วันเวลาผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก พลิบตาเดียวก็ผ่านมากว่าสิบวันแล้ว นับว่าเป็สิบวันที่ครอบครัวของหลิวเหมยลี่สงบสุขมากไม่น้อย จะพูดก็พูดเถอะ…หลังจากที่ท่านพ่อของนางลุกขึ้นมาต่อต้านท่านย่าวันนั้น เพียงสองวันท่านย่าก็ให้ลุงรองมาตามท่านพ่อไปพูดคุยที่บ้านใหญ่เพื่อหวังจะบีบบังคับให้ท่านพ่อและพวกนางบ้านสามกลับไปทำงานในแปลงนาและทำงานบ้าน
แต่เื่ราวจะเป็ไปตามที่ท่านย่า้าได้อย่างไร? ในเมื่อหลิวห่าวอู๋เลือกที่จะปกป้องครอบครัวของเขาแล้ว เขาจะยอมให้บ้านใหญ่บ้านรองและท่านแม่ของตนรังแกลูกเมียของเขาอีกไม่ได้เด็ดขาด!
ดังนั้นเมื่อมารดาอ้างเื่ความกตัญญู หลิวห่าวอู๋ก็ไม่ปฏิเสธแต่เขาก็ยืนยันว่าพี่ชายทั้งสองคนและบุตรชายหญิงของพวกเขาจะต้องแบ่งหน้าที่กันทำงานเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่สะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองก็ต้องทำงานไม่ต่างจากลูกเมียของตนเอง
นางหวังซื่อที่ขึ้นชื่อเื่ความร้ายกาจและมากแผนการมาตลอดพึ่งจะรู้สึกจนปัญญาก็คราวนี้ ไม่ว่าจะไม้อ่อนไม้แข็งนางล้วนงัดออกมาพูดอ้างทุกอย่าง แต่หลิวห่าวอู๋กลับยังใจแข็งไม่ยอมทำตามจนนางถึงขั้นลงไม้ลงมือทุบตีเขาอย่างหนักก็ยังไม่ยินยอม ด้วยควานจนใจอีกทั้งกลัวว่างานในแปลงนาจะเสร็จไม่ทันฝนจะตกและทำให้ปีนี้พลาด่ดีๆในการทำนา
ดังนั้นนางหวังซื่อจึงได้ทำใจแข็งกัดฟังออกคำสั่งให้บ้านใหญ่และบ้านรองทุกคนไปทำงาน บุรุษให้ทำงานในแปลงนา ส่วนสตรีก็ให้ทำงานในบ้าน ผ้าที่มีก็ให้ซักของใครของมัน ส่วนของท่านย่านั้นนางหวงซื่อและนางจินซื่อก็รีบปัดมาให้คนบ้านสาม ซึ่งนางสวีซื่อก็ไม่ขัดอะไร ก็แค่เสื้อผ้าไม่กี่ตัวเท่านั้นนางย่อมทำได้สบายมาก
ชาวบ้านที่เห็นหลิวซีห่าว หลิวอู๋ซวนและครอบครัวของเขาออกมาทำงานก็พากันมองแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองอีกทั้งยังพากันพูดคุยถึงขั้นลงเงินอีแปะพนันกันว่าพวกเขาจะทำงานได้กี่วันกัน?
หลิวเหมยลี่กับหลิวลี่ปี้ที่ถูกท่านป้าสะใภทั้งสองมอบงานขึ้นเขาหาของป่าและหาฟืนมาให้ก็ได้แต่ก้มหน้ากลั้นยิ้มด้วยความยินดี หากให้พวกนางพี่น้องขึ้นเขาย่อมดีกว่าให้นางกับพี่สาวทำงานบ้านที่ต้องเจอหน้าท่านย่ามหาภัยและท่านป้าละโมบทั้งสองเป็ไหนๆ อีกทั้งบุตรชายบุตรสาวของพวกนางก็หาใช่ตัวดีอะไร วันๆเอาแต่แต่งตัวสวยๆ กินๆนอนๆและคอยหาเื่นางและพี่สาวอยู่ร่ำไป
หลิวเหมยลี่กับหลิวลี่ปี้ขึ้นเขาทุกวันด้วยความสบายใจ พวกนางไม่ได้กระตือรือร้นที่จะหาผักป่าและฟืนให้มากๆ แต่ล่ะวันเพียงหาแค่ประมาณหนึ่งและใช้เวลาที่เหลือไปกับการนั่งพักผ่อนและปลูกผักเลี้ยงสัตว์ในระบบฟาร์มจนถึงเวลากลับลงเขาก็พากันแบกฟืนและผักป่ากลับบ้านไป
"โจ๊กหมูสับของเหมยเออร์อร่อยมาก อาหารจาก์นี่อร่อยที่สุดเลยจริงๆ" หลิวเจียนเจี๋ยพูดขึ้นพร้อมกับตักโจ๊กในถ้วยของตัวเองเข้าปากไม่หยุด
"หากพี่รองชอบก็กินเยอะๆนะเ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่กับพี่สามก็กินให้มากๆหน่อย รีบกินก่อนที่ท่านย่าและคนอื่นๆจะมาเห็นเถอะเ้าค่ะ" หลิวเหมยลี่ยิ้มอ่อนพร้อมกับพูดกับทุกคนเหมือนทุกวันที่ผ่านมาที่นางมักจะเอ่ยเร่งให้พวกเขารีบกินอาหารเพราะกลัวคนบ้านใหญ่กับบ้านรองจะมาเห็นหรือได้กลิ่นอาหาร
หลังทานมื้อเช้าอิ่มหนำกันแล้ว หลิวห่าวอู๋กับบุตรชายทั้งสองก็พากันเตรียมตัวออกจากบ้านไปยังแปลงนา แต่เมื่อพวกเขาออกมาจากบ้านแล้วก็เห็นนางหวังซื่อเดินออกมาจากบ้านใหญ่พอดี
"เ้าสามเดี๋ยวก่อน!" นางหวังซื่อร้องเรียกหลิวห่าวอู๋พร้อมทั้งเร่งฝีเท้าเดินมาหาพวกเขาก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง "วันนี้เ้าใหญ่กับเ้ารองไม่สบายคงจะไปทำงานไม่ได้แล้ว ข้าได้ยินมาว่างานที่แปลงนาเหลือไม่มากแล้ว เช่นนั้นวันนี้พวกเ้าพ่อลูกก็ทำงานที่แปลงนาให้เสร็จเสีย"
นางหวังซื่อพูดจบก็รีบหันหลังเดินกลับเข้าเรือนทันที นางไม่แม้จะรอฟังคำตอบจากปากของหลิวห่าวอู๋ด้วยซ้ำ แน่นอนว่านางหวังซื่อเพียงแค่กลัวว่าหลิวห่าวอู๋จะเอ่ยปฏิเสธอีก ดังนั้นเมื่อพูดจบนางก็รีบสะบัดหน้าเดินหนีไปทันที
หลิวห่าวอู๋รู้สึกจนใจแต่ในเมื่อคนไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้วก็ทำได้แค่ถอนหายใจออกมาก่อนจะหันหน้าไปพูดกับบุตรชายทั้งสองคน "ช่างเถิด พวกเราก็ไปกันเถอะ"
หลิวลู่หลิ่งกับหลิวเจียนเจี๋ยจะทำอะไรได้หรือ? ในเมื่อเป็เช่นนั้นก็ได้แต่สบตากันก่อนจะเดินตามหลังบิดาไปที่แปลงนากันเงียบๆ
ส่วนหลิวเหมยลี่ที่อยู่ในบ้านกับหลิวลี่ปี้และท่านแม่ก็พากันได้ยินแล้ว ทั้งสามคนไม่ได้พูดอะไร เมื่อเตรียมตัวกันเสร็จแล้วจึงพากันเดินออกจากบ้าน เมื่อถึงลำธารท้ายหมู่บ้านก่อนจะแยกจากท่านแม่หลิวเหมยลี่ก็หันมาพูดกับท่านแม่ของนาง
"ท่านแม่ ท่านซักผ้าเสร็จแล้วก็ไปอยู่ที่แปลงนากับท่านพ่อและพวกพี่ชายนะเ้าคะ เดี๋ยวข้ากับพี่ลี่ลี่จะเอาอาหารกลางวันไปไว้ที่นั่นก่อน เสร็จแล้วก็จะขึ้นเขากันเลย มื้อกลางวันคงไม่ได้ลงมากินกับทุกคนเหมือนเดิมนะเ้าคะ"
"เข้าใจแล้ว ลูกสองคนก็ดูแลตัวเองให้ดีๆ อย่าเข้าไปในป่าลึกเด็ดขาด" นางสวีซื่อพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะกำชับบุตรสาวทั้งสองด้วยความเป็ห่วง
"เ้าค่ะ" ทั้งสองคนขานรับอย่างว่าง่ายก่อนจะรีบเดินจากไป
หลิวลี่ปี้กับหลิวเหมยลี่พากันหลบหลีกชาวบ้านไปยังเส้นทางเดิมอย่างรวดเร็ว หลายวันมานี้พวกนางได้ทานอาหารครบสามมื้อและได้ออกกำลังกายเดินขึ้นลงเขาทุกวันทำให้ร่างกายของพวกนางแข็งแรงมากขึ้นแล้ว เมื่อมาถึงธารน้ำตกทั้งสองคนก็นั่งพักครู่หนึ่งก่อนที่หลิวเหมยลี่จะหันมาพูดกับหลิวลี่ปี้
"พี่สาว วันนี้พวกเราเดินไปหาสมุนไพรไปขายดีหรือไม่เ้าคะ? หากว่าโชคดีได้สมุนไพรหายากเราจะได้มีเงินเก็บเอาไว้บ้าง"
"เก็บสมุนไพรหรือ? เหมยเออร์…เื่สมุนไพรนี้พี่ไม่มีความรู้เลยนะ พวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าต้นไหนคือสมุนไพร?" หลิวลี่ปี้เอ่ยถามด้วยความไม่มั่นใจ
"เื่นั้นพี่ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าพอจะมีความรู้จากท่านเทพมาบ้างเ้าค่ะ" หลิวเหมยลี่ใช้ชื่อท่านเทพมาอ้างทันที แต่ความเป็จริงแล้วนางตั้งใจจะพึ่งพาซีเรียต่างหาก!
เื่นี้นางพึ่งจะรู้เมื่อคืนนี้เอง หากเมื่อคืนนางไม่บ่นให้ซีเรียฟังว่า้าหาเงินมาเก็บเอาไว้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากสามารถแยกบ้านได้แล้วคงไม่รู้ว่าความสามารถของซีเรียนนั้นไม่ได้มีประโยชน์แค่ในระบบฟาร์มเท่านั้น ซึเรียสามารถมองเห็นภายนอกผ่านการมองของนางด้วย!
เพราะแบบนี้หลิวเหมยลี่จึงคิดจะหาสมุนไพรเพื่อนำไปขายแลกเงินมาเก็บเอาไว้หากว่าวันที่พวกนางแยกบ้านแล้วจะได้มีเงินตั้งตัว เพราะนางมั่นใจมากว่าท่านย่ามหาภัยคงจะไม่ให้อะไรกับพวกนางแน่ๆ ซึ่งนั่นก็เป็เื่ดีเพราะนางจะใช้เื่นี้เป็ข้ออ้างตัดขาดอย่างถาวรไม่ต้องกตัญญูต่อท่านย่ามหาภัยในอนาคต
"เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ" หลิวลี่ปี้ไม่มีความคิดจะขัดอยู่แล้ว ในเมื่อน้องสาวบอกว่านางมีความรู้มาจากท่านเทพก็ย่อมต้องเป็เช่นนั้น
ทั้งสองคนพากันเดินเข้าไปในป่าอีกเล็กน้อยเพื่อหาสมุนไพร ซึ่งซีเรียก็ไม่ทำให้หลิวเหมยลี่ผิดหวังจริงๆ หลิวเหมยลี่เดินไปไม่ไกลก็พบสมุนไพรทั่วไปและนางก็ใช้โอกาสนี้สอนหลิวลี่ปี้ให้รู้จักสมุนไพรและสรรพคุณของมันด้วย ไม่ว่าจะเจอกับสมุนไพรอะไร หลิวเหมยลี่ล้วนเก็บลงตระกร้าทั้งหมด!
แม้ว่าจะเป็เพียงสมุนไพรทั่วไปไม่ได้มีราคามากมายอะไร แต่นั่นก็คือสมุนไพร แม้จะขายไม่ได้แต่ยังสามารถเก็บเอาไว้ใช้รักษาคนในบ้านยามเจ็บป่วยได้เหมือนกัน ดังนั้นไม่ว่าพวกนางจะเจอสมุนไพรอะไรก็จะเก็บกลับทั้งหมด!
'โฮสต์ นั่นคือเห็ดหลินจือแดงค่ะ ขอนไม้นั่นมีเห็ดหลินจืออยู่ค่ะ โฮสต์รีบไปเก็บมาเร็วๆเข้า!' เสียงของซีเรียพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น ดูท่าว่าผู้ช่วยของนางเองก็กำลังสนุกกับการตามหาสมุนไพรกับนางไม่น้อยเลยนะนี่
'แต่เดี๋ยวนะ!! เห็ดหลินจืออย่างนั้นหรือ?' หลิวเหมยลี่หันกลับไปมองหาขอนไม้ตามที่ซีเรียบอกทันที นางกวาดสายตามองหาไม่นานก็เจอขอนไม้ผุๆที่ว่านั่นจริงๆด้วย บนขอนไม้ยังมีเห็ดอยู่สองสามดอก!!
"พี่สาว!! ท่านรีบตามข้ามาเร็วๆเข้า" หลิวเหมยลี่หันไปเรียกหลิวลี่ปี้ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นที่ไม่คิดจะปกปิด ก่อนจะรีบสับเท้าเดินแกมวิ่งไปหาเห็ดหลินจือ
หลิวลี่ปี้ได้ยินเเสียงเรียกก็รีบเดินตามน้องสาวไปเช่นกัน นางยืนมองหลิวเหมยลี่ที่เอาแต่นั่งจ้องเห็ดบนขอนไม้แต่ไม่ยอมขยับสักทีจึงอดเอ่ยถามออกไปไม่ได้ "เหมยเออร์ เห็ดนั่นกินได้อย่างนั้นหรือ?"
"พี่สาว นี่คือเห็ดหลินจือแดง นับเป็สมุนไพรล้ำค่าที่หาไม่ได้ง่ายๆ อีกทั้งยังมีราคาแพงมากด้วย" หลิวเหมยลี่ดึงมือหลิวลี่ปี้นั่งลงก่อนจะพูดขึ้นด้วยความดีใจ
แน่นอนว่าหลิวลี่ปี้ย่อมเคยได้ยินมาอยู่แล้วว่าเห็ดหลินจือเป็สมุนไพรล้ำค่า แต่เพราะนางไม่เคยเห็นเห็ดหลินจือมาก่อนจึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นตอนที่พึ่งเห็นครั้งแรก เพียงแค่คิดว่าเห็ดนี่อาจจะกินได้เท่านั้นจึงทำให้น้องสาวของนางมีท่าทางดีใจมากขนาดนั้น
แต่พอหลิวเหมยลี่บอกว่านี่คือเห็ดหลินจือ ดวงตากลมโตสวยก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงทันที "ห่ะ เห็ด เห็ดหลินจือหรือ?"
"ใช่แล้วๆ!! นี่คือเห็ดหลินจือจริงๆ พี่สาว…บ้านเราจะมีเงินทุนแล้ว" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใสเจือความดีใจ รอยยิ้มของนางส่งไปถึงดวงตามองมาที่พี่สาวก่อนจะหันไปเก็บเห็ดหลินจือตามคำแนะนำของซีเรียอย่างระมัดระวัง
หลังจากเก็บเห็ดหลินจือทั้งสามดอกเข้าไปเก็บในโกดังของระบบแล้ว สองพี่น้องก็พากันเดินวนหาสมุนไพรรอบๆแถวๆนั้นอีกสักพักก่อนจะชวนกันกลับลงมาจากเขาอย่างอารมณ์ดี
'ต่อไปก็เริ่มแผนการตามที่วางไว้ได้แล้ว!!'