“มะ ไม่เลยเ้าค่ะ” เห็นท่าทางมีพิรุธขนาดนั้นมือบางแทบอยากจะตบหน้าผากตนเองแรงๆ สักหนึ่งที เมื่อครู่อุตส่าห์มั่นใจดิบดีว่าร่างนี้ไม่มีพฤติกรรมย่ำแย่ให้ตามเก็บกวาด
“อย่าได้โกหก มิเช่นนั้นเมื่อข้ารู้ความจริงคงเสียใจมาก” ใบหน้างดงามแสร้งเศร้าหมองจนซิ่วซิ่วมิอาจทนไหว
“ขออภัยเ้าค่ะฮูหยิน…ก่อนหน้าที่จะแต่งเข้าตระกูลนี้ท่านมีชายที่มอบใจให้อยู่แล้ว เมื่อต้องแต่งงานกับนายท่านสุดท้ายแล้วฮูหยินจึงเลือกตัดใจจากบุรุษผู้นั้นเ้าค่ะ แต่อย่างไรเสียเพราะใจที่ยังไม่ลืมจึงทำให้ท่านไม่ได้ออกไปพบเจอคนในตระกูลหยางเท่าไหร่ อยู่เพียงแต่ในเรือนหลักนี้เงียบๆ เท่านั้น”
ได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็โล่งอก นี่คงเป็เพียง่ต้นของนิยายซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกนางเอกยังคงไม่เกิดขึ้น ไม่แน่บางทีนางเอกที่ว่ายังไม่ทะลุมิติมาด้วยซ้ำ แบบนี้หากเธอปรับเปลี่ยนบุคลิก เอาอกเอาใจพ่อแม่และน้องฝาแฝดของสามี อีกทั้งทำให้พระเอกหันมารักภรรยาตนเอง ชีวิตนี้ก็คงไม่ต้องลำบากแล้ว อีกอย่าง…เธออยากรู้ั้แ่ตอนอ่านนิยายแล้วว่า หากได้เป็คนที่พ่อไม่โครเวฟตกหลุมรักจะมีความสุขขนาดไหนกันนะ!
“…เช่นนั้นเ้าออกไปก่อนเถิด” เสียงหวานเอ่ยสั่งก่อนจะนอนลงบนเตียงที่นั่งอยู่ การใช้เวลาอยู่กับตนเองเป็เื่สำคัญเพื่อบรรเทาความคับข้องใจจากการห่างไกลครอบครัว
“ฮูหยิน…บ่าวจะรอรับคำสั่งอยู่หน้าห้องนะเ้าคะ” สาวใช้จ้องมองแผ่นหลังเล็กสั่นเทาก็รู้ว่านายหญิงกำลังร่ำไห้ ความสงสารทำเอานางถึงกับน้ำตาซึมตาม
ฮึก.. ฮือ… ฮือ…
เมื่ออยู่คนเดียวเสียงร้องไห้ก็ดังมากขึ้น เธอปลดปล่อยอารมณ์และความอัดอั้นทั้งหมดออกมา แม้ภายนอกอาจดูเหมือนว่าซูหนี่จะตั้งสติได้ดี แต่ความจริงด้านในกลับเ็ป บีบคั้นจนไม่รู้ว่าต้องหันไปหาที่พึ่งทางไหน ชีวิตก่อนยังมีคนในครอบครัวคอยโอบประคองมาตลอด ยามเหงายังได้อ่านจดหมายจากบรรดาแฟนคลับซึ่งส่งมามากมายไม่เคยขาด กลับกันแล้วตอนนี้สิ่งที่ช่วยให้หญิงสาวยังประคับประคองจิตใจเอาไว้ได้คือความทรงจำอันมีเนื้อหาของนิยายทำให้รู้ว่าควรแก้ปัญหาที่ตรงไหน
วันนั้นข่าวเื่อาการป่วยของฮูหยินถูกเล่าลือจนรู้ไปทั่วจวนแม้กระนั้นก็หาได้มีใครกล้าเอ่ยวาจาให้ร้ายไม่ เพราะกลัวโดนลงโทษจากผู้นำตระกูล ถึงความสัมพันธ์ของเ้านายทั้งสองหาได้สนิทสนมออกหน้าออกตาเหมือนคู่แต่งงานอื่น แต่เพราะการให้เกียรติของหยางจื่อหานจึงทำให้บ่าวไพร่ไม่กล้ากำเริบเสิบสานกับหญิงสาว
เรือนกลาง
ที่พักของนายท่านผู้เฒ่าและฮูหยินผู้เฒ่าซึ่งยามนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยอย่างออกรสออกชาติ
“ท่านแม่ ไม่รู้ว่าพี่สะใภ้จะเสียใจมากแค่ไหนนะเ้าคะ” ถึงจะไม่ค่อยได้เจอหน้าแต่อย่างน้อยพี่สะใภ้คนนี้ก็ดูแลคนในจวนไม่ขาดตกบกพร่อง
“นั่นสินะ เห็นว่าเก็บตัวอยู่แต่ในห้องนอน ไม่กินข้าวกินปลาเลยสักคำ” สตรีวัยกลางคนตอบกลับบุตรีพลางทอดถอนใจ
“หากเป็ข้าคงต้องกลัวมากแน่ขอรับ ตื่นมาก็จำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ขนาดว่าตนเองเป็ใครก็ลืมสิ้น เช่นนี้จะไว้ใจคนรอบกายได้อย่างไรกัน” เสียงทุ้มของเด็กหนุ่มกล่าวด้วยวาจาฉะฉาน
“อยู่ที่พี่ใหญ่ของพวกเ้าจะจัดการแล้ว เราเป็คนนอกควรไปพบนางทีหลังสุด อย่างน้อยให้สามีภรรยาปรับตัวกันไปก่อนก็แล้วกัน” ฟ่านเลี่ยงเหลียงผู้เป็ฮูหยินผู้เฒ่าของจวนตระกูลหยางครุ่นคิดถึงความเป็ไปได้ว่าสะใภ้นางนี้จะเรียกร้องความสนใจ…แต่แต่งมาก็นานคงไม่เรียกร้องความสนใจเอาป่านนี้กระมัง
“ข้าว่าพี่ใหญ่ต้องทำได้ดีเ้าค่ะ” เพราะพี่ชายผู้แสนดีมักอ่อนโยนต่อทุกคนในครอบครัวจึงไม่น่ากังวลเท่าไหร่
“นั่นสิขอรับ ระดับพี่ใหญ่แล้วเพียงแค่ยิ้มจะมีสตรีใดบ้างที่ไม่ใจอ่อน” ฝาแฝดทั้งสองสบสายตากันก่อนจะหัวเราะออกมา หยางจื่อโยวคือแฝดหญิงเป็พี่เพราะเกิดก่อน ส่วนหยางจื่อจิ้งคือแฝดชายผู้เป็น้อง ทั้งสองติดมารดากับพี่ใหญ่มาก
“เอาล่ะๆ อย่างน้อยรอสัก 2-3 วันแล้วค่อยไปเยี่ยมนางที่เรือนก็แล้วกัน” เห็นเ้าพวกแสนซนยกยอปอปั้นพี่ชายด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์จึงอดไม่ได้ที่จะห้ามปรามก่อนทั้งคู่จะพากันไปก่อกวนเรือนหลักให้วุ่นวายมากกว่าเดิม
“เ้าค่ะ/ขอรับ” สองแสบยู่ปากเมื่อโดนจับได้แต่ก็ยังสื่อสารทางสายตาว่างานนี้พวกเขาคงต้องไปสืบความคืบหน้าของพี่ใหญ่เสียหน่อย
ร่างหนาเดินเข้าห้องมาอย่างเงียบเชียบ เขาได้รับรายงานแล้วว่าฮูหยินของตนมีอาการความจำเสื่อมจริงๆ และคำยืนยันนั้นยังมาจากผู้ตรวจสอบนักโทษในห้องขังอีกด้วย ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อใจคำพูดของอีกฝ่ายแต่เพราะ้ายืนยันว่าร่างกายนางไม่ได้โดนพิษเล่นงานก็เท่านั้น น่าเสียดายที่วันนี้มีงานด่วนจนมิอาจปลีกตัวได้จึงกลับดึกกว่าที่คาด ป่านนี้หญิงสาวคงหลับไปแล้ว
หลังเล็กซึ่งนอนหันหลังอยู่บนเตียงนอนแน่นิ่งยืนยันความคิดนั้น ชายหนุ่มปีนขึ้นเตียงจากนั้นจึงล้มตัวลงนอนก่อนจะใเล็กน้อยเมื่อร่างนุ่มนิ่มพลิกกายหันมาพลางยืดแขนมาพาดกลางลำตัวอย่างไม่เคยทำ ดวงตาคมหลุบมองแขนขาวนวลไล่ขึ้นไปยังใบหน้าหวาน ดวงตามีร่องรอยบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วง ริมฝีปากปริแตกจากการขบกัดกลั้นเสียง
“มันคงยากสำหรับเ้า” เสียงทุ้มเอ่ยถามคล้ายกระซิบ มือสากจากการจับอาวุธเอื้อมไปตบหลังมือขาวผ่องเบาๆ ประหนึ่งปลอบประโลมเด็กน้อย กายหอมกรุ่นเบียดชิดเข้าหาไออุ่นอีกครั้งก่อนจะขยับให้นอนในท่าที่สบายมากขึ้น
“นอนเถิด อย่างน้อยยามหลับเ้าก็หลุดพ้นจากความทุกข์ใจทั้งปวง”
หยางจื่อหานเป็บุตรชายคนโตของตระกูลหยาง ความรับผิดชอบทั้งหมดของครอบครัวถูกวางลงบนบ่าเมื่อยามแรกเกิด บิดาของเขาก็เหมือนขุนนางทั่วไปมีพร้อมสามภรรยาสี่อนุไม่ขาด เด็กชายคนหนึ่งมองมารดาจมอยู่กับความเสียใจมานานปีจวบจนถึงวันที่เื่ราวในจวนพลิกผัน บรรดาภรรยาสังหารกันเองด้วยความไม่รู้ทำให้เ้ากรมยุติธรรมมีโทสะขับไล่สตรีในเรือนออกไปทั้งหมดเหลือเพียงฮูหยินเอกเท่านั้น ชายหนุ่มจึงตั้งมั่นว่าตนต้องไม่เป็เหมือนบิดา หากพบสตรีที่จะใช้ชีวิตร่วมเรียงเคียงหมอนต่อให้ไม่รักก็จะดูแลให้ดีที่สุด
ก่อนหน้าเขาไม่ได้สนใจว่าบุพการีสู่ขอใครมาเป็ภรรยา ไม่เคยรู้ว่าอีกฝ่ายมีคนรักอยู่ก่อนแล้ว จนกระทั่งแต่งงานกันมาจึงได้รับรู้เื่ราวเ่าั้ซึ่งมันสายเกินไป คำพูดของบิดามารดามักกล่าวว่าอยู่กันไปก็รักกันเองทำให้เขาไม่ได้ใส่ใจเื่ที่นางมีใจให้บุรุษอื่น ในเมื่อเขาคือสามีอย่างถูกต้องและดูแลเอาใจใส่เป็อย่างดีเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว ชีวิตคู่ช่างราบเรียบเสียยิ่งกว่ากระดาษไร้อักษร หญิงสาวยอมร่วมหอแต่เหมือนจิติญญาของนางมิได้อยู่ตรงนี้ด้วย แม้โอบกอดเท่าไหร่ก็พบเพียงว่าร่างบางช่างไร้ความรู้สึก บุรุษเช่นเขาจึงเว้นระยะห่างให้อีกฝ่ายเฉกเช่นที่นาง้า
มีเพียงเช้านี้ซึ่งทำให้วันธรรมดาดูพิเศษยิ่งขึ้น ดวงตาไร้ชีวิตชีวากลับกระจ่างใสราวกับอัญมณีที่ถูกเจียระไนอย่างดี แม้มันจะฉายชัดถึงความสับสน หวาดกลัว กังวล และเสียใจแต่ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด หากนางลืมทุกสิ่งทุกอย่างสิ้นแล้วจะเป็เช่นไร ชีวิตคู่ของเราสองต่อจากนี้ยังคงเฉยชาหรือแปรเปลี่ยน
“เ้าจะลืมชายในดวงใจไปได้จริงหรือ…”
ชายชาติบุรุษต่อให้ไม่มีความรักมอบให้แก่กันถึงอย่างนั้นในเมื่อสตรีตรงหน้าคือภรรยาที่แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม ร่วมเรียงเคียงหมอนทุกคืนวัน ร่างกายนวลเนียนนั่นไม่มีส่วนใดไม่เคยัั…ไม่ให้หวงแหนเลยจะเป็ไปได้หรือ ไม่ว่าอย่างไรนางคือฮูหยินของเขา เป็คนที่เขาตั้งใจมอบความสุขให้ตราบเท่าที่เขาทำได้
.....................................................................
พระเอกของเรามาแล้วค่าาาา อิพี่คือน่ารักมากนะ
รั่วซีคนเก่าพลาดของดี รั่วซีคนใหม่อย่าได้พลาดเชียว
เพราะถ้าเธอไม่เอา รี๊ดรอต่อคิวอยู่นะจ๊ะ!! >