ขบวนรถม้าของสมาคมการค้าผ้าไหมเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลิงโจวในยามเช้าที่อากาศสดใส แสงแรกของวันส่องประกายระยิบระยับบนผิวน้ำค้างที่ยังคงเกาะอยู่บนใบไผ่ริมทาง ลมเช้าเซาๆ พัดผ่านใบหน้าของผู้คนในขบวน นำพาความเย็นสบายและกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่บานสะพรั่งอยู่ตามไหล่ทาง
ซ่งเหวินนั่งอยู่ในรถม้าคันหรูของเขาตามลำพัง รถม้าคันนี้ตกแต่งด้วยไม้แกะสลักลวดลายประณีต ปูด้วยผ้าไหมสีทองอร่าม และมีเบาะนุ่มสีแดงเืหมูที่ทำจากผ้ากำมะหยี่เนื้อละเอียด ข้างในรถม้ามีโต๊ะเล็กๆ วางชาร้อนและขนมหวาน มีหน้าต่างบานเล็กที่สามารถเปิดปิดได้ตามใจชอบ ทุกอย่างเตรียมไว้อย่างพิถีพิถันเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล
ขณะที่เหมยหลิงและชิงเหยาเพื่อนสนิทของนางนั่งอยู่ในรถม้าอีกคันหนึ่งที่ตามหลังมาไม่ไกล รถม้าคันนี้แม้จะไม่หรูหราเท่าของซ่งเหวิน แต่ก็จัดเตรียมไว้อย่างดีเช่นกัน มีเบาะนุ่มสีฟ้าอ่อน ผ้าม่านสีขาวบริสุทธิ์ และหน้าต่างกว้างที่ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้อย่างเพียงพอ ข้างในมีกล่องใส่ของใช้ส่วนตัว ขวดน้ำดื่ม และผลไม้แห้งสำหรับทานระหว่างทาง
การเดินทางครั้งนี้แตกต่างจากสองครั้งก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ในครั้งแรกที่พวกเขาเดินทางไปเมืองหลวงด้วยกัน ทุกอย่างยังเต็มไปด้วยความไม่คุ้นเคยและความประหม่า เหมยหลิงยังเป็เพียงภรรยาของพ่อค้าผ้าไหมคนหนึ่งที่ต้องมาเป็ตัวแทนสามี ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับซ่งเหวินยังอยู่ในขั้นของความสุภาพและการรักษามารยาทตามธรรมเนียมประเพณี
ครั้งที่สอง ความสัมพันธ์ของพวกเขาได้พัฒนาไปไกลเกินกว่าคำว่าคนรู้จัก ความปรารถนาและความรักใคร่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ จนกระทั่งปะทุออกมาเป็บทรักอันเร่าร้อนที่ทั้งคู่ไม่อาจต้านทานได้ การเดินทางครั้งนั้นเต็มไปด้วยการค้นพบตัวตนใหม่ของตนเอง การเรียนรู้ความหมายของความปรารถนา และการยอมจำนนต่อสัญชาตญาณดั้งเดิมที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ
แต่ครั้งนี้ การมีอยู่ของชิงเหยาทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความตึงเครียดอันหวานชื่นที่เคยมีระหว่างเหมยหลิงกับซ่งเหวินถูกปกคลุมไปด้วยความจำเป็ที่ต้องปกปิดความจริง ความรักลับๆ ที่เคยเบ่งบานอย่างเสรีในการเดินทางครั้งก่อนๆ ตอนนี้ต้องถูกซ่อนเร้นไว้ใต้ผ้าคลุมแห่งความสุภาพและมารยาทที่เหมาะสม
ซ่งเหวินเอนหลังพิงเบาะนุ่มในรถม้าของเขา นิ้วมือเรียวยาวลูบไล้ขอบถ้วยชาที่ยังคงอบอุ่นอยู่ ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังรถม้าที่เหมยหลิงนั่งอยู่อย่างไม่วางตา แม้จะห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว แต่ระยะห่างนั้นกลับรู้สึกเหมือนเป็หุบเหวลึกที่ไม่อาจข้ามผ่านได้ง่ายๆ
เขานึกถึงคืนที่ผ่านมา คืนสุดท้ายก่อนการเดินทาง ที่เขาได้แอบเข้าไปหาเหมยหลิงในห้องนอนของนาง ความทรงจำของััอันอ่อนโยนและเร่าร้อนยังคงติดอยู่ในใจ กลิ่นหอมของผมนางที่หอมหวานเหมือนดอกมะลิ ความนุ่มนวลของผิวกายที่ขาวผ่องราวกับหยกขาว และเสียงครางเบาๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มเอื้อยของนาง
ทุกครั้งที่นางเผลอโผล่หน้าออกมาจากหน้าต่างรถม้า สายตาของพวกเขาก็จะสบกันโดยบังเอิญ และทุกครั้ง ใบหน้าของเหมยหลิงก็จะแดงซ่านขึ้นมาทันที เหมือนกับดอกโบตั๋นที่เพิ่งบานในยามเช้าตรู่ ความเขินอายและความปรารถนาปนเปกันอยู่ในแววตาของนาง ทำให้ซ่งเหวินรู้สึกเหมือนมีไฟลุกโชนขึ้นมาในอก
นางจะรีบหลบสายตาของเขาแล้วหันไปชวนชิงเหยาคุยเื่อื่นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ ท่าทางของนางดูเหมือนเด็กสาวที่เพิ่งรู้รักครั้งแรก น่ารักและน่าเอ็นดูจนทำให้ซ่งเหวินอยากจะะโข้ามไปกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขนทันที
ชิงเหยา หญิงสาวผู้ร่าเริงและมองโลกในแง่ดี ไม่ได้สังเกตเห็นความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ระหว่างเพื่อนสนิทของนางกับหัวหน้าสมาคมการค้าผู้ทรงอิทธิพลเลยแม้แต่น้อย นางกำลังตื่นเต้นกับการเดินทางไปเมืองหลวงเป็ครั้งแรกในชีวิต ดวงตากลมโตเป็ประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น มือเล็กๆ ของนางโบกไปโบกมาขณะพูดคุย แสดงออกถึงความกระตือรือร้นอย่างไม่ปกปิด
นางพูดคุยและเล่าเื่ราวต่างๆ ให้เหมยหลิงฟังอย่างสนุกสนาน ั้แ่แผนการขยายธุรกิจร้านเครื่องประดับของนาง ไปจนถึงความฝันที่จะได้เห็นความงดงามของเมืองหลวงที่ร่ำลือกันหนาหู นางเล่าถึงเครื่องประดับแปลกๆ ที่นางได้ยินมาว่ามีขายที่เมืองหลวง เล่าถึงช่างฝีมือที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และเล่าถึงตลาดนัดใหญ่ที่มีของแปลกประหลาดจากดินแดนไกลโพ้น
"เหมยหลิง เ้าเคยไปเมืองหลวงมาแล้วสองครั้งใช่หรือไม่" ชิงเหยาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขณะที่มือของนางเล่นกับริบบิ้นสีชมพูที่ผูกผมไว้ "เล่าให้ข้าฟังหน่อยสิว่ามันเป็อย่างไรบ้าง ข้าอยากรู้ทุกรายละเอียดเลย!"
"ก็...งดงามและใหญ่โตมาก" เหมยหลิงตอบเสียงเบา พยายามนึกถึงภาพความทรงจำในครั้งก่อนๆ แต่ความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดกลับไม่ใช่ความงดงามของเมืองหลวง หากแต่เป็ความทรงจำของบทรักอันเร่าร้อนที่นางได้มีกับซ่งเหวิน "มีผู้คนมากมายและร้านค้าที่น่าสนใจเต็มไปหมด ถนนหนทางกว้างใหญ่ อาคารบ้านเรือนสูงโปร่ง และมีแม่น้ำใสไหลผ่านใจกลางเมือง"
"จริงหรือ! ข้าแทบจะรอไม่ไหวแล้ว!" ชิงเหยาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น มือทั้งสองข้างกำกันแน่นด้วยความดีใจ "ข้าได้ยินมาว่าที่นั่นมีผ้าไหมและเครื่องประดับที่สวยงามที่สุดในแผ่นดิน มีอัญมณีหายากจากดินแดนไกลโพ้น มีช่างฝีมือที่เก่งกาจที่สุด ข้าจะต้องไปหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับร้านของข้าให้ได้!"
เหมยหลิงยิ้มให้กับความกระตือรือร้นของเพื่อนสนิท แม้ว่าในใจลึกๆ แล้วนางจะแอบรู้สึกเสียดายอยู่เล็กน้อยที่การเดินทางครั้งนี้มีชิงเหยามาด้วย นางโหยหาััที่เร่าร้อนและอ้อมกอดที่แข็งแกร่งของซ่งเหวิน อยากจะรู้ว่าเขาจะสร้างความตื่นเต้นและเร้าใจให้กับนางอย่างไรในระหว่างการเดินทางที่ยาวนานนี้ แต่เมื่อมีชิงเหยาอยู่ด้วย ความปรารถนาเ่าั้ก็ต้องถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีที่สงบนิ่ง
นางนึกถึงคืนที่ผ่านมา คืนสุดท้ายก่อนการเดินทาง เมื่อซ่งเหวินแอบเข้ามาหาในห้องนอนของนาง เขากระซิบข้างหูนางด้วยเสียงแหบพร่าว่า "การเดินทางครั้งนี้จะพิเศษกว่าทุกครั้ง แม้ว่าเราจะต้องระมัดระวังมากขึ้น แต่ข้าจะหาทางให้เราได้อยู่ด้วยกันอย่างเป็ส่วนตัว ข้าสัญญา"
ความทรงจำของััมือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามเส้นโค้งของร่างกายนาง ของริมฝีปากที่จูบอย่างหิวกระหาย และของคำกระซิบหวานชื่นที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนละลายไปในอ้อมแขนของเขา ทั้งหมดนี้ทำให้เหมยหลิงต้องกัดริมฝีปากเพื่อไม่ให้เสียงครางหลุดออกมาขณะนั่งอยู่ข้างๆ ชิงเหยา
ตลอดการเดินทาง ซ่งเหวินยังคงสวมบทบาทของพ่อค้าเ้าเล่ห์ผู้มากประสบการณ์ได้อย่างแเี เขาสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและเป็กันเองให้กับทุกคนในขบวนเดินทาง เขาเล่าเื่ตลกขบขันเกี่ยวกับการเดินทางในอดีต เล่าถึงลูกค้าแปลกๆ ที่เขาเคยพบ และเล่าถึงเหตุการณ์น่าสนใจที่เกิดขึ้นในเมืองต่างๆ
เขาแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเมืองต่างๆ ที่พวกเขาเดินทางผ่าน บอกเล่าเื่ราวประวัติศาสตร์ของสถานที่ต่างๆ แนะนำอาหารพื้นเมืองที่น่าลิ้มลอง และเตือนเื่สถานที่ที่ควรระวัง ความรู้กว้างขวางและประสบการณ์มากมายของเขาทำให้ทุกคนในขบวนรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ
เขาดูแลความสะดวกสบายของทุกคนเป็อย่างดี สั่งให้หยุดพักเมื่อใครเหนื่อยล้า จัดหาอาหารและเครื่องดื่มที่อร่อยและมีคุณภาพ และมั่นใจว่าทุกคนมีที่พักที่ดีในแต่ละคืน แต่ถึงกระนั้น สายตาของเขาก็ยังคงจับจ้องมาที่เหมยหลิงอยู่เสมอ เป็สายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ทำให้นางรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
เมื่อเขาเดินผ่านมาใกล้ๆ รถม้าของนาง กลิ่นหอมของน้ำหอมที่เขาใช้จะลอยมาถึงจมูกของนาง ทำให้นางนึกถึงคืนที่เขาโอบกอดนางไว้แน่น กลิ่นผสมผสานระหว่างกำยานอ่อนๆ กับกลิ่นผู้ชายที่เป็ธรรมชาติของเขา มันเป็กลิ่นที่ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยและตื่นเต้นไปในเวลาเดียวกัน
บางครั้งเขาจะหยุดมาคุยกับชิงเหยาเกี่ยวกับธุรกิจเครื่องประดับ ให้คำแนะนำเื่การค้าขายและการขยายกิจการ ความรู้และประสบการณ์ของเขาทำให้ชิงเหยาประทับใจมาก นางมักจะพูดกับเหมยหลิงว่า "เหมยหลิง เ้าโชคดีจริงๆ ที่ได้ทำงานกับท่านหัวหน้าสมาคมการค้า ท่านเป็คนเก่งและใจดีมาก"
คำพูดของชิงเหยาทำให้เหมยหลิงรู้สึกผิดๆ ถูกๆ นางรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับซ่งเหวินไม่ใช่แค่เื่งาน แต่เป็ความรักลับๆ ที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความหลงใหล นางไม่อาจเล่าความจริงให้เพื่อนรักฟังได้ เพราะมันเป็ความลับที่อันตรายเกินไป
ในคืนแรกที่พวกเขาหยุดพักแรม ซ่งเหวินจองห้องพักสองห้องที่อยู่ติดกันในโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดของเมือง โรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็อาคารไม้สองชั้นที่สร้างด้วยไม้หอมคุณภาพดี มีสวนเล็กๆ ด้านหลังที่ปลูกดอกไม้นานาพันธุ์ และมีบ่อน้ำใสที่มีปลาทองว่ายเล่นอยู่
เขาให้เหมยหลิงและชิงเหยาพักด้วยกันในห้องหนึ่ง ห้องนี้กว้างขวางและสะอาด มีเตียงนอนสองเตียงที่นุ่มสบาย โต๊ะเครื่องแป้งที่ทำจากไม้แกะสลัก และหน้าต่างใหญ่ที่มองเห็นวิวสวนสวยงาม ส่วนตัวเขาพักอีกห้องหนึ่งตามลำพัง ห้องของเขาใหญ่กว่าและหรูหรากว่า มีโต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้า และระเบียงเล็กๆ ที่สามารถมองเห็นวิวูเาไกลๆ ได้
คืนนั้น เหมยหลิงนอนไม่หลับ นางรู้สึกถึงการขาดหายไปของร่างกายที่แข็งแกร่งที่เคยนอนกอดนางอยู่ข้างๆ เตียงที่นอนคนเดียวรู้สึกกว้างเกินไป เย็นเกินไป และเงียบเกินไป นางฟังเสียงหายใจสม่ำเสมอของชิงเหยาที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงข้างๆ และรู้สึกอิจฉาความสามารถในการหลับได้อย่างสบายใจของเพื่อนรัก
ความทรงจำเกี่ยวกับบทรักอันเร่าร้อนในคืนก่อนๆ ย้อนกลับมาทำให้นางรู้สึกวูบวาบและปรารถนาััของเขาอย่างสุดซึ้ง นางนึกถึงมือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามผิวกายของนาง นึกถึงริมฝีปากที่จูบอย่างหิวกระหาย และนึกถึงเสียงกระซิบหวานชื่นที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนลอยอยู่บนเมฆ
นางแอบเอามือไปััริมฝีปากของตนเอง จินตนาการถึงการจูบของซ่งเหวิน นึกถึงวิธีที่เขาใช้ลิ้นสำรวจทุกส่วนของปากนาง วิธีที่เขาดูดดึงลิ้นของนางอย่างเชี่ยวชาญ จนทำให้นางรู้สึกเหมือนไฟลุกโชนขึ้นมาในร่างกาย
นางนึกถึงมือของเขาที่เคลื่อนไหวไปตามร่างกายของนาง ััทุกส่วนด้วยความอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความปรารถนา วิธีที่เขาลูบไล้ไปตามแขน ไหล่ เอว และสะโพกของนาง ทำให้นางรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งไปทั่วร่างกาย
และที่สำคัญที่สุด นางนึกถึงความรู้สึกเมื่อเขาสอนให้นางรู้จักความสุขที่ลึกซึ้งและเข้มข้น วิธีที่เขาใช้ลิ้นกระตุ้นส่วนที่ไวที่สุดของนาง จนทำให้นางต้องครางด้วยความสุขที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
ร่างกายของนางเริ่มตอบสนองต่อความคิดเหล่านี้ ความอุ่นชื้นเริ่มก่อตัวขึ้นที่ใจกลางกายของนาง ยอดถันเริ่มแข็งตั้งขึ้นใต้เสื้อนอน นางต้องกัดริมฝีปากเพื่อไม่ให้เสียงครางหลุดออกมาและปลุกชิงเหยาให้ตื่น
ในคืนที่สอง ขณะที่ชิงเหยากำลังหลับสนิท เหมยหลิงได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ ที่ห้องของนาง เสียงนั้นเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน แต่หูของนางที่กำลังตื่นตัวอยู่ก็จับได้ นางสะดุ้งตื่นด้วยความใและดีใจในเวลาเดียวกัน หัวใจเต้นเร็วขึ้นด้วยความตื่นเต้น
นางค่อยๆ ลุกจากเตียงอย่างเงียบเชียบ ระมัดระวังไม่ให้เสียงดังจนปลุกชิงเหยาให้ตื่น เมื่อนางแง้มประตูออกไป ก็เห็นซ่งเหวินยืนรออยู่ด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ เขาแต่งกายด้วยเสื้อคลุมสีดำที่ทำให้เขาเข้ากับความมืดได้ดี ผมดำเป็เงาถูกรวบไว้เรียบร้อย และดวงตาคมกริบเป็ประกายในแสงจันทร์
"ข้าแค่จะมาดูให้แน่ใจว่าเ้าหลับสบายดี" เขากระซิบเสียงต่ำ ขณะที่สายตาส่องไปในห้องเพื่อดูว่าชิงเหยาหลับแล้วหรือยัง "ดูเหมือนว่าเพื่อนของเ้าจะหลับสนิทไปแล้วสินะ"
เหมยหลิงพยายามจะปิดประตู ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายและความตื่นเต้น แต่ซ่งเหวินก็ใช้มือยันไว้แล้วแทรกตัวเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ความชำนาญในการเคลื่อนไหวของเขาบ่งบอกว่าเขาเคยทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง
"ข้าคิดถึงเ้า" เขากระซิบข้างหูของนาง ขณะที่โอบกอดนางจากด้านหลัง มือใหญ่ของเขาโอบรอบเอวเล็กของนาง ดึงนางเข้าหาตัวจนนางรู้สึกถึงความอุ่นและความแข็งแกร่งของร่างกายเขา "ตลอดสองวันที่ผ่านมา ข้าทำได้แค่เฝ้ามองเ้าจากระยะไกล มันทรมานข้าเหลือเกิน"
กลิ่นหอมคุ้นเคยของเขาโอบล้อมนาง ทำให้นางรู้สึกเหมือนกลับบ้าน ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาซึมผ่านเสื้อผ้าบางๆ ของนาง ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยและตื่นเต้นไปในเวลาเดียวกัน
เขาจูบซอกคอของนางอย่างแ่เบา แต่เต็มไปด้วยความปรารถนา ริมฝีปากของเขาััผิวกายของนางอย่างอ่อนโยน ทำให้นางรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งไปทั่วร่างกาย "อดทนอีกหน่อยนะคนดี" เขากระซิบ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่าไปที่ใบหูของนาง ทำให้นางรู้สึกเสียวซ่าน "เมื่อเราถึงเมืองหลวง ข้าจะชดเชยให้เ้าอย่างสาสม ข้าได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วสำหรับค่ำคืนอันแสนพิเศษของเรา"
คำพูดของเขาทำให้เหมยหลิงรู้สึกเสียวซ่านไปจนถึงหัวใจ นางรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้จะต้องจบลงด้วยบทรักที่เร่าร้อนและลึกซึ้งกว่าครั้งไหนๆ และนางก็เฝ้ารอคอยมันด้วยความตื่นเต้นและเต็มใจ
เขาอยู่กับนางเพียงไม่กี่นาที แต่่เวลาสั้นๆ นั้นเต็มไปด้วยความหวานชื่นและความปรารถนา เขาจูบนางอย่างอ่อนโยน กอดนางไว้แน่น และกระซิบคำหวานชื่นข้างหูนาง ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยนางและเดินออกจากห้องอย่างเงียบเชียบเช่นเดิม
หลังจากที่เขาจากไป เหมยหลิงยืนนิ่งอยู่กลางห้องนานหลายนาที หัวใจยังคงเต้นแรง ร่างกายยังคงรู้สึกถึงความอุ่นจากการััของเขา นางแตะไปที่ซอกคอที่เขาเพิ่งจูบ ยังคงรู้สึกถึงความอุ่นและความชื้นจากริมฝีปากของเขา
นางกลับไปนอนบนเตียงด้วยใจที่เต็มไปด้วยความสุขและความคาดหวัง ครั้งนี้นางหลับได้ง่ายขึ้น เพราะความมั่นใจที่ว่าเขายังคิดถึงนางและรอคอยเช่นเดียวกับที่นางรอคอยเขา
หลังจากเดินทางเป็เวลาเกือบสิบวัน ผ่านเมืองเล็กๆ หลายเมือง ข้ามแม่น้ำสายใหญ่หลายสาย และเดินทางผ่านป่าไผ่ที่แสงแดดส่องผ่านใบไผ่สีเขียวสดใส ในที่สุดขบวนรถม้าของสมาคมการค้าผ้าไหมก็เดินทางมาถึงประตูเมืองหลวงอันโอ่อ่าและยิ่งใหญ่
ประตูเมืองสูงใหญ่ทำจากหินแกรนิตสีเทา แกะสลักด้วยลวดลายัและนกฟีนิกซ์ที่ประณีต เหนือประตูมีป้ายไม้ใหญ่เขียนชื่อเมืองหลวงด้วยตัวอักษรทองคำ ทหารยามประตูแต่งกายด้วยเกราะเหล็กเงาวาว ถือหอกยาวและดาบคม ดูน่าเกรงขามและเข้มงวด
เมืองหลวงในครั้งนี้ดูงดงามและมีชีวิตชีวายิ่งกว่าครั้งก่อนๆ ที่เหมยหลิงเคยมาเยือน ถนนหนทางกว้างใหญ่ปูด้วยหินแกรนิตเรียบเนียน อาคารบ้านเรือนสูงโปร่งตกแต่งด้วยไม้แกะสลักและกระเบื้องสีสันสดใส ร้านค้าต่างๆ เปิดประตูกว้าง เผยให้เห็นสินค้านานาชนิดที่วางจัดเรียงอย่างสวยงาม
ผู้คนพลุกพล่านไปมา มีพ่อค้าแม่ค้าที่แบกสินค้าหาบเร่ มีขุนนางที่นั่งรถม้าหรูหรา มีนักเดินทางจากดินแดนไกลโพ้นที่แต่งกายแปลกตา และมีเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน เสียงพูดคุยเจรจา เสียงหัวเราะ และเสียงเรียกขายของผสมผสานกันเป็เสียงประสานที่มีชีวิตชีวา
กลิ่นหอมของอาหารจากร้านอาหารต่างๆ ลอยมาปนกับกลิ่นดอกไม้จากสวนสาธารณะ และกลิ่นน้ำหอมจากร้านเครื่องสำอาง ทำให้บรรยากาศของเมืองหลวงรู้สึกเหมือน์บนดิน
อาจเป็เพราะครั้งนี้นางมาในฐานะคนรักของซ่งเหวิน ความรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังจึงมีมากกว่าเดิมเป็พิเศษ ทุกสิ่งทุกอย่างดูสดใสและสวยงามกว่าที่เคยเป็ ราวกับว่าโลกใบนี้เต็มไปด้วยสีสันและความหวัง
"เป็อย่างไรบ้าง ชอบเมืองหลวงในครั้งนี้หรือไม่" ซ่งเหวินเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างรถม้าของนางั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ เขายิ้มให้นางด้วยสายตาที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความรักใคร ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเปล่งประกายด้วยความภาคภูมิใจที่ได้นำนางมาสู่เมืองที่เขารัก
"งดงามกว่าทุกครั้งที่เคยเห็นเลยเ้าค่ะ" เหมยหลิงตอบตามความรู้สึกจริง ดวงตาเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น "ข้ารู้สึกเหมือนเพิ่งเคยมาที่นี่เป็ครั้งแรก ทุกอย่างดูใหม่และน่าสนใจมาก"
"เพราะครั้งนี้เ้ามากับข้าอย่างไรเล่า" ซ่งเหวินพูดพลางหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเขาทุ้มและเซ็กซี่ ทำให้เหมยหลิงรู้สึกเสียวซ่าน "และครั้งนี้จะพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะข้าได้เตรียมการทุกอย่างไว้สำหรับเ้าแล้ว" เขาหันไปสั่งการผู้ติดตามที่ยืนรออยู่ "นำทางไปยังโรงเตี๊ยมน้ำพุร้อนนอกเมืองได้เลย ข้าได้สั่งจองห้องพักไว้ล่วงหน้าแล้ว"
ครั้งนี้ ซ่งเหวินไม่ได้จองโรงเตี๊ยมในเมืองหลวงที่วุ่นวายอีกต่อไป แต่เขาเลือกที่จะจองโรงเตี๊ยมน้ำพุร้อนที่ตั้งอยู่นอกเมือง ที่เดียวกับที่พวกเขาเคยมีความทรงจำอันเร่าร้อนร่วมกันในสองครั้งก่อนหน้า เขารู้ดีว่าเหมยหลิงจะต้องชอบที่นี่ และเขาก็ตั้งใจที่จะสร้างความทรงจำครั้งใหม่ที่ลึกซึ้งและน่าประทับใจยิ่งกว่าเดิม
การเลือกโรงเตี๊ยมนอกเมืองยังมีข้อดีอีกประการหนึ่ง คือความเป็ส่วนตัวมากกว่า ห่างไกลจากสายตาของคนแปลกหน้าและความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ที่นั่นพวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันอย่างสงบและเป็ส่วนตัวมากขึ้น
เมื่อรถม้ามาถึงโรงเตี๊ยมน้ำพุร้อน เหมยหลิงก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่คุ้นเคยและอบอุ่นหัวใจ นางมองไปยังอาคารไม้ที่สวยงามและสวนหินที่จัดไว้อย่างลงตัว ต้นไผ่เขียวขจีโอบล้อมรอบๆ บ่อน้ำพุร้อนที่มีไอน้ำร้อนลอยขึ้นมาเป็หมอกบางๆ ดอกไม้นานาชนิดบานสะพรั่งในสวน ทำให้บรรยากาศดูสงบและโรแมนติก
ความทรงจำเกี่ยวกับบทรักอันดูดดื่มในบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวและบนเตียงนอนที่นุ่มสบายย้อนกลับมาทำให้นางหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย นางนึกถึงความรู้สึกของน้ำอุ่นที่โอบล้อมร่างกายของนาง นึกถึงมือของซ่งเหวินที่ลูบไล้ไปตามผิวกายเปียกชื้นของนาง และนึกถึงการจูบอันเร่าร้อนใต้แสงจันทร์
"ดูเหมือนว่าเ้าจะชอบที่นี่มากสินะ" ซ่งเหวินกระซิบข้างหูของนาง ขณะที่ช่วยประคองนางลงจากรถม้า มือใหญ่ของเขาจับเอวเล็กของนางไว้แน่น ทำให้นางรู้สึกถึงความแข็งแกร่งและความอบอุ่นของเขา "หน้าของเ้าแดงไปหมดแล้ว"
"ข้า...ข้าแค่รู้สึกร้อนนิดหน่อยเ้าค่ะ" เหมยหลิงตอบเสียงอ่อย พยายามหลบสายตาของเขา แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขายืนอยู่ใกล้เกินไป
"งั้นหรือ" เขายิ้มอย่างเ้าเล่ห์ สายตาคมกริบส่องมาที่ใบหน้าแดงก่ำของนาง "ข้าก็นึกว่าเ้ากำลังคิดถึงเื่ราวดีๆ ที่เราเคยทำร่วมกันที่นี่เสียอีก" คำพูดของเขายิ่งทำให้เหมยหลิงรู้สึกเขินอายจนทำอะไรไม่ถูก นางได้แต่ก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ
ซ่งเหวินหัวเราะเบาๆ กับท่าทีของนาง "ไม่ต้องอายไปหรอกคนดี" เขากล่าว เสียงทุ้มและอ่อนโยน "ข้าเองก็คิดถึงมันเช่นกัน และคืนนี้ เราจะได้รื้อฟื้นความทรงจำดีๆ เ่าั้กันอีกครั้ง"
เขาจองห้องพักพิเศษสองห้องที่มีบ่อน้ำพุร้อนในตัวเหมือนเช่นเคย ห้องหนึ่งสำหรับเหมยหลิงและชิงเหยา ส่วนอีกห้องหนึ่งสำหรับตัวเขาและเหอหลง เพื่อนสนิทของเขาที่เป็รองแม่ทัพประจำเมืองหลวง
เหอหลงเป็ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวคล้ำเล็กน้อยจากการฝึกทหารกลางแจ้ง เขามีใบหน้าที่คมคายและดูน่าเกรงขาม คิ้วหนาดำ ดวงตาคมกริบ และจมูกโด่ง ผมสีดำเป็เงาถูกรวบไว้เรียบร้อย แต่เมื่ออยู่กับซ่งเหวิน เขากลับเป็เพื่อนที่ร่าเริงและเป็กันเอง รอยยิ้มกว้างทำให้ใบหน้าที่ดูเข้มงวดกลายเป็ใบหน้าที่อบอุ่นและเป็มิตร
เหอหลงออกมาต้อนรับพวกเขาที่หน้าโรงเตี๊ยมด้วยรอยยิ้มกว้าง เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีน้ำเงินเข้มที่ตัดเย็บอย่างดี ดูสง่างามแต่ไม่เป็ทางการจนเกินไป
"ในที่สุดเ้าก็มาถึงเสียทีนะ สหายข้า!" เหอหลงทักทายซ่งเหวินอย่างสนิทสนม เสียงทุ้มและเป็มิตร "ข้ารอเ้ามาหลายวันแล้ว กิจการการค้าเป็อย่างไรบ้าง?"
"ข้าก็คิดถึงเ้าเช่นกัน สหาย" ซ่งเหวินตอบพลางตบไหล่เพื่อนรัก "การเดินทางครั้งนี้ยาวนานกว่าที่คิดไว้เล็กน้อย แต่ก็คุ้มค่าที่ได้กลับมาเยือนเมืองหลวงอีกครั้ง และได้พบเ้า" เขาแนะนำเหมยหลิงและชิงเหยาให้เหอหลงรู้จัก "นี่คือฮูหยินหลี่ ตัวแทนจากร้านเหมยิ และนี่คือแม่นางชิงเหยา สหายของนาง"
เหอหลงคำนับหญิงสาวทั้งสองอย่างสุภาพ มือขวาประสานกับมือซ้ายแล้วยกขึ้นมาที่หน้าอก "ยินดีที่ได้รู้จักแม่นางทั้งสองขอรับ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น "ข้าได้ยินชื่อเสียงของร้านเหมยิมานานแล้ว ไม่คิดว่าวันนี้จะได้พบกับเ้าของร้านคนสวยด้วยตนเอง"
ชิงเหยาแดงหน้าด้วยความเขินอายกับคำชม "ท่านรองแม่ทัพสรรเสริญเกินไปแล้วค่ะ" นางตอบอย่างสุภาพ "ร้านของข้าเป็แค่ร้านเล็กๆ ไม่มีอะไรพิเศษหรอกค่ะ"
หลังจากทักทายกันพอเป็พิธีแล้ว สองสาวก็ขอตัวแยกย้ายไปพักผ่อนในห้องพักของตนเองเพื่อแช่น้ำพุร้อนให้สบายตัวหลังจากเดินทางมาไกล ส่วนซ่งเหวินและเหอหลงก็แยกย้ายกันไปทำธุระของตนเอง ก่อนจะนัดกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อรับประทานอาหารเย็นร่วมกันในตอนค่ำ
เหมยหลิงและชิงเหยาเดินเข้ามาในห้องพักที่หรูหราและกว้างขวาง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เตียงนอนขนาดใหญ่ที่นุ่มสบาย ปูด้วยผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ โต๊ะเครื่องแป้งที่ทำจากไม้หอมแกะสลักลวดลายประณีต และที่สำคัญที่สุดคือบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวที่มองเห็นวิวสวนสวยงาม บ่อน้ำทำจากหินอ่อนสีขาว มีขนาดใหญ่พอสำหรับคนสองคน น้ำใสและอุ่น มีไอน้ำลอยขึ้นมาเป็หมอกบางๆ
เหมยหลิงถอนหายใจยาว พยายามข่มความตื่นเต้นที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในใจ นางรู้ดีว่าคืนนี้จะต้องเป็อีกคืนหนึ่งที่นางจะไม่มีวันลืมเลือนไปตลอดชีวิต