"เอ่อ..เอ่อ..วันนี้ข้าว่าจะชวนท่านพี่ออกไปเที่ยวในเมืองเนตรอสูรด้วยกันพร้อมท่านพ่อ แต่เกรงว่าท่านพี่จะไม่อยากไปเที่ยวกับข้า."
เยี่ยนฟางหน้าแดงขึ้นมาก่อนจะพูดตะกุกตะกักจนจบแล้วก็ทะยานร่างนำกังหลงออกไปอย่างรวดเร็ว ชั่วครู่ทั้งสองก็มาถึงห้องของผู้นำตระกูลกัง เยี่ยนฟางร้องเรียกขึ้น
"ท่านแม่ท่านพ่อยังอยู่อีกหรือไม่ เ้าคะ"
มีเสียงหวานนุ่มนวลเอื้ออารีตอบมาจากด้านใน
"ฟางเอ๋อร์ มีเื่ไรรึลูก จึงมาหาพ่อแม่แต่เช้าตรู่"
ได้ยินเสียงตอบรับ เยี่ยนฟางยินดียิ่งรีบเปิดประตูเข้าไปด้านใน ด้านในห้องดูเรียบง่ายสะอาดสะอ้าน ที่โต๊ะรับประทานอาหารนั่งด้วยบุคคลทั้งสอง ผู้ที่กำลังยกชาขึ้นดื่มคือกังหยางผู้นำตระกูลกังนั่นเอง ด้านข้างยืนไว้ด้วยหญิงงามผู้หนึ่งคอยปรนนิบัติรินน้ำชาให้ย่อมเป็ฟางเหม่ยผู้เป็ภรรยา
ทั้งสองหันมามองที่ประตูพบเห็นเยี่ยนฟาง และมีกังหลงเดินตามหลังเข้ามาด้วย บุรุษกลางคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ลูกฟาง หลงเอ๋อร์ พวกเ้าทั้งสองมีเื่อันใดรึ จึงรุดมาหาพ่อกับแม่แต่เช้า ฮ่า ฮ่า มาพร้อมหน้ากันเช่นนี้ งั้นมาทานอาหารเช้าด้วยกันก่อน มีเื่อันใดค่อยว่ากันหลังจากทานอาหารเสร็จสิ้นแล้ว ฮูหยินเชิญยกอาหาร นาน ๆ ถึงได้ดื่มกินกันพร้อมหน้า"
กังหยางหัวร่อพร้อมกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข ด้วยภารกิจที่มากมายของตระกูล ่ที่ตระกูลเริ่มตกต่ำเช่นนี้ กังหยางต้องจัดการเื่ราวในตระกูลที่มีการแก่งแย่งอำนาจกัน และต้องออกไปดูแลกิจการร้านโอสถในเมืองเนตรอสูร ่หลังกังหยางเลยไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่ทานอาหารพร้อมหน้ากับครอบครัวมากนัก
หลังทานอาหารเสร็จสิ้น เยี่ยนฟางและกังหลงช่วยมารดาเก็บสำรับเสร็จสิ้นกลับมานั่งพร้อมกัน การสนทนาก็เกิดขึ้น กังหยางถามขึ้น
"ลูกกัง ลูกฟางมีธุระอันใดกับพ่อรึ ?"
วันนี้ท่านพ่อจะเข้าไปที่ร้านโอสถของตระกูลเราหรือเ้าคะ ข้ากับท่านพี่อยากจะออกไปเที่ยวในเมืองเนตรอสูรด้วยเ้าค่ะ
เยี่ยนฟางพูดพลางส่งสายตาสายตาบอกใบ้ไปที่พี่ชายว่าให้เห็นด้วย กังหยางหันไปมองกังหลง
กังหลงมองบิดามารดาและน้องสาว สังเกตุว่าบิดามารดาต้องรับผิดชอบมากมายจนร่างกายทั้งสองท่านดูอ่อนล้าเริ่มมีริ้วรอยชราเกิดขึ้น ส่วนน้องสาวดูมีกังวลห่วงใยในตนยิ่ง ที่ผ่านมาตนกลับเป็ภาระให้บิดามารดาและน้องสาวต้องคอยปกป้องจากเื่ราวต่าง ๆ ตลอดมา
นึกเช่นนี้เกือบทำให้น้ำตาของกังหลงหลั่งไหลออกมา กังหลงกล้ำกลืนสงบสติอารมย์จนเยือกเย็นลง และคิดว่าตอนกำลังจะออกไปฝึกฝนที่ถ้ำลับมีความจำเป็ต้องเตรียมสิ่งของต่าง ๆ ไปด้วย การออกไปเป็เพื่อนน้องสาวเพื่อเที่ยวแล้วซื้อของนั้นก็ถือโอกาสนี้ไปซื้อหาของใช้ ต่าง ๆ ไว้ด้วยเลยจะได้ไปเป็เพื่อนน้องสาวด้วยและตนก็อยากไปดูที่ร้านโอสถของตระกูลด้วยว่าตอนนี้มีสภาพเป็อย่างไร เหตุใดในบางครั้งกังหยางผู้เป็บิดาถึงได้มีสีหน้าเคร่งเครียดกังวล หลังครุ่นคิดแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
"ข้าอยากออกไปเที่ยวกับน้องฟางและถือโอกาสหาซื้อของใช้ด้วยขอรับท่านพ่อ และหลังจากกลับมาจากซื้อของข้าก็อยากขออนุญาตท่านพ่อกับท่านแม่ออกไปฝึกปรือฝีมือหาประสบการณ์ทางด้านนอกสัก่ระยะเวลาหนึ่งด้วย"
"ข้าจึงมาขอคำแนะนำและขออนุญาตท่านพ่อท่านแม่ หากมีสถานที่ใดที่ท่านพ่อท่านแม่จะแนะนำฝากฝัง ข้าอยากไปเรียนรู้จากภายนอกสักครึ่งปี เพื่อเรียนรู้และยกระดับฝีมือขึ้น เมื่อครบกำหนดจะรีบกลับมาร่วมการประลองคัดเลือกผู้นำตระกูลเพื่อท่านพ่อ และข้าตั้งใจจะออกเดินทางวันในวันพรุ่งนี้ขอรับ"
ทุกคนเมื่อได้ยินเช่นนั้นต่างตกตะลึง เยี่ยนฟางรีบกล่าวเป็คนแรก
" งะ..!!.พี่กังหลง..ท่านพี่จะไปที่ใด..? หากท่านพี่จะไปให้ข้าไปกับพี่ด้วย ข้าจะได้ช่วยดูแลปกป้องท่านพี่จากอันตรายต่าง ๆ"
กังหลงหันไปมองน้องสาวด้วยความซาบซึ้งในความห่วงใยที่เยี่ยนฟางมีต่อตน กล่าวว่า
"น้องฟางเ้าไม่อาจไปกับพี่เ้าต้องคอยดูแลปรนนิบัติท่านพ่อท่านแม่ และพี่ไม่อนุญาตให้เ้าไปด้วยได้ วันนี้พี่จะไปเที่ยวเป็เพื่อนเ้าและจะได้ถือโอกาสหาซื้อสิ่งของที่จำเป็ด้วย พรุ่งนี้พี่จะได้เริ่มออกเดินทาง"
"ท่านพ่อ ท่านแม่น้องฟาง ทุกคนอย่าได้ห้ามข้าเลย ข้าโตแล้ว ถึงคราที่ข้าต้องออกไปฝึกฝนแล้วเพื่อที่ต่อไปข้าจะสามารถได้ยืนด้วยกำลังของตัวเอง ข้าไม่อาจอยู่ภายใต้การปกป้องของทุกคนเช่นนี้ตลอดไปได้ ถ้าหากยังเป็เช่นนั้น จะทำให้ข้าจะรู้สึกว่าข้าไม่มีคุณค่า ไม่มีความสามารถใด ๆ เลย และคงจะเป็จริงเหมือนเฉกเช่นที่คนอื่น ๆ เคยดูถูกเหยียดหยามข้า ข้าไม่อยากเป็เช่นนี้ตลอดไป"
."............. "
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นได้ยินต่างนิ่งเงียบงันไป ที่ผ่านมาทุกคนต่างเข้าใจความรู้สึกกังหลง เมื่อเป็เช่นนั้นฟางเหม่ย เยี่ยนฟางจึงไม่กล้าเอ่ยอันใดอีก กังหยางถอนหายใจเบา ๆ ครุ่นคิดครู่หนึ่งและตัดสินใจพูดขึ้น
"หากเ้า้าเช่นนี้ บิดาก็ขอส่งเสริมเ้า บิดาเคารพการตัดสินใจของเ้า เกิดเป็ลูกผู้ชายต้องมีปณิทานและความคิดเช่นนี้ถึงจะได้ชื่อว่าเป็ชายชาตรี ฮ่า ฮ่า ฮ่า ..บิดายังมีน้ำมิตรไมตรีกับผู้นำตระกูลหยาง "หยางไป่หู่" อยู่บ้าง "
"เมื่อยี่สิบปีก่อนสมัยที่บิดาของเ้าออกท่องเที่ยวหาประสบการณ์ในเขตเทือกเขาเนตรอสูรก่อนที่จะกลับมารับตำแหน่งผู้นำตระกูลกัง บังเอิญได้พบเจอและได้ช่วยชีวิตหยางไป่หู่ไว้ จากพิษสัตว์อสูรอสรพิษห้าเศียร ซึ่งขณะนั้น หยางไป่หู่ ยังไม่ได้รับตำแหน่งผู้นำตระกูลหยางหลังจากการช่วยครานั้น เมื่อหยางไป่หู่หายสนิทได้เกิดซาบซึ้งในบุญคุณการช่วยชีวิตจึงสาบานเป็พี่น้องร่วมสาบานกับข้า และเราสองได้ออกท่องเที่ยวหาประสบการณ์ในวงนักเลงด้วยกันขณะท่องเที่ยวก็ได้สร้างพันธะสัญญาต่อกัน"
" จวบจนถึงเวลาที่ต้องกลับไปรับตำแหน่งผู้นำตระกูลต่างคนต่างแยกย้ายจากกัน นี่ก็ผ่านมาเป็เวลาเกือบสิบหกปีแล้วที่ไม่ได้พบเจอกัน พวกเราเคยเจอกันครั้งล่าสุดเมื่อสิบห้าปีก่อนตอนข้าไปร่วมแสดงความยินดีในการแต่งงานของหยางไป่หู่กับนงคราญพุตตาล"
"คราครั้งนั้นข้าได้นั่งดื่มกินกับหยางไป่หู่เป็เวลาสามวันสามคืนจึงแยกย้ายกลับมาแต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีโอกาสพบเจอกันอีก อาจเนื่องด้วยระยะทางที่ไกล เพราะตระกูลหยางตั้งอยู่อีกฟากของเทือกเขาเนตรอสูรทั้งสองตระกูลมีแนวเทือกเขาอสูรที่มีอาณาเขตประมาณหนึ่งพันกิโลขวางกั้นไว้ และต่างคนต่างมีภาระรับผิดชอบที่ต้องดูแลอีกประการด้วยเหตุที่ตระกูลเราตกต่ำลงข้าจึงมิอาจแบกหน้าไปพบสหายเก่าได้ข้ากลัวคนอื่นจะติฉินนินทาเอาว่าไปหาสหายเพื่อหวังพึ่งพิง"
"แต่คราวนี้ด้วยเหตุที่เ้า้าฝึกปรือฝีมือหาประสบการณ์และตระกูลหยางก็มีความมั่งคั่งทั้งทรัพยากรที่จะส่งเสริมในการฝึกยุทธเป็ตระกูลที่มีอิทธิพลอำนาจมีความแข็งแกร่งและความมั่งคั่งอันดับหนึ่งในเมืองเนตรอสูรข้าจำต้องบากหน้าส่งบุตรชายไปหาประสบการณ์และฝึกฝนพลังฝีมือที่นั่นแล้ว "
"หลังจากกลับจากไปซื้อของที่จำเป็เรียบร้อยแล้วเ้าก็ไปเก็บข้าวของเพื่อเตรียมเดินทางเถอะพ่อจะเขียนสารแนะนำให้พรุ่งนี้เ้าจะได้ถือไปยังตระกูลหยางเพื่อเข้าพบหยางไป่หู่ด้วยนิสัยอันเที่ยงธรรมและยึดมั่นในน้ำมิตรของหยางไป่หู่พ่อคิดว่าเขาคงไม่ปฏิเสธอันใด"
"เอาหล่ะตอนนี้บิดาจะออกเดินทางไปยังร้านโอสถของตระกูลในตัวเมืองเนตรอสูรหากพวกเ้าพร้อมแล้วก็ได้ออกเดินทางกันทันที"
เมื่อทุกคนพร้อมรถมาจากตระกูลก็บรรทุกผู้คนทั้งสามออกเดินทางไปยังตัวเมืองเนตรอสูรในทันที ผ่านเส้นทางป่าเขาที่รกครึ้มเพียงสองชั่วยามก็บรรลุถึงตัวเมืองเนตรอสูร
ทั้งกังหลงและเยี่ยนฟางได้ขอตัวลงทันทีเมื่อผ่านประตูเมืองเข้าไป เยี่ยนฟางนั้น้าเดินชมดูสิ่งของต่าง ๆ ก่อนที่จะเข้าร้านโอสถของตระกูล กังหยางก็ตามใจบุตรทั้งสองเพียงเตือนให้ทั้งสองระมัดระวังตัวแล้วจึงแยกเดินทางตรงไปยังร้านโอสถของตระกูลกังในทันที
ภายในตัวเมืองเนตรอสูรบัดนี้คราคร่ำไปด้วยผู้คน ร้านรวงต่าง ๆ มากมายเสียงพ่อค้าแม่ค้าะโโหวกเหวกเพื่อชักชวนผู้คนจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ทั้งสองเดินชมร้านค้าไปไม่นานก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
"โอ้..นั่นเ้าขยะตระกูลกังกับน้องสาวแสนสวยนี่นา...ฮ่า ฮ๋า ฮ่า"