป็จักรพรรดิเซียน เขาสังหารผู้คนไปนับไม่ถ้วน
ทว่าจิตสังหารเช่นครานี้ มันเคยเกิดขึ้นเพียงหนึ่งครั้ง นั่นคือ่เวลาที่ล้างแค้นหลินชี่!