ตอนที่5 ตำหนักลมปราณ!
.
.
หลังจากที่หยุนเสี่ยวกลับตำหนักไปหยุนเฟยจึงลอบถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ
“ต้องขอบคุณทักษะการโกหกหน้าตายของข้าจึงทำให้ท่านพ่อจับพิรุธไม่ได้”
กล่าวจบร่างบางก็ทิ้งตัวลงไปยังเตียงนุ่มอย่างเหนื่อยล้าร่างกายของมันถึงขีดจำกัดเต็มทีแล้ว หลังจากที่ทนความเจ็บเช่นนั้นมาติดต่อกันหลายชั่วยามถึงเวลาได้พักซักที...
ชายหนุ่มจึงผล็อยหลับไป
ครั้นแสงอาทิตย์สาดส่องดวงจันทร์หม่นก็ถูกแทนที่ ก้อนเมฆมืดมนหายวับจากท้องฟ้า กลับกลายเป็ก้อนนภาสีขาวน่ามองไม่หยอกวันนี้นายน้อยจวนเ้าเมืองตื่นเช้าเป็พิเศษเพื่อออกไปทำธุระ ก่อนออกไปมันได้หยิบถุงเงินในหีบออกมาเล็กน้อยเพื่อใช้จับจ่ายก่อนที่จะทยานออกจากหน้าต่างไปยังทิศทางใจกลางเมือง
ฟึบ!
วิ่งได้ไม่นานเนื่องชายหนุ่มจึงหยุดฝีเท้าลงเมื่อมาถึงยังที่หมายตรงหน้าของมันคือตำหนักใหญ่ที่มีอิทธิพลมากมายไม่แพ้จวนของมัน บนตำหนักแห่งนี้แขวนป้ายตำหนักไว้ด้วยตัวอักษรพิจิตรงดงามว่า‘ตำหนักลมปราณ’
ตำหนักลมปราณคือสิ่งใด? ตำหนักลมปราณนั้นเปรียบดั่งอาจารย์ของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์! เพราะในสถานที่แห่งนี้นั้นจะมีพลังปราณของผู้ที่มีขอบเขตุสูงๆสถิตอยู่โดยลมปราณเ่าั้จะถูกกักขังไว้ด้วยอักขระไว้ในแต่ละห้อง เมื่ออักขระเ่าั้ทำงานพลังปราณของผู้ฝึกยุทธ์ก็จะไหลท่วมภายในห้อง! และด้วยแรงกดดันจากพลังปราณของผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงนี่เองที่ทำให้ผู้คนที่มาใช้ได้รับแรงกดดันและสามารถดูดซับมันเข้าไปเพื่อเพิ่มระดับพลังของตนได้!
ไม่รีรอช้าหยุนเฟยพลันเร่งกายเดินเข้าไปในทันที
“อรุณสวัสดิ์เ้า...!”
ก่อนที่สาวใช้ภายในร้านจะกล่าวจบนางก็ต้องชะงักไปเมื่อมองเห็นใบหน้าของแขกผู้เดินเข้ามาภายในตำหนักนี่มันนายน้อยผู้อาภัพมิใช่รึ!?
“ยินดีต้อนรับเ้าค่ะนายน้อยหยุน”
นางพลันเปลี่ยนท่าทีเป็เคารพนบน้อมกว่าเดินทันทีถึงแม้ชายตรงหน้านางนั้นเป็เป็ดั่งขยะของเมือง แต่บิดาของมันนั้นมิใช่! บิดาของมันนั้นใครๆต่างก็นับถือ และมีครั้งหนึ่งที่ได้ช่วยครอบครัวนางเอาไว้บุญคุณที่จะทดแทนก็ไม่ได้ทำซักทีเป็เช่นนี้ทดแทนให้กับบุตรชายของมันก็คงได้กระมัง?
หืม...?
หยุนเฟยเองก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจสาวใช้ตรงหน้าของมันนั้นต่างกับผู้อื่น ถึงจะดูฝืนๆแต่ยังไงนางก็ยังทำท่าทีเคารพภายในแววตาของนางเองก็ไม่มีร่องรอยของความดูิ่แม้แต่นิด
“ข้าอยากได้ห้องที่พลังปราณหนาแน่นที่สุด”
กล่าวไปเช่นนั้นสาวใช้ตรงหน้าของมันก็ต้องสำสีหน้าตะลึงงันเ้าลมปราณพิการเหตุใดจึงต้องใช้ห้องที่มีลมปราณหนาแน่นกัน? คำถามนี้ถูกปักสลักไว้ในใจของนางแต่ก็มิได้เอ่ยกล่าวออกมานางพยักหน้าตอบรับเล็กๆน้อยๆ ก่อนที่จะเดินนำทางหยุนเฟยไป
“ห้องนี้เป้นของท่านเ้าเมืองที่ซื้อเอาไว้นายน้อยหยุนจึงไม่ต้องจ่ายค่าเช่าใดๆเ้าค่ะ”
เมื่อมาถึงห้องชั้นในสุดของตำหนักนางจึงเอ่ยทักด้วยท่าทีนอบน้อมให้ชายหนุ่มตรงหน้าของนางได้รับทราบก่อนที่ชายหนุ่มจะพยักหน้าเป็อันเข้าใจนางจึงเดินจากไป แต่...
“เ้าเดี๋ยวก่อน!”
เสียงของนายน้อยข้างหลังนางดังขึ้นทำให้นางรู้สึกแปลกใจนางเป็ผู้ฝึกตนในขั้นก่อตั้งขั้น 2 แต่ไม่รู้เพราะอะไรกันแน่ที่ทำให้นางรู้สึกว่าตัวเองด้วยกว่านายน้อยลมปราณพิการข้างหลังของนางว่าแล้วจึงหันไปอย่างงุนงง
“เ้าคะ?”
เสียงตอบกลับของนางทำให้หยุนเฟยอมยิ้มนางยังคงอ่อนน้อมอยู่อีกงั้นหรือ?ในเมืองนี้ใช่จะหาคนเช่นนางได้ง่ายๆ ต้องให้รางวัลซักหน่อยแล้วสิ!
กริ๊งๆ!
คิดไปพลางหยิบถุงเงินเหรียญไปพลางเงินก้อนนี้แท้จริงแล้วมันจะนำมาจ่างเป็ค่าเช่าในตำหนักแห่งนี้ แต่ไหนเลยจะได้ใช้เมื่อท่านพ่อของมันซื้อไว้แล้วตั้งหนึ่งห้อง! แถมยังเป็ห้องที่แพงที่สุดอีกต่างหาก! ห้องที่มันกำลังจะเข้าใช้นั้นมีพลังของผู้ฝึกตนระดับิญญาครอบคลุมอยู่นั่นจึงทำให้ห้องนี้มีราคาสูงถึง 50 เหรียญเงินต่อ 1 ชั่วยาม แต่พ่อของมันกลับซื้อมาเนี่ยสิ! ราคาอย่างต่ำคงไม่พ้น 3 พันเหรียญทองเป้นอย่างต่ำด้วยซ้ำ!
ตุบ!
ไม่ทันที่สาวใช้จะได้ครุ่นคิดสมาธิของนางกลับต้องมาวุ่นอยู่กับสิ่งที่นายน้อยจวนเ้าเมืองโยนมาให้นางอะไรกัน? เ้าหมอนี่แกล้งข้าเช่นนั้นรึ?ถึงแม้ในใจจะคิดโกธรแต่ก็ไม่ได้แสดงออกมา นางใช้เวลาสงบสติอารมณ์เล็กน้อยก่อนที่จะมองไปยังสิ่งที่อยู่บนมือของนาง
“นี่มัน!?”
ไม่ทันได้กล่าวจบมือของนางก็สั่นเทา! สิ่งที่นางถืออยู่ก็คือถุงเงินเหรียญแถมข้างในนั้นยังมีเหรียญทองอยู่กว่า 1 ร้อยเหรียญเสียอีก!นี่มันอันใดกัน!? นางหันไปมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสงสัยเล็กน้อยก่อนที่จะทำสีหน้าตกตะลึงเมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มพูด
“ข้าให้เ้า!”
“แต่!”
ไม่ทันได้กล่าวจบความชายหนุ่มก็เข้าไปในห้องระดับปราณิญญาเสียแล้วนางถึงกลับเข่าทรุดลงมาเมื่อรู้ว่านี่มิใช่ความฝัน! ถุงเงินตรงหน้านางนั้นคือของจริง! คนรวยเขาโยนเงินให้ง่ายๆเช่นนี้เลยหรือ!?
“เงิน1 ร้อยเหรียญเงินนั้นเทียบเท่ากับค่าแรงของข้าถึง 1 เดือน แต่ในนี้กลับมีถึง 1ร้อยเหรียญทอง!”
นางกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อตัวเอง! เงินที่นางได้รับจากนายน้อยนั้นเทียบเท่ากับเงินค่าแรงของนางตั้งหลายสิบปี! นี่มันอันใดกัน? เมื่อตั้งสติได้นางจึงนั่งลงในท่าพับขาก่อนที่จะกราบลงไปหน้าประตูห้องของนายน้อยจวนเ้าเมืองอย่างซาบซึ้งในน้ำใจนางถูกคนตระกูลหยุนช่วยไว้อีกแล้ว! มารดาของนางป่วยหนักต้องใช้เงินค่ารักษาในปริมาณมากและเงินก้อนนี้เองก็เหลือเฟือมากนัก!
“ขอบคุณนายน้อยหยุนเ้าค่ะ!”
ครั้งนี้นางได้กล่าวอย่างนอบน้อมกว่าทุกครั้งน้ำเสียงของนางไม่ได้กระดากอายอีกต่อไป หากแต่เป็น้ำเสียงที่เกิดขึ้นอย่างตั้งใจนาง...ติดหนี้บุญคุณคนตระกูลหยุนอีกแล้ว!
.
.
To be continue…