ภายในตัวคฤหาสน์และโบสถ์ ทั้งสองแห่งมีสถานที่ที่เหมือนกันอยู่นั่นคือหลุมหลบภัยใต้ดิน มีไว้สำหรับเตรียมรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่คาดไม่ถึง
จอมเวทย์หนุ่มละสายตากลับมา
‘แม่ชีสาวต่างถิ่นมีแต่คนเด็ด ๆ ทั้งนั้น หน้าอกใหญ่กันหลายคนเลยโดยเฉพาะซิสเตอร์แพทริเซีย’
ไคน์ เฮวี่ฮาร์ท นึกแล้วก็เกือบน้ำลายหก เขากล้าสาบานว่าไม่ได้คิดทะลึ่งแม้แต่นิดเดียวเพียงแค่อยากชะลอผลข้างเคียงจากโรคร้ายที่กำลังเป็อยู่ต่างหาก
นี่เกี่ยวข้องกับความเป็ความตาย ถ้าไม่ยอมคิดเื่หื่นบ้างเลย อาการปวดหนึบไข่ก็จะถามหาความเ็ปเจียนตายนั้น ใครไม่เคยโดนก็ไม่มีวันเข้าใจหรอก
ทุก ๆ วันศุกร์ ทางโบสถ์จะมีการจัดพิธีสักการะพระผู้เป็เ้า ตามด้วยการเปิดกว้างในการบูชาเทพเ้าตามความเชื่อต่างๆ ของท้องถิ่นซึ่งแตกต่างกันออกไป
ยกตัวอย่างเช่นหมู่บ้านของเด็กหนุ่ม เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ทำการเกษตรกับปศุสัตว์เพื่อหาเลี้ยงชีพทุกคนจึงพากันนับถือเทพเ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์และการเก็บเกี่ยว
เล่าลือกันว่า ท่านเทพมีร่างสถิตเป็สุนัขจิ้งจอกสีขาวพระจันทร์ตัวใหญ่บ้างก็ว่าเป็หมาป่าขนสีทองตัวมหึมา บางคนเล่าว่าเคยพบเห็นกระทิงขนสีเทาขนาดั์ในคืนเดือนหงายอยู่ไกลๆ
เอ่ยถึงพิธีสักการะ โดยในวันนั้น หัวหน้าแม่ชี ซิสเตอร์แพทริเซียจะเป็แกนนำการดำเนินพิธีและควบคุมพร้อมดูแลขั้นตอนั้แ่ต้นจนจบ
เพราะอยากรู้อยากเห็น ไคน์จึงเคยเข้าร่วมพิธีบูชาเทพเ้าอยู่สองครั้ง ชุดนักบวชของแม่ชีแพทริเซียช่างไม่เหมือนใครมันช่างแสนคับและรัดติ้ว ประหยัดเนื้อผ้าจนไม่สามารถซ่อนทรวดทรงดินะเิของเธอได้หมด
ตอนนั้น จอมเวทย์หนุ่มเพิ่งติดดีบัฟมาหมาด ๆ เขาจึงกล่าวยกยอผู้นำของศาสนจักรอย่างหน้าไม่อายว่าสไตล์ลิสของพวกเขาช่างเอาใจใส่ ออกแบบเครื่องแบบของสาวกหญิงมาแบบพิถีพิถันและโดนใจผู้คน
ด้วยเสื้อคอกว้าง เปิดเนินอก กระโปรงทั้งเว้า ทั้งแหว่งและผ่าลึก เครื่องแบบของเหล่าซิสเตอร์จึงกลายเป็จุดขายไปโดยปริยาย
โดยเฉพาะทรวงอกที่ใหญ่โตของซิสเตอร์แพทริเซียซึ่งมักต่อต้านแรงโน้มถ่วงมันกลายเป็จุดศูนย์รวมของความศักดิ์สิทธิ์ในหมู่บ้าน ััของมันน่าจะนุ่มหนึบหนับมากถึงแม้จะไม่เคยลองจับสักครั้งเลยก็ตาม
“อะแฮ่ม!”
เมื่อถูกเด็กน้อยจ้อง ไคน์รีบแกล้งไอกลบเกลื่อน เบรกความคิดสัปดนเอาไว้เขาชักจะกลายเป็ไอ้โรคจิต เริ่มติดเสียนิสัยเพราะไอ้ผลข้างเคียงเฮงซวยนี่ แม้ว่าข้อดีจะมีเยอะกว่าก็เถอะ
อีกไม่ถึงยี่สิบเมตรจะถึงจุดหมาย มองเห็นโรงแรมอยู่ไม่ไกล ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งได้ยินเสียงสนุกเฮฮาจากเหล่าลูกค้าขาประจำดังแว่วมาแต่ไกล
“ลุค พอไปถึงแล้ว คิดเอาไว้ยัง นายอยากจะกินอะไร?”
“ผมเหรอ? อะไรก็ได้ที่เ้าของร้านเป็คนลงมือทำ มันอร่อยมากเอิ้ก!”
เด็กหนุ่มก้มมองต่ำลงมา ก็ว่าอยู่ ทำไมเสียงถึงได้หย่อนหยานนักเ้าเด็กน้อยนี่กำลังตาลอย ดวงตาเคลิบเคลิ้ม เรอออกมาแค่ลม ท่าทางเหมือนคนเมายา นี่คืออาการข้างเคียงของลูกอมรสเหล้ารัม
ไคน์ไม่สนใจ เพราะไม่เกินห้านาที ผลของมันก็จะหายไปเอง เขาจูงมือพาลุคเดินเข้าไปภายร้านสว่างไสวราวกับตอนกลางวัน
โรงแรมของคุณเเมอร์แกนเป็ที่พักขนาดกลางเพียงแห่งเดียวในหมู่บ้านเหมาะสำหรับกลุ่มนักเดินทางและขบวนคาราวานเล็ก ๆ ที่มาเป็หมู่คณะ
เ้าของโรงแรมมีชื่อเต็มว่า ‘เมอร์แกน มอรี่’ นอกจากมีห้องพักจำนวนมาก เธอยังสร้างครัวขายอาหารในตอนกลางวันอีกด้วยส่วนเวลากลางคืนเพิ่มด้วยมุมบาร์เล็ก ๆ ไว้คอยบริการพวกขี้เมา จนกระทั่งเที่ยงคืนถึงจะปิดลง
ในหนึ่งเดือน ไคน์ซึ่งี้เีลงมือเข้าครัวมักจะแวะมาทานอาหารเย็นอยู่ที่นี่บ่อยๆ แถมอาหารที่เ้าของร้านเป็คนคอยกำกับดูแลยังการันตีได้ว่าอร่อย
“หวัดดีจ้ะ ไคน์ พักนี้ไม่ค่อยเห็นหน้าเลยนะ”
“ดีครับ คุณเมอร์แกน ผมพาลุคมาส่งให้คาร่า”
“คาร่าเหรอ? ตอนนี้เธอยุ่งอยู่ที่หลังร้าน จะมาทานอาหารด้วยใช่ไหมฉันจองที่นั่งไว้ให้พวกเธอแล้ว อยู่ตรงนั้นจ้ะ”
ไคน์ปล่อยมือจากลุค เมื่อเ้าเด็กแสบกลายเป็อิสระ เขาจึงวิ่งแจ้นเข้าไปหาพี่สาวที่หลังร้านทันทีเด็กหนุ่มเลิกสนใจฝ่ายนั้น เดินมุ่งหน้าไปทางโต๊ะว่างซึ่งอยู่เยื้องกับประตูห้องครัวมากที่สุด
พอนั่งลง เขาเหลียวมองไปรอบ ๆ ด้าน พบว่าบรรดาโต๊ะทุกตัวกับเก้าอี้ทั้งหมดได้ถูกจับจองเกือบเต็มหมด
แขกภายในร้านเป็พวกนักเดินทางต่างถิ่นซะส่วนใหญ่ ภายในนั้นมีกลุ่มนักผจญภัยชายหญิงปะปนอยู่ด้วยมีอยู่สองคนที่เด็กหนุ่มพอรู้จักและคุ้นหน้าค่าตาดี
“เอาล่ะ! เลือกได้หรือยังว่าจะทานอะไร? หรือว่าเป็เมนูเดิม?”
“นั่นสินะ ขอนึกก่อน”
เมอร์แกน มอรี่ ซึ่งสวมผ้ากันเปื้อนสีขาวเดินยิ้มแฉ่งตรงเข้ามาหาไคน์ เธอมีใบหน้าดงามหมดจดเส้นผมยาวสีน้ำตาลถูกรวบเอาไว้เป็ระเบียบ อายุประมาณสามสิบปี
ถึงแม้อายุจะขึ้นเลขสามแล้ว แต่เมอร์แกนยังคงรักษารูปร่างภายนอกได้ดีมากปัจจุบันเธอยังครองตัวเป็โสด ยังไม่คิดถึงเื่แต่งงาน
ในมือแต่ละข้างกำลังของเ้าของร้านถือแก้วใส่เบียร์ใบใหญ่ เนื่องจากตอนเย็นมีลูกค้าจำนวนมากเด็กเสิร์ฟที่เธอจ้างมาไม่พอใช้งาน บางครั้ง เธอเลยจำเป็ต้องลงมือทำด้วยตนเอง
จอมเวทย์หนุ่มเป็พวกอยู่ง่ายกินง่าย เขาวางเมนูลง
“เอาเหมือนเดิมครับ แล้ว... ่นี้ ร้านของคุณเป็ยังไงบ้าง?”
“ก็ไม่เลวนักนะจ๊ะ อ่อ ไคน์ ถ้าเธอจะเข้าไปในป่าแล้วล่าสัตว์อีก เธอสามารถเอามันมาขายให้ฉันได้นะแน่นอนว่าให้ราคายุติธรรม”
ไคน์พยักหน้า เวลาไปล่ามอนสเตอร์เอาวัตถุดิบ หรือไปทดลองฝึกเวทมนตร์ในป่าเขามักจะนำศพสัตว์ป่าทั่วไปที่ฆ่าได้กลับมาขายให้แก่ที่นี่ทุกครั้ง
เมอร์แกนเดินเข้าไปเสิร์ฟเบียร์แก่ลูกค้าโต๊ะอื่น แล้วเดินย้อนกลับมาเพื่อชวนคุยเื่บางอย่าง
“นี่ไคน์ เธอได้ยินข่าวลือใน่นี้ไหม?”
“ข่าวลือ? เื่อะไรเหรอครับ?”
เด็กหนุ่มทำหูผึ่ง ชักรู้สึกสนใจขึ้นมา เนื่องจากทุกวันต้องคลุกคลีกับบุคคลจากโลกภายนอกตลอดข่าวสารที่คุณเมอร์แกนหามาได้มักไม่ธรรมดาเสมอ ถ้าไม่ใช่พวกเื่ราวลี้ลับก็มักจะเป็เื่ซุบซิบนินทาหรืออาจเป็ข่าววงในระหว่างกลุ่มนักผจญภัย
เมอร์แกน มอรี่ โน้มร่างกายลงต่ำเล็กน้อย พลางกระซิบกระซาบอยู่ข้างใบหูของไคน์เขาถึงกับได้กลิ่นหอมของเครื่องปรุงลอยโชยเข้ามา
“เื่ใกล้ตัวนี่แหละจ้ะ พวกเขาบอกกับฉันว่า พฤติกรรมของหัวหน้าหมู่บ้าน่นี้ดูผิดปกตินิดหน่อยอยู่ ๆ เธอมักจะหายตัวไปในยามค่ำคืน ไม่มีใครทราบว่าเธอไปที่ไหน หรือไปพบใคร”
“มีวันหนึ่ง เวรยามในหมู่บ้านเคยพบเห็นหล่อนแอบออกมาจากคฤหาสน์ในยามวิกาลพอลองตามไป ตรงนั้นก็ไม่มีใครแล้ว”
“คนอื่นคิดว่ายามคนนั้นตาฝาด แต่ฝ่ายนั้นกลับกล้าสาบานต่อพระผู้เป็เ้าว่าเห็นกับตาจริงๆ จนหลายคนเริ่มจะเชื่อ ถ้าเธอพอมีเวลาล่ะก็จะลองตามสืบดูหน่อยก็ดี”
เมอร์แกนทราบดีว่าเด็กหนุ่มเป็คนมีฝีมือ เขาชอบศึกษาเื่ราวลี้ลับหรือทฤษฎีที่ยังไม่เคยมีใครพิสูจน์ได้บางที เด็กหนุ่มอาจจะค้นพบอะไรบางอย่าง จะได้นำทุกอย่างมาเล่าให้เธอฟังทีหลัง
“ถ้าผมว่าง ผมจะลองตามหาความจริงดูนะครับ ขอบคุณที่บอก”
“ไม่มีปัญหาจ้ะ รออาหารสักครู่นะ”
คุณเ้าของร้านคนสวยทำท่าทางส่งจูบมาให้ พลางหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องครัว
ไคน์ตกอยู่ในห้วงความคิด
‘หัวหน้าหมู่บ้าน? โอ้! งั้นก็คุณแม่ของเคทน่ะสิหล่อนทำให้ฉันประหลาดใจและยิ่งอยากหาคำตอบมากขึ้นไปอีก’
แอนนา ลัวร์ อดีตผู้กล้ารุ่นก่อนที่ปลดเกษียณ ยอดนักผจญภัยระดับแพลทินัมผู้นำทางสังคมที่น่านับถือ แต่ระยะนี้ กลับกำลังทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ยามดึก
การกระทำราวกับเป็โจรย่องเบา ฝ่ายหญิงเก็บงำเื่อะไรเอาไว้กันนะ เขารู้สึกคันไม้คันมืออยากรีบออกไปหาหลักฐานแล้วสิ
ไคน์ชักได้กลิ่นไม่ชอบมาพากล ิญญานักสืบเข้าสิงร่าง อยากจับแมวขโมยตัวนี้ให้ได้
ในขณะนั่งรออาหารมาเสิร์ฟ สักพัก ประตูห้องครัวพลันเปิดออกคาร่ากับลุคเดินถือถาดอาหารออกมาพร้อมกัน สองพี่น้องเดินตรงมาที่โต๊ะเด็กหนุ่มแล้วนั่งลงคนละฝั่ง
“เลิกงานแล้วเหรอครับ?”
“อืม คุณเมอร์แกนอนุญาตเป็พิเศษน่ะ ขอบใจที่พาน้องชายมาส่งนะ ไคน์”
“แค่เื่เล็กน้อย เพื่อนบ้านกันนี่ครับ”
“จริงสิ ลุค วันนี้เป็เด็กดีรึเปล่า?”
“โธ่! พี่! เมื่อกี้ถามไปรอบหนึ่งแล้วนะผมว่านอนสอนง่ายจะตาย จริงไหมพี่ชาย!”
คาร่ามองมาทางไคน์ เด็กหนุ่มพยักหน้า ยกนิ้วโป้งเพื่อยืนยัน แต่กลับคิดในใจว่าถ้าเด็กเปรตนี่ยอมอยู่ในโอวาทง่ายๆ สิ ถึงจะแปลก
ทว่าเขาไม่มีทางพูดแฉออกไปหรอก พวกเขาลงเรือลำเดียวกันแล้ว ทั้งคู่จับมือทำธุรกิจร่วมกันแถมของกลางยังอยู่ในกระเป๋ากางเกงอยู่เลย
อาหารสามชุดวางเรียงรายอยู่เบื้องหน้า พวกเขาต่างกินกันไปคุยกันไปส่วนใหญ่ล้วนหนีไม่พ้นเื่ชีวิตความเป็อยู่ในแต่ละวัน รองลงมาคือสถานการณ์จากโลกภายนอกสุดท้ายเป็เื่ซุบซิบนินทาและข่าวลือ
ข่าวทั่วโลกเกือบทั้งหมด เด็กหนุ่มเพียงแต่ได้ยินมาจากคนอื่น หากไม่จำเป็จริงๆ เขาจะไม่ค่อยออกห่างจากหมู่บ้านมากเกินไป
ประมาณครึ่งปีมานี้ อย่างมากที่สุด คือการเดินทางข้ามไปอีกฟากของูเาเพื่อไปทำภารกิจไปและกลับเป็ระยะทางราว ๆ สามถึงห้าวัน
ยิ่งดึก บรรยากาศในร้านยิ่งคึกคัก วันนี้มีขบวนคาราวานเดินทางผ่านมาหนึ่งในนั้นมีกลุ่มนักดนตรีเปิดหมวกรวมอยู่ด้วย พวกเขาถือเครื่องดนตรีออกมายืนแสดงกลางร้านไพเราะบ้างไม่ไพเราะบ้าง ต่างร่วมมือกันบรรเลงบทเพลงให้บรรดาแขกทุกคนภายในร้านฟัง ล้วนได้รับทิปจากลูกค้ากลับไปเป็จำนวนไม่น้อย
มื้อเย็นจบลงอย่างรวดเร็ว หลังจากจ่ายเงินเสร็จ สองพี่น้องขอตัวจากไปก่อนยกเว้นจอมเวทย์หนุ่มที่นั่งท้าวคางฟังเพลงต่ออย่างเอ้อระเหย รอให้อาหารย่อยอยู่ที่เดิม
เมื่อคิดจะกลับ ไคน์เหลือบไปเจอคนรู้จัก เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินปรี่เข้าไปทักทายฝ่ายนั้นก่อน
“หวัดดีแชลลี่ ไม่เจอกันนานเลยนะ ลมอะไรหอบมา”
“ไคน์ นี่ยังไม่ตายอีกเหรอ? อายุยืนไม่เบา”
ฝ่ายหลังหันมามอง แสดงสีหน้าประหลาดใจ ทำเสียงจุ๊ปาก
“ฮ่าฮ่า มาได้จังหวะพอดีเลย ฉันมีสินค้าใหม่มาแนะนำ นายอยากได้น้ำมันซาลามันเดอร์แดงไหม?”
“ปากเหรอนั่น.. เอาสิ แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าเธอขายแพงเกินไป ฉันไม่มีปัญญาซื้อหรอก”
ผู้หญิงตัวเล็กพร้อมรูปร่างผอมสเลนเดอร์ที่เด็กหนุ่มกำลังคุยด้วยเธอชื่อว่า ‘แซลลี่ เกรย์ฮาว’ อาชีพหลักคือนักล่าสมบัติ ทว่าความจริงแล้วในกลุ่มเธอดันมีสกิลของนักปรุงยา
แซลลี่มีทักษะการเอาตัวรอดมากมาย ฝีมือการใช้หน้าไม้กับมีดค่อนข้างสูงทีเดียวยาน้ำที่แซลลี่ผลิตขึ้นมีประสิทธิภาพปานกลาง แต่ออกฤทธิ์รวดเร็วฉับไว
ไคน์เคยเป็ลูกค้ากลุ่มแรกในสมัยที่พวกเขาเพิ่งพบกันใหม่ ๆ แถมเด็กหนุ่มยังเคยเกือบตายเพราะคำร้องขอบ้าๆ บอ ๆ จากภารกิจของหล่อนอีกด้วย ต้องติดแหงกอยู่ในรังงูั์เกล็ดนิลจอมเขมือบนานหลายวันเพียงเพราะฝ่ายหญิง้าผงแร่ชนิดหนึ่ง เพื่อใช้เป็ส่วนประกอบการผสมยาแก้พิษเลยลากเขาไปด้วย
ระหว่างสนทนากัน จอมเวทหนุ่มสังเกตเห็นว่าเธออารมณ์ไม่ดี จึงเอ่ยปากถาม
“ยัยจิ๋ว ใครทำให้เธอโมโหเหรอ บอกมา เดี๋ยวฉันจัดการเคลียร์ปัญหาด้วยกำปั้นให้เอง”
“เหอ ๆ นักเวทตัวผอมแห้งอย่างนาย? เอาสิ โจทย์ตัวเป้งของฉันกำลังนั่งดื่มอยู่ตรงโน้น!”
แซลลี่เลิกคิ้ว ชี้นิ้วไปทางด้านหลังเป็ตำแหน่งที่ตั้งของบาร์เหล้าเล็ก ๆ ภายในร้าน ไคน์หันขวับไปแบบขึงขัง แต่พอเห็นฝ่ายนั้นเขารู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องรีบร้อนหันกลับมา เอ่ยก่นด่า
“ตลกแล้ว! ถ้าเป็ยัยโคถึกนั่น ต่อให้มีตัวฉันอีกสักสิบคน ก็ยังไม่คณามืออีกฝ่ายเลยมั๊ง!”
“ฮ่า ๆ อย่าไปกลัวสิยะ เข้าไปทุบตีหล่อนเลย”
“...”