“เนื้อมดทหารเปลวไฟครับไปเรียกน้องมาก่อน เดี๋ยวแม่จะจัดโต๊ะรอ” ใบบัวบอกกับนับหนึ่งซึ่งเด็กชายที่ได้ยินว่ามีเนื้อกินก็รีบเดินไปที่เตียงเพื่อที่จะได้ปลุกน้องสาวให้มากินเนื้อด้วยกัน
ใบบัวตักข้าวพลังงานระดับ1 ที่เป็สีขาวสะอาดและเม็ดสวยมาก มาสามถ้วย ก่อนจะตักชิ้นเนื้อที่เปื่อยดีแล้วออกเป็สามส่วนราดบนข้าวและใส่ซุบในถ้วยด้วย
แน่นอนว่าเพราะเด็กๆตัวเล็กและยังไม่ได้ถูกปลุกให้พลังตื่นขึ้นจึงรับเนื้อได้น้อย
ดังนั้นถ้วยของเด็กจึงเล็กกว่ามาก
ใบบัวยกถ้วยทั้งสามมาที่โต๊ะกินข้าว
เธอวางถ้วยตรงหน้าเด็กทั้งสองที่ตอนนี้ต่างถือช้อนไว้อย่างเรียบร้อย
“กินได้เลยจ๊ะ”
ใบบัววางถ้วยที่เต็มไปด้วยข้าวและเนื้อก่อนจะบอกให้เด็กๆกินได้เลยแน่นอนว่าเมื่อได้รับอนุญาติจากท่านแม่เด็กๆต่างก็ตักเนื้อกินอย่างรวดเร็วใบบัวนำช้อนมาก่อนจะนั่งลงเพื่อที่จะกินด้วยกัน
เนื้อมีกลิ่นหอมและอร่อยมาก
แม้พลังงานจะน้อยลงเนื้อจากการปรุงอย่างไม่ถูกวิธี
แต่ความอร่อยของมันไม่ได้ลดน้อยลงเลย
ครอบครัวสามคนกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยไม่มีเสียงพูดคุยใดๆทั้งสิ้น มีเพียงเสียงเคี้ยวและช้อนที่กระทบถ้วยเท่านั้น
เด็กๆกินจนหมดถ้วยก็วางช้อนลงใบหน้าเล็กๆนั้นเต็มไปด้วยความพอใจ ดวงตาก็สดใสและมีพลังมากขึ้น ใบบัวเห็นว่าลูกๆต่างกินกันหมดแล้วเธอจึงกินข้าวคำสุดท้ายแล้วก็วางช้อนลง
“อิ่มไหม”
“อิ่มครับ/อิ่มค่ะ”
“อร่อยหรือเปล่า”
เด็กๆต่างพากันพยักหน้าและร้องบอกว่าอร่อยมาก ใบบัวที่เห็นว่าพวกลูกๆ ต่างพากันพอใจแล้วจึงลุกขึ้นหยิบถ้วยและทำการทำความสะอาด เธอปล่อยให้เด็กๆต่างพากันเล่นของเล่นด้วยกันแม้จะเป็เพียงตุ๊กตาไม้ของเล่นและตัวต่อแต่เด็กเล็กที่อายุแค่สองขวบต่างชอบพวกมันมาก
ความจริงเป็เช่นนี้ไม่ใช่ว่าเด็กเล็กจะมีความคิดเกินวัยอย่างลูกๆของเธอ
เพียงแต่ความจนบีบบังคับและทำให้เด็กโตเร็วขึ้น
ใบบัวทำความสะอาดครัวเธอไม่ได้นำข้าวของใดๆในครัวไปแต่จะทิ้งไว้ที่นี่เพราะมันเป็เพียงสิ่งของของคนธรรมดา เด็กๆและเธอไม่ต้องกินและใช้พวกมันอีกต่อไปหลังจากที่จัดการอาหารแล้ว เธอก็มาเก็บเสื้อผ้าของเธอและเด็กๆแน่นอนว่ายังต้องใช้อยู่จึงเก็บไปบางบ้างส่วน
เก็บใส่กระเป๋าใบใหญ่เพียงใบเดียวและใส่ไว้ในช่องเก็บของ
“นับหนึ่ง นับสองไปอาบน้ำกันลูก”
ใบบัวเรียกเด็กๆไปอาบน้ำจัดการสระผมให้กับลูกๆ และเปลี่ยนเป็ชุดที่ดีที่สุดให้กับทั้งสองแม้จะดูโทรมไปหน่อยแต่ก็เรียบร้อยดี หลังจากอาบน้ำให้กับเด็กๆแล้วเธอก็เข้าไปอาบด้วย ก่อนจะออกมาแต่งตัว เธอเลือกแต่งตัวเป็เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวแม้เสื้อผ้าจะดูสะอาดดีแต่ก็ซีดเซียวและดูโทรมไม่แพ้กับเด็กๆ
ใบบัวไม่สามารถทำอะไรได้เ้าของร่างเดิมไม่มีเงินแม้แต่จะกินดังนั้นจะมีเงินเหลือที่ไหนมาซื้อเสื้อใหม่ให้ตัวเองและเด็กๆแค่ชุดไม่สกปรกและยังไม่ขาดเธอก็สามารถใส่ได้
เมื่อไปถึงเมืองใหม่เธอสามารถซื้อได้มากเท่าที่้าและยังสามารถใช้ชีวิตที่ดีด้วย
“ปะ ไปกันเถอะ”
“ไปไหนครับ”
เสียงน้ำนมของเด็กชายนับหนึ่งถามท่านแม่อย่างสงสัยปกติพวกเขาไม่เคยได้ออกจากบ้านมาก่อน และท่านแม่จะออกไปซื้ออาหารแค่ไม่นานก็จะกลับมาดังนั้นทั้งนับหนึ่งและนับสองไม่เคยได้ออกจากห้องแห่งนี้แม้แต่ครั้งเดียวั้แ่เกิดดังนั้นเขาจึงเอียงคอถามอย่างอยากรู้
“ไปอยู่ที่ใหม่กันครับ”
ใบบัวอุ้มนับสองไว้ในอ้อมแขนซึ่งเด็กหญิงก็กอดรอบคออย่างเรียบร้อยและส่วนเด็กชายตัวเล็กอีกคนใบบัวนำใส่กระเป๋าหลังสำหรับอุ้มเด็กแม้จะสองขวบแล้วแต่ร่างกายของทั้งนับหนึ่งและนับสองยังตัวเล็กมากไม่สามารถเดินขึ้นลงบันไดเองได้ ดังนั้นเธอจึงจำเป็ต้องอุ้มเด็กๆเอง
แท็กซี่มารอที่ชั้นล่างแล้ว
ใบบัวแจ้งว่าไปที่สถานีขนส่งโลกรถก็เคลื่อนออกจากชุมชนเก่าที่เต็มไปด้วยความยากจนทันที
ระหว่างทางเด็กชายนับหนึ่งเต็มไปด้วยความตื่นเต้นร่างเล็กที่ใบบัววางไว้ที่เบาะว่างข้างๆ ใช้ปลายเท้ายืนอย่างไม่ค่อยมั่นคงเสียเท่าไรแต่เกาะประตูและมองผ่านหน้าต่างรถอย่างอยากรู้อย่างเห็นดวงตาสีดำนั้นฉายแสงเปี่ยมไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ มองตึก มองผู้คนท่าทางดูสนุกเป็พิเศษ
แตกต่างจากนับสอง
เด็กหญิงนั่งนิ่งๆและเกาะติดกับร่างกายของท่านแม่ใบหน้าไม่มีความผันผวนใดๆใบบัวมองบุตรสาวคนเล็กที่เหมือนตุ๊กตากระเบื้องแล้วก็ปวดใจ เพราะความช็อคจากการสูญเสียครั้งใหญ่ได้เปลี่ยนบุคลิกของเด็กหญิงตัวเล็กๆที่มักสดใสกลายเป็ตุ๊กตากระเบื้องที่เงียบงัน