
“ว่ากันว่าในเวลาเที่ยงคืนของวันศุกร์ บันไดของสะพานที่มีอยู่ 12 ขั้นจะเพิ่มขึ้นมาเป็ 13 ขั้น หากมีใครหันหลังกลับมาก่อนที่จะเดินถึงขั้นสุดท้าย คนผู้นั้นก็จะถูกคำสาปให้อันเป็ไปตลอดกาล”
เื่ราวที่กล่าวมาข้างต้นถูกเล่าผ่านปากต่อปาก รุ่นสู่รุ่น ของมหาลัยแห่งหนึ่งในเชียงราย มักจะถูกหยิบมาพูดถึงในกิจกรรมรับน้องในทุกๆ ปีและหลายๆ คณะส่วนใหญ่มักจัดกิจกรรมรับน้องให้เด็กปี1ทีพึ่งเข้ามาใหม่ได้มีโอกาสพิสูจน์ความกล้าแทบจะกลายเป็เป็ธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติของทุกๆ ปีเลยก็ว่าได้ สถานที่เราพูดถึงตั้งอยู่ระหว่างตึกคณะรัฐประศาสนศาสตร์และหอพักนักศึกษาเก่า เป็บึงใบบัวขั้นกลางมีสะพานทอดผ่านกลางน้ำเดินไปอีกไม่กี่ก้าวก็จะเจอกับบันไดต้องคำสาป ตำนานความเฮี้ยนของผีนักศึกษาที่ฆ่าตัวตาย ณ สะพานแห่งนั้น เธอถูกรุ่นพี่ชายที่เธอรักหมดหัวใจ บอกเลิกเมื่อรุ่นพี่คนนั้นรู้ว่าเธอกำลังตั้งท้องได้3เดือน เมื่อรุ่นพี่คนนั้นวิ่งจากไปจนพ้นสายตาเธอแล้ว เธอจึงตัดสินใจจบชีวิตของเธอด้วยมีดที่เธอหวังจะจบชีวิตชายคนรักของเธอแต่เธอกลับทำไม่สำเร็จด้วยความเสียใจกับเื่ที่เกิดขึ้น เธอได้ทำการกระหนำแทงลงไปที่บริเวณท้องของเธอจนเธอสิ้นใจ และในเวลาเที่ยงคืนของวันศุกร์ บันไดของสะพานที่มีอยู่ 12 ขั้นจะเพิ่มขึ้นมาเป็ 13 ขั้น หากมีใครหันหลังกลับมาก่อนที่จะเดินถึงขั้นสุดท้าย คนผู้นั้นจะถูกผีนักศึกษาลักพาตัวไปอยู่ด้วย นอกจากนี้ไม่ได้มีแค่่รับน้องเท่านั้นที่เหล่าวัยรุ่นนักศึกษามาวัดความกล้ากัน ในทุกๆ เที่ยงคืนของวันศุกร์เหล่าวัยรุ่นจะมารวมตัวกันเพื่อไปพิสูจน์ว่าเื่ราวที่ถูกเล่าปากต่อปากนั้นจริงเท็จแค่ไหน แต่ก็นะเื่ราวเหล่านี้ก็กลายแค่ตำนานที่ถูกเล่าขาน ด้วยยุตสมัยที่เปลี่ยนไปความเชื่อต่างๆ ก็เริ่มจางหายไปตามกาลเวลา…
ในเช้าของวันพุธ มีกลุ่มหนังศึกษาปีที่2คณะนิเทศศาสตร์กำลังนั่งคุยกันอยู่ประกอบไปด้วย วิน ตั้ม มิลค์ เจน และมายด์พวกเขากำลังปรึกษาเื่โปรเจก ที่อาจารย์สั่งให้ทำเมื่ออาทิตย์ก่อน
“เห้ย! วินเอาไงดีว่ะ งานที่อาจารย์สั่งมาอ่ะกูยังคิดไม่ออกเลยว่ะ” ต้นถามวิน
“นั้นนะสิ กูก็ไม่รู้ว่ะ พวกมึงอ่ะมีไอเดียเจ๋งๆ บ้างป่ะ”
“อ่าวมึงเป็หัวหน้ากลุ่มมึงควรจะคิดั้แ่วันแรกๆ แล้วมั้ย” มายด์เอ่ย
“อ่าวเห้ยจะโบ้ยให้กูคนเดียวไม่ได้นะ นี้มันงานกลุ่มนะเว้ยช่วยๆ กันคิดสิ”
“พอได้ๆ แล้วทั้งสองคนกัดกันอย่างกะหมาแมว กูมีไอเดียดีๆ มาเสนอเว้ย”
มิลค์พูดแทรกเพื่อเบรกการทะเลาะกัน
“ยังไงว่ะอีมิลค์” ตั้มถาม
“ก็มึงจำหนัง The bare witch project ที่พวกเราไปดูหอเจนได้ป่ะล่ะ กูกับเจนปรึกษากันแล้วเว้ยว่า ถ่ายทำแบบfound footageมันประหยัดงบดี”
“แหม่ๆ เอาใจแฟนตัวเองป่ะเนี่ย พ่อทอมเทพบุตร รูปหล่อรักเมียยยย” วินแซวข้าวใหม่ปลามันในกลุ่มเพื่อนๆ
“วินหยุดก่อน แล้วเราจะไปถ่ายทำที่ไหนยังไงเนื้อเื่ล่ะแบบไหน” มายด์ถาม
“ก็ตรงบันไดเฮี้ยนหลังตึกเก่านั้นไง ที่รุ่นพี่เล่าให้ฟังตอนรับน้องปี1ไง” เจนตอบ
“จะ..ดีเหรอว่ะ เขาบอกตรงนั้นมีคนหายไปทุกปีเลยนะเว้ย!!!” วินทำสีหน้าวิตกกังวล เพราะด้วยความที่วินเป็คนกลัวผีเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
“โถ่! งมงายน่ะ แค่ตำนานเื่เล่ารุ่นสู้รุ่นเอง ตอนเรารับน้องไม่เห็นจะเจอเหี้ยไรเลย ไก่อ่อนเอ๊ย” มายด์หัวเราะเยาะเย้ยวินอย่างซะใจ
“แล้วเราจะถ่ายทำวันไหน แล้วแบ่งหน้าที่กันยังไงล่ะเจน” ในขณะที่ตั้มถามเจนสายตาที่มองไปยังเจนมีแต่ความอาลัยอาวรณ์ เพราะในอดีตสองคนนี้นี้เคยคบหาดูใจกันแบบลับๆ มาก่อนโดยที่เราแกงค์เพื่อนๆ ไม่เคยรู้มาก่อน แต่เพราะด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งพวกเขาทั้งสองจึงต้องแยกทางกัน
“ให้ตั้มเป็ตากล้อง ส่วน มายด์กับวินไปทำพร๊อพ เดี่ยวเจนกะมายด์เขียนบทกับจัดเตรียมโลเอง ส่วนวันถ่ายเอาเป็วันศุกร์ที่13มั้ย? ”
“ห้ะ!!! ศุกร์13ใช่วันดีซ่ะที่ไหนเล่า!!!” วินอุทานอย่างเสียงดัง
“โถ๊โถ๊โถ่ ไอ่นี้วินลูกผู้ชายซ่ะป่าวกลัวผี ไก่อ่อนจัง ยิ่งวันแบบนี้แหละยิ่งดีจะได้พิสูจน์กันไปเลยว่า เฮี้ยนของจริงหรือของเก๋” มายด์ผู้ไม่เคยเกรงกลัวใดๆ เลยบนโลกนี้”
“โอเครตามนี้นะทุกคนเดี่ยวเจอกันวันศุกร์นะ”
จากนั้นเวลาผ่านล่วงเลยจนมาถึงวันศุกร์ที่13ตามที่เหล่าแกงค์นี้นัดกันไว้ก็ได้มารวมตัวกัน ณ บันได13 ประมาณ5โมงเย็นหลังเลิกเรียน แสงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เวลาโพล้เพล้ผู้คนเริ่มกลับลับตาหายไป แสงสาดส่องมายังจุดที่กำลังเตรียมถ่ายทำ พร๊อพต่างๆ ถูกจัดเตรียมให้เข้าที่เข้าทางเพื่อพร้อมสำหรับการถ่ายทำ บรรยากาศรอบๆ วังเวงจนบอกไม่ถูกทั้งๆ ที่แกงค์นักศึกษากลุ่มนี้มีกันตั้ง5กัน
“เห้ยเราจะถ่ายทำกันจริงๆ ใช่มั้ยเนี้ย น่ากลัวเหี้ยๆ” วินกล่าว
“เอาน่าเราไม่ทำมันก็ไม่เสร็จนะ และกูว่าไอเดียนี้เจ๋งดีนะเว้ยเหมือนหนัง Paranormal Activity ไง “ตั้มตอบกลับวินแบบหน้าตื่น
“ไหนๆ ไอ่ไก่อ่อนของเราฉี่ราดหมดละมั้ง” มายด์ยังคงแกล้งวินให้กลัว
“เออนี่เจนเริ่มจะเริ่มถ่ายกันกี่โมงดี” ตั้มถามกลับเจน
“เจนว่าประมาณสัก4ทุ่มกำลังดีเลย เอานี่บทของแต่ละคนนะ”
ทันใดที่ทุกคนแยกย้ายกันไปตัวอุปกรณ์ และ อ่านบทของแต่ละคนเจนแอบเหลือบไปเห็นรองเท้านักศึกษาคู่หนึ่งตกอยู่ข้างบันได ในใจของเจนของคิดว่าที่ใครถอดทิ้งไว้แล้วลืมหรืออาจจะมาท้าความกล้าแล้วกลัวจนวิ่งหนี หรือเป็แค่พร๊อพที่วินกับมายด์เตรียมใว้ ทันใดนั้นมีเสียงปริศนาแว่วตามสายลมมาว่า
“คนสารเลว!!!…”
ทุกคนต่างไม่ได้ยินเสียงนั้นนอกจากตั้มกับเจน
“เห้ยวินได้ยินไรมั้ยว่ะ” ตั้มเอ่ยถามกับวิน
“เสียงไรกูไม่ได้ยิน มึงอย่ามาแกล้งกูแบบนี้สิว่ะ กูกลัว”
“เจนก็ได้ยินนะ หรือแค่หูฟาดไปหรือป่าว” สีหน้าของเจนเป็กังวล
“ไม่มีไรหลอกมั้ง” มิลค์ปลอบใจแฟนสาวของตน
และแล้วเวลาก็ผ่านล่วงจนไปเวลาที่จะออกกองถ่ายทำตอน4ทุ่มหลังจากที่ วินกับมายด์เตรียมพร๊อพเสร็จก็ไปเปลี่ยนชุดเป็นักแสดงต่อ แล้วไปประจำยังจุดที่ตัวเองต้องแสดงเป็บทนั้นๆ วินมายด์แสดงเป็นักศึกษาที่มาลองดีกับอาถรรพ์เพราะมายด์เป็คนที่ไม่กลัวใดๆ บนโลกใบนี้ เป็สีหน้าของวินไม่ค่อยสู้ดีนักกลัวจนตัวสั่น
สีตีสเลทคัทฉากดังขึ้น ปั้บบบบ!!
“หนังสั้น อาถรรพ์บันไดเฮี้ยน ซีน1เทค1 เอคชั่น!!”
ทันใดที่เสียงคัทฉากดังขึ้นการถ่ายทำเริ่มดำเนินไปเรื่อยๆ จนมาถึงซีนที่ต้องนับก้าวบนขั้นบันได ว่ากันว่าตามเวลาปกติที่ไม่ใช้วันศุกร์แล้วแล้วบันไดแห่งนี้จะมีแค่12ขั้น แต่ในวันศุกร์แบบนี้หากเรานับก้าวในแต่ละขั้นจะได้เท่ากับ13ขั้น และห้ามหันกลับไปมองข้างหลังเด็ดขาด...แม้ว่าเราจะได้ยินเสียงกระซิบข้างๆ หูหรือ คำชักชวนใดๆ ก็ตามที่ทำให้เราไขว้เขวก็ห้ามหันกลับไปเด็ดขาด
และแล้วถึงฉากที่วินกับมายด์ต้องนับก้าวบนบันไดในแต่ละขั้น
“กะ กะ กู กลัวอ่ะ อีเหี้ยมายด์”
“เออน่า มึงอยากได้มั้ยคะแนนอ่ะ ผีไม่มีในโลกหลอก รีบๆ ขึ้นไปเหอะ แล้วอย่าลืมนับก้าวออกเสียงด้วยนะเว้ย กูจะได้รู้ว่าเราได้13ขั้นเท่ากันหรือป่าว”
“เอ เออ รีบไปกันเหอะ กูจะได้กลับหอไปสวดมนต์”
หลังจากสิ้นเสียงสนทนาทั้งคู่กับค่อยๆ เริ่มนับก้าวทีละก้าว
“กล้อง สปีด แอนด์ แอคชั่น” เสียงของมายด์พูดเพื่อเริมการถ่ายทำต่อ
หนึ่งขั้น.. สองขั้น.. สามขั้น.. สี่ขั้น.. ห้าขั้น.. หกขั้น.. เจ็ดขั้น..
สายลมจากไหนไม่รู้ผัดผ่านตัวของทั้งคู่ ฟริ้วว….เสียงร้องไห้แว่วมากับเสียง
หืออออ....อย่าทิ้งหนูไป...
“มึงได้ยินเหมือนกูมั้ยว่าอีมายด์” วินถามกับมายด์
“เออ..อ.อ ได้ยินเหมือนกัน แต่กูไม่กล้าหันกลับไปถามพวกข้างหลังว่าได้ยินเหมือนหรือป่าว” มายด์ตอบกลับแบบเสียงที่สั่นคอ
และจากบทสนทนาของทั้งคู่จบลง ทั้งสองหันหน้าพยักหัวพร้อมกันแล้วรีบนับก้าว แปดขั้น!..เก้าขั้น!..เสียงการนับขั้นค่อยๆ ดังขึ้นทีละขั้นๆ พร้อมกับเสียงปริศนาที่ลอยมากับเสียงลม “อย่าทิ้งหนูไป...อย่า..” เมื่อวินได้ยินเสียงนั้นชัดขึ้นใจเต้นสั่นระรัว สายตาวอกแวกไปมาๆ “ขั้นที่สิบ..” และได้ยินเสียงปริศนาอีกครั้ง “หันกลับมามองสิ…” สิ้นเสียงปริศนานั้น วินรีบโกยแนบโดนไม่สนว่าเขานับขั้นบันไดได้กี่ขั้นแล้วก็ตาม
“สัสเอ้ยยย! ผีหลอกก กูไม่อยู่แล้วโว้ยยย! ผีหลอกก”
“เห้ยไอ่เหี้ยวินหนีไปไหนว่ะ ยังถ่ายไม่เสร็จเลยเห้ย” ตั้มะโเรียกตามวินที่หนีไป สิ้นสุดเสียงะโของตั้มเหล่าเพื่อนๆ ก็พากันหัวเราะ
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ แม่งโคตรฮาเลยว่ะ ถ้าแม่งจะกลัวผีขนาดนี้นะ”
มายด์เดินออกไปหยิบลำโพงบลูทูธ ที่แอบส่อนใว้แม่งโคตรเนียนเลยว่ะ แต่ในขณะที่เดินไปหยิบนั้นมายด์เผลอหันหลังกลับมาในใจมายด์คิดว่า
“เชี้ยแล้วไง กูหันกลับโดยไม่ครบ13ขั้น”
จู่ๆ กระดุมชุดนักศึกษา กลิ้นลงจากขั้นบันไดชั้นบนสุด
กริ้ก กริ้ก กริ้ก สายตาของนักศึกษาทั้ง4คนหันไปยังจุดเดียวกันที่พื้นในกระดุมมีคราบเืติดปนมา มายด์ตัดสินใจก้มลงไปเก็บกลับพบว่าหยดเืไม่ได้ติดแต่กระดุมั้แ่แรก แต่ว่ามันหยดมาจากข้างบน ติก... ติก... ติก....
ทั้ง4คนกลับมาหันหน้ามองกันและค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ มองขึ้นไปยังข้างบนต้นไม้ เห็นเป็ร่างหญิงสาวสวมชุดนักศึกษานั่งห้อยข้างลงมา พร้อมกับเชือกที่คอ พร้อมกลับย่อนตัวลงมา
“ว้ายยยยยยยยยยยยย ผีหลอก”
เหล่าผู้หญิงของแกงค์กรี๊ดกระจายวิ่งแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง และหายไปในที่สุด แต่ตั้มกลับไปขยับไปไหนเลย เหมือน้าถ่ายช็อตสำคัญทุกตอนๆ พอทุกอย่างเงียบลง กลับมีเสียงหัวเราะดังขึ้น
“ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ เป็ไงละอยากแกล้งกูดีนักเจอกลับคืนเป็ไง
เทพแห่งพร็อพคนนี้กินไม่ง่ายหลอกเว้ยน้อนๆ” วินหัวเราะอย่างสะใจ
“เชี้ยแม่งแผนซ้อนแผนว่ะ ฮ่าๆ” ตั้มกล่าวชมวิน
“ว่าแต่ตอนมึงวิ่งขึ้นไปสรุปมึงนับได้กี่ขั้นว่ะ?” ตั้มถามด้วยความสงสัย
เมื่อวินได้ยินคำถามนั้นถึงกลับหน้าซีด ไม่พูดตอบใดๆ ทั้งสิ้น สายตาของเขามองไปข้างหลังของวิน แบบไม่ละสายตา “เห้ยวิน ยังไม่หยุดแกล้งอีกเหรอ” พอสิ้นเสียงคำพูดของตั้ม วินก็ทรุดสลบไปกลับพื้น จบตอนที่1