ตอนที่ 699 เวทีประลองเก้าชั้นฟ้า (2)
หลังจากที่เดินตามชายหนุ่มไปจนถึงหน้าทางเข้าเวทีประลองเก้าชั้นฟ้าแล้วชายหนุ่มก็บอกให้เจิ้งฟู่รออยู่ที่หน้าทางเข้าครู่หนึ่งก่อนที่จะหายไปไม่ถึงสิบลมหายใจและกลับมาพร้อมกับบัตรในมือสองใบซึ่งบัตรที่อยู่ในมือของชายหนุ่มนั้นเป็นบัตรผ่านเข้าไปยังชั้นที่หกซึ่งเป็นชั้นที่ผู้ฝึกตนระดับวิถีแห่งเทพระดับต้นสองคนกำลังจะประลองกันในวันนี้นี่เอง.......
“เอาละ! พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะเดี๋ยวจะหาที่นั่งดีๆไมได้!” เมื่อได้บัตรมาแล้วชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบดึงแขนเจิ้งฟู่ให้ตามตัวเขาเข้าไปข้างในเวทีประลองเก้าชั้นฟ้าทันที.....
“ข้าเข้าใจแล้วพี่ชาย!แต่ท่านช่วยปล่อยแขนข้าก่อนได้หรือไม่!” เจิ้งฟู่รู้สึกอายเล็กน้อยที่ถูกชายหนุ่มดึงแขนไปแบบนั้นแต่ถึงเขาจะไม่ยอม เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะกำลังแขนของชายหนุ่มมีมากกว่าเขาจนเขาขัดขืนไม่ได้.......
อ่า!!
พรึบ!!
“ได้เลย! เช่นนั้นเจ้าก็ตามมาให้ติดๆก็แล้วกัน!ไม่เช่นนั้นเจ้าอาจจะหลงทางได้นะเพราะเส้นทางของที่นี่นั้นสลับซับซ้อนมาก หากไม่ตรวจดูดีๆอาจจะหลงได้!” ชายหนุ่มรีบปล่อยแขนของเจิ้งฟู่ในทันที ก่อนจะบอกให้เจิ้งฟู่ตามตนมาให้ติดๆเพื่อที่จะได้ไม่หลงกัน.....
ข้าเข้าใจแล้ว!
เมื่อพูดคุยกันเสร็จแล้วทั้งคู่ก็พากันเดินเข้าไปข้างในเวทีประลองเก้าชั้นฟ้าทันที ซึ่งภายในเวทีประลองเก้าชั้นฟ้านั้นเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่เข้ามาชมการประลองดังนั้นทางเดินจึงเล็กและแคบมาก ทำให้เดินได้อย่างอยากลำบาก.....
ณ ชั้นที่หกของเวทีประลองเก้าชั้นฟ้า........
“การประลองในวันนี้จะต้องดุเดือนเลือดสาดแน่ๆ!”
“แกรู้ได้อย่างไรว่าจะเลือดสาด?บางทีมันอาจจะจบลงแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้ เพราะครั้งที่แล้วที่มีการประลองพวกเขาก็เอาแต่ยืนนิ่งๆไม่เห็นจะขยับตัวกันเลย!”
“ไอ้โง่! พวกเขาประลองกันด้วยพลังจิตต่างหากละพวกเขาถึงไม่ขยับตัว แต่ครั้งนี้เห็นว่าเป็นการประลองของศิษย์หลักสถานศึกษาหลักของนิกายบัญชาสวรรค์ที่อายุน้อยด้วยพวกเขาน่าจะต้องต่อสู้กันจนเลือดสาดแน่! และข้ายังได้ยินมาอีกว่าครั้งนี้มีคนระดับเดิมพันด้วย!”
“การโต๊ะรับเดิมพันด้วยอย่างนั้นเหรอ? เจ๋งดิ!”
ผู้ที่ขึ้นมายังชั้นที่หกของเวทีประลองเก้าชั้นฟ้านี้ล้วนแต่เป็นบุคคลระดับสูงไม่ก็พวกมีฐานะที่ร่ำรวยกันทั้งนั้นเพราะเจิ้งฟู่สังเกตเห็นได้ถึงเครื่องแต่งกายและผู้ติดตามของพวกเขา.....
‘คนเหล่านี้ต้องเป็นคนจากตระกูลมีชื่อไม่ก็จากกองกำลังมีชื่อแน่ๆชายนั้นชายคนที่พาเรามาที่นี้เองก็ต้องเป็นคนจากตระกูลระดับสูงตระกูลหนึ่งแน่’ เจิ้งฟู่คิดและสรุปเรื่องราวจากสิ่งที่เขาได้ในตอนนี้เกี่ยวกับสถานะของคนเหล่านี้ที่อยู่รอบๆตัวเขา ซึ่งในชั้นที่หกของเวทีประลองเก้าชั้นฟ้านั้นมีขนาดที่กว้างและใหญ่มากต่างจากภาพที่ได้เห็นเบื้องนอกเลย.......
“เจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่อย่างนั้นเหรอน้องชาย?หรือว่าเจ้าปวดหนัก?!” ชายหนุ่มเห็นว่าเจิ้งฟู่ไม่เดินตามเขามาเขาจึงเอ่ยปากถามออกไปอย่างสงสัย......
อ๊ะ!
“ปะ.....ป่าว! ข้าแค่กำลังคิดอยู่ว่าการต่อสู้ในครั้งนี้ในจะสุดยอดแค่ไหน?”เจิ้งฟู่ยิ้มออกมาแหย่ ก่อนจะพูดแก้ตัวกับการที่เขาหยุดเดิน......
อ่า!
“มันต้องสนุกอยู่แล้วละน้องชาย!เพราะระดับวิถีแห่งเทพทั้งสองคนนี้มักจะเข้ามาประลองกันที่นี้ทุกครั้งที่ระดับพลังของเขาเพิ่มสูงขึ้นและทุกครั้งที่พวกเขาประลองกันนั้น ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นบอกได้เลยว่าสูงมากราวกับว่าพวกเขาต้องการจะฆ่าอีกฝ่ายอย่างนั้นแหละ!” ชายหนุ่มกล่าวอธิบายเพิ่มเติมให้เจิ้งฟู่ฟังเกี่ยวกับผู้ประลองทั้งสองคนนี้ซึ่งเหมือนกับว่าเขานั้นรู้จักทั้งสองคนนี้เป็นอย่างดีอย่างนั้นแหละแต่มันก็แน่อยู่แล้วเพราะว่าพวกเขาเป็นศิษย์จากที่เดียวกัน........
อ่า!
เจิ้งฟู่พยักหน้าให้กับชายหนุ่มก่อนจะเดินตามชายหนุ่มต่อเพราะต้องหาที่นั่งดีๆที่สามารถมองเห็นการต่อสู้ได้อย่างชัดเจน.......
“อ่า! น้องชายที่ว่างตรงนั้นไง ไม่ห่างและไม่ใกล้มาก จากจุดนั้นพวกเราจะเห็นการต่อสู้ได้ชัดครบทุกมุมเลยทีเดียวพวกเรารีบไปกันเถอะ!” ไม่นานชายหนุ่มก็หยุดเดินก่อนจะชี้นิ้วของเขาไปยังที่ว่างสองที่ที่อยู่ตรงหน้าซึ่งที่ว่างนี้อยู่ช่วงกลางไม่ไกลและไม่ใกล้จนเกินไป......
อื้ม!
ตุบ ตุบ!
“ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรนะน้องชาย? ข้ามีนามว่าหลานเยี่ยหลิวยินดีที่ได้รู้จัก” หลังจากที่ทั้งสองคนนั่งลงแล้ว ชายหนุ่มก็เปิดปากถามชื่อของเจิ้งฟู่ขึ้นด้วยความอยากรู้พร้อมกับกล่าวแนะนำตัวเอง......
“ข้าเจิ้งฟู่ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน!”เจิ้งฟู่เองก็แนะนำตัวเช่นกัน......
“เจิ้งฟู่อย่างนั้นเหรอ? อ่า!เป็นชื่อที่ดีไม่น้อยเลยนะ ว่าแต่น้องเจิ้งฟู่สนใจจะเล่นเดิมพันไหม?”ชายหนุ่มพยักหน้าและยิ้มให้ก่อนจะถามเจิ้งฟู่ว่าเขาต้องการเริ่มเล่นเดินพันในครั้งนี้ไหม......
“ก็น่าสนใจเหมือนกันนะ!แต่ข้ายังไม่รู้ข้อมูลของทั้งสองคนเลย ไม่รู้ว่าพวกเขาใช้ทักษะอะไรและมีอัตราการแพ้ชนะอยู่ที่เท่าไหร่ ว่าแต่โต๊ะพนันรับแทงถึงตอนไหนเหรอ?”เจิ้งฟู่เองก็รู้สึกสนใจเช่นกัน แต่เขายังไม่รู้ว่าผู้ฝึกตนทั้งสองคนเป็นใครและมีความสามารถอะไรบ้างเขาจึงได้ถามชายหนุ่มกลับไปว่าโต๊ะพนันรับได้ถึงช่วงไหน......
อ่า!
“เจ้าสามารถวางพนันได้จนกว่าการต่อสู้จะผ่านไปราวๆสิบนาทีหลังจากสิบนาทีไปแล้วโต๊ะจะปิดรับพนันในทันที!” ชายหนุ่มกล่าวอธิบายให้เจิ้งฟู่ในทันที......
อ่า!
“เช่นนั้นข้าขอดูพวกเขาก่อนก็แล้วกันว่าแต่พี่ชายหลานเยี่ยหลิวคิดจะแทงพนันข้างใครอย่างนั้นเหรอท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่? เผื่อข้าจะได้เอามาเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ!”เจิ้งฟู่พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะถามว่าชายหนุ่มเลือกข้างไหนเป็นพิเศษหรือป่าว......
“เอิ่ม......ข้าเองก็ไม่ได้เลือกฝ่ายไหนเป็นพิเศษหรอกนะเพราะพวกเขาทั้งสองคนมีความสามารถและเก่งพอๆกันเลยส่วนอัตราการชนะของทั้งคู่นั้นคือเสมอแต่ในครั้งนี้ข้าคิดว่าต้องมีใครสักคนที่จะได้เป็นฝ่ายชนะเพราะพวกเขารอวันนี้มานานแล้ว!” ชายหนุ่มเองก็ไมได้เลือกข้างไหนมาเป็นพิเศษเช่นกันเพราะเขารู้ว่าทั้งสองคนนี้มักจะต่อสู้แล้วเสมอกันอยู่ตลอด......
เฮ้!!!
แต่ในขณะนั้นเอง เสียงโห่ร้องของผู้เข้าชมก็ดังขึ้นหลังจากที่ชายหนุ่มหน้าตาดีขี้เก๊กเดินออกมาจากมุมทางซ้ายของเวทีประลองจากนั้นก็มีชายหนุ่มอีกคนที่หน้าตาดีเหมือนกันแต่ดูสงบนิ่งมากกว่าเดินออกมาทางฝั่งขวาของเวที........
“คุณชายจินลู่!!!”
“คุณชายจินหลาน!!”
เสียงเชียร์ดังไปทั่วทั้งสนามประลองเลยทีเดียวในตอนนี้ทุกคนที่มาชม (ยกเว้นเจิ้งฟู่และชายหนุ่มข้างๆ) ต่างก็พากันตะโกนเรียกชื่อชายหนุ่มทั้งสองคนอย่างบ้าคลั่งซึ่งทุกคนล้วนแต่คาดหวังว่าได้ชมการต่อสู้ที่ดุเดือนของพวกเขารวมถึงผลแพ้ชนะที่จะออกมาด้วย.......
ณ บนเวทีประลอง......
“จินลู่! วันนี้แหละข้าจะต้องเอาชนะเจ้าให้ได้!”ชายหนุ่มหน้าตาดีแต่ขี้เก๊กพูดขึ้นพร้อมกับชี้หน้าชายหนุ่มอีกคนที่ชื่อว่าจินลู่......
“จินหลาน! ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นน้องชายของข้าข้าก็จะไม่ออมมือให้กับเจ้าหรอกนะ และในวันนี้คนที่ชนะจะต้องเป็นข้าคนนี้!”ชายหนุ่มจินลู่ตอบกลับชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามซึ่งแท้จริงแล้วทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน แถมยังมีหน้าตาที่เหมือนกันด้วย......
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! เจ้าเป็นพี่ข้าแล้วอย่างไร?ก็แค่เกิดก่อนหน้าข้าแค่วินาทีเดียวเท่านั้น หากไม่ใช่ว่าเจ้ากดหัวข้าไว้ในท้องแม่ข้าก็คงจะเกิดก่อนเจ้าไปแล้วจินลู่!” ชายหนุ่มจินหลานกล่าวอย่างไม่พอใจกับคำพูดของจินลู่เพราะเขาเกิดช้าว่าจินลู่เพียงแค่วินาทีเดียวเท่านั้น......
“ไม่ว่าจะวินาทีเดียวหรืออะไรก็ช่างยังไงเจ้าก็เกิดที่หลังข้า เจ้าก็ต้องเป็นน้องข้า! และข้าผู้เป็นพี่ก็ต้องเป็นฝ่ายที่จะได้รับชัยชนะ!ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”จินลู่ที่ดูเหมือนจะสุขุมเยือกเย็นกลับส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบใจออกมาเมื่อพูดถึงเรื่องนี้......
ชิ!
“อย่ามัวแต่เสียเวลาพูดคุยกันดีกว่า!พวกเรามาตัดสินกันให้มันจบๆไปจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายชนะและเหนือกว่า!” จินหลานรู้ว่าตนพูดอะไรไปก็เท่านั้นดังนั้นเขาจึงคิดที่จะใช้การต่อสู้นี้เอาชนะพี่ชายหนึ่งวิของเขาให้ได้......
“เช่นนั้นก็เข้ามาเลยไอ้น้องชายหนึ่งวิ! ด้วยหอกมุกครามสวรรค์นี้ ข้าจะทำให้เจ้ายอมสยบเอง!”จินลู่เองก็คิดเช่นเดียวกัน เขาหยิบหอกยาวสีฟ้าครามที่ดูเปล่งประกายและทรงพลังออกมาพร้อมกับตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับต่อสู้........
พรึบ!!
หึ!
“หอกเน่าๆของเจ้าจะไปสู่กับหอกเกล็ดฉลามคลั่งของข้าได้อย่างไรกัน!”
ตึง!!
ทางด้านจินหลานเองก็หยิบเอาหอกยาวทรงประหลาดออกมาเช่นกันซึ่งหอกอันนี้ของชายหนุ่มจินหลานนั้นทั้งดูดุดันและทรงพลังเป็นอย่างมาก.......
เฮ้!! เอ้าเลย! เอาเลย!!
เฮ้!!
เพียงแค่ทั้งสองคนหยิบอาวุธออกมาเท่านั้นเสียงร้องของผู้คนยิ่งดังกระหึ่มมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเพราะปกติแล้วผู้ฝึกตนที่เคยมาประลองกันก่อนหน้านี้มักจะสู้กันด้วยพลังจิตและเคล็ดวิชาธรรมดากันก่อนซึ่งมันดูน่าเบื่อและไรอารมณ์มากแต่คู่ประลองในวันนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่ประลองเดือดที่ซัดกันอย่างหนักในทุกครั้งที่พวกเขามาทุกคนจึงดูตื่นเต้นและดีใจ.......
กลับมาที่เจิ้งฟู่.......
“ทั้งสองคนล้วนเป็นผู้ฝึกตนระดับวิถีแห่งเทพขั้นที่หนึ่งความสมดุลของพลังของพวกเขายังคงไม่เสถียรเท่าไหร่นักแต่ก็ถือว่ามั่นคงในระดับหนึ่งส่วนอาวุธที่พวกเขาใช้กันนั้นล้วนเป็นอาวุธระดับตำนานทั้งสองชิ้นเลยแต่ดูเหมืนว่าอาวุธของคนที่ชื่อจินหลานจะดีกว่าเล็กน้อย!”เจิ้งฟู่พึมพำขึ้นเบาๆหลังจากที่เขาลองวิเคราะห์ดูชายหนุ่มทั้งสองคนที่อยู่บนเวทีประลอง......
“เจ้าคาดเดาได้ดีทีเดียวเลยนะน้องชายเจิ้งฟู่! เป็นเพราะพวกเขาพึ่งจะเลื่อนระดับได้ไม่นานนี้พลังของพวกเขาจึงยังไม่เสถียรมากนักแต่ที่พวกเขาเลือกมาประลองในวันนี้ก็เพาะอยากทำให้พลังของตนมีความเสถียรมากยิ่งขึ้นส่วนอาวุธของพวกเขานั้นล้วนเป็นอาวุธระดับตำนานขั้นสูงทั้งสองชิ้นเลยโดยเฉพาะหอกเกล็ดฉลามคลั่งของคุนชายจินหลาย ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเกล็ดที่แข็งและทนทานมากของอสูรฉลามคลั่งในน้ำลึกภายในทะเลสาบร้อยอสูร”
ชายหนุ่มหลานเยี่ยหลิวกล่าวอธิบายเพิ่มเติมจากที่เจิ้งฟู่ได้พูดคาดเดาเอาไว้ซึ่งราวกับว่าเขารู้ทุกอย่างดีแล้วอย่างนั้นแหละเขาจึงสามารถอธิบายออกมาได้ละเอียดขนาดนี้.......
“อ่า! ท่านนี่รู้เยอะจังเลยนะพี่ชายว่าแต่ท่านเองไม่ใช่ว่ามาจากตระกูลเดียวกับพวกเขาหรอกใช่ไหม?ท่านถึงได้รู้ละเอียดขนาดนี้!” แน่นอนว่าเจิ้งฟู่ต้องกล่าวถามชายหนุ่มออกไปพร้อมกับทำหน้าตากดดันและคาดคั้นความจริงจากชายหนุ่ม.....
อ๊ะ!
“ไม่! ไม่!ข้าไม่ได้อยู่ตระกูลเดียวกันกับสองคนนั้นหรอกนะแต่ตระกูลของข้ากับตระกูลของพวกเขาสนิทกัน พวกเราจึงไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยๆข้าเลยรู้จักพวกเขาทั้งสองคนดี รวมถึงอาวุธที่พวกเขาทั้งสองคนใช้ด้วยและนั้นก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมข้าถึงได้รู้ละเอียดนัก!” ชายหนุ่มรีบตอบกลับเจิ้งฟู่ในทันทีซึ่งคำตอบของเขาดูซื่อตรงและตรงไปตรงมามากจากแววตาของเขามันดูไม่มีวี่แววว่าเขาได้พูดโกหกเลยสักคำเดียว......
อ่า!!
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!ว่าแต่ท่านวางเดินพันไปแล้วหรือยังพี่ชาย?ตอนนี้ข้าตัดสินใจได้แล้วว่าจะวางเดิมพันข้างไหน!” เจิ้งฟู่พยักหน้าและยิ้มที่มุมปากของเขาก่อนจะถามชายหนุ่มเกี่ยวกับเรื่องการวางเดิมพันการต่อสู้ในครั้งนี้พร้อมทั้งบอกว่าเขาสามารถตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกวางเดิมพันที่ฝั่งไหน.......
********************************************
ขอโทษนะครับที่หายไป พอดีมีธุระนิดหน่อย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะลงชดเชยให้นะครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะครับ