“คุณตะวัน คุณเป็อะไรมากหรือเปล่าครับผมได้ยินคนงานพูดกันว่าคุณเกิดอุบัติเหตุ” ความสุขของเลโอนาร์โด้ถูกขัดจังหวะลงเมื่อปองธรรมเดินเข้ามาหากานต์ระพีด้วยสีหน้าเป็ห่วงเป็ใย แถมหญิงสาวยังหันไปยิ้มให้เขาแล้วตอบเสียงใส
“ตะวันไม่ได้เป็อะไรเลยค่ะคุณป้อง”
“เฮ้อ...โล่งอกไปที แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” ผู้จัดการหนุ่มถามและพอได้ฟังเื่ทั้งหมด เขาก็หันไปเอ่ยกับเลโอนาร์โด้ที่ยังคงยืนอยู่และมองคนทั้งคู่ด้วยสายตาเศร้าหมอง “โชคดีนะครับที่คุณเลโอช่วยไว้ได้ทันถ้าคุณเลโอวิ่งมาช้ากว่านี้คุณตะวันคงได้รับาเ็แน่ๆ”
“คุณป้องอย่าเอาเื่นี้ไปบอกที่บ้านนะคะคุณก็ด้วยนะ” กานต์ระพีหันมาขอร้องเลโอนาร์โด้ก่อนจะให้เหตุผลว่า“ตะวันไม่อยากให้ทุกคนเป็ห่วง”
สองหนุ่มรับปากอย่างไม่คิดอะไรมากเพราะหญิงสาวเองก็ไม่ได้รับาเ็ตรงไหน ปองธรรมเห็นโทรศัพท์มือถือหล่นอยู่ที่พื้นดินไม่ไกลจึงเดินไปหยิบมาส่งให้กานต์ระพีเพราะจำได้ว่าเป็ของเธอ
“ขอบคุณค่ะ อืม...คุณป้องคะเย็นนี้ไปทานข้าวที่บ้านตะวันนะ”
“จะดีหรือครับ” ชายหนุ่มถามอย่างไม่แน่ใจ เพราะกลัวจะเป็การรบกวนมากเกินไป
“ดีสิคะ นะคะ...ไปนะ” เธอคะยั้นคะยอก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้เมื่อพูดประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา “คุณต้องหมั่นไปให้พี่จันทร์เห็นหน้าบ่อยๆ ขยันจีบบ้างสิ พี่จันทร์จะได้ใจอ่อนเดี๋ยวตะวันจะหาโอกาสให้ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง”
“แต่ผมกลัวคุณจันทร์จะรำคาญ”
“ก็เอาแบบพอดีๆ สิคะเวลาเจอกันก็ทำเหมือนบังเอิญก็ได้ ตะวันช่วยหาโอกาสให้แล้วคุณป้องก็ต้องกล้าๆรุกหน่อยสิ ถ้ามัวกลัวโน่นกลัวนี่โดนคนอื่นแย่งไม่รู้ด้วยนะ”พูดพร้อมกับเหลือบตามองไปทางเลโอนาร์โด้ที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ปองธรรมมองตามแล้วกระซิบถามอย่างวิตกกังวล
“คุณเลโอชอบคุณจันทร์เหรอครับ”
“ยังไม่แน่ใจค่ะแต่พฤติกรรมน่าสงสัยมีสิทธิ์เป็ไปได้ ก็แหม...พี่จันทร์ออกสวยหวานแสนดีขนาดนั้นผู้ชายคนไหนได้อยู่ใกล้ๆ ก็อดหลงรักไม่ได้หรอกค่ะ”
ปองธรรมฟังแล้วก็ใจเสีย และเกิดความกังวลขึ้นมามากกว่าเดิมเพราะเลโอนาร์โด้เป็ชายหนุ่มรูปงาม ผู้หญิงคนไหนเห็นก็คงอดหวั่นไหวไม่ได้แต่เขาเชื่อว่าศศิธรไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายที่จะเห็นผู้ชายรูปหล่อแล้วหลงรักเลย สิ่งที่เขากลัวคือความสนิทสนมและความเห็นอกเห็นใจกันมากกว่าความรู้สึกนี้อาจทำให้สถานภาพของความเป็เพื่อนแปรเปลี่ยนไปได้
“ตกลงคุณป้องจะมาหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างขัดใจเล็กน้อย ที่เห็นอีกฝ่ายไม่ค่อยกล้ารุกเท่าไรนัก
“ไปครับ” ชายหนุ่มตกปากรับคำในที่สุด ด้วยตัดสินใจแล้วว่าจะขอสู้ดูสักตั้งหนึ่ง เพราะเขารักศศิธรหมดหัวใจจริงๆและไม่อยากเสียเธอไปให้ใครอีกเป็ครั้งที่สอง กานต์ระพีจับมือปองธรรมมาเขย่าอย่างดีใจเลโอนาร์โด้มองภาพเบื้องหน้าด้วยความปวดร้าว ก่อนจะเดินห่างออกมาเพราะไม่อยากเป็ส่วนเกินอีกต่อไป
ตกเย็นปองธรรมมาทานอาหารที่บ้านของกานต์ระพีตามคำชวน การทานอาหารมื้อนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเพราะลูกสาวคนเล็กของบ้านขยันเล่าเื่ตลกให้ฟัง แถมยังขยันเปิดหัวข้อสนทนาให้ผู้จัดการหนุ่มและศศิธรได้มีโอกาสพูดคุยกันอีกด้วยทุกคนดูสนุกสนานจะมีเพียงก็แต่เลโอนาร์โด้คนเดียวเท่านั้นที่มื้อนี้ดูพูดน้อยและนิ่งเงียบจนผิดปกติจนนิยาถามอย่างเป็ห่วง
“กับข้าวไม่อร่อยเหรอจ๊ะพ่อเลโอหรือว่าไม่สบายหรือเปล่า”
“นั่นสิ ไม่สบายหรือเปล่าจ๊ะเลโอจันทร์เห็นเลโอทานข้าวน้อยจังแถมยังไม่ค่อยพูดค่อยจาด้วย”
“ผมไม่เป็อะไรหรอกครับแค่รู้สึกเพลียๆ เท่านั้น” เลโอนาร์โด้ตอบพลางยิ้มสดใสเพื่อให้ทุกคนสบายใจ
“ถ้าเพลียก็ไปพักผ่อนเถอะอย่าฝืนเลย” ตรัยบอกอย่างเป็ห่วง
“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับต้องขอโทษด้วยที่เสียมารยาท” เมื่อได้โอกาสชายหนุ่มจึงเอ่ยขอตัวทันทีเขาเหลือบตามองกานต์ระพีแวบหนึ่ง เมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่ทานข้าวไม่สนใจเขาสักนิด จึงรีบลุกเดินจากไปด้วยความน้อยอกน้อยใจแต่หากเลโอนาร์โด้จะหันหน้ากลับมามองสักนิดหรือมีตาทิพย์ทางด้านหลัง ก็จะเห็นว่าทันทีที่เขาลุกออกไปนั้นคนที่ทำเหมือนไม่สนใจกลับมองตามหลังเขาด้วยสายตาสงสัยระคนห่วงใย
เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องนอน ชายหนุ่มก็ทิ้งร่างลงบนเตียงราวกับคนหมดแรง แต่ความจริงแล้วหมดกำลังใจมากกว่า ภาพความสนิทสนมของกานต์ระพีกับปองธรรม สร้างความปวดร้าวในใจให้เขาไม่น้อยเลยทีเดียว
เลโอนาร์โด้ทอดถอนใจออกมาเบาๆ พลางคิดอย่างสิ้นหวังว่ารักครั้งแรกของเขาคงจบลงเพียงเท่านี้ คงจบลงทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มเลยด้วยซ้ำไปเขาหลับตานอนนิ่งๆ อยู่ครู่ใหญ่ สายลมเย็นพัดโชยเข้ามาทางหน้าต่างทำให้เขาตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปรับลมเล่น
ชายหนุ่มมองลงไปข้างนอกหน้าต่างเบื้องล่างแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นภาพของศศิธรกับปองธรรมกำลังเดินเล่นด้วยกันที่หน้าบ้านเพราะในความคิดเขาคนที่ควรมาเดินเคียงคู่กับผู้จัดการหนุ่มน่าจะเป็กานต์ระพีมากกว่า
เลโอนาร์โด้ยืนพิงหลังกับขอบหน้าต่างแล้วยกมือขึ้นกอดอกเขาทอดสายตามองหนุ่มสาวเบื้องล่างเพราะไม่รู้ว่าจะดูอะไรดี เขาเฝ้ามองจนคนทั้งสองแยกย้ายกันไปและยืนอยู่ที่เดิมอีกพักใหญ่ๆก่อนจะไปอาบน้ำ
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเมื่อชายหนุ่มเปิดประตูห้องน้ำออกมาเขาหยิบขึ้นมาดูแล้วอมยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นรายชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอมือถือ
“สวัสดีครับป้ามาเรีย ดีใจจังที่ป้าโทรหาผม ผมกำลังคิดถึงป้าอยู่เลย”
“ปากหวานเหลือเกินนะเลโอป้าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาวๆ ถึงได้หลงใหลเรานัก”คนปลายสายบอกเสียงกลั้วหัวเราะ
“คงไม่ใช่หรอกครับ เพราะผมปากหวานเฉพาะกับผู้หญิงที่ผมรักเท่านั้น”
“จ้าๆแล้วเป็ยังไงบ้างสบายดีไหม” มาเรียเน่ถาม ที่ท่านโทรหาเพราะรู้สึกเป็ห่วงหลานชายว่าจะเข้ากับครอบครัวของศศิธรได้หรือไม่
“สบายดีครับป้าไม่ต้องห่วงทุกคนในครอบครัวของจันทร์ต้อนรับผมเป็อย่างดี” เลโอนาร์โด้ตัดสินใจโกหก เพราะไม่อยากให้ป้าต้องเป็กังวลและรู้สึกไม่ดีกับกานต์ระพี
“เหรอจ๊ะ งั้นป้าก็หมดห่วง เลโอเจอหลานแล้วใช่ไหมเป็ยังไงบ้าง ตาหนูน่ารักอย่างที่ป้าเล่าให้ฟังหรือเปล่าล่ะ”
“น่ารักมากครับ แกดูเป็เด็กอารมณ์ดีและเข้ากับคนแปลกหน้าได้ง่ายมากเลยขนาดผมเจอแกวันแรกแกก็ไม่ร้องไห้โยเยกลัวผมเลยครับ”
“เฮ้อ...พูดแล้วป้าก็คิดถึงอยากจะไปหาตาหนูอีกเหลือเกินนี่ถ้าไม่ติดว่ามาร์โก้ต้องทำงานนะ ป้าชวนเขาไปเมืองไทยแล้วล่ะ” มาเรียเน่บ่น เลโอนาร์โด้หัวเราะเบาๆ ก่อนจะถามถึงซิโมเน่
“โมเน่กลับบ้านบ้างหรือเปล่าครับป้า”
“กลับจ้ะเพิ่งกลับมาเมื่อวานก่อน แต่ก็เหมือนเดิมนั่นแหละมาขอเงิน”มาเรียเน่เล่าพลางทอดถอนใจ “เลโอ...ป้าเบื่อกับพฤติกรรมของโมเน่เต็มทนแล้วนะ นี่ป้ากับลุงก็ปรึกษากันว่าคราวต่อไปจะไม่ให้เงินโมเน่ใช้อีกแล้วเขาจะได้หัดทำงานทำการเสียที”
“ก็ดีครับป้า โมเน่จะได้รู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่และถ้าไม่มีเงินผู้หญิงคนนั้นก็อาจขอเลิกก็ได้” ชายหนุ่มเห็นด้วยเพราะรู้ดีว่าที่อิซาเบลลายังคบหากับซิโมเน่อยู่นั้นก็เพราะยังมีเงินให้สูบ ถึงแม้จะเคยพบกันแค่ครั้งเดียวแต่เขาก็ดูออกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เคยจริงใจกับใครเขายังจำสายตาเชิญชวนของเธอที่ส่งให้เขาได้ดี ทั้งๆที่เธอก็อิงแอบแนบชิดอยู่กับซิโมเน่แท้ๆ
ชายหนุ่มเฝ้าภาวนาต่อพระเ้าตลอดว่าขอให้อิซาเบลลาเบื่อซิโมเน่โดยเร็วที่สุด เพื่อที่พี่ชายของเขาจะได้หลุดพ้นจากสิ่งชั่วร้ายเสียที แต่ก็ไม่อาจมั่นใจได้ว่าถ้าหมดอิซาเบลลาแล้วซิโมเน่จะกลับเป็คนเดิมได้หรือไม่ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่ใจของซิโมเน่เท่านั้น
“ป้าก็ภาวนาขอให้เป็เช่นนั้นและขอให้ป้ามีความอดทนมากพอ ที่จะไม่ใจอ่อนให้กับโมเน่อีก”มาเรียเน่บอกเสียงเศร้าก่อนถาม “แล้วเลโอจะกลับบ้านเมื่อไร”
“ยังไม่มีกำหนดครับป้า ผมรู้สึกชอบบรรยากาศที่ฟาร์มนี้มากเลยคิดจะอยู่ต่ออย่างไม่มีกำหนด แต่ก็คงไม่นานหรอกครับ เพราะก็เกรงใจคุณพ่อคุณแม่ของจันทร์เหมือนกันถึงแม้พวกท่านจะอนุญาตให้ผมพักนานเท่าไรก็ได้ก็ตาม” เลโอนาร์โด้บอกเพียงครึ่งเดียวของเหตุผลที่ทำให้เขาอยากอยู่ที่นี่ต่อ
ขณะพูดชายหนุ่มก็เดินมาที่บานหน้าต่าง จึงได้เห็นบุคคลที่เป็สาเหตุอีกครึ่งหนึ่งกำลังนั่งรับลมเย็นๆอยู่ตรงชานหน้าบ้านเพียงลำพัง ใจของเขาล่องลอยไปหาคนที่อยู่ด้านล่างเสียแล้วเขาจึงรีบเอ่ยตัดบทสนทนากับผู้เป็ป้า
“แค่นี้ก่อนนะครับเอาไว้ผมจะโทรหาป้าใหม่ ผมรักป้านะครับ”
ยังไม่ทันที่มาเรียเน่จะได้เอ่ยทักท้วงอะไรออกมาผู้เป็หลานชายก็กดตัดสายทิ้งไปเสียแล้ว
เลโอนาร์โด้โยนโทรศัพท์มือถือลงบนเตียงแล้วรีบเดินออกไปจากห้องนอน ในใจนั้นสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็เ้าว่าขออย่าให้นางฟ้าของเขาหายตัวไปก่อนที่เขาจะลงไปถึงเลยพอมาถึงที่หมายชายหนุ่มก็ยิ้มกว้างด้วยความยินดีที่คนร่างบางยังนั่งอยู่ที่เดิม เขาเดินเข้าไปหาพลางกระแอมออกมาเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ตัวก่อนเอ่ยถามเสียงนุ่ม
“ดึกแล้วยังไม่นอนอีกเหรอครับหรือว่านอนไม่หลับ”
กานต์ระพีหันหน้ามามองคนถาม ก่อนจะหันกลับไปทางเดิมแล้วย้อนถามเขาแทนด้วยความแปลกใจเพราะคิดว่าเขาหลับไปนานแล้ว
“แล้วคุณล่ะทำไมยังไม่นอนอีก”
“ผมนอนไม่หลับ แล้วคุณล่ะ...นอนไม่หลับเหมือนกันเหรอ”เขาเดินมาทรุดตัวลงนั่งยังเก้าอี้ตัวข้างๆ เธอ
“เปล่า” หญิงสาวตอบไม่ตรงกับใจ แต่ก็ไม่อยากยอมรับให้เขาถามกลับมาอีกว่าทำไมเพราะสาเหตุที่ทำให้เธอนอนไม่หลับนั้นไม่สามารถเล่าให้อีกฝ่ายฟังได้ ด้วยมันเกี่ยวกับตัวเขาโดยตรงนั่นเอง“ฉันก็แค่มานั่งรับลมเย็นๆ ก่อนนอน”
“คืนนี้ดาวสวยนะครับมีเต็มฟ้าไปหมดเลย” เขาชวนคุย
“อือ...” เธอรับคำอยู่ในลำคอก่อนนิ่งเงียบไปครู่แล้วถาม “คุณไม่สบายหรือเปล่า” พอเห็นเขาเลิกคิ้วเป็เชิงถามเธอก็เอ่ยขยายความต่อ “ก็เมื่อตอนเย็นเห็นคุณทานข้าวไปหน่อยเดียวเอง แล้วก็นั่งเงียบไม่พูดไม่จา”
“คุณสนใจผมด้วยเหรอ คุณเป็ห่วงผมใช่ไหม” เลโอนาร์โด้ถามด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ตื่นเต้นดีใจ จนกานต์ระพีอดหวั่นไหวไม่ได้ที่เขาทำเหมือนเธอเป็คนสำคัญ
‘ตาบ้าเอ๋ยแค่ถามแค่นี้ทำไมต้องทำท่าดีใจขนาดนี้ด้วยนะ’
“เปล๊า...” หญิงสาวปฏิเสธเสียงสูง แต่แก้มนวลกลับแดงก่ำประจานให้รู้ว่าเธอ ปากไม่ตรงกับใจ ฝ่ายชายหนุ่มพอเห็นแล้วก็ดีใจจนเนื้อแทบเต้นความหดหู่ซึมเศร้าที่มีมาตลอดทั้งวันหายวับไปในพริบตา
“ขอบคุณที่เป็ห่วง” เขาพูดเข้าข้างตัวเองหน้าตาเฉย “ผมสบายดีไม่ได้ป่วยไข้อะไร แต่ที่เห็นผมซึมๆ ไปเพราะผมกำลังเสียใจ”
“เื่อะไรเหรอคะ” เธอยั้งปากไม่ทันเพราะความอยากรู้ตัวเดียวแท้ๆ เชียว
“เื่คุณ”
“เื่ฉัน?” กานต์ระพีชี้ที่ตัวเองอย่างงุนงง “ฉันไม่เข้าใจวันนี้ฉันไปทำอะไรให้คุณเสียใจั้แ่เมื่อไรกัน” หญิงสาวจำได้ว่าวันนี้ยังไม่ได้พูดจาเหน็บแนมหรือกลั่นแกล้งอะไรเขาเลยสักนิด คราวนี้เลโอนาร์โด้เป็ฝ่ายหน้าแดงบ้างเขายกมือลูบต้นคอแก้เขินก่อนจะเอ่ยเสียงแ่ๆ
“ก็...ผมเห็นคุณสนิทสนมกับคุณปองธรรม”
กานต์ระพีใช้เวลาอยู่เกือบนาทีกว่าจะเข้าใจความหมายในคำพูดของเขาใบหน้านวลจึงร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งและหัวใจเต้นแรงกว่าปกติคำพูดของเขาไม่เท่าไรแต่แววตาที่มองมานี่สิ พาให้หัวใจของเธอยิ่งหวั่นไหวมากขึ้นไปอีกไม่ได้การแล้ว...ขืนยังนั่งอยู่ที่นี่ต่อไปมีหวังได้...หญิงสาวไม่อยากคิดต่อว่าจะเป็อย่างไรจึงรีบลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยเสียงติดจะสั่นๆ เล็กน้อยว่า
“ฉันง่วงนอนแล้วขอตัวก่อนนะ”
“เดี๋ยวสิครับ”
ชายหนุ่มลุกขึ้นตามพร้อมกับคว้าแขนเรียวเอาไว้กานต์ระพีหยุดชะงักก่อนจะหันกลับมามองเขาด้วยสายตาไม่พอใจพลางสะบัดแขนออก
“อย่ามาฉวยโอกาสกับฉันนะ”
“ผมขอโทษ ผมไม่เคยคิดจะล่วงเกินคุณแม้แต่น้อยเลยนะ” พอเห็นสีหน้าเสียใจของเขาแล้ว หญิงสาวก็อารมณ์เย็นลงและรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ใจร้อนเกินไปหน่อยเธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะก้าวเดินต่อไปทว่าเดินได้เพียงสองเก้าก็ต้องหยุดเมื่อเลโอนาร์โด้พูดขึ้นมา
“เมื่อไรคุณจะเลิกเกลียดผมสักทีนะผมต้องทำยังไงเราถึงจะเป็มิตรกันได้”
“ฉันไม่ได้เกลียดคุณ แต่ก็ไม่ได้ชอบ”คำตอบของเธอนั้นสร้างทั้งความหวัง และผิดหวังให้เขาได้ในคราวเดียวกัน
“คุณไม่ชอบผมเพราะไม่ใช่ไม่ชอบในตัวผมแต่เป็เพราะผมเป็ญาติของซิโมเน่ใช่ไหม” เขาถามให้แน่ใจอีกครั้ง
กานต์ระพีนิ่งงันไปและเลือกที่จะไม่ตอบคำถามนี้ เพราะขณะนี้เธอเองก็ไม่แน่ใจในตัวเองเหมือนกันว่าที่ไม่ชอบเขาเพราะอะไรกันแน่ เป็เพราะซิโมเน่อย่างในตอนแรกหรือว่าเพราะ้าปกปิดอะไรบางอย่าง...ในใจของตัวเองกัน
“ฉันง่วงแล้วขอตัวก่อนนะ”
เลโอนาร์โด้เป่าลมออกจากปากอย่างหงุดหงิดพลางมองตามร่างบางไปจนอีกฝ่ายลับหายจากสายตาไป ชายหนุ่มเดินกลับมานั่งยังเก้าอี้ตัวเดิมแล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่มีดวงดาวส่องแสงระยิบระยับด้วยท่าทางเศร้าซึมก่อนจะสะดุ้งใเมื่อมีเสียงทักจากเื้ั
“คืนนี้ดาวสวยนะเลโอ”
“จันทร์...ยังไม่นอนอีกเหรอดึกมากแล้วนะ” เขาถามเพื่อนสาวที่เดินมานั่งลงข้างๆ เขา
“แล้วเลโอล่ะทำไมยังไม่นอนอีกทำงานหนักมาทั้งวันไม่รู้สึกอ่อนเพลียบ้างหรือไงพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้าอีกไม่ใช่เหรอ”
“ตั้งใจว่าจะนั่งเล่นอีกสักพักแล้วค่อยไปนอนน่ะว่าแต่จันทร์เถอะทำไมยังไม่นอนอีกหรือว่านอนไม่หลับ”
“เปล่าหรอกจ้ะ ความจริงจันทร์กำลังจะเข้านอนแล้วล่ะแต่เผอิญเห็นเลโอกับตะวันเข้าเสียก่อน” ศศิธรบอกแล้วนิ่งเงียบไปครู่ก่อนจะถามในสิ่งที่สงสัยออกมา“เลโอ..จันทร์ขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหม ถ้าได้ก็ขอให้ เลโอตอบจันทร์มาตรงๆ นะ”
“ถามมาสิ”
“เลโอรู้สึกยังไงกับตะวัน”