“นี่คุณขับรถยังไงไฟฝั่งคุณนะสีแดงงงง แล้วหลุดมาได้ไงนี่” มลจิราบ่นเสียงดังทันทีเควินที่ก้าวลงจากรถเจอกับสภาพสาวน้อยตอนนี้ลงไปนอนข้างถนนเนื่องด้วยรถคันสวยที่ฝ่าไฟแดงมาตัดหน้ามอเตอร์ไซด์คันเก่งแฉลบล้มลงไปข้างทางคนตัวเล็กค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นโชคดีนะที่ใส่กางเกงขายาวเนื้อผ้าค่อนข้างหนาจึงไม่าเ็เพราะใช้เข่ายันพื้นไม่ให้หน้าสวยๆ ในความคิดของเธอต้องไถไปกับถนน ยายม่อนเอ้ยซวยอะไรแต่เช้าจะส่งขนมทันไหมนี่ ร่างสูงเข้ามาช่วยยกรถเก็บของที่เกลี่อนบนฟุตบาท ดีนะที่วันนี้เอาขนมใส่กล่องพลาสติก
“เป็อะไรไหม้าค่าเสียหายเท่าไหร่ว่ามาผมรีบ” คนที่หลุดมาจากไฟแดงบอกด้วยน้ำเสียงห้วนนี่เขาหนีทีมบอดี้การ์ดจนหลุดมาได้เขาจำเป็ต้องฝ่าไฟแดงทำให้เกือบเฉี่ยวรถมอเตอร์ไซด์ของสาวน้อย เธอคนนี้น่าจะอายุ 19-20 ปี หน้าใสๆ ปาก แดงๆ ตอนนี้ผมยาวที่มัดหลุดรุ่ยเม้มปากแน่นแสดงว่าน่าจะโมโหไม่มั้งแค่เฉี่ยวยังไม่ชนสักหน่อยคนหล่อมั่นใจตัวเองคิดเองด้วย
“โห สำนึกนะคุณมีไหมขอโทษสักคำดีไหมรวยเกิ้นลงมาก็พร้อมเปย์เลย เกลียดนักคนรวยใช้เงินแก้ปัญหา” มลจิราสวนกลับทันที่พร้อมขึ้นคร่อมสตาร์ทมอเตอร์ไซด์คันเก่งแชะ แชะ แชะ ไม่ติดเควินยืนกอดอกมองผ่านไปร่วม 10 นาที
“ติดไหมหนูมารับเงินแล้วเอารถไปซ่อมค่าสียหายเท่าไหร่ว่ามา” เควินรีบบอกร่างเล็กที่เอาแต่สตาร์ทรถจนตอนนี้ แก้มใสแดงเป็ลูกตำลึง ยิ่งอากาศตอนเช้าแดดเริ่มส่องยิ่งทำให้แม่สาวน้อยหน้าใสยิ่งแดงขึ้นไปอีกน่ารักชะมัดเควินคิดในใจแก้มแดงเหมือนแก้มเด็กเลยอยากฟัดชะมัด เฮ้อ เด็ก ๆๆๆ ท่องไว้ เควิน
“ฉันไม่อยากได้เงินของคนที่มีไร้สามัญสำนึกและอีกอย่างฉัน อายุ 24ปีแล้วไม่ใช่เด็ก” มนจิราะโบอกเขาคิดในใจขอหงุดหงิดที่ละเื่ได้ไหมผู้ชายอะไรแค่ฝ่าไฟแดงจนรถเธอล้มแล้วจะใช้เงินฟาด... แก้ปัญหานี่คงคิดว่าเธอป็นเด็กกะโปโล
“ฉันไม่้าเงินคุณแค่ซ่อมรถให้ฉันและช่วยฉันส่งขนมจนกว่ารถจะซ่อมเสร็จก็พอ”มลจิราตอบกลับและยกหูโทรศัพท์แจ้งให้ร้านซ่อมเ้าประจำซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ช่วยมารับรถนำไปซ่อมเมื่อจัดการเื่แจ้งซ่อมรถเสร็จก็มาลากคนตัวสูงขึ้นรถและไปนั่งพร้อมทั้งปัดมือปัดเข่าป้อยๆ แค่นี้จิ๊บ ๆ แล้วนั่งมองทางข้างคนขับ
“ไปคุณขับไปเลยเดี๋ยวฉันจะบอกทางให้เลี้ยวซ้ายข้างหน้าเลย”คนร่างสูงกำลังจะอ้าปากประท้วงสายตามองกระจกหลังเห็นขบวนคุ้นตามาแต่ไกลเลยรีบเลี้ยวรถตามที่สาวน้อยแก้มใสบอกเควินกับมลจิราพากันส่งขนมจนครบทุกร้านจึงย้อนกลับมาที่ร้านซ่อมรถแต่คำตอบที่ได้ทำให้มลจิราถึงกับหน้าเจี่อน
“หนูม่อนรถหนูนะเก่า มาก ๆๆๆ อะไหล่ต้องรอสัก 5-6 วัน ลุงจะสั่งมาซ่อมให้นะ”ลุงชิดเ้าของร้านซ่อมบอก
“จะลากเสียงทำไมนี่” หนูม่อนฉุน
“รู้ตั้งนานแล้วว่ารถเก่าแต่มันก็ยังใช้ได้นี่ลุงชิด” มลจิราประท้วง เพราะซ่อมกันมาบ่อยจนเป็ลูกค้าประจำ
“มีเงินก็เปลี่ยนเถอะหนูม่อนค่าซ่อมมันจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะอะไหล่หายากนี่ลุงก็ต้องฝากเพื่อนไปหาอะไหล่ที่เซียงกง”
“ค่ะ งั้นถ้าซ่อมเสร็จลุงชิดช่วยโทรบอกหนูม่อนด้วยนะคะค่าซ่อมพอจะประมาณได้ไหมคะว่าเท่าไหร่”มลจิราถามเพื่อที่จะให้คนตัวสูงจ่ายค่าซ่อมไว้ ถ้าเกินกว่านั้นหล่อนคิดว่าจะจ่ายเองคงไม่เท่าไหร่มั้ง คนตัวเล็กคิดแต่ก็แอบหวั่นเพราะคำว่าเก่า เฮ้อ โชคดีนะที่วันนี้ส่งขนมเสร็จคงต้องให้ยายหยุดทำขนม ่ที่รอให้ซ่อมรถเสร็จก่อนดีเหมือนกันยายจะได้พักแต่เธอจะไปทำงานยังไงเธอทำงานที่ร้านกาแฟของรุ่นพี่ที่รู้จักหลังจากส่งขนมเสร็จคิดได้ดังงั้นเธอจึงโทรไปลางาน
เมื่อลุงชิดคำนวนค่าอะไหล่ ค่าแรงเสร็จ จึงเดินกลับมาแจ้ง “ค่าอะไหล่ค่าซ่อม ประมาณ 3,500 บาท แต่ลุงลดให้เหลือ
3,000 บาท ก็พอ” เควินเมื่อได้ยินจึงหยิบเงินให้ลุงชิดไป 5,000 บาท
“เผื่อไว้ครับลุง” กล่าวจบเควินลากคนตัวเล็กขึ้นรถคนที่ยังงงเมื่อตั้งสติได้จึงหันไปถาม
“นี่คุณจะไปไหนไม่ทราบ” มลจิราถามออกไป เควินเหลือบมามองและขับรถต่อ
“ผมชื่อเควินคุณไม่รู้จักผมเหรอคุณชื่ออะไร? ”
“ไม่คุณดังเหรอฉันต้องรู้จักคุณเหรอตอนนี้ฉันต้องกลับบ้านแล้วฉันชื่อมลจิราเรียกสั้นๆ ว่าม่อน” บอกพร้อมบอกทางกลับบ้าน
เควิน คิดว่ามลจิราคงไม่เคยเห็นเขาตามสื่อเลยเหรอหลังจากคิดเควินก็เงียบขับรถไปจนจอดหน้าบ้านไม้หลังเล็กชั้นเดียวอายุไม่น่าจะต่ำกว่า สี่สิบปี แต่ร่มรื่นมีต้นกล้วยขึ้นเต็มพื้นที่ฝั่งหนึ่งใบสีเขียวอ่อนแก่มองแล้วสบายตามาก
“ยายจ๋า หนูม่อนกลับมาแล้วหิวด้วย” มลจิรารีบะโเรียกยายเพราะกลัวยายจะใยายเป็คนขวัญอ่อน
“ไม่เอาจ้า หลานฉันซื้อไว้แล้ว” เสียงด้านในตอบกลับมา
“ยาย หนูม่อนเองจ้า” มลจิราย้ำกับผู้เป็ยายพร้อมทั้งเดินตามเสียงไป
“บอกว่าซื้อแล้วไงจะถามทำไมนักหนา” ยายละอองแก้วซึ่งหูตึงหน่อยๆ ตอบด้วยน้ำเสียงที่แข็งขึ้นจนมลจิราเดินเข้าไปเจอว่ายายกำลังนั่งเช็ดใบตองเพื่อเตรียมไว้ทำข้าวต้มมัดสำหรับส่งพรุ่งนี้
เควิน งงคุยอะไรกันคนนึงถามอย่างอีกคนตอบไปอีกอย่างจนหญิงชราหันมาเจอหลานสาวและผู้ชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“อ้าว หนูม่อนเองเหรอลูกยายไมได้ยินเสียงมอเตอร์ไซด์เลยคิดว่าคนมาขายจักรเย็บผ้า”
เคววินเหวอหันมองสองสาวต่างวัยคุยกัน
“รถเข้าร้านซ่อมจ้ายาย” มลจิราบอกยายเดินไปล้างมือและเข้าไปนั่งช่วยยายเช็ดใบตองลืมคนที่มาด้วยไปเลย
“หนูม่อนแล้วพ่อหนุ่มที่มาด้วยนี่ใครเหรอ” ยายถามเพราะเห็นหลานสาวก้มหน้าก้มตาเช็ดใบตองไม่ได้หันมาสนใจพ่อหนุ่มสุดหล่อมาดผู้ดี แต่งกายด้วยชุดที่มองดูก็รู้ว่าราคาแพงคนโดนมองก็ยืนมองสองยายหลานกำลังเพลินเขาลืมไปเลยว่าจะทำอะไรต่อ
สิ่งแวดล้อมที่เขาเจอต่างกันลิบลับกับสภาพแวดล้อมที่เขาอยู่แต่ทำไมเขารูสึกว่าที่นี่อบอุ่นอบอุ่นทั้งๆ ที่ดูจากภายนอกเหมือนขาดแคลนย้อนแย้งไปอีก เควินนน
“เขาชื่อเควินขับรถฝ่าไฟแดงเฉี่ยวมอไซด์หนูม่อนแล้วนี่ต้องซ่อมยาวจ้ายาย” หลังจากนั้นม่อนก็เล่าให้ยายฟัง
“เอ้าคุณส่งฉันแล้วก็กลับบ้านไปได้แล้ว” มลจิราบอกเขาเควินตอบนิ่ง ๆ
“ผมหิวผมไม่มีที่พัก” หยอดะเิไว้เขายังไม่อยากกลับไปที่พักที่นี่น่าจะมีอะไรแปลกใหม่ให้เขาทำ
“เอ้า ยังไม่ได้กินอะไรเหรอพ่อหนุ่มมา ๆ ไปกินข้าวก่อนยายทำน้ำพริกปลาทูกับยำหัวปลีไปหนูม่อนพาพี่เขาไปกินข้าวก่อนเื่อื่นค่อยว่ากัน” ยายละอองแก้วทำไมตอนนี้หูไม่ตึงม่อนงงหรือแพ้คนหล่อเมื่อทานข้าวเสร็จจึงมานั่งคุยกัน
“พ่อหนุ่มถ้ายังไม่มีที่พัก ก็พักที่นี่ก่อนก็ได้คับแคบหน่อยพักได้ไหมนอนห้องหนูม่อนไปก่อนส่วนหนูม่อนมานอนกับยายนะลูก”ยายบอกพร้อมกับลูบผมหลานสาวไปด้วยส่วนหลานสาวก็เอียงหน้าไปนอนหนุนตักยาย หลานซึ่งตามใจยายตลอดไม่ได้ค้านอีกอย่างเขาก็น่าจะเป็คนต่างถิ่นเอาน่าถือว่าช่วยกัน