“ว้าว...สวยที่สุดเลยคิดไม่ผิดจริงๆ ที่มาที่นี่”
มธุรสยิ้มกว้างกับวิวทิวทัศน์รอบกายที่มองไกลๆ ว่าสวยแล้วนะ ได้เห็นใกล้ๆ อย่างนี้ เหมือนเธอเดินเข้าสู่ดินแดนแห่งเทพนิยายรอบกายเต็มไปด้วยฟองคลื่นสีขาวและสายธารสีทองเข้มเป็ประกาย อยากยื่นมือไปจับต้องหยิบเอาสะเก็ดเพชรมาประดับประดาบนเรือนกายเสียจริงๆ
ลำแขนเสลากางออก แหงนใบหน้าขึ้นมองพื้นฟ้าสีฟ้าครามและก้อนเมฆสีขาวจินตนาการเป็รูปร่างต่างๆลอยละล่องผ่านไปทีละก้อน สุขจนยากหาสิ่งใดเปรียบ พระพายพัดเอาสายลมจากกึ่งกลางทะเลหอบเอาเกล็ดละอองน้ำมาแตะต้องเรือนกาย อบอุ่นและเย็นฉ่ำในคราวเดียวกัน ก่อนความหงุดหงิดจะตามมาเมื่อต้องยกมือขึ้นจับปอยผมนุ่มที่พันกันปลิวมาถูกพวงแก้มและปลายจมูกให้รู้สึกคันคะเยอบ่อยครั้ง
“บ้าชะมัด! เป็เพราะไอ้ั์บ้านั่นทีเดียว”หญิงสาวพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน กรามซี่เล็กขบกัดจนแก้มนุ่มแดงปลั่งป่องออกประกายั์ตาเจิดจ้าสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์สาดส่องกระทบแสงน้ำทะเลเป็ดั่งแสงดวงดาวอันสวยงามมือเล็กกำหมัดแน่นจนปลายเล็บทิ่มตำไปในเนื้อนุ่ม
“อย่าให้เจออีกนะแม่จะเอาทรายนี่กรอกปากให้กินแทนข้าว...อ๋อไม่ใช่เป็ฝรั่งนี่นะก็ต้องให้กินทรายแทนขนมปังทาแยมแล้วกัน” ปลายนิ้วเท้าวาดใบหน้าของคนบ้ากามที่ตามไปหลอกหลอนเธอแม้กระทั่งยามหลับให้เป็รูปเป็ร่างบูดเบี้ยวหงิกงอก่อนกระทืบซ้ำลงไปหลายๆ รอบเต็มแรง
จากย่ำเปลี่ยนเป็กระทืบทรายแรงๆสลับเตะฟองคลื่นสีขาวซึ่งสาดซัดเข้าหาฟากฝั่งระบายความโกรธในใจจนเหนื่อยอ่อน จึงหยุดให้สายน้ำและสายลมเย็นๆพัดมาแตะต้องร่างกายผ่อนคลายโทสะที่ยังคุกรุ่นอยู่ในหัวใจให้ผ่อนคลายลง
เข้าใจเื่ฝรั่งไม่ถือเื่การััเนื้อต้องตัวไม่ว่าที่ไหนก็กอดจูบกันได้ แล้วตอนนี้เธอก็ดันเห็นหนุ่มสาวจูบกันจะจะตาพวงแก้มอิ่มนุ่มร้อนผ่าวมาพร้อมโทสะที่ผุดขึ้นมาอีกครา เมื่อสิ่งที่อยากลืมกลับย้อนมาในความรู้สึกจนอยากร้องะโดังๆระบายอารมณ์ แต่ก็ไม่กล้ากลัวถูกหาว่าบ้า
มธุรสพยายามสลัดความโกรธสูดลมหายใจอัดเข้าเต็มปอด พร้อมนับหนึ่งถึงสิบในใจ ผ่อนคลายความร้อนรุ่มในกาย โดยการกวาดมองไปทั่วๆให้สายตาตรึงอยู่กับความสวยงามของทิวทัศน์อันสวยงามเป็นานกว่าอารมณ์ซึ่งคุกรุ่นอยู่จะสงบลงและทำใจให้รื่นเริงกับความงามของท้องทะเลสีน้ำเงินเข้มที่มีความหมายว่า“ูเาสีดำ” ที่ซึ่งได้ชื่อว่าไข่มุกแห่งท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
กลีบปากอิ่มคลี่ยิ้มระเรื่อจากที่เตะตารูปท้องทะเลสีน้ำเงินเข้มสะท้อนแสงดวงตะวันจนเกิดเป็ความอยากรู้แล้วก็เริ่มหาข้อมูล ก่อนอ้อนวอนขอให้ภาวัติพามาเที่ยว แล้วตอนนี้พูดได้เต็มปากเลย...ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ
มธุรสเพลิดเพลินกับการย่ำเท้าไปบนทรายสีขาวสะอาดตาและน้ำทะเลเย็นๆสองมือที่ตอนแรกจับผมยาวๆ มาขมวดๆ ไว้กลางกระหม่อมด้วยความรำคาญกลับเปลี่ยนใจปล่อยให้สายลมพัดจนเส้นผมปลิวไสวอย่างสนุกสนานรื่นเริง
มาทะเลไม่เล่นน้ำก็กระไรอยู่พวงแก้มนุ่มป่องออกเล็กน้อยจรดเท้าเล็กเรียวไปในกระแสน้ำเย็นๆ แล้วกระตุกกลับมาพร้อมเสียงหัวเราะใสแจ๋วอย่างสนุกสนานเธอทำอย่างนั้นอยู่สองสามครั้ง ก่อนถอดรองเท้าไว้บนทราย พาเท้าเล็กๆก้าวลงไปเล่นน้ำเต็มๆ กายเล็กย่อลงเล็กน้อยพอให้สองมือได้กวักน้ำเล่นให้สายน้ำเย็นๆ พัดพาความชุ่มชื่นชุ่มฉ่ำใจมาสู่กายาอรชรจนรู้สึกเหนื่อยเลยเดินย้อนกลับขึ้นมายืนหอบบนหาดทราย
ใบหน้านวลผ่องแดงปลั่งจากการได้เล่นน้ำและแสงแดดซึ่งแรงฤทธิ์ขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้สนใจ กลับเลือกยืนทอดสายตามองไปรอบๆบริเวณชื่นชมกับทิวทัศน์อันสวยงามจนไม่ได้สังเกตว่าตอนนี้ตัวเธอได้ตกเป็เป้าสายตาของใครคนหนึ่งซึ่งมองอย่างไม่คลาดแม้สักวินาทีเดียว
รอบกายแม้มีนักท่องเที่ยวไม่มากแต่ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่มาเป็คู่หรือไม่ก็เป็ครอบครัว ส่วนเธอเดินคนเดียวมันเลยทำให้เกิดความรู้สึกเหงาๆอยู่เหมือนกัน อย่างนี้คงต้องไปลากตัวภาวัติจากคอมพิวเตอร์มาเดินเป็เพื่อนให้ได้เสียแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้งานท่านเสร็จหรือยังมธุรสลังเลสองจิตสองใจ เอายังไงดี แต่สุดท้ายบรรยากาศดีๆ สวยๆ ที่ได้เห็นเธอก็อยากแบ่งปันให้กับคนซึ่งเธอรักสุดหัวใจได้ชมด้วย จึงเลือกเดินย้อนกลับไปยังโรงแรม