ขุนปราบกามสวาท
ตอนที่ 81 | ความหวังปรากฏตัว
ในวินาทีที่คมดาบเคลื่อนตัวผ่านลำตัวของนางไปนั้น หยาดเลือดสีแดงสดก็สาดกระเซ็นไปตามแรงเหวี่ยงของคมดาบ ร่างบางเองก็เอนตัวไปตามแรงปะทะนั้นเหมือนกัน ความเจ็บแปลบที่ปากแผลนั้นมันทำเอานางชาไปทั่วทั้งเรือนร่าง ก่อนที่จากนั้นเพียงไม่นานความเจ็บปวดอันมหาศาลจะปะทุขึ้นมา ซึ่งมันก็เจ็บเสียจนนางแทบจะครองสติเอาไว้ไม่อยู่
"เฮือก ฮ่าส์ ฮ่าส์" พลั่บ!!! ร่างบางที่ล้มลงไปนอนฟุบกันพื้นนั้นได้แต่หายใจออกมาอย่างรวยริน พร้อมกับขยับฝ่ามืออันเรียวบางขึ้นมากุมปากแผลตัวเองไว้ด้วย แต่ฝ่ามืออันเรียวบางนั้นก็ไม่อาจที่จะหยุดเลือดที่ไหลออกมาได้เลย ใบหน้าของนางในตอนนี้นั้นซีดเซียวเป็นอย่างมาก สติก็เริ่มเลือนรางเต็มทน ส่วนพลังเวทย์อันมหาศาลที่เจ้าของเสียงในห้วงความคิดให้ยืมมาก็ไม่อาจใช้มันได้อีกแล้ว เพราะร่างกายของนางได้รับบาดเจ็บมากเกินไป
"ด้วยดาบนี้ข้าจะส่งเจ้าไปสบายเอง" อาชาทมิฬพูดพร้อมกับเอาปลายดาบจ่อไปที่แผ่นหลังของอัญชัน จึก!!! จากนั้นเขาก็ออกแรงดันจนปลายดาบอันแหลมคมนั้นเริ่มจมลงไปในเนื้อของอัญชัน สวบ!!
"อื้ออออส์" นางไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะร้องออกมาแล้วก็ได้แต่ส่งเสียงครวญครางออกมาในลำคออย่างเจ็บปวด พร้อมกับหยดน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย
สวบ!!!! ส่วนอาชาทมิฬที่เห็นว่านางกลัวตายขนาดนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ก่อนที่จะค่อยๆ กดปลายดาบให้ลึกลงไปเรื่อยๆ พาเอาเลือดสีแดงสดล้นทะลักออกมาไม่หยุด จนอีกเพียงไม่กี่นิ้วปลายดาบอันแหลมคมนั้นก็จะทะลุผ่านหัวใจนางแล้ว พลั่บ!!!! แต่ทว่าในตอนที่ปลายดาบกำลังจะตัดขั้วหัวใจนางนั้น กลับมีอะไรบางอย่างเคลื่อนที่มาหาจุดที่ทั้งคู่อยู่ด้วยความเร็วสูง
ตับ!!!!! ซึ่งมันก็เร็วเสียจนอาชาทมิฬไม่อาจสังเกตถึงการมีอยู่ของสิ่งนั้นได้เลย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีอะไรบางอย่างเข้ามาปะทะที่ปลายคาง พลั่บ!!!! แรงปะทะนั้นมันทำเอาตัวของเขาลอยสูงขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้า ตับ!!!!! แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของแรงเฉื่อย ก็เกิดแรงปะทะที่รุนแรงยิ่งกว่าเข้าที่หน้าของเขาอีกครั้ง จนตัวเขาตกกลับมาที่พื้นด้วยความเร็วสูง พลั่บ!!!!
แต่ยังไม่ทันที่ร่างสูงโปร่งของเขาจะตกลงกระแทกพื้น เขาก็ถูกสิ่งนั้นโจมตีเข้าที่กลางลำตัวอีกครั้ง ตับ!!!!!! ซึ่งมันก็รุนแรงเสียจนเขาแทบหมดสติด้วยการโจมตีนั้นเลย พลั่บ!!! ร่างสูงนั้นปลิวไปตามแรงปะทะด้วยความเร็วสูง โคร่ม!!!! ก่อนที่จะตกลงมากระแทกพื้นแล้วไถลไปไกลอีกหลายสิบเมตร
"อัญชัน....ไม่นะอัญชัน..." ซึ่งคนที่พุ่งเข้ามาโจมตีอาชาทมิฬอย่างบ้าคลั่งนั้นก็คือทัพนั่นเอง หลังจากที่เขาโจมตีอาชาทมิฬเสร็จแล้ว เขาก็ได้คลายอาภรณ์กระทิงไฟลง แล้วรีบเข้าไปดูอาการของอัญชันด้วยความเจ็บห่วง "อัญชัน......." พอได้เห็นบาดแผลที่นางได้รับเขาก็สงสารนางจับใจ
"ท่านทัพ....." นางที่เห็นว่าชายตรงหน้าที่กำลังกอดตัวเองอยู่คือทัพก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงแผ่วเบา พลางพยายามเพ่งสายตามองเขา เพราะนี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่นางจะได้มองหน้าชายอันเป็นที่รัก
"ไม่เป็นไรนะอัญชัน เจ้าต้องไม่เป็นไร" ทัพที่เห็นท่าทางไม่ค่อยดีแบบนั้นของนางก็พยายามพูดปลอบ พลางขยับมือจับแผลของนางไปด้วย ซึ่งแผลของนางมันก็ฉกรรจ์จนเขาทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว
"ถึงจะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ฉันก็ดีใจ ที่ได้ใช้เวลาร่วมกับพี่" อัญชันที่รู้ว่าตัวเองคงอยู่ได้อีกไม่นาน ก็พูดความรู้สึกในใจออกไป
"ไม่นะอัญชัน เจ้าต้องไม่เป็นอะไร เจ้าต้องไม่เป็นอะไร" ทัพที่ได้ฟังแบบนั้นก็กอดร่างบางของนางเอาไว้แน่น ซึ่งเขาก็รู้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกันว่าเวลาของนางนั้นเหลือไม่มากแล้ว
แต่ทว่าในตอนที่ทัพอัญชันกำลังกล่าวลาทัพอยู่นั้น กลับเกิดเสียงอึกทึกครึกโครมขึ้นมาจากพื้นดิน พร้อมกับรากไม้นับสิบที่ทะลวงขึ้นมาจากพื้นดินได้ตัวของทั้งสามคน หมับ!!! จากนั้นรากไม้เส้นหนึ่งก็เข้ามารัดตัวของทัพ แล้วดึงเขาออกมาจากนาง ก่อนที่รากไม้เส้นนั้น และรากไม้ที่เหลือจะเข้าไปพันรอบร่างไร้สติของอัญชัน จนนางอยู่ในสภาพคล้ายดักแด้
"อะไรกัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น" ทัพที่เห็นแบบนั้นก็งุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เขาก็เลยเรียกอาภรณ์กระทิงไฟขึ้นมาอีกครั้ง พลั่บ!!!! ก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปโจมตีดักแด้รากไม้นั้น
"เดี๋ยวก่อนพี่ทัพ นี่น้องเอง" แต่ทว่าเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งกลับดังขึ้นมาในห้วงความคิดของเขาเสียก่อน และเสียงนั้นมันคล้ายกับเสียงของบุษบาแบบไม่มีผิดเพี้ยน ทัพที่ได้ยินแบบนั้นก็หยุดการโจมตีลงทันที
"นั่นน้องใช่หรือไม่ นั่นเป็นน้องจริงๆ ใช่ไหม" ทัพที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบถามเสียงนั้นกลับไปอย่างร้อนรน
"ใช่นี่น้องเอง ตอนนี้พลังของน้องเหลือไม่มากแล้ว ได้อย่างมากที่สุดก็แค่รักษาบาดแผลให้แม่หญิงผู้นี้" บุษบาตอบทัพด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าเต็มทน
"น้องอยู่ที่ไหน ตอนนี้น้องอยู่ที่ไหน"
"ที่......" พลั่บ!!! ตับ!!!!!! ยังไม่ทันที่บุษบาจะพูดจบ อาชาทมิฬที่กลับมาฟื้นตัวเสร็จแล้วก็พุ่งเข้ามาโจมตีทัพอย่างจัง กำปั้นของเขาถูกประเคนเข้าไปที่หน้าของทัพอย่างสุดแรง จนตัวทัพเอนไปตามแรงกระแทกนั้น
"ย๊า!!!!!" จากนั้นอาชาทมิฬก็หมุนตัวแล้วเตะสูงขึ้นไปที่ก้านคอของทัพอย่างเต็มแรงอีกครั้ง ตับ!!!!! ซึ่งมันก็เข้าเป้าอย่างจัง แต่ทว่าในครั้งนี้นั้นทัพที่ถูกโจมตีเข้าอย่างจังกลับไม่ขยับเขยื้อนอะไรเลย หมับ!!! จากนั้นทัพก็เป็นฝ่ายขยับมือขึ้นไปจับคออาชาทมิฬ แล้วยกเขาขึ้นมาจากพื้น
(ที่ปราสาทของดรากัน) ถึงเสียงมันจะแผ่วเบามาก แต่มันก็ยังดังพอที่ทัพจะได้ยิน
"ปราสาทไอ้ดรากันอยู่ไหน" จากนั้นทัพก็ถามชายตรงหน้าด้วยน้ำเสียงอันแข็งกร้าว
"อั่ก!!!! อื้อออออห์" ด้วยแรงบีบคออันมหาศาลนั้นมันมากมายเสียจนอาชาทมิฬแทบหายใจไม่ออก แถมจิตสังหารของทัพยังสูงมากๆ อีกต่างหาก บวกกับแรงอาคมอันมหาศาลมันยิ่งทำให้อาชาทมิฬหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นไปกันใหญ่
"เรื่องนั้นแกไม่ต้องรู้หรอก เพราะอีกเดี๋ยวแกก็ตายแล้ว!!!!!" พอพูดจบอาชาทมิฬก็รวบรวมพลังเวทย์ทั้งหมดไว้ที่มีข้างขวาแล้วสร้างมันเป็นดาบเวทย์ขึ้นมา ซึ่งแรงดันเวทย์ของดาบเล่มนั้นก็สูงมาก สูงมากเสียจนเกิดภาวะมิติบิดเบี้ยวที่ดาบเล่มนั้น "ย๊า!!!!" จากนั้นอาชาทมิฬก็ใช้ดาบเวทย์เล่มนั้นฟันเข้าไปที่คอของทัพอย่างเต็มแรง สวบ!!!!!!!
"........" ตับ!!!!!! ซึ่งมันก็ทำอะไรผิวกายที่ถูกห่อหุ้มด้วยอาภรณ์กระทิงไฟของทัพได้เลยแม้แต่นิดเดียว
"ถ้าไม่อยากบอกก็เก็บคำตอบนั้นไว้บอกยมบาลในนรกก็แล้วกัน" หมับ!!!! พอพูดจบทัพก็กระชับปลายนิ้วมือบีบคออาชาทมิฬหนักมือขึ้นกว่าเดิม กร๊อบ!!!! จนเสียงกระดูกคอหักดังลั่นขึ้นมา พลั่บ!!!!! จากนั้นเปลวเพลิงสีดำก็เริ่มลุกไหม้ขึ้นที่แขนข้างนั้นของทัพ ก่อนที่มันจะลามไปติดที่ตัวของอาชาทมิฬแล้วเริ่มแผดเผาไปทั่วทั้งร่างกายของเขา
"อ๊าก!!!! อ๊ากกกกกกกก" ทำเอาเขาที่เจ็บปวดเพราะโดดเพลิงอเวจีแผดเผาดิ้นพล่านและร้องครวญครางออกมาอย่างเจ็บปวด จากนั้นทัพก็โยนร่างของเขาออกไป ปล่อยให้ศัตรูดิ้นพล่านอย่างทรมานเพราะเพลิงที่ไม่มีวันดับจนขาดใจตายไป
"ก่อนจะไปตามหาปราสาทนั่น ต้องจัดการที่นี่ให้เรียบร้อยก่อนสินะ" ทัพพึมพำขึ้นมาพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ เมือง ซึ่งมันก็ไม่ต่างอะไรกับทุกสนามรบที่เขาเคยผ่านมาเลย
โปรดติดตามตอนต่อไป