ตอนที่5โรงเรียน
ลูกบาศก์สีน้ำเงินปริแตกออกก่อนจะมีแสงสีเงินส่องสว่างเมื่อแสงสีเงินดับลงก็ปรากฏภาพของเสื้อเกราะสีขาวที่เหมือนกับสีของเกราะเอเลี่ยนปลาหมึกที่เขาจัดการไปเขารีบนำมันขึ้นมาลองใส่ดูเมื่อเสื้อเกราะถูกสวมใส่เข้ากับร่างกายของก๊อตมันก็ยึดเกราะร่างของเขาอย่างแน่นเหมือนมันปรับไซร้ของตัวเองให้เข้ากับร่างกายของเ้าของมันน่าเสียดายที่มันเป็แค่เสื้อเกราะ ไม่มีเกราะในส่วนอื่นๆด้วย
แต่ก๊อตก็พอใจเป็อย่างมากกับไอเทมชิ้นแรกที่เขาได้รับจากการสังหารเอเลี่ยนเมื่อเขาถอดเสื้อเกราะออกจากร่างกายเสื้อเกราะอันนั้นก็กลายร่างกลับไปเป็ลูกบาศก์เช่นเดิมแต่กลับมีรูปเสื้อเกราะสลักไว้ที่ตรงกลางลูกบาศก์สีน้ำเงินลูกนั้น เขาจึงรีบเก็บไว้ในกระเป๋ามิติทันทีจากนั้นเขาก็เริ่มบ่มเพาะพลังในตัวอีกครั้งหลังจากที่ได้รับพลังสีแดงจากเอเลี่ยนมาแล้วทำให้พลังเวทของเขาเพิ่มขึ้นมากเหมือนพลังเวทมันกลืนกินพลังสีแดง จึงทำให้การบ่มเพาะพลังเขาเป็ไปได้อย่างราบรื่นแต่ถึงอย่างไรก็ยังอีกนานกลัวที่เขาจะบรรลุขั้นพลังระดับสามได้
วันต่อมาเพื่อที่จะได้คุ้นชินกับร่างกายนี้เขาจึงออกไปวิ่งหลายกิโลเมตรและฝึกฝนการขยับร่างกายด้วยวิชาที่เขาเคยใช้ในตอนที่อยู่เอลอน่าเขาจดจำได้ทุกการเคลื่อนไหวเพียงแต่เขาต้องบังคับร่างกายให้เคลื่อนไหวตามใจนึกให้ได้ในเร็ววัน
ผ่านไปเดือนกว่าๆตอนนี้เขาสามารถที่จะบังคับร่างกายของตัวเองได้อย่างอิสระแล้ววิชาการต่อสู้ของเขาในเอลอน่าสามารถใช้ออกมาได้ไม่จำกัดเหลือแค่ต้องบรรลุขั้นพลังขึ้นให้ได้เพียงเท่านั้น และอีกไม่ถึงเดือนเขาก็ต้องไปเข้ารับการสอบคัดเลือกที่จะเข้าร่วมกับกองกำลังผู้ตรวจตรา แต่ก่อนหน้านั้นเขามีเื่ที่จะต้องไปทำก่อนนั่นคือการโผล่หน้าไปโรงเรียน โรงเรียนของเขานั้นเป็โรงเรียนมอปลายทั่วๆไปไม่ได้เด่นในเื่ของการฝึกฝนพลังจิตเหมือนที่อื่นๆมีเด็กจำนวนมากที่เข้าไปเรียนที่นั่น ซึ่งส่วนมากก็เป็พวกที่ไม่มีกำลังพอที่จะฝึกฝนวิชาต่อสู้ต่างๆอย่าว่าแต่จะบรรลุพลังขั้นที่หนึ่งเลย การจะฝึกฝนพลังยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำก๊อตถูกแม่เลี้ยงส่งมายังโรงเรียนแห่งนี้เพียงเพื่อ้าประหยัดค่าเทอมเพราะจะได้นำเงินค่าเทอมส่วนที่เหลือไปใช้จ่ายของตัวเองและลูกชาย
ณ.โรงเรียนมอปลายธรรมดาๆแห่งหนึ่ง
“เฮ้ย วันนี้ไอ้เอ๋อก็ไม่มาหรอวะมันหายไปเป็เดือนกว่าแล้วนะเว้ย เหงาเป็บ้าไม่มีใครให้แกล้ง”
นักเรียนตัวเตี้ยคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างเซ็งๆ
“นั่นซินะ พี่ชายกับแม่ของฉันชอบบ่นนั่นนู่นนี่จนหูจะะเิอยู่แล้ว ถ้าได้ซ้อมเ้าเอ๋อเหมือนแต่ก่อนชั้นคงจะสะใจเป็บ้า”
นักเรียนอีกคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมยกกำปั้นขึ้นมันคนนี้คอยซ้อมก๊อตบ่อยๆตอนที่เขามาเรียน
“นี่ๆถ้าเ้านั่นมาเราจับมันแก้ผ้าแล้วไปห้อยไว้ที่ห้องน้ำเหมือนอย่างเคยดีไหม”
นักเรียนหญิงคนหนึ่งพูดเสริมหล่อนคือหัวหน้าแก๊งนักเรียนหญิงที่ชอบจับก๊อตแก้ผ้าแล้วมัดประจานเขาไว้ในห้องน้ำ
“ว่ายังไงเ้าแว่น เพื่อนเอ๋อของแกทำไมมันยังไม่มาหะ”
ชายผมยาวสีดำคนหนึ่งพูดกับชายอ้วนสวมแว่นที่โดนจับแก้ผ้ามัดไว้ที่มุมห้องเรียนซึ่งดูสภาพมันน่าเวทนานักซึ่งชายผมยาวคนนี้คือหัวโจกที่คอยบงการทุกคนให้รังแกก๊อต
“หวังว่าพวกเธอจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยมันนะมีนา เบจ”
นักเรียนหญิงหันไปพูดกับชายหน้าตาดีผมสีเหลืองกับนักเรียนหญิงผมยาวใบหน้าสวยคู่หนึ่งที่นั่งจีบกันอยู่
เมื่อก่อนพวกเขาเป็เพื่อนกับก๊อตซึ่งมีนากับก๊อตเคยเป็แฟนกันและเบจก็เป็เพื่อนสนิทของเขาแต่เมื่อก๊อตเกิดอุบัติเหตุทำให้เขากลายเป็คนพิการด้านสมองทั้งสองคนจึงแยกตัวห่างออกมาและพวกเขาก็หันมารักกันเองซึ่งตอนนี้พวกเขาเป็แฟนกันเรียบร้อยแล้ว
“แน่นอน ทำไมฉันจะต้องไปยุ่งกับเ้าคนไร้ประโยชน์อย่างนั้นด้วยล่ะ”
หญิงสาวที่ชื่อมีนาเบ้ปากแล้วพูดขึ้น
ปัง
อยู่ๆประตูห้องเรียนก็เปิดออกมาอย่างแรงพวกนักเรียนที่พูดคุยกันอยู่ต่างหันมองตามเสียงกันอย่างพร้อมหน้า
เมื่อเดินเข้ามาในห้องแล้วก๊อตก็เดินผ่านหน้ามีนาและเบจตรงไปนั่งที่โต๊ะของเขาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยดอกไม้แห้งและข้อความที่เขียนว่า ไปลงนรกซะไอ้เอ๋อขอให้โชคดีที่นรกนะ หรือแม้กระทั่งข้อความที่เขียนว่า ไอ้ลูกสำส่อน
“ฮึ”
ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจมันซักเท่าไรเขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วยกเท้าขึ้นมาเขี่ยแจกันดอกไม้แห้งออกไปจากโต๊ะจนร่วงลงพื้นแล้วพาดขาไว้บนโต๊ะแทน
“เฮ้ยดูเหมือนแกจะทำตัวสบายเกินไปแล้วนะ ไอ้เอ๋อ”
นักเรียนชายตัวเตี้ยเดินเข้ามาพูดกับเขาก๊อตปรายตามองมันแวบหนึ่งแล้วก็หลับตาลงก่อนจะพูดขึ้นด้วยท่าทีเ็าว่า
“แกเป็ใคร ใครใช้ให้เสนอหน้ามาให้ฉันเห็น”
พวกนักเรียนพากันอึ้งไปชั่วขณะพวกมันไม่นึกเลยว่าจะได้ยินคำนี้จากปากของก๊อต
“หะ นี่แกกินยาลืมเขย่าขวดหรือไงถึงกับจำพ่อของแกไม่ได้”
มันพูดขึ้นอีกครั้งและมองไปยังก๊อตราวกับตัวตลก
“ฉันให้โอกาสแกอีกครั้ง กลับไปนั่งทีซะ”
ก๊อตยังมีท่าทีเ็าซึ่งท่าทีของเขาทำให้มันแทบคลั่ง
“ฉันไม่ไปโว้ย มีปัญหาหรอวะอยากโดนพ่อแกคนนี้ฆ่าหรอ”
มันพูดอีกครั้ง
“จับมันไปแก้ผ้าประจานซิหลังจากหายหน้าไปหลายวัน มันคงอยากจะโดนเหมือนอย่างเคย”
หญิงสาวพูดขึ้น
“ได้แต่ก่อนอื่นฉัน้าให้แกไปซื้อขนมปังที่โรงอาหารมาให้หน่อยว่ะ ฉันหิวแล้วเอามาให้ครบทุกคนเลยนะ จากนั้นพวกฉันจะพาไปแก้ผ้าที่ห้องน้ำ”
นักเรียนตัวเตี้ยพูดอย่างได้ใจ
“แกไม่มีพ่อแม่คอยสั่งคอยสอนหรืออย่างไรว่าอยากได้อะไรก็ต้องทำเอง หรือแกไม่รู้วิธีไปซื้อของกินเองเช่นนั้นแล้วก็ขอให้แม่ที่เป็โสเภณีของแกมาซื้อให้ซิ”
ก๊อตกล่าวอย่างไม่แยแส
“หนอยแก แกทำให้ฉันโกรธแล้วอย่าอยู่เป็คนอีกเลยแก ตาย”
มันพูดขึ้นด้วยท่าทีโมโหก่อนจะต่อยออกไปแต่ก่อนที่หมัดของมันจะมาถึงตรงหน้าของอีกฝ่าย มันก็ถูกเท้าที่มองไม่เห็นถีบเข้าที่ท้องอย่างจังจนส่งร่างของมันลอยไปติดกับกระดานคอมพิวเตอร์ที่ไว้สำหรับสอนจนทะลุร่างของมันร่วงลงพื้นก่อนจะแน่นิ่งไป
พวกนักเรียนต่างพากันตะลึงกับภาพที่เห็นโดยไม่รู้ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นพวกมันหันมองไปยังร่างไร้สติของนักเรียดวงซวยคนนั้นพร้อมๆกับสลับหันมาทางก๊อตที่กำลังหลับตาเอนหลังอยู่บนเก้าอี้เรียนของเขาด้วยท่าทางที่สบายใจ
“เมื่อกี้แกทำอะไร”
นักเรียนคนที่เคยซ้อมก๊อตลุกขึ้นมาพูดกับเขาด้วยความข้องใจแต่ก๊อตไม่ได้พูดอะไร
“ทำเป็เงียบแล้วเื่จะจบรึไง ลุกขึ้นมาซะ”
มันยังทำกร่างไม่เลิก
“ฉันบอกให้ลุกขึ้นมาไงไอ้ลูกหมาเอ้ยเป็ขยะก็หัดทำตัวให้เหมือนขยะหน่อยซิ”
มันทนไม่ไหวต่อท่าทางนิ่งเฉยของก๊อตมันจึงคว้าคอเสื้อของเขาดึงขึ้นมา
“ชั้นให้โอกาสแกแล้วนะ แต่แกไม่รับเอง”
ก๊อตลืมตาพูดขึ้นก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าท้ายทอยของมันแล้วใช้หัวโขกเข้ากับหัวของมันอย่างแรงจนทำให้มันมึนและเซถอยหลังออกไปจากนั้นก๊อตก็เดินตามไปจับหัวของมันทุบเข้ากับโต๊ะของเขาอย่างแรงจนร่างของมันเด้งขึ้นมาจากนั้นเขาก็ใช้เท้าถีบมันลอยเข้าไปทางเดียวกับนักเรียนคนแรก
ปัง
ร่างของมันกระแทกกับกระดานคอมพิวเตอร์จอเดิมก่อนจะร่วงลงพื้นสลบไป
“อย่าทำเป็ได้ใจนักนะแก”
นักเรียนชายผมยาวที่เหมือนเป็ลูกพี่ใหญ่ใช้มือเดียวจับขาโต๊ะนักเรียนยกขึ้นแล้วหวดเข้ามาใส่ก๊อตแต่ก๊อตเบี่ยงร่างหลบแล้วจับขาโต๊ะของนักเรียนคนหนึ่งแล้วยกขึ้นมาหวดเข้าที่ร่างของอีกฝ่ายอย่างแรงจนร่างของมันกระเด็นทะลุกระจกหน้าต่างตกลงไปด้านล่างจากชั้นสามของอาคารเรียน
“กรี้ด...”
นักเรียนหญิงเห็นดังนั้นก็พากันกรีดร้องขึ้นพวกมันทุกคนที่ยังมีสติอยู่ต่างพากันหน้าซีดลงทันตา โดยเฉพาะมีนากับเบจ
“มีใครคิดจะมารบกวนชั้นอีกไหม”
ก๊อตที่กำลังถือโต๊ะเรียนอยู่พูดขึ้นพร้อมกวาดสายตาไปยังเพื่อนๆของเขาที่นั่งหน้าซีดเป็ไก่ต้มอย่างเป็ระเบียบอยู่ที่โต๊ะของตัวเองเมื่อเห็นว่าไม่มีใครตอบเขาจึงทิ้งโต๊ะตัวนั้นลงพื้นแล้วกลับไปนั่งเอนหลังต่อที่โต๊ะของเขา
“เห้ย ฉันรู้สึกขวางหูขวางตากับเ้าแว่นชีเปลือยที่อยู่มุมห้องเต็มทีใครก็ได้สละเสื้อผ้าไปให้มันสวมใส่หน่อย”
ก๊อตพูดขึ้นแต่ไม่มีใครกล้าขยับร่างกาย ทุกคนกลัวเขาโดยสมบรูณ์แบบไปแล้ว
“แกก็ได้ ไอ้หัวส้มแกถอดเสื้อผ้าของแกไปให้เ้าแว่นใส่แล้วแกก็ออกจากห้องไปวิ่งรอบสนามซัก2-3รอบซะ”
ก๊อตชี้ไปที่นักเรียนชายผมสีส้มคนหนึ่งซึ่งในความทรงจำใน่เวลาสามปีของเขาจำได้ว่ามันนี่แหละเป็ลูกสมุนของเ้าผมยาวหัวโจกมันชอบจับเ้าแว่นถอดเสื้อผ้าแล้วเอาไปยืนอยู่ที่มุมห้องเป็ประจำแล้วมันยังถ่ายคลิปเอาไว้ไปปล่อยในอินเตอร์เน็ตอีกด้วย
“ไปซิ แกจะทำเองหรือจะให้ฉันช่วย”
ก๊อตลุกขึ้นยืนเมื่อมันไม่ทำตามคำสั่งแต่หลังจากเห็นก๊อตยืนขึ้นมันก็รีบทำตามโดยเร็วเพราะมันกลัวจนตัวสั่นเมื่อมันเอาเสื้อผ้าให้เ้าแว่นแล้วมันก็วิ่งรอบสนามกีฬาด้วยร่างเปลือย
นักเรียนชายผมยาวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นมันที่โรงเรียนอีกเลยและก๊อตก็ไม่ถูกดำเนิคคดีใดๆทั้งสิ้นซึ่งมันเป็เื่ที่น่าแปลกมากและแล้วกิตติศัพท์ของก๊อตก็แพร่ขยายไปจนทั่วโรงเรียน ซึ่งแน่นอนว่ามันไปเข้าหูกลุ่มแก๊งต่างๆที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียนหลายกลุ่มทำให้คนพวกนั้นคิดจะมาล้มเขา
ไม่ว่าจะเป็กลุ่มมอสี่หรือมอห้าก็ถูกเล่นงานจนปางตายเมื่อมาหาเื่เขาชีวิตในโรงเรียนมันเริ่มน่าเบื่อขึ้นเรื่อยๆเพราะไม่มีใครที่จะสู้กับเขาได้สูสีซักคนก็มันแน่อยู่แล้วเพราะในโรงเรียนแห่งนี้มันเป็โรงเรียนสำหรับเด็กเหลือขอจะไปมียอดฝีมือได้ยังไง ก๊อตคิดว่าจะทำเื่ย้ายไปโรงเรียนระดับแนวหน้าเพราะที่นั่นย่อมมีคนที่มีฝีมือระดับแนวหน้าอยู่อย่างแน่นอนเพื่อที่จะได้ฝึกฝนเขาจำเป็ต้องสู้กับคนเก่งๆ
ในวันหนึ่งขณะที่ก๊อตกำลังเดินอยู่ในโรงเรียนพลางคิดนั่นคิดนี่อยู่ๆก็มีนักเรียนชายผมยาวสีดำรูปร่างสูงมายืนขวางทางเขาไว้ ดูท่าทางไม่เป็มิตรมันคงจะเป็พวกนักเลงนักเรียนอีกแล้วกระมัง
“แกเองซินะที่คนล่ำลือทั้งโรงเรียน”
ผู้มาใหม่เอ่ยปากถามขึ้น
“ไม่รู้ซิ แล้วแกมีปัญหาอะไรกับชั้นงั้นหรอ”
ก๊อตสวนขึ้น
“ก็ถ้าแกไม่ใช่คนที่เขาลือกันก็ไม่มีปัญหาแต่ถ้าใช่ แกกับชั้นคงจะต้องมาสู้กันเพราะว่าที่นี่ชั้นคนนี้เป็คนที่แข็งแกร่งที่สุด”
นักเรียนผมยาวบอก
“อ๋อ หรองั้นชั้นเป็คนที่เขาล่ำลือให้เองก็ได้อยากจะรู้จริงๆว่าคนอย่างแกจะทำให้ชั้นสนุกได้มากแค่ไหนกัน”
ก๊อตพูดขึ้น
“ปากเก่งดีนี่”
นักเรียนผมยาวพูดก่อนจะพุ่งเข้าหาก๊อตด้วยความเร็วเพียงพริบตาร่างของอีกฝ่ายก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว แต่ทว่าก๊อตเองก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใดเขายังคงยืนนิ่งในขณะที่หมัดทรงพลังของอีกฝ่ายถูกซัดเข้ามาอยู่ในระยะไม่ถึงสามสิบเซนแล้ว
ตู้ม
เสียงพลังหมัดที่ทรงพลังของนักเรียนผมยาวกระแทกเข้าที่ใบหน้าของก๊อตอย่างจังจนเกิดเสียงะเิขึ้นแต่ก๊อตกลับไม่ได้รับาเ็ใดๆ มีเพียงรอยจางๆปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขาด้านนักเรียนผมยาวแทบเบิกตาค้างเพราะมันไม่คิดว่าก๊อตจะสามารถทนพลังหมัดที่ภาคภูมิใจของตนได้ใช่พลังหมัดของมันนั้นทรงพลังมากถ้าหากเป็นักเรียนคนอื่นที่ไม่ใช่ก๊อตโดนเข้าไปคงจะสลบไปสามเดือนเต็มๆแต่ทว่าก๊อตนั้นกลับไม่เป็อะไรเลย เื่นี้ทำให้มันช็อคสุดๆ
“เฮ้ นี่คือทั้งหมดของแกแล้วอย่างนั้นหรอ”
ก๊อตถามขึ้นก่อนที่จะย่อตัวลงแล้วเคลื่อนตัวเข้าไปใต้ท้องของมันแล้วใช้ศอกกระแทกไปที่ท้องของมันจนส่งร่างของอีกฝ่ายพุ่งไปกระแทกกับผนังตึกเรียน
“แกเป็เหมือนอย่างที่เขาพูดจริงๆ”
มันยันตัวเองลุกขึ้นยืนแล้วพูดออกมามันพ่นเืออกจากปากคำหนึ่งก่อนจะใช้มือขึ้นมาเช็ดเืที่มุมปากออกไป
“ก็ไม่รู้ซิเพราะชั้นไม่เคยได้ยินใครพูดถึงเลยนี่”
ก๊อตบอกมันไป
“ต่อไปฉันจะเอาจริงแล้วนะถ้าแกไม่แสดงทุกอย่างที่มีออกมา แกได้ตายแน่”
นักเรียนผมยาวพูดขึ้นพร้อมรวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่หมัดขวาก่อนจะพุ่งเข้าไปแรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้ากดดันก๊อตแต่ทว่าแรงกดดันของก๊อตมีมากกว่าจึงไม่มีผลกระทบมากมายนักก๊อตใช้หมัดขวาซัดออกไปรับหมัดของมันตรงๆ
ตู้ม
แรงปะทะก่อให้เกิดแรงะเิขึ้นเสียงดังร่างของนักเรียนผมยาวถูกแรงกระแทกกระเด็นกลับหลังออกไปก๊อตเองก็ถูกแรงปะทะผลักให้ถอยหลังไปสามก้าว
ตุบ
ร่างของนักเรียนผมยาวตกลงบนพื้นในสภาพที่ย่ำแย่พลังของมันถูกใช้ออกมาจนหมด แม้แต่จะลุกยืนมันยังทำไม่ได้
“แกเองก็ใกล้จะบรรลุพลังขั้นที่สองเหมือนกันงั้นหรือ”
นักเรียนผมยาวกล่าวขึ้น
“คงงั้นมั่ง”
ก๊อตเดินเข้าไปตอบเขาไม่อยากบอกความจริงที่ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในระดับพลังขั้นสองเรียบร้อยแล้วและหมัดเมื่อครู่เขาก็ใช้พลังเพียงครึ่งเดียวของทั้งหมดเท่านั้น
“ฮะๆแล้วทำไมแกมาอยู่ที่โรงเรียนเฮงซวยแบบนี้กันล่ะ”
นักเรียนผมยาวกล่าวถาม
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เป็เพราะนังผู้หญิงแพศยานั่นแล้วแกล่ะมีฝีมือขนาดนี้น่าจะเข้าโรงเรียนดีๆได้เลย แล้วทำไมมาอยู่ที่โรงเรียนนี้”
ก๊อตตอบคำถามและถามคำถามกลับไป
“ฉันไม่ใช่พวกบ้าไล่ตามความฝันที่จะเป็ฮีโร่โง่ๆอย่างผู้ตรวจตราหรือนักสำรวจเลยนี่หว่าฉันเพียงแค่ต้องใช้พลังของตนไต่ขึ้นไปเหนือผู้อื่นแล้วเหยียบย่ำพวกชั้นต่ำให้จมดินก็เท่านั้นการที่ฉันถูกเรียกว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียนนี้ทำให้ฉันใช้ชีวิตได้อย่างสบายๆ อยากกินก็ได้กิน อยากนอนก็ได้นอน แต่แก แกดันโผล่มาขัดขวางความสุขของฉันไอ้เวรเอ้ย”
มันก่นด่าออกมาอย่างเคียดแค้น
“ถ้าแกมีความคิดอย่างนี้จริงๆก็ไปนอนในโรงบาลซักเดือนสองเดือนเถอะ เผื่อสมองน้อยๆของแกจะคิดอะไรได้ขึ้นมา”
ก๊อตเดินเข้าไปใกล้มันแล้วใช้เท้ากระทืบหน้ามันหนึ่งทีจนมันสลบไสลไปจากนั้นเขาก็หันกายเดินจากไปอย่างไม่ใยดี
“บัดซบเอ้ย ขนาดเ้านั่นยังใช้ไม่ได้อีกมันกลับมาเก่งขนาดนี้ได้ยังไงวะ”
เบจอดีตเพื่อนรักของก็อตบ่นพึมพำอยู่ดาดฟ้าตึกเรียนมันยืนมองดูการวิวาทของทั้งสองอยู่ั้แ่ต้นจนจบมันนี่เองที่เป็ตัวเอาข้อมูลของก็อตไปปล่อยให้กับเ้านักเรียนผมยาวคนนั้น
“แล้วเราจะทำอย่างไรดีคะ ที่รัก”
มีนาเดินเข้ามาโอบกอดอีกฝ่ายจากทางด้านหลังกล่าวถามด้วยความเป็กังวล
“ไม่ต้องห่วง เรามีคนที่ไว้ใจได้อยู่คนหนึ่งไม่ว่าจะฆ่าหรือทำให้พิการก็ย่อมได้ ที่สำคัญมันมีพลังอยู่ในระดับ2คราวนี้เ้าปัญญาอ่อนนั้นได้ตายสมใจอยากแน่”
เบจกล่าวด้วยแววตาชั่วร้ายก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นโทรหาใครบางคนเมื่อได้ยินดังนั้นมีนาก็เผยแววตาเย็นยะเยียกออกมาพร้อมกับเบ้ปากอย่างชั่วร้าย
กลับมาถึงบ้านก็อตก็ตรงดิ่งไปที่ห้องของตนทันที เขาต้องรีบบ่มเพาะพลังให้สูงขึ้นเพื่อที่จะรับการทดสอบด้วยคะแนนที่มากพอที่จะทำให้เขาสามารถได้รับใบอนุญาตสำหรับการสำรวจดวงดาวที่กำลังบุกเบิกเขา้าเป็นักสำรวจให้เร็วที่สุดเพื่อที่อยากจะหาดวงดาวซักดวงที่เป็เหมือนกับเอลอน่าถ้าหากมีดวงดาวอย่างนั้นอยู่จริงเขาก็พร้อมที่จะตั้งรกรากอยู่ที่นั้นซะ
เวลาผ่านไปเจ็ดวันเขาก็ยังไม่สามารถข้ามผ่านกำแพงของพลังขั้นสองที่จะบรรลุถึงขั้นสามได้ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถทำมันได้เหลือเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้นเขาก็จะกลายเป็คนที่มีพลังขั้นระดับสามถ้าหากเขามีพลังระดับสามเขาอาจจะไม่ต้องทำการทดสอบอะไรเพื่อเป็ผู้ตรวจตราก็ได้และนั่นเขายังสามารถสอบใบอนุญาตเป็นักสำรวจได้อีกด้วย
“ตั้งๆๆ
อยู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น
“นายน้อยขอรับ เกิดเื่ใหญ่แล้วขอรับ”
เสียงของบ่าวรับใช้คนหนึ่งดังเข้ามา
“คุณหนูแกรนถูกลักพาตัวไปขอรับ”
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ลุกขึ้นบ่าวรับใช้คนนั้นก็โผลงเข้ามาก็อตรีบดีดตัวลุกขึ้นไปเปิดประตูแล้วเอ่ยถามอย่างขึงขัง
“พวกมันอยู่ที่ไหน”
“พะ พวกมันส่งข้อความมาที่พ่อบ้านวสันต์ขอรับคุณพ่อบ้านกำลังรออยู่ที่ด้านล่าง คุณพ่อบ้านให้กระผมมา…”
ไม่รอให้บ่าวรับใช้คนนั้นพูดจบเขาก็พุ่งพรวดลงบันไดตรงไปยังห้องรับแขก
“พวกมันเป็ใคร”
เมื่อมาถึงห้องรับแขกก็อตก็เอ่ยถามพ่อบ้านที่ยืนหน้าขรึมอยู่
“นายน้อย พวกมันเป็พวกอาญากรระดับสองดาวพวกมันเป็แก๊งลักพาตัวเรียกค่าไถ่แต่ปกติแล้วพวกมันจะเลือกเหยื่อที่ทางบ้านไม่มีฐานอำนาจทางกองทัพ แต่วันนี้พวกมันกลับเลือกคุณหนูที่เป็ลูกสาวของนายท่านที่เป็หัวหน้ากองกำลังฝ่ายผลิตของกองทัพบาทีเื่นี้อาจจะเป็แผนการของใครบางคน”
พ่อบ้านชรากล่าวถึงความเป็ไปได้
“บัดซบ พวกมันติดต่อมาว่าอะไร”
ก็อตเอ่ยถาม
“พวกมันให้นายน้อยเป็คนนำเงินสดสามล้านทองไปให้พวกมันที่ที่พวกมันจะบอกอีกที”
พ่อบ้านกล่าวพร้อมยื่นโทรศัพท์ให้เขา
“โอนสายมาให้ผม ผมจัดการเอง”
ก็อตบอกพ่อบ้านจึงโอนสายไปที่สมาทร์วอทของอีกฝ่าย
“พวกแกเป็ใคร ้าอะไร”
ก็อตยกสมาทวอทขึ้นมาพูด
“ฮะๆ ้าอะไร ฮ่าๆพวกเราเรียกค่าไถ่ก็ย่อม้าเงินดิวะ ถามอะไรโง่ๆ”
ปลายสายพูดกลับมาเมื่อตกลงทุกอย่างกันเสร็จเรียบร้อยก๊อตกับพ่อบ้านวสันต์ก็นำกระเป๋าใบหนึ่งแล้วมุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่พวกมันส่งมาให้เมื่อไปถึงเขาก็เห็นว่าตรงบริเวณนั้นเป็กองขยะ เป็สถานที่เดียวที่เขาลืมตาตื่นขึ้นครั้งแรกที่ดาวดวงนี้เขาให้พ่อบ้านจอดรถอยู่ห่างๆแล้วเขาก็เดินลงรถไปคนเดียวมีชายร่างกำยำสิบกว่าคนยืนรออยู่ โดยมีชายร่างผอมผิวคล้ำที่ทำผมเฮดร็อคเป็ผู้นำ
“ใจกล้าดีนี่หว่า ที่กล้ามาคนเดียว”
ชายผิวคล้ำพูดขึ้น
“น้องสาวฉันอยู่ที่ไหน”
ก็อตกล่าวถาม
“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพวกแกสองคนก็จะได้เจอกันแล้ว ในนรกไง”
มันพูดขึ้นพร้อมทำหน้าตายียวนก่อนจะยิงฟันขาวผ่องขึ้นอย่างสะใจยกมือขวาขึ้นเป็สัญญาณให้พวกที่อยู่ด้านหลังของตนเคลื่อนไหว
“ฆ่ามัน”
แล้วพูดคำนี้ออกมา
เมื่อได้ยินดังนั้นพวกมันก็กรูกันเข้ามาบางคนถือดาบ บางคนถือมีด กระบอง ไม้เบสบอล แต่ไม่ยักจะมีคนถือปืนเลยซักคนพวกมันทั้งหมดเป็ผู้ที่มีพลังระดับหนึ่งพวกมันบุกเข้ามาหวดอาวุธใส่ก็อตอย่างเหี้ยมโหดแววตาของพวกมันเผยแววอำมหิตออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน
ตุบๆๆๆๆ
เพียงแค่เดินผ่านมาชายร่างกำยำสิบกว่าคนก็ถูกน็อคจนร่วงลงพื้นสลบสไหลไปตามๆกันโดยที่ก็อตไม่ได้รับาเ็แม้เพียงน้อย
“บ้าเอ้ย ทำไมข้อมูลของมันไม่ตรงฟะ”
เมื่อเห็นลูกน้องโดนอัดจนน่วมในคราเดียวมันก็สบถออกมาก่อนจะชักมีดสีดำออกมาจากฝักที่เหน็บอยู่ข้างเอว มันไม่ได้สนใจพวกลูกน้องระดับขั้นหนึ่งพวกนั้นแม้แต่น้อยแต่มันก็ไม่ได้กลัวอีกฝ่ายเลยเพราะมันมีพลังระดับขั้นหนึ่งที่กำลังจะบรรลุขั้นสองอยู่รอมร่อหากมันมาแพ้ให้กับไอ้คนที่มีข้อมูลบอกว่ามันเอ๋อปัญญาอ่อนคนนี้มันก็คงจะไม่มีหน้ากลับไปเจอลูกพี่นะซิ
“รนหาที่ตาย”
ชายผิวคล้ำกล่าวอย่างเกี้ยวกราดก่อนจะวิ่งเข้ามาเหวี่ยงมีดสั้นจู่โจมทันควันแรงที่มันเหวี่ยงมีดเข้ามานั้นถือว่ารุนแรงและแม่นยำหากก็อตเคลื่อนไหวได้ช้ากว่านี้คงได้ไปเข้าเฝ้าพระอินทร์แล้วจังหวะที่มันเหวี่ยงเข้ามานั้นก็อตก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว
“เป็ไปได้ยังไงฟะ”
ชายผิวคล้ำสบถก่อนจะหันมองหาอีกฝ่ายอย่างร้อนรน
ฉัวะ
“อ้า”
แต่ไม่ทันที่มันจะได้ตั้งตัวก็เหมือนมีบางอย่างตัดเข้าที่ข้อเท้าทั้งสองของมันเรียบร้อยแล้วมันทรุดร่างลงกับพื้นเพราะไม่มีเรี่ยวแรงยืนต่อเพราะเส้นเอ็นข้อเท้าถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิงมันก้มลงมองข้อเท้าที่มีเือาบไหลนองก็รู้สึกเจ็บแปบขึ้นมาตอนนั้นเองที่มีปลายดาบแหลมคมจ่ออยู่ที่เบื้องหน้าของมันแล้ว
“แกเป็ใคร แล้วแกรนอยู่ที่ไหน”
ก็อตเอ่ยเสียงเย็นยะเยียกถามมันด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม
“กะ แกเป็ใคร”
มันถามขึ้นด้วยท่าทีหวาดหวั่นความเย่อหยิ่งเมื่อครู่สลายหายไปจนสิ้น
“แกมีหน้าที่ตอบ ไม่ได้มีหน้าที่ถาม”
ก็อตเอ่ยขึ้นตอนนี้ร่างเขานั้นปล่อยออร่าอำมหิตออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้คนที่เห็นแทบจะก้มลงกราบ
“ก็ได้ๆ ฉะ ฉันยอมแล้ว”
ชายผิวคล้ำกล่าวเมื่อมันคิดแล้วก็แค้นใจคนที่ให้ข้อมูลมาเหมือนกันข้อมูลบอกว่ามันเป็แค่ไอ้ปัญญาอ่อนที่ไร้ประโยชน์ แต่นี่มันไม่ใช่แล้วพลังระดับนี้มันเกินระดับหนึ่งไปไกล หรือว่าพวกมันกะจะให้ตัวมันเป็เหยื่องั้นหรอเมื่อคิดได้ดังนั้นมันก็ไม่มีความจำเป็ต้องปกปิดให้พวกมัน มันจึงบอกทุกอย่างให้ก็อตฟัง