ทันทีที่ชีพจรของการ์ดทั้ง2 คนดับลงสัญญาณเตือนได้ดังขึ้น พร้อมไฟสำรองที่ติดทันทีแต่น่าแปลกที่แวมไพร์ตนที่อยู่ตรงหน้าสำนักงานไม่สลายหายไปเพราะอะไรกัน?
ทั้งที่ไฟทุกดวงมีรังสียูวีสังเคราะห์อยู่แล้วนี่!!
ยังไม่ทันสิ้นความอลหม่านจากเหตุการณ์นี้
เพล้ง!! โครม!!
นั่นเป็เสียงรถบรรทุกที่ด้านท้ายของมันมีตู้คอนเทนเนอร์ชนเข้ามาที่หน้าประตูพร้อมกับรถตู้อีกคันที่ขับตามเข้ามาติดๆ ประตูได้พังลงเศษกระจกแตกทั่วบริเวณ มีกลิ่นไหม้ของสายไฟที่ถูกลากมาจากหน้าประตูรถบรรทุกชนเข้ากับเครื่องสแกนยูวีที่เอาไว้ตรวจคนเข้าที่ตั้งอยู่ข้างใน กลิ่นเืคละคลุ้งเป็เืของคนตรวจสอบบุคคลสิ้นชีวิตลงทันทีหลังจากสิ้นเสียงลง มีความสงัดเกิดขึ้นอยู่วินาทีเดียวเท่านั้น
ปัง!!
เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับมีแวมไพร์นับสิบที่สวมชุดสีแดงคาดทองทั้งตัวลายพาดสีทองที่คาดนั้นสลักรูปค้างคาวไว้บนตัวมีหมวกคล้ายหมวกกันน็อคแต่ไม่ใช่มีลวดลายค้างคาวสีแดงมีหูแหลมยืนออกมาจากบนหมวกคล้ายหูค้างคาวส่วนปากที่เป็รูปหาเหลี่ยมคาดสีดำลงมานับ20 คนกรูกันลงมาอย่างบ้าคลั่ง ในมือของเหล่าปีศาจมีปืนที่มีความยาวพอดีกับแขนลวดลายล้ำสมัย บรรจุลูกะุ 5.56x45มม. ะุเจาะเกราะรุ่นใหม่สั่งทำพิเศษโดยองค์กรผลิตฝึกฝนของพวกแวมไพร์ ที่เจาะทะลุทะลวงเกราะของหน่วยปราบปรามได้พร้อมลวดลายแกะสลักบนะุประดับอย่างสวยงาม เสียงฝีเท้าเ่าั้ได้วิ่งกระจายตัวออกไปที่ต่าง ๆ
“สหายทั้งหลาย ได้เวลาแล้วออกล่ากันเถอะ!!” เสียงผู้นำที่เป็เสมือนหัวหน้าได้เปล่งวจีวาจาออกมาเสียงดังลั่น
เฮ เฮ !!
เสียงกู่ร้องของแวมไพร์เ่าั้ได้ขานรับด้วยจิตใจอันฮึกเหิม ทั้งหมดได้หันหน้าไปมองในทิศทางเดียวกันโดยมิได้นัดหมายคือทางซ้ายมือซึ่งมีรถตู้อีกคันจอดอยู่ รถตู้สีดำคันนั้นได้มีผู้เปิดประตูแล้วก้าวลงมาอย่างสง่าผ่าเผย เป็ชายผมขาวร่างผอมสูงโปร่งใส่ชุดหนังสีดำเป็เสื้อคลุมยาวติดกระดุมที่แขนอย่างมิดชิด แต่ที่บริเวณหน้าอกปล่อยเปลือยเปล่าจนเห็นโครงกระดูกที่เสมือนจะแหวกว่ายออกมาจากิัของเขาผู้นั้นได้ผิวซีดเสมือนแป้งผงได้ทาไว้ที่ตัวของเขาผู้นั้นั้แ่เท้ายันหน้าท่อนล่างใส่เพียงกางเกงขาสั้นที่มีสีดำ ขณะที่เลื่อนลงไปพิจารณาก็พบว่าเท้าของเขาไม่ได้สวมอะไรเลยเผยให้เห็นเล็บอันแหลมคมของเขาที่ยาวดังเล็บสัตว์ป่านักล่า
ดวงตาอันแดงกล่ำนั้นได้มองไปยังเหล่าแวมไพร์ด้วยสายตาอันอำมหิตกับรอยยิ้มชวนขนลุกนั้น
ในเวลาเดียวกันมีแวมไพร์เพศชายและหญิงอีก2 คนได้ก้าวลงมาจากรถ แวมไพร์เพศชายอีกคนที่ก้าวลงมาเป็แวมไพร์ที่สูงราว 2 เมตรไว้ผมทรงเดทร๊อคมีผิวสีดำกับรอยสักรูปผู้หญิงที่แขนขวาใส่แว่นกันแดดสีดำทรงสี่เหลี่ยมขอบมนริมฝีปากของเขาช่างใหญ่โต แต่ก็ยังเห็นเขี้ยวของเขาแย่งพื้นที่ออกมาจากริมฝีปากอย่างน่าเกรงขามบริเวณคอมีสร้อยรูปกีต้าร์รูปเสือดาว รูปกุญแจฟา และรูปดาว สีแดงฉานประดับอยู่เสื้อที่สวมใส่เป็เสื้อหนังที่มีคอเป็หนังสัตว์และเสื้อกล้ามสีขาวของเขาเผยให้เห็นกล้ามส่วนหน้าอกและส่วนท้องอย่างชัดเจน ท่อนล่างเป็กางเกงยีนสีฟ้าซีดราวกับผ่านการซักมาเป็สิบปีไม่มีรองเท้าเช่นเดียวกับหัวหน้าของเขา คนสุดท้ายที่ออกมาช้าที่สุดคือแวมไพร์สาวแสนสวยกับตุ้มหูประดับรูปไม้กางเขนนั้น ถึงผิวเธอจะซีดเซียวั้แ่หัวจรดถึงเท้าก็ยังมีความงามของหุ่นและเรือนร่างของเธอ เธอใส่แว่นดำทรงเดียวกับแวมไพร์ร่างโต ชุดหนังรัดรูปอันยั่วยวนนั้นอาจทำให้ชายใดก็ตามที่จ้องตกหลุมรักได้ นางแวมไพร์ตนนี้ใส่รองเท้าส้นสูงที่มีสายรัดถึงหน้าแข้งกลิ่นน้ำหอมอันแสนหวานดั่งดอกกุหลาบได้หลั่งไหลออกมาจากตัวของเธออย่างละมุนละไม ต่างจากแววตาอันโเี้ดุดันนั้นหลายขุม
“เฟลิกซ์ ฟรอเรนซ่า พวกเราช่วยกันจัดการข้างบนตามที่วางแผนกันมา ส่วนแกคีเลี่ยนช่วยลงมาจากผนังซักทีเถอะฉันขอร้อง”
แวมไพร์ผมยาวสีขาวกล่าวด้วยเสียงอันแหบและสั่นเครือ เพื่อบอกถึงเพื่อนแวมไพร์อีกสองคนที่ลงมาจากรถทีหลังเขาไม่ห่างกันนานมากนัก พร้อมหันหน้าไปทางเพดานห้อง
“เรียกข้าว่าท่านด้วยสิ ข้าเป็ถึง 1 ใน 7 สัตย์ภูติวาจาเลยนะแวมไพร์ผู้ถูกยกย่องว่ายิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลในยุค 500ปีนี้นะ วาคีน!!”
คีเลี่ยนผู้สังหารการ์ดสองคนที่เฝ้าประตูเมื่อครู่เกาะอยู่ที่ผนังหลอดนีออนได้กล่าวตอบกลับด้วยการะโ
“การปิดรังสียูวีแล้วนี่เลยทำให้ข้านึกสนุก อยากจะ ทำลายหลอดไฟพวกนี้ให้สิ้นซากเฉย ๆ น่ะ ไอ้หลอดแก้วกระจอก ๆ นี่เหรอที่สร้างปัญหาไปทั่ว”
พูดไปพลางทุบหลอดไฟไป
เพล้ง!!
“ไปเถอะงานสำคัญกว่าไม่ใช่เวลามาเล่น อย่ามาต่อล้อต่อเถียงกันอีกเลย” วาคีนกล่าวพร้อมเสียงสัญญาณเตือนภัยภายในสำนักงานที่ดังขึ้น
DAMAGE DAMAGE !!
หลังพูดจบแวมไพร์คีเลี่ยนได้กระโจนลงมาแล้วกวาดตามองไปทั่วบริเวณ หาทางวิ่งลงไปที่ชั้นใต้ดินซึ่งมีประตูบานนึงที่เขียนว่าชั้นใต้ดินอยู่บนป้ายระดับสูงเหนือหัว คีเลี่ยนจึงรีบพังประตูแล้วเปิดฉากฆ่าคนที่อยู่ระหว่างบันไดจนหมดสิ้นในพริบตาด้วยความเร็วสูงอย่างเืเย็น คีเลี่ยนเป็แวมไพร์หนุ่มฝรั่งเศสหน้าตาหล่อเหลาดวงตาสีฟ้าเข้ม ไว้ผมทรงสั้นแต่ไม่สั้นมากนัก ผู้เปลือยท่อนบนเห็นเพียงกางเกงขายาวด้านล่าง รอยสักสีดำเป็เส้นสองเส้นใกล้กันประกบเวียนรอบวงแขนนั้นติดที่แขนซ้ายของเขา แถมยังมีหุ่นดีกรีนายแบบเลยอีกแต่ด้วยนิสัยขี้เล่นติดสนุกชอบทรมารคนก่อนฆ่านั้นไม่ใช่นิสัยที่น่ารักเอาเสียเลย ทุกคนที่เขาผ่านทางหากยังไม่ตายในทันทีก็จะถูกหักนิ้วมือก่อนที่จะฆ่าโดยไม่ละเว้นแม้แต่คนเดียว กรงเล็บของเขานั้นเจาะทะลุทุกสิ่งอย่างบ้าคลั่งแม้แต่เสื้อของหน่วยปราบแวมไพร์ที่มีเส้นใยเงินเคลือบอยู่ยังมิอาจต้านทานได้ เล็บของเขาจะเกิดการไหม้เวลาปาดไปโดนเสื้อบ้างแต่เขาก็ถอดสลัดเล็บใหม่ในชั่วพริบตา เล็บที่ยาวออกมาจากโคนเล็บประมาณ 1 นิ้วของเขาแข็งราวกับคมดาบเมื่อสิ่งใดต้องััก็แทบจะหลุดออกจากกันราวกับคลื่นทะเลที่มีภูผาขึ้นมาแทรกกลางในทันใด เขารวดเร็วจนขนาดที่ว่าหน่วยต่อต้านทีมีเพียงหยิบมือที่เฝ้าบันใด เล็งปืนที่จะยิงไม่ทันเลยแม้แต่กระบอกเดียวปืนหลายกระบอกได้ะุยิงออกมาแต่กลับเข้าฝังไปอยู่ในกำแพงอย่างน่าฉงนใจ
เร็วจนมองด้วยตาเปล่าไม่อาจมองทันได้
โอ๊ย !!อ๊าก!!
เสียงร้องระงมทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงเฉือนเนื้อของคีเลี่ยนดัง สวบสวบ!! เป็ระยะ
เมื่อเสียงทั้งหมดหยุดลงคีเลี่ยนได้เดินมาพบกับบุคคล 3 คน ที่กำลังยืนนิ่งมาสักพักอยู่ข้างหน้าเขาทำให้เขาหยุดชะงักลงทุกคนสวมชุดเครื่องแบบของหน่วยงานแต่เป็สีดำ และสนับไหล่ดิจิตอลแสดงตัวอักษรภาษาอังกฤษขึ้นมาบนหน้าปัดของทุกคน ตัวอักษรทุกตัวแตกตั่งกันแต่เป็หนึ่งในอักษรภาษาอังกฤษ24 ตัวกันทั้งสิ้น คนซ้ายมือเป็ตัวอักษรB C และ V สีหน้าของทั้งสามคนดูตึงเครียดโดยที่ไม่มีใครต้องพูดออกมา
“พวกแก ฮ่า ๆ หน่วยอักษรงั้นรึงั้นข้าก็มาถูกทางแล้วสินะพวกกระจอกน่ะจะมาเท่าไหร่ก็ล้มลงเป็ซากศพเสมือนแท่นบูชาแก่ข้าผู้นี้ทั้งหมดแหละ”
คีเลี่ยนกล่าว
“C V ระวังนะ! ระดับ S หมอนี่มีรอยสักเขี้ยวที่ไหล่ซ้าย แถมยังมีตั้ง 6 เขี้ยวเป็สัตย์ภูติวาจาอย่างแน่นอนงานนี้ห้ามประมาทเด็ดขาด”
“ลักษณะแบบนี้เคยได้ยินมา แกจอมซาดิสม์ คีเลี่ยนสินะ !!”
ตัดมาทาง้าของชั้นใต้ดิน หัวหน้าทหารแวมไพร์และลูกน้องได้นำปืนไปไล่ยิงมนุษย์ในสำนักงานกันอย่างบ้าคลั่ง ฝ่ายหน่วยต่อต้านก็ยิงะุเงินเหลวกันอย่างสนั่นหวั่นไหวตะลุมบอนกันอลวน
ปัง ปัง ปัง!!
ทั้งเสียงร้องและเสียงปืนปะปนกันไปหมด แต่อนิจจาะุเงินไม่สามารถเจาะเกราะของแวมไพร์ได้เลย ฝ่ายตั้งรับจึงต้องรับลูกตะกั่วของอีกฝ่ายอย่างไม่เต็มใจรับไปเต็ม ๆ อัตรา ผู้คนล้มตายเป็จำนวนมากไล่ขึ้นไปในแต่ละชั้นั้แ่ชั้น 1ถึงชั้น 10 แวมไพร์ยังไม่ตายเลยสักกตน
ณ ชั้นที่ 11 เป็ที่อยู่ของโรงอาหารพวกพายุนั่งนิ่งๆ หลบหลังเคาน์เตอร์อาหาร แต่เสียงที่ดังจนพวกเขาได้ยินกันในหัวคือเสียงตึกตัก ๆ ของหัวใจพวกเขา ทั้งกลัวและอยากจะหนีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นกับกลุ่มหมายเลขที่22 ทั้งหมด เเต่ละคนมีระดับดรีกรีความกลัวแตกต่างกันไปพายุที่กลัวและอยากจะออกไปช่วยคนอื่นได้รวบรวมความกล้าขึ้นมาแล้วพูดขึ้นว่า
“พวกเราต้องรอด!! ผมได้อ่านผังของที่นี่ไว้บ้างแล้ว ถ้าเราขึ้นไปชั้นที่22 ผ่านบันไดหนีไฟล่ะก็ จะมีห้องเก็บอาวุธที่สามารถใช้ช่วยเหลือในการต่อป้องกันตัวสู้ได้”
“อย่าคิดว่าจะต่อกรกับแวมไพร์ได้ง่ายๆ นะ เราเคยซ้อมแผนอพยพมาก่อน ... ถ้าสู้ได้ องค์กรคงไม่แนะนำให้ใช้แผนหนีและหลบซ่อนก่อนเป็อย่างแรกหรอกนะ”
แชมป์กล่าวด้วยแววตาที่เบิกกว้างเหงื่อออกทั่วทั้งตัวให้เห็นอย่างชัดเจน หลังสิ้นเสียงแหบแห้งนั้นก็มีเสียงทุ้มแทรกเข้ามา
“เห้อ... คนไทย 3 กับชาวต่างชาติ 2 คนเหรอ รหัสนี้หน่วยซ่อมบำรุงเหรอ นี่ฉันขอสั่งให้พวกนายรีบขึ้นบันไดไปเลยให้เร็วที่สุด แล้วหาที่หลบซ่อนตัวซะอย่าต่อสู้”
นั่นคือเสียงของชายหนุ่มชาวต่างชาติกล่าวกับเขาเป็ภาษาอังกฤษสำเนียงฝรั่งเศส พายุหันควับไปมองก็พบกับชายร่างสูง ประมาณ 185 ซม. เป็ชาวต่างชาติผมสีทอง แต่ไม่ทันที่พายุจะพิจารณารูปพรรณของเขา เพื่อน ๆ ในกลุ่มก็รีบจับมือพาเขาขึ้นบันไดหนีไฟไปทันทีอย่างลนลาน หางตาเขาเหลือบไปเห็นสนับไหล่ของชายคนนั้นมีตัวอักษรอยู่ที่หน้าปัดแสดงว่าO พร้อมกับชุดแบบเดียวกับเขา แต่เป็สีดำและมีชายเสื้อคลุมยาวไปเกือบถึงพื้น
ทันใดนั้น มีเสียงบันไดมาดังมาจากชั้น 10
ตึก ตึก ตึก!
เสียงค่อย ๆ เดินช้า ๆ นั้นย่างก้าวขึ้นบันไดมาอย่างภาคภูมิ ทันทีที่โผล่หน้าออกมา O ก็ยิงะุใส่แวมไพร์ด้วยปืนทันที
เปรี้ยง!!
เสียงะุดังสนั่นเหมือนกับเสียงฟ้าผ่าลอยออกมาจากปืนที่เหมือนปืนคาบศิลาสั้นประดับด้วยลวดลายสิงโต แต่...เขาก็ต้องงุนงงเมื่อแวมไพร์สาวใช้มือรับ ทันใดมือของเธอไหม้และร่วงหล่นลงไปโผล่ให้เห็นแผลเผาไหม้กับกระดูกสด ๆ ที่มีเืออกมาไม่หยุด นัยย์ตาอันแดงฉานได้จับจ้องมาที่เขาแล้วแสยะยิ้มมาให้เขา พร้อมกับแวมไพร์นับสิบตนที่เดินตามขึ้นมาและ ในที่สุดเฟลลิกซ์ได้ขึ้นพ้นบันไดมาเป็คนสุดท้าย
“พวกแกขึ้นไป ฉันกับฟอเรนซ่า จะเล่นสนุกอะไรซักหน่อย หน่วยอักษรรึ... งานนี้สนุกแน่ สนุกแน่ ๆ ”
แวมไพร์ชายผิวดำร่างใหญ่ไว้ผมเดทร็อคกล่าวด้วยความตื่นเต้น พลันมือของเขาได้ประสานที่เหนือหัวและยืดมันออกไปจนสุดจนได้ยินเสียงดังของก๊าซที่อยู่ในกระดูกลั่นออกมาดัง กรึบ
หลังจากนั้นแวมไพร์ตกยี่สิบชีวิตได้ขึ้นไปที่ชั้นบนต่อจากชั้นที่ 11 ในทันทีเพื่อที่จะกวาดล้างเหล่ามนุษย์ที่นี่ให้สิ้นซากตามคำสั่งของหัวหน้าของพวกมัน
“แกรู้ไหมถ้าแกไม่มีะุเงินกันเราคงไม่ต้องใช้วิธีของมนุษย์ปราบมนุษย์หรอก ชุดเกราะนั่นทำให้กรงเล็บไม่สามารถใช้งานออกมาได้เต็มที่ ลำบากแย่เลยล่ะฉันกับยายนี่ไม่ค่อยอยากสวมชุดกันแดดนั่นหรอกนะมันอึดอัด เลยชอบที่จะอาละวาดกันตอนกลางคืนมากกว่า” พลางสายตาหันไปมองเพื่อนแวมไพร์สาว
“ฟอเรนซ่า เธอตัดไหล่ให้แขนงอกแล้วมาสนุกกับมันต่อกันเถอะ” ฟอเรนซ่าได้ทำตามที่วาคีนบอกโดยใช้กรงเล็บอีกข้างตัดลงไปที่ไหล่ แล้วไม่นานนักแขนก็งอกออกมาเนื่องจากฤทธิ์ของแร่เงินทำให้สกัดกั้นการฟื้นฟู แวมไพร์ทั้งสองได้ตั้งท่าเตรียมต่อสู้และกางกรงเล็บออก จากเล็บที่สั้นกลายเป็เล็บยาว ๆ งอกออกมา
หลังจากที่พายุได้ขึ้นบันไดมาเรื่อยๆ ก็หยุดลงตรงที่ชั้น 22 และกลุ่มที่ 22 ก็ได้ตามพายุมาที่ห้องอาวุธ เมื่อเปิดห้องออก ก็พบกับเหล่าหน่วยอาวุธที่หลบกันตัวสั่นงักอยู่ภายในห้อง
“พวกนายมาช่วยพวกเราเหรอ... ไม่ใช่นี่นา” หัวหน้าหน่วยอาวุธพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“อาวุธน่ะถ้า้าหน่วยป้องกันของหน่วยในเอาไปหมดแล้ว เหลือแต่อาวุธชนิดที่ 3 ที่ห้ามพวกนายและหน่วยในใช้เด็ดขาดตามกฎ”
หมายเลข 2101 ผู้เป็หัวหน้ากล่าวด้วยใบหน้าซีดเซียวสั่นกลัวราวกับจะร้องไห้ออกมา
“มันคืออะไรเหรอครับ นี่เวลาของความเป็ความตายนะ ช่างหัวกฎบ้านั่นเถอะพวกเราขอแค่รอดกันได้ก็พอ เกิดอะไรขึ้นผมจะรับผิดชอบเอง”
พายุกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มีความหนักแน่นและแววตาได้แสดงออกมาเองถึงความมุ่งมั่น
“ถ้าตายฉันไม่รับผิดชอบนะ”พลันชายคนนั้นเปิดลิ้นชักแล้วเอื้อมมือไปคว้าอะไรบางอย่าง
พลันมองเข้าไปก็เห็นชุดยาที่มีแคปซูลยาอยู่ 10 เม็ดและ ชุดยาฉีดที่มีสีฟ้าบรรจุอยู่ในหลอดแก้ว พร้อมเข็มฉีดยา อีก 4ชุด
“มันคืออะไรช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อย และต้องสิ่งนี้ใช้ยังไง?” พายุถามด้วยความฉงนสงสัย
“ยานี่ต้องกินเวลาต่อสู้มันจะเสริมสมรรถนะทางร่างกาย ต้องกินครั้งละกี่เม็ดอันนี้ก็ไม่รู้นะ แต่ถ้ากินเกินขนาดอาจจะตายได้ และถ้าร่างกายปรับตัวไม่ได้ก็จะตายเช่นกัน ส่วนยาหลอดก็คือยาตัวเดียวกันแต่ต้องฉีดเข้าเส้นเป็ยาที่มีฉายาว่ายาพลีชีพสำหรับคนที่ไม่ได้รับการฝึกเพื่อการรับยา หากฉีดแล้วก็อาจจะตายได้เพราะมีปริมาณเท่ายาเม็ด 100 เม็ด
“ถ้านายจะไปอยากจะให้ช่วยเหลือพาพวกเราช่วยพาพวกเราไปชั้นที่30 ด้วยกัน ที่นั่นมีตู้เซฟที่ใหญ่เท่ากับห้องหนึ่งห้อง เราอาจจะรอดเพราะฉันเคยเอาอาวุธระดับเอสไปเก็บถึงตอนนี้มันจะไม่อยู่แล้วก็ตาม และที่สำคัญฉันรู้รหัสเซฟนั่น”
ชายหัวหน้าหน่วยกล่าว
“งั้นเอาตามนี้… ก็ดีนะ” ไทอินพูดขึ้นมาด้วยความหวังอันแรงกล้า
หน่วย 21 เละ 22 พร้อมหน่วยอาวุธตกลงร่วมมือกันเพื่อขึ้นไปชั้นสุดท้าย เมื่ออกมาจากห้องก็พบกองกำลังแวมไพร์ที่เดินขึ้นมาพอดีโดยบังเอิญ พวกมันหันกระบอกปืนมายังพวกเขาเ่าั้โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เปรี้ยง!!
ทั้งหมดวิ่งหลบะุกันอลหม่านเสียงโห่ร้องระงมบ้างโดนยิงบ้างล้มลง มาคัสลองหยิบยาขึ้นมาฉีกซองแล้วนำมันใส่ปากทันที1 แคปซูลด้วยความลังเลใจอยู่บ้าง แล้วมาคัสหันมามองเวลด้วยตาอันห่วงใยและเศร้าสร้อย มาคัสถูกสอนมาจากครอบครัวทหารว่าให้เสียสละต่อผู้คน ด้วยจิตใจอันหาญกล้าอยากเป็วีรบุรุษตามที่ถูกปลูกฝังมา
“เวล ฉันดีใจนะที่ได้เป็ลูกพี่ลูกน้องกับนาย นายต้องรอดไปให้ได้!! ”
ย๊ากกก!!
มาคัสหันหน้าไปเพื่อะโออกมาสุดกำลัง และวิ่งเข้าใส่กองกำลังแวมไพร์โดย กางแขนและโถมเข้าใส่ ะุนับสิบ ๆนัดทะลุเข้าไปในร่างของเขา เขาเริ่มอึดอัดไปทั้งร่างจากะุและฤทธิ์ของยาที่ให้ผลร้ายแทนที่จะให้ผลตามที่เขาได้หวังเอาไว้ ร่างกายของมาคัสเส้นเืขึ้นอย่างรวดเร็วหัวใจเต้นถี่ยิบราวกับจะะเิออกมา และเพียง 10 วินาทีเืก็ออกจากทุกทวารของร่างกายเขาอย่างน่าสังเวชใจ แค่เพียงวิ่งไม่กี่ก้าวเขาล้มลงทับใส่แวมไพร์เ่าั้พร้อมกับถูกเหล่าแวมไพร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ยิงซ้ำใส่ศพของเขาอย่างเืเย็น
แต่นั่นก็เพียงพอให้พวกทีเหลือด้านหลังหนีขึ้นบันไดไปจากความเสียสละของเขา ส่วนคนที่วิ่งไม่ทันจะถูกยิงล้มตายลงบ้างที่เหลือก็วิ่งหนีตายกันอย่างสุดกำลัง
เมื่อเข้ามาที่ประตูบันไดหนีไฟได้แล้วเวลจึงพูดกับพายุว่า
“ถ้าวิ่งหนีไปอาจจะไม่รอดกันทั้งหมด นายช่วยฉีดยาให้ฉันเถอะ!!”
“จริงๆ ฉันกับมาคัสเรารักกันมากเราเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน เขาไปเรียนต่อที่บ้านเกิดพ่อและได้บรรจุที่นั่นเขาเขียนใบย้ายเพื่อมาพบฉันที่นี่ โดยเปลี่ยนชื่อนามสกุล ที่ไม่บอกพวกนายเพราะว่าญาติพี่น้องนั้นห้ามอยู่หน่วยเดียวกันแต่เราก็หาทางปิดบัง เราพึ่งได้กลับมาเจอกันแค่ไม่กี่วันเอง ฉันอยากจะไปพบเขาอีกครั้งหนึ่งตอนนี้... อย่างน้อยก็ต้องมีคนรอดไปบอกพ่อแม่มาคัส เพราะพ่อแม่ของฉันก็ไม่อยู่แล้ว ขอร้องล่ะ”
เวลพูดด้วยน้ำเสียงอันเศร้าสร้อย และหยดน้ำตาค่อยไหลรินลงมาอาบที่แก้มทั้งสองข้างมันเป็อารมณ์ที่อัดอั้นจากภายในจิตใจของเวล
แชมป์หันมามองทั้งสองและได้ยินเสียงฝีเท้าที่ใกล้ขึ้นมาจากบันไดชั้นล่างที่เป็เสียงมัจจุราชที่จะมาพรากชีวิตของพวกเขา
หมับ!! แชมป์แย่งคว้าหลอดยาที่เวลยื่นให้พายุมาฉีดเองอย่างรวดเร็ว
“พวกนายไปเถอะฉันโดนยิงแล้ว อย่างน้อยถ่วงเวลาซักนิดก็ยังดี” พร้อมกับนำมือที่เปื้อนเืสีแดงขึ้นมาชูให้ดู”
“ฉันจะเป็ตัวถ่วงพวกนายเปล่าๆ ฝากบอกพ่อแม่ฉันด้วยว่าให้ดูแลสุขภาพด้วยนะ แฟนฉันชื่อหมิวบอกเธอด้วยว่าฉันรักเธอ... รักเธอมาก ๆ เลยล่ะ”
พูดจบแชมป์ก็เปิดเสื้อเผยให้เห็นรอยะุที่ท้องของเขา เืแดงฉานที่ไหลออกมามากมายจากปากาแแผลที่เป็หลุมกลมๆ หลังจากนั้นแชมป์ก็มีเส้นเืขึ้นตามร่างกาย และเริ่มเปลี่ยนไป ตาดำค่อยๆเปลี่ยนไปเป็สีแดง และมีปุ่มนูนออกมาที่หน้าผากจู่ๆ เขาก็งอกที่กลางหน้าผากของชายคนนี้ ใบหน้าเปลี่ยนไปหน้าเหลี่ยมของแชมป์มีขนสีแดงขึ้นตามร่างกาย พร้อมกับหางที่งอกอออกมาปลายหางเป็เหมือนรูปหัวใจกลับด้านกรงเล็บที่เหมือนอุ้งเท้าสิงโต ขาที่เหมือนกับขาของหมาป่างอกออกมา ทั้งร่างถูกห่อหุ้มด้วยขนสีแดง เขาไม่ใช่แชมป์คนเดิมที่คนในหน่วยรู้จักอีกต่อไป
โฮกกก!! สัตว์อสูรตนนี้ได้คำราม
และพูดออกมาด้วยเสียงกู่ก้องต่ำทุ้มใส่พวกพายุว่า
“ไปซะ รีบหนีไป”
สิ้นเสียงก็เดินลงบันไดไปขาแต่ละก้าวที่เหยีบกระเบื้องแตกลงอย่างหยาบขาของเขาดูทรงพลังเหลือเกิน ต่างจากตอนเป็มนุษย์โดยสิ้นเชิง
พายุรีบประคองเพื่อนที่าเ็วิ่งไปกับผู้ที่เหลือรอดเพื่อขึ้นไปชั้นสุดท้ายอย่างทุลักทุเล ต่างกับอสูรเพื่อนของเขาที่เดินลงไปเพื่อสู้กับแวมไพร์
อสูรสีแดงประจันหน้า กระโจนใส่แวมไพร์อย่างไม่ฉุกคิดและฉีกกัดรุมทึ้งร่างของแวมไพร์เ่าั้ ทีละตัวแวมไพร์ที่เหลือรอดต่างถอดชุดป้องกันเพื่อสู้กับอสูรนี้ เนื่องจากะุที่ยิงไปไม่สามรถเจาะผิวอสูรตนนี้ได้ และคิดกันไปเองว่าด้วยการกลายร่างและงอกกรงเล็บเพื่อเป็แวมไพร์อย่างสมบูรณ์อาจจะสู้ได้อย่างสูสีขึ้น แต่น่าแปลกที่แวมไพร์ไม่อาจฟื้นฟูาแจากการต่อสู้กับสัตว์อสูรตนนี้ได้เลย บ้างล้มตายบ้างรุมทึ้งใส่ร่างอสูรสีแดงอย่างอลหม่านวุ่นวาย ข่วนบ้างกัดบ้างก็ทำได้เพียงแผลถลอกเท่านั้น
พวกพายุได้หนีขึ้นไปจนเมื่อใกล้ชั้นสุดท้าย ทุกคนที่มาถึงหน้าห้องเก็บเซฟต่างนั่งลงพร้อมกับเสียงหอบ แฮ่ก ๆ กันทุกคน
“รอดแล้ว ทีนี้พวกเราแค่เปิดประตูนั่นเข้าไป...” ไทอินกล่าวไปหอบไปเหมือนจะขาดใจให้ได้ ไม่มีใครที่ไม่เหนื่อยเลยบางคนร้องไห้ด้วยความดีใจ บางคนก็จะรีบลุกขึ้นเพื่อไปต่อ พายุหันมามองพวกพ้องแล้วยิ้มให้
“หัวหน้าหน่วย รหัสประตูคืออะไรเหรอครับ?”
เผือกถามด้วยน้ำเสียงอันเหนื่อยแห้ง และใบหน้าที่โชกไปด้วยเหงื่อค่อย ๆ หยดลงพื้น โดยมีสีแดงเด่นชัดที่เป็ของเหลวไหลลงมาผสมด้วย
สวบ !!!
ทุกคนผงะแล้วหันมามองเป็ตาเดียว มีชายที่เหมือนมนุษย์ใสชุดคลุมยาวที่ทำจากหนัง ผมสีขาวหน้าตาอำมหิตมายืนต่อหน้าพวกเขา
แต่ในมือได้ถือก้อนเนื้อสีแดงที่เต้นอยู่ ใช่แล้วมันคือ
หัวใจ!!
เผือกล้มลงและสิ้นใจทันที และแวมไพร์วาคีนได้เปิดเผยร่างแวมไพร์ให้พวก ณ ที่นั้น ได้เห็นกันทั่ว
วาคีนสลัดมือและมีผลึกคริสตัลบางอย่างกระเด็นออกมา มันเป็คริสตัลประกายสีทอง ที่พุ่งไปยังใบหน้าและลำตัวของทุกคน บางคนได้ตายลงทันทีมีเพียงพายุเท่านั้นที่โดนคริสตัลปักที่แขนแต่คนอื่นโดนโจมตีที่ลำตัวและศีรษะประปรายกันไป
“โอ๊ะ แกหน้าคุ้น ๆ นะ เหมือนฉันเคยเจอมาก่อนรึเปล่านะ? เหมือนฉันจะเกลียดมันด้วย”
วาคีนกล่าว พร้อมชี้หน้าใส่พายุ
“แก... ฉันไม่เคยเจอแกหรอกนะจำคนผิดแล้วล่ะ”
พายุกล่าวด้วยเสียงที่ตื่นเต้น หัวใจมันเต้นรัวไม่เป็จังหวะความกลัวเอิ่อล้นมาจนรู้สึกได้
“สงสัยจะแค่หน้าเหมือนคนที่ฉันรู้จัก เ้านั่นมันเก่งมากเลยล่ะ แต่ดันมีนิสัยขี้ขลาด ” วาคีนตอบกลับพายุด้วยเสียงเย่อหยิ่ง
บัดนี้หนุ่มคิ้วเข้มได้ตระหนักดีถึงความเป็ความตายเบื้องหน้า หากตายคงไม่ได้รู้ความจริงเป็แน่แท้ใครกันที่หน้าคล้ายเขา นี่อาจเป็เบาะแสเดียวของเขาเพื่อตามหาบางอย่างที่เขาไคว่คว้ามาโดยตลอด แต่ไม่แลกด้วยชีวิตก็คงจะไม่ได้มันมา
เขาหันไปหาหัวหน้าหน่วยอาวุธ และถามว่า
“เคยมีคนรอดจากยาเข็มนี้ใช่ไหม?”
“เคย แต่น้อยมากสุดท้ายมักจะตายกันเกือบหมด คนที่เคยฝืนใช้ตอนคับขัน มีโอกาสรอดเพียง 1 ใน 10”
ชายแก่ตอบกลับพายุ แต่คำตอบมันก็ไม่ได้เพิ่มความมั่นใจให้เลยแม้แต่น้อย พายุรีดเค้นความกล้าเฮือกสุดท้ายในตัว
ฉึก!!
เสียงเข็มฉีดยาปักลงแขนโดยไม่มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว
“ขอแค่ฉันเป็หนึ่งในนั้น ก็จะช่วยคนอื่นในตอนนี้ได้ ถ้าไม่เสี่ยงก็ตายอย่างเดียวแน่นอน ถ้างั้นเราขอลองเสี่ยงกับความตายครั้งนี้ก็ยังซะดีกว่า”
ในหลอดของเข็มฉีดยาที่มีของเหลวอยู่ไม่มากนัก สิ่งเหล่านี้ได้ไหลพรั่งพรูเข้าสู่ร่างกายของพายุผ่านทางแขนผ่านเส้นเืต่างๆ เหมือนร่างของเขาได้ตอบรับมันในทันทีและขยายตัวขึ้น เผยให้เห็นลวดลายแตกแขนงของเส้นเืฝอยต่าง ๆ
พายุรู้สึกเย็นวาบซู่ซ่าไปทั่วร่าง เป็ความเย็นหรือความแสบซ่านของปฏิกิริยาต่อต้านของร่างกายต่อของเหลวนั้น เขาทรมานประหนึ่งเหมือนว่ากำลังมอดม้วยชีวาวาย จะตายและมลายหายไปจากโลกใบนี้ในทันใด เมื่อน้ำยานั้นได้ซาบซ่านลงเข้าไปสู่ระดับเซลล์ได้เปลี่ยนกล้ามเนื้อของเขาให้เกิดความเปลี่ยนแปลง มีปุ่มนูนที่หน้าผากเขาเริ่มโผล่ที่ศีรษะเป็เขาสีแดงงอกออกจากหน้าผากตั้งตระหง่านชูชันความยาวไม่มากนัก ลำตัวและิัมีมวลกล้ามเนื้อที่มากขึ้นกว่าเดิมมากนัก ขนสีทองอ่อนได้ผุดขึ้นมาแซมปกคลุมทั่วร่างกายของพายุ ใบหน้าที่เปลี่ยนไปมีเขี้ยวงอกขึ้นมาที่ฟัน มีเกล็ดสีทองที่แก้มทั้งสองข้างอย่างเด่นชัด เกล็ดรูปร่างเหมือนใบไม้ที่มีความเหลี่ยมซ้อนกันอยู่ มือเปลี่ยนไปมันหดเข้าไปรวมกันแล้วงอกออกมาใหม่ กลายเป็กรงเล็บอันแหลมคมปานจะกรีดท้องนภาให้ขาดวิ่นได้ มีนิ้วสี่นิ้ว ที่เท้าได้ยื่นยาวออกมาและมีกรงเล็บติดที่นิ้วเ่าั้ด้วย ที่แผ่นหลังได้มีปีกงอกขึ้นมาอย่างมหึมา
ั!! นี่คือัในร่างมนุษย์อย่างแท้จริง เสมือนัในตำนานของยุโรป
รูปร่างช่างแตกต่างกับผู้ที่ฉีดยาก่อนหนสิ้นเชิง พายุมองและสังเกตกับร่างกายที่ได้เปลี่ยนไป ทั้งงุนงงสับสันแปลกใจเป็อย่างมาก ในเหตุความเป็มาแห่งร่างกายที่ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แต่... มัจจุราชไม่อาจรอให้เขาคิดเื่ใดๆ ได้ในหัวในตอนนี้ วาคีนะโเข้ามาเป็การร่นระยะเข้าไปในพริบตา พร้อมจ้วงแทงใส่พายุด้วยกรงเล็บนับสิบครั้ง ผมสีขาวนั้นปลิวไสวไปมา เตะและต่อยโดยไม่ยั้งมือ ปิดท้ายด้วยลูกถีบแห่งแวมไพร์เพศผู้ทำให้พายุกระเด็นไปติดกำแพง ทำให้ที่กำแพงมีรอยร้าวมหึมาเกิดขึ้นกำแพงหินอ่อนที่ดูแข็งแรงหนาแน่นกลับครืนลงมา เสียงดังสนั่นราวกับแผ่นดินไหว ไม่ทันที่อสูรสีทองลุกขึ้นวาคีนก็พุ่งเข้าไปต่อยซ้ำอย่างรุนแรงโดยไม่ยั้งมือ ไม่ให้หนุ่มัคนนี้ลุกขึ้นมาสวนกลับได้แม้แต่น้อย
เสียงทั้งหมดได้หยุดชะงักลงอย่างรวดเร็ว ในฝุ่นควันปรากฏภาพของพายุในร่างั ใช้อุ้งมือที่มีกรงเล็บรับหมัดของวาคีนไว้ส่วนแขนขวาได้ถืออะไรบางอย่างที่ไม่น่าเป็ไปได้
นั่นมันแขนอีกข้างของวาคีน!!
เืได้เจิ่งนองไปทั่ว บริเวณนั้นเป็สิ่งที่น่างงงวยสำหรับแวมไพร์ผมขาวตนนี้เป็อย่างมาก เขาเริ่มตระหนักถึงหายนะที่อาจจะมาเยือน แต่ด้วยความยโสที่เป็นิสัยดังเดิมของมันทำให้เกิดความแค้นแทน
ไม่เลวนี่ !!เสียงแวมไพร์วาคีนะโอออกมา ด้วยเสียงอันตื่นเต้น
พายุได้ซัดกรงเล็บของตนใส่วาคีนไม่ยั้งเป็การโจมตีเข้าที่ร่างหลายครั้ง มนุษย์ที่เหลือรอดอยู่ในบริเวณนั้นได้มองอย่างตื่นตะลึง ทั้งที่ตัวเองาเ็กันถ้วนหน้า แต่กลับมีความรู้สึกตื่นเต้นในการต่อสู้ของทั้งสองคนอย่างมาก แขนของวาคีนงอกแทบจะในทันทีที่พายุเด็ดออกมา วาคีนพยายามปัดป้องกรงเล็บนั้นไม่ให้โดนจุดสำคัญอย่างหัวใจและศีรษะ และพายุก็พยายามเล็งไปที่จุดนั้นเรื่อย ๆ เหมือนว่าสติไม่ได้หลุดไปจากพายุยังมีความจำความรู้เกี่ยวกับวิธีกำจัดแวมไพร์จากสมองตอนที่เป็มนุษย์ การสู้อย่างดุเดือดเืพล่านของทั้งสองเกิดขึ้นอยู่ชั่วครู่ วาคีนก็ทำได้แค่เล็งหาจังหวะเพื่อตอบโต้แต่ไม่มีโอกาสทำได้เลย มีแต่ต้องตั้งรับหมัดอันรุนแรงของอวตารัตนนี้ พายุเือาบไปทั้งร่างอสูรของเขาเป็เืของแวมไพร์วาคีนและเืของเขาเอง าแเกิดขึ้นทั้งร่างกายที่เหมือนันั้น
สวบ!!
เมื่อสิ้นเสียงการกระทบกันของร่างอสูรกายของทั้งสอง ภาพเบื้องหน้าของผู้าเ็เป็สิ่งที่ไม่น่าเชื่อเลยแต่ก็คาดเอาไว้อยู่แล้วว่าอาจจะเป็เช่นนี้ ในมือพายุมีก้อนหินที่เหมือนคริสตัลสีแดงถืออยู่
นั่นคือหัวใจของแวมไพร์นั่นเอง!!
วาคีนได้ล้มลงและได้อุทานออกมาว่า “ไม่จริง ไม่จริงใช่ไหมฉันไม่อยากจะ... ตาย…”
ในใจวาคีนได้รู้สึกถึงความพ่ายแพ้เป็ครั้งสุดท้ายของชีวิต มันเป็ความรู้สึกที่เหมือนโดนดูถูก เพราะเขาถูกสังหารโดยชายที่มีความคล้ายกับคนที่เขาเกลียด
“อึ่ก!! มันตลกดีนะ... แกน่ะมันเหมือนกับแฟรงค์ ไอ้ขี้ขลาดนั่น”
ร่างของวาคีนค่อย ๆ สลายหายไป เหมือนกับขี้เท้าสีดำที่ลอยฟุ้งเป็ฝุ่นสีขาว
ในขณะเดียวกันร่างของพายุก็ล้มลงครืนมาใส่พื้นกระเบื้อง เสียงตึงตังนั้นดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว
ร่างของพายุค่อย ๆคืนสภาพกลับมาเป็มนุษย์พร้อมกับร่างกายที่มีาแและรอยช้ำท่อนบนอันเปลือยเปล่ามีรอยช้ำอยู่ที่ท้อง สติของเขาค่อย ๆ เลือนหายไป
“ภาพของเด็กคนหนึ่งปรากฏขึ้นมา เป็เด็กน้อยอายุประมาณ 9 ขวบเด็กคนนี้มีคิ้วหนาและหน้าตาที่เอิบอิ่มกำลังกอดตุ๊กตาหมีตัวหนึ่งอยู่ ตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวขนาดพอดีกับแขนทั้งสองข้างของเขาที่จะอุ้มมัน ในขณะเดียวกันได้มีเด็กอีกคนที่อยู่ใกล้ ๆ โตกว่าประมาณ 2 ปีที่หน้าตาคล้ายกันแต่คิ้วไม่หนามากมีริมฝีปากที่เล็กกว่าคนแรกนิดหน่อย กำลังะโโลดเต้นอย่างมีความสุข”