หลินหลานหรูรู้สึกใจหายเมื่อครู่นางถึงกับฝันร้าย!
นางฝันว่าเสวี่ยเฟิ่งฟื้นความทรงจำกลับมาได้ทั้งหมดแล้วหลังเขารู้ว่านางป้อนยาพิษให้เขากับมือ เขาก็เกลียดนางอย่างที่คิดไว้แววตาของเขายามที่รู้ความจริง ทั้งโกรธทั้งรังเกียจนางบอกว่าใบหน้าของนางอัปลักษณ์ไม่พอ จิตใจยังอัปลักษณ์ดำมืดอีกด้วย
เขาเกลียดนางแล้ว...
หลินหลานหรูนอนร้องไห้
เฉิงอิ้นกับเกาฟังยืนอยู่ในห้องเห็นหลินหลานหรูตื่นขึ้นมาก็เหม่อลอย ตอนนี้จู่ๆ ก็ร้องไห้อีกจึงไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
"คุณหนู"เฉิงอิ้นเดินมานั่งข้างเตียง ก่อนจับข้อมือหลินหลานหรูขึ้นมาตอนนี้ชีพจรของนางสงบลงแล้ว แต่ถ้ายังร้องไห้อีก เกรงว่าลมปราณภายในจะสับสนอีกรอบ"ท่านอย่าร้อง ที่ผ่านมาพบเจอเรื่องทุกข์ยากอะไรก็เล่าให้พวกข้าฟังเถิดไยต้องให้ท่านเก็บไว้คนเดียว มันผู้ใดที่ทรมานท่าน ข้าจะล้างแค้นให้ท่านเอง"
ตอนนี้เองที่หลินหลานหรูมองเห็นเฉิงอิ้นนางจึงดีดตัวลุกขึ้นนั่ง โผเข้ากอดเฉิงอิ้นอย่างคิดถึงจากนั้นน้ำตาก็พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสายนางเพิ่งรู้ว่าตนเองเหนื่อยล้ามานานถึงเพียงนี้เมื่อก่อนมีเฉิงอิ้นนางไม่เคยเหนื่อยแม้สักครั้ง มิหนำซ้ำจิตใจยังเข้มแข็งอีกด้วย
"เฉิงอิ้น ข้าไม่ให้เจ้าไปแล้วข้าไม่ให้เจ้าตามหาน้องชายแล้ว ชีวิตนี้ข้าไม่ให้เจ้าห่างจากข้าแล้ว"หลินหลานหรูพรั่งพรูคำพูดออกมาทั้งน้ำตาสิ่งที่อยากพูดมาตลอดตอนนี้ก็ได้พูดออกมาแล้ว
เฉิงอิ้นได้ฟังก็รู้สึกแสบปลายจมูกกดศีรษะเล็กๆ ของนางแนบอก
จำได้ว่าก่อนที่เขาจะจากไปคุณหนูยังตัวเล็กน่ารัก สูงไม่ถึงเอวเขาด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้นางสูงเกือบจะถึงหน้าอกเขาแล้วหลายปีนี้เขาถึงกับพลาดโอกาสได้เห็นนางเติบโต เป็นเขาผิดเองแท้ๆ
เฉิงอิ้นเอ่ยปลอบหลินหลานหรูอย่างอ่อนโยนว่า"ข้าเองก็จะไม่จากท่านไปแล้ว จะไม่ตามหาน้องชายแล้วด้วย จะติดตามท่านเช่นนี้ดีหรือไม่"
หลินหลานหรูยังร้องไห้พยักหน้าหงึกๆ ในอ้อมกอดเฉิงอิ้น นานเกือบชั่วยามกว่าที่นางจะสงบลง
หลังจากนั้นก็เริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้เฉิงอิ้นกับเกาฟังไม่มีปกปิดแม้สักเรื่อง
ชายหนุ่มทั้งสองคนต่างมีสีหน้าอึมครึมยิ่งกว่าท้องฟ้ามืดครึ้มข้างนอกอีกส่วนหนึ่งเกาฟังนึกอยากฆ่าประมุขพรรคมารอู่เทียนไฉ่ อีกทางเฉิงอิ้นก็จับกระบี่อยากฆ่าเสวี่ยเฟิ่ง
ต่อให้หลินหลานหรูไม่คิดสังหารคนที่หันคมกระบี่มาที่นางแต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะปล่อยคนไปเหมือนนาง เรื่องนี้เคยตั้งใจไว้แล้วตอนนั้นวางใจเสวี่ยเฟิ่งระดับหนึ่ง ทว่าสุดท้ายก็เกิดขึ้นจนได้เจ้าเด็กนั่นถึงกับกล้าสังหารน้องสาวเขา!
"เจ้าวางกระบี่ลงเถอะไม่ใช่ความผิดเขาทั้งหมดเสียทีเดียว ข้าก็ทำผิดต่อเขาไว้มากเรื่องนี้ข้ากับเขาพูดคุยกันกระจ่างแล้วหากจะโทษฝ่ายตรงข้ามมิสู้โทษตัวเองดีกว่า"
"คุณหนู" เฉิงอิ้นจนใจนางยังใช้เด็กหญิงน้อยที่จิตใจเย็นชาคนนั้นอยู่หรือไม่นางถึงขั้นใจกว้างได้ถึงเพียงนี้? เกรงว่าหากเจ็บอีกครั้งที่สองจะฟื้นไม่กลับแล้ว นั่นถึงน่าเป็นห่วง
เฉิงอิ้นถอนหายใจก่อนหันไปที่เกาฟัง อีกฝ่ายจึงเดินไปปิดหน้าต่างโรงเตี๊ยม จากนั้นเฉิงอิ้นก็พูดว่า"กลับไปกับข้าเถอะ ตั้งแต่รู้ว่าท่านหายไปเหลยเมี่ยวก็เขามาบัญชาการคนของฮวาสิบสองกลีบในฐานะหัวหน้าใหญ่ต่อจากท่านจากนั้นก็เร่งรีบเดินทางมาเมืองหลวงเพื่อสั่งการให้คนของฮวาสิบสองกลีบพลิกแผ่นดินตามหาท่านเขาเป็นคนหนึ่งที่ร้อนใจเรื่องท่านมากที่สุด"
พูดอีกว่า"ก่อนหน้านี้ที่ได้ข่าวของท่านในเมืองกว่างโจวเหลยเมี่ยวแทบลุกจากเก้าอี้รถเข็นไปหาท่าน ฮูหยินเหลยเกลี้ยกล่อมอยู่นานเขาถึงได้ยอมรอท่านที่เมืองหลวง"
หลินหลานหรูรับรู้ได้ถึงความห่วงใยของเหลยเมี่ยวผ่านคำพูดของเฉิงอิ้นนางตื้นตันใจ
"อีกอย่างยังมีนายท่านหลินบิดาของท่านยังรอท่านกลับไปทุกวันตอนนี้นายท่านหลินบากบั่นจนได้รับตำแหน่งรองเสนาบดีกรมโยธาขั้นสองมาแล้วทั้งยังกุมอำนาจในราชสำนักไว้ไม่น้อย เพียงแต่บิดาท่านเบื้องหน้าทำตัวเป็นขุนนางที่น่ายำเกรง ทว่าเบื้องหลังกลับทุกข์ตรมส่งคนตามหาท่านไม่หยุดหย่อนผ่านมาหลายปีข้าเห็นเขาไม่ยอมแพ้ก็อดจะเห็นใจไม่ได้"
หลินหลานหรูรู้สึกน้ำตาคลอหน่วยท่านพ่อของนางถึงกับรักนางเพียงนี้ ผ่านมาหลายปียังไม่เลิกล้มการตามหาคิดแล้วนางก็อยากจะกลับไปกอดบิดาแทบใจจะขาด
"จริงสิวันก่อนข้าได้ยินจากเกาฟังว่าพี่รองของท่านก็อยู่ที่เมืองเป่ยชางท่านคงจะยังไม่ได้เจอเขา" เฉิงอิ้นพูด
"จริงหรือ"หลินหลานหรูเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี นางอยากพบหลินหลงอวี้แทบอยากไปตอนนี้เลย!
เฉิงอิ้นพยักหน้าน้อยๆ
เขาพูดอีกว่า"ตั้งแต่เห็นข้อความที่ท่านทิ้งไว้ที่เมืองกว่างโจวอาจวูก็รีบติดต่อข้ากับเกาฟังทันที ซึ่งตัวข้าเดิมทีอยู่ทางเหนืออยู่แล้วจึงรุดหน้ามาถึงเมืองเมื่อไม่กี่วันก่อน และใช้อีกาที่ยืมมาจากฮูหยินเหลยบินอยู่สองสามวันเพื่อใช้มันตามหาท่านกระทั่งเช้ามืดวันนี้ถึงพบท่าน"
กล่าวอีกว่า"เมื่อเช้าเกาฟังได้ออกไปติดต่อกับหัวหน้าสาขาของฮวาสิบสองกลีบแล้วจะแจ้งข่าวเรื่องที่เจอตัวท่านให้กับเหลยเมี่ยว ทุกคนคงจะดีใจมากส่วนเรื่องของนายท่านหลิน..."
"เรื่องของท่านพ่อ" หลินหลานหรูคิดเล็กน้อยก็เอ่ยขึ้นว่า"ข้าจะเขียนจดหมายให้เขาเอง"
"หมายความว่าอย่างไร!"เรื่องน่ายินดีเช่นนี้ เหตุใดถึงไม่ไปพบบิดาด้วยตนเอง แต่กลับเขียนจดหมาย
"เฉิงอิ้น ตอนนี้เจ้าก็เห็นร่างกายข้ามีลมปราณสองสายที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ ข้ายังกลับจวนสกุลหลินไม่ได้"นึกแล้วหลินหลานหรูก็รู้สึกแค้นใจ เป็นอู่เทียนไฉ่หลอกให้นางฝึกวิชาสองสายโดยที่นางไม่รู้ถึงภัยของมันด้วยซ้ำ ตอนแรกคิดว่าแค่รอให้ลมปราณทั้งสองรวมกันเท่านั้นแต่นี่อะไร นับวันยิ่งต่อต้านกัน
"ให้ข้าผนึกมันให้ท่าน"
"นั่นไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุหากวันใดผนึกคลายออกมา รังแต่จะสร้างปัญหาหนัก มิสู้ข้าผสานพวกมันให้เป็นหนึ่งแบบนั้นจึงจะยิ่งมั่นคงกว่า อีกอย่างข้ายังไม่อยากสูญเสียวรยุทธ์ที่พร่ำเพียรฝึกมาถึงสามปี เจ้าไม่รู้ว่าทุกวันข้าต้องวิ่งขึ้นลงเขาตั้งไม่รู้กี่รอบ"
เกาฟังหลุดขำเบาๆหลินหลานหรูจึงตวัดตาขู่เขา
เฉิงอิ้นทอดถอนใจ"เช่นนั้นก็ตามใจท่านเถอะ ถึงยังไงข้าก็ไม่ปล่อยให้ท่านอยู่ตัวคนเดียวอีกแล้วไว้พร้อมเมื่อไรก็กลับไป ข้าจะติดตามดูแลท่านนับจากนี้"
หลินหลานหรูพยักหน้าไม่คัดค้านมีเฉิงอิ้นอยู่นางจะได้เหนื่อยน้อยลงหน่อย
จากนั้นหลินหลานหรูก็เคลื่อนสายตาไปที่เกาฟังพลันนึกถึงวันสุดท้ายก่อนนางจะหายตัวไป "เกาฟัง เรื่องของพี่ใหญ่ข้า..."
หลินหลานหรูแทบไม่กล้าพูดต่อทว่าเกาฟังก็ไม่พูดอะไรมาก เพียงยืดตัวขึ้นเล็กน้อยแล้วส่ายหน้าเป็นคำตอบ
แววตาหลินหลานหรูสลดวูบหลุบตาก้มหน้าอย่างหดหู่ สักพักนางถึงสลัดความเศร้าหมองทิ้งปรับอารมณ์ให้มั่นคงขึ้น พูดว่า "เจ้าเล่ามาเถอะหลังจากข้าให้เจ้าลงเขาไปแล้วเกิดอะไรขึ้น"
เกาฟังจึงเล่า"...ข้าตามหาตัวพี่ชายเจ้าตลอดระยะสิบลี้ในแถบก้นเหว แต่ไม่พบศพพี่ชายเจ้าและไม่พบว่ามีสัตว์ใหญ่ด้วย เกรงว่าหกส่วนอาจมีคนพาพี่ชายเจ้าไปเพียงแต่ครั้งนั้นครบกำหนดเจ็ดวัน ข้าเกรงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับเจ้าจึงรีบกลับไม่ได้ลงไปตรวจสอบกับพรานป่าที่หมู่บ้านตีนเขา..."
หลินหลานหรูเข้าใจ...ก็เกิดเรื่องกับนางขึ้นจริงๆ ทันทีที่เขาจากไปก็เกิดเรื่องแล้วโทษเกาฟังก็ไม่ได้คนที่เข้ามาพาตัวนางไปวันนั้นน่าจะเป็นทูตซ้ายขวาของประมุขพรรคมารกระมังต่อให้นางมีคนเฝ้าเป็นสิบ พวกเขาก็คงพาตัวนางออกไปได้อย่างสบาย
ทว่าไม่มีข่าวพี่ชายนางเช่นนี้ครึ่งหนึ่งนางจึงมั่นใจได้ว่าหลินหลงอู่อาจยังมีชีวิตอยู่
เงียบกันไปสักพักเฉิงอิ้นจึงพูดขึ้น"ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากบอกท่านท่านยังเก็บป้ายไม้ที่ผู้ว่าจ้างมือสังหารทำตกไว้หรือไม่"
หลินหลานหรูยกมือขึ้นคลำป้ายที่แขวนไว้ระดับหน้าอก"นี่น่ะหรือ"
บนสร้อยเส้นนี้มีป้ายสองชิ้นหลินหลานหรูถอดชิ้นที่เป็นป้ายไม้สีดำออกมา แล้วยื่นให้เฉิงอิ้น
เฉิงอิ้นพินิจมองลวดลายบนป้ายป้ายไม้สีดำนี้มีลวดลายของดอกไม้ บนกลีบดอกมีหนามแหลมคมหลายปีนี้เขาคุ้นเคยกับมันมากเลยละ พูดว่า"มันคือป้ายอาญาสิทธิ์ประจำตัวของหน่วยลับเมื่อหลายสิบปีก่อนตอนที่ข้าตามหาท่านบังเอิญพบคนที่พกป้ายนี้อยู่ครั้งหนึ่งทว่าตอนนั้นข้ายังนึกไม่ออก ภายหลังสืบรู้มาว่า ที่อยู่บนป้ายไม้นี้มันคือ 'ตราเหลียนเซ่อ' ที่มีเฉพาะในหน่วยลับที่ทำงานขึ้นตรงต่อฮ่องเต้"
"เจ้าอยากบอกข้าว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการสังหารท่านแม่ข้าและยังมีข้าด้วยอีกคน ก็คือฮ่องเต้? เหลวไหลเกินไปแล้ว"
ฮ่องเต้ผู้นี้ไม่มีอะไรทำหรือไรถึงได้สั่งให้คนลอบฆ่าคนนั้นคนนี้ไปทั่ว
"จะสรุปเช่นนั้นก็ไม่ถูกเสียทั้งหมดหลังฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ ก็แบ่งหน่วยลับออกเป็นสองกองมอบให้หัวหน้าองครักษ์คนสนิทสองคนดูแลคนละกองขณะเดียวกันก็ใช้สองคนนี้คานอำนาจกันมาตลอด เรื่องการจัดการคนในหน่วยลับทั้งสองคนนี้สามารถเคลื่อนย้ายคนได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องรายงานต่อฮ่องเต้ทุกเรื่องจึงยังไม่แน่ใจว่าสองคนนี้เป็นใครที่คิดไม่ซื่อ"
"เช่นนั้นสองคนนี้คงมีคนใดคนหนึ่งที่มีความแค้นต่อข้ากับท่านแม่หรือไม่แน่อาจมีพวกสมรู้ร่วมคิด" หลินหลานหรูพยายามปัดพยัคฆ์ตัวใหญ่อย่างฮ่องเต้ทิ้งหากศัตรูของนางคือฮ่องเต้ นั่นไม่เรียกว่าเล็กน้อยแล้ว
เฉิงอิ้นรู้สึกหนักใจอยู่บ้างพูดว่า "ข้าเคยได้ยินว่าหน่วยลับเหลียนเซ่อเคร่งกฎอย่างมาก เรื่องคิดไม่ซื่อหรือถูกผู้อื่นหลอกใช้จึงแทบเป็นไปไม่ได้ จึงคิดว่าเบื้องหลังแล้วน่าจะเป็นฮ่องเต้ที่สั่งการไม่รู้ว่าฮ่องเต้ผู้นี้คิดทำอะไรอยู่"
หลินหลานหรูถึงกับสะอึก ศัตรูของข้าถึงกับเป็นฮ่องเต้?
เกาฟังเหลือบมองหินหลานหรูนางกำลังอึ้ง เขาจึงพูดว่า "เจ้าอ้าปากนานไปแล้ว"
"เกาฟัง!ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า!"
หลินหลานหรูกลับมาที่คฤหาสน์สกุลซือในวันที่ห้านับตั้งแต่รับงานจากซือหม่าตั๋วในคืนนั้น
อีกฝ่ายเห็นหลินหลานหรูโผล่มาตอนเช้ามืดก็ผงะใช้เวลาปั้นสีหน้าเคร่งขรึมอยู่ชั่วครู่ก็เอ่ยกับนางว่า"ข้านึกว่าเจ้าจะไม่กลับมาแล้วเสียอีก หากยังไม่ถอนพิษให้ลูกชายข้าเจ้าก็อย่าหวังจากไปไหนได้"
หลินหลานหรูเหยียดมุมปากเยาะหยันยกขาพลิกข้ามหน้าต่างเข้ามาในห้องหนังสือของซือหม่าตั๋วเดินไปจุดเทียนให้ทั้งห้องสว่างทีละจุดอย่างไม่รีบร้อนจากนั้นก็หันมามองซือหม่าตั๋วตรงๆ พูดพร้อมรอยยิ้มอำมหิตว่า"ต้องขอบคุณงานที่เจ้าให้ข้า หลายวันนี้ข้าสนุกมากทีเดียว ดังนั้นจึงอยากเอาสิ่งนี้มาขอบคุณเจ้า"
หลินหลานหรูโยนของเล็กๆสามชิ้นในห่อผ้าเช็ดหน้าให้ซือหม่าตั๋ว "นิ้วเท้าของลูกชายเจ้า"
"เจ้า!"ใบหน้าซือหม่าตั๋วพลันซีดเผือด แข้งขาอ่อนยวบลงทันควันแม้แต่ห่อผ้าเช็ดหน้าในมือยังถือไม่อยู่
ซือหม่าตั๋วแทบกระอักเลือดเพราะความโกรธเกรี้ยวที่สุมอกปะทุขึ้นมากะทันหันตะคอกหลินหลานหรูกลับ "เจ้าถึงกับกล้าตัดนิ้วเท้าของลูกข้า บัดซบนัก!ข้าจะฆ่าเจ้า นางมาร!"
"ท่านซือนี่ก็แค่ของขวัญขอบคุณเล็กๆ น้อยๆ มีอะไรต้องให้ท่านพูดเยินยอข้าปานนั้น"หลินหลานหรูจับพนักเก้าอี้แล้วลากมานั่งลงตรงหน้าซือหม่าตั๋วใช้สองนิ้วคีบปลายคางซือหม่าตั๋วที่นั่งพับอยู่บนพื้นให้เงยขึ้นมา
นางพูดเสียงเย็นว่า"อยู่บนเกาะข้าเห็นผู้คุมตัดนิ้วเท้าของพวกข้าบ่อยๆจึงเกิดสงสัยขึ้นมาว่ามันสนุกขนาดนั้นหรือ พวกเขาถึงได้ชอบตัดนัก อา...วันนี้ข้าถึงได้รู้ ที่แท้มันไม่ได้สนุกสักนิด ลูกเจ้าไม่ร้องด้วยซ้ำข้าไม่ค่อยชอบเท่าไร จึงปลุกเขาให้ตื่นแล้วตัดเพิ่มมาอีกสองนิ้วถึงได้รู้สึกสนุกขึ้นมาหน่อย"
"เจ้า!" ซือหม่าตั๋วแน่นหน้าอกฉับพลันหอบหายใจ โกรธจนตาเหลือก ปัดมือหลินหลานหรูให้พ้นจากหน้าตนเอง
ตอนนี้เองที่นางหุบยิ้มแล้วใช้น้ำเสียงเย็นเหยียบยิ่งกว่าเอ่ยว่า "จำเรื่องวันนี้ไว้หากเจ้ายังคิดวางแผนอะไรลับหลังข้า จะไม่ใช่แค่นิ้วเท้าสามนิ้วของลูกชายเจ้า"ชะงักเล็กน้อยก็พูดว่า "ให้เจ้านับนิ้วลูกๆ ไว้รอได้เลย"
ซือหม่าตั๋วลงไปนอนดิ้นบนพื้นแล้วมือยังชี้มาที่หลินหลานหรู อยากเอ่ยคำด่า แต่สุดท้ายก็ได้แค่คำว่า"เจ้า..." สะเทือนใจอย่างหนัก ทั้งโกรธจัดจนจุกไปทั้งอกนิ้วเท้าของลูกชายเขา!
ชำระความเสร็จแล้วหลินหลานหรูจึงส่งเสียงเรียกบ่าวรับใช้ด้านนอก จากนั้นนางก็หายออกไปจากห้อง
เมื่อบ่าวเข้ามาเห็นนายท่านอาการเก่ากำเริบก็ให้คนรีบไปตามท่านหมอมาด่วน
ซือหม่าตั๋วได้แต่เอื้อมมืออย่างอยากลำบากไปกอบโกยเอานิ้วเท้าของบุตรชายมาไว้ในอุ้งมือ พลางสบถด่าหลินหลานหรูในใจเป็นพันรอบ
เช้ามืดเช่นนี้ไม่ค่อยมีบ่าวไพร่เดินสวนกันไปมานัก
หลินหลานหรูจึงเดินออกจากห้องหนังสือของซือหม่าตั๋วมาได้โดยไร้คนพบเห็นเดินตรงมาที่เรือนเล็กทางทิศตะวันออก เรือนที่ซือฮูหยินจัดให้พวกนางพัก
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องหลินหลานหรูพลันได้ยินเสียงอึกอักจากข้างใน และยังมีเสียงพูดคุยกันเบาๆดังนั้นนางจึงรีบเปิดประตูเข้าไปด้านใน
ภาพที่เห็นคือ จื่อเหวินถูกจับมัดโดยห้อยศีรษะลงมาจากคานเรือน บนปากมีผ้าขาวยัดไว้
หลินหลานหรูอึ้งไปเล็กน้อยก็หันไปมองสตรีสองนางที่กำลังนั่งกินขนม พูดคุยพลางจิบน้ำชาบนโต๊ะ
"พวกเจ้าทำอะไร ภารกิจของข้าคือคุ้มครองนางนะ"หลินหลานหรูพูดใส่อารมณ์อยู่บ้าง
สิบเก้ากับสี่สิบเอ็ดกำลังหิวจัดจึงยัดขนมเข้าปากไปหลายชิ้น ตอนนี้ยังไม่ว่างพูด มิหนำซ้ำขนมยังติดคอสี่สิบเอ็ดอีก
หลินหลานหรูถอนหายใจแล้วเดินมารินน้ำให้อีกฝ่าย รอจนสี่สิบเอ็ดปากว่างแล้วจึงพูด
"ต้องโทษสิบเก้า ทันทีที่นางรู้ว่าเจ้าออกจากเกาะก็เร่งให้ข้าสังหารคน ภารกิจที่ควรจะเสร็จครึ่งปี จึงเสร็จแค่หนึ่งเดือน เจ้าดู!เจ้าดูนางทรมานข้า!"สี่สิบเอ็ดตบโต๊ะชี้หน้าสิบเก้าที่ยัดขนมเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรแววตานั้นใสซื่ออย่างที่สุด
หลินหลานหรูเห็นภาพนี้จึงยิ้มน้อยๆจากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ หยิบขนมบนจานขึ้นมากินบ้าง
สี่สิบเอ็ดเห็นว่าหลินหลานหรูไม่ยอมทวงความยุติธรรมให้ตนก็นั่งลงอย่างหงุดหงิด
รอสิบเก้าดื่มน้ำและเล่าให้หลินหลานหรูฟังว่า"ภารกิจเสร็จเร็วถึงจะดี พวกข้าจะได้มาช่วยเจ้าคุ้ม..."สิบเก้าชำเลืองมองจื่อเหวินเล็กน้อย อีกฝ่ายส่งเสียงอู้อี้เพราะถูกยัดผ้าปิดปากดังนั้นจึงให้สี่สิบเอ็ดไปดึงผ้าออก
"ป่าเถื่อน!"นั่นคือคำแรกที่จื่อเหวินด่ากราดหลังปากเป็นอิสระ สี่สิบเอ็ดจึงยัดผ้ากลับตามเดิม
"ก็อย่างที่เห็นหญิงงามอารมณ์ร้ายมาก พวกข้าก็เลยจับนางห้อยศีรษะแล้วมัดไว้ หากปล่อยให้นางอาละวาดข้าเกรงว่าสี่สิบเอ็ดจะพลั้งมือฆ่านาง ถึงตอนนั้นภารกิจของเจ้าคงล้มเหลว"
หลินหลานหรูฟังสิบเก้าพูดพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้"ไม่เป็นไร ตายก็ตาย ไม่เป็นไรหรอก"
จื่อเหวินได้ยินจึงงอตัวดิ้นไม่หยุดสี่สิบเอ็ดจึงผลักจื่อเหวินแกว่งไปมาจนนางตาลาย
"ได้ยินจากปากหญิงงามว่าเย็นนี้จะมีงานเลี้ยงต้อนรับองค์รัชทายาทตู๋ฝางที่บ้านนี้จริงหรือ" สี่สิบเอ็ดพูด
หลินหลานหรูพยักหน้าตอบพร้อมกล่าวเสริม "กำลังเตรียมงานกันแล้ว"
"น่าเสียดายคืนนี้พวกข้าต้องกำจัดคนผู้หนึ่ง คงจะอยู่ดูหญิงงามสังหารบุรุษไม่ได้"สีหน้าสี่สิบเอ็ดคล้ายเสียดายมาก
"เป็นคนทรยศหรือ"หลินหลานหรูนึกสนใจ
"มิผิดเพิ่งได้งานนี้มาเมื่อวานหลังมาถึงเป่ยชาง เจ้าเองก็รู้จัก" สิบเก้าพูด
สี่สิบเอ็ดจึงพูดต่อ"หมายเลขหนึ่งอย่างไรล่ะ"
หลินหลานหรูขมวดคิ้ว"นางอยู่ในเมืองนี้หรือ"
หลินหลานหรูรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาก่อนออกจากเกาะ นางคิดว่าตนเองทำให้หมายเลขหนึ่งออกมาไม่ได้อีกนานแล้วเสียอีก
"นางหนีมา หลังจากฆ่า..."สิบเก้าเหลือบมองหลินหลานหรูแวบหนึ่ง ชั่งใจอยู่นานว่าจะพูดเรื่องนี้ดีหรือไม่ทว่าสุดท้ายก็รู้สึกว่าไม่ควรปิดหลินหลานหรู
เพียงแต่สิบเก้าเงียบนานเกินไปสี่สิบเอ็ดจึงชิงพูดขึ้นก่อน "นางฆ่าเก้าสิบเอ็ดและพรรคพวก หนึ่งร้อยห้าสมุนตัวน้อยที่ติดตามเจ้าถูกนางฆ่าตายหมดแล้ว"
ขนมในมือหลินหลานหรูเละเป็นผงทันที
ถึงกับมีเรื่องเช่นนี้!
นางอึ้งจนพูดไม่ออกภาพเก้าสิบเอ็ดตายด้วยน้ำมือหมายเลขหนึ่งลอยขึ้นมาเป็นฉากๆ
จำได้ว่าคืนออกจากเกาะหลังสู้กับหมายเลขหนึ่งแล้ว เก้าสิบเอ็ดพูดว่า 'ลูกพี่ เหตุใดเจ้าไม่สังหารนาง' ตอนนั้นหลินหลานหรูไม่ได้ใส่ใจเลยด้วยซ้ำ
ยังมีประโยคสุดท้ายและแววตาอาลัยของเก้าสิบเอ็ดก่อนส่งนางออกจากเกาะทั้งยังบอกให้นางรักษาตัวให้ดีด้วย ราวกับรู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะไม่ได้พบกันอีก
หลินหลานหรูรู้สึกแสบในจมูกขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าความโกรธแค้นได้ไหลขึ้นมาจุกอก
นั่นมันสหายข้าทั้งสิ้นตอนนี้ตายหมดแล้ว? ที่ผ่านมาข้าปกป้องพวกนางล้วนเพื่อให้หมายเลขหนึ่งฆ่าชำระแค้นหรือไร บัดซบนัก!
"พูดอะไรของเจ้า"สิบเก้าตำหนิสี่สิบเอ็ด ยิ่งเห็นหลินหลานหรูมีสีหน้าอึมครึมนางยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ "ที่จริงแล้วเก้าสิบเอ็ดไม่ได้ตายในทันทีนางใช้อาวุธลับที่เจ้าให้ก่อนจะออกจากเกาะ จึงพาตัวเองไปหาผู้คุมกฎได้อีกทั้งยังทิ้งประโยคสุดท้ายไว้กับผู้คุมกฎก่อนตายด้วยนางบอกว่าให้เจ้ารีบกำจัดหมายเลขหนึ่งโดยเร็ว"
สี่สิบเอ็ดแตะไหล่ปลอบหลินหลานหรูพูดว่า "เรื่องกำจัดหมายเลขหนึ่ง เจ้าวางใจหากไม่ใช่เพราะนางแอบฝึกวิชามารจนฟื้นตัวได้เร็ว และเสียการควบคุมตัวเองผู้คุมใหญ่คงไม่ออกคำสั่งให้พวกข้ากำจัดนางข้ากับสิบเก้าจะสังหารนางให้เจ้าเอง"
หมายเลขหนึ่งถึงกับลักลอบฝึกวิชามารหลินหลานหรูรู้สึกกังวลยิ่งนัก จึงพูดด้วยความร้อนใจว่า"ตอนนี้นางอยู่ที่ใดของเมือง"
สิบเก้าคิดเล็กน้อย"เมื่อวานตอนที่มาถึงและได้รับข่าวเรื่องนี้ สายลับนางหนึ่งบอกว่ามีพรรคพวกของนางเห็นหมายเลขหนึ่งในพิภพร้อยสังเวียนแต่ข้าไม่ได้ถามว่าเห็นตั้งแต่เมื่อไรแค่บอกให้หาที่อยู่ของหมายเลขหนึ่งที่เป็นปัจจุบันให้พวกข้าเท่านั้นคืนนี้สายลับที่คอยสืบข่าวอยู่จะให้ข้อมูลจึงนัดพบพวกข้าที่ถนนทางใต้ของเมือง"
"เจ้าอยากไปด้วยหรือ" สี่สิบเอ็ดลองถามดูเท่านั้นไม่คิดว่าหลินหลานหรูจะตอบใช่
จากนั้นหลินหลานหรูก็ครุ่นคิดไปพักใหญ่หมายเลขหนึ่งสามารถเข้าออกพิภพร้อยสังเวียนได้ตามใจชอบเกรงว่าวิชาที่ฝึกจะเป็นเนตรมารควบคุมจิตใจ
เรื่องนี้ไม่ดีเสียแล้ว