"มันอยู่ไหน!! " หัวหน้าค้ามนุษย์ตวาดถามด้วยใบหน้าปานจะกลืนกิน ชายแก่ได้แต่สั่นกลัวอย่างรุนแรง มันไม่คิดเลยว่าไอ้เด็กนั้นจะหนีไปตอนนี้ นั้นคงเป็เคราะห์กรรมของมันที่ทำกับคนอื่นไว้มาก ชายแก่ได้แต่อาลัยตัวเองในใจ
"แกรู้ไหม กว่าข้าจะมาที่นี่ได้ต้องขอหัวหน้าการค้าครั้งแล้วครั้งเล่า หากข้ากลับไปมือเปล่ามีหรือที่ใครจะซวยนอกจากข้า!! " ดวงตาเข้มแพร่รังสีอำมหิตทำให้ผู้พบเห็นหวาดกลัวหัวหด ความหนาวเหน็บกอบกุมหัวใจชายแก่อย่างเหนียวแน่น เขาไม่อาจทำอะไรได้นอกจากโดนลงทัณฑ์จากชายฉกรรจ์คนนี้
"ท่านกำลังตามหาข้าอยู่เหรอ? " เสียงบางอย่างดังในขึ้นในป่าพร้อมร่างชายหนุ่มสูง 169 เิเ ผมสีดำมันขลับ เนื้อผ้ามอมแมมขาดวิ่นแลดูน่าสงสารไม่ต่างจากขอทาน
นั้นทำให้ใบหน้าชายแก่ดีขึ้น
"์เมตตา"
"เมตตาป๋าแกสิ!! " ผลัวะ ร่างชายแก่พุ่งกระเด็นชนต้นไม้จนเสียงดังกร๊อบแกร๊บและสลบไป นั้นทำให้จางเซียนที่มาใหม่มองด้วยแววตาเรียบเฉยคล้ายไม่สนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"แกจะมากับข้าดีๆ หรือต้องกระดูกหักเหมือนไอ้แก่นี้ก่อน!! " อีกฝ่ายปล่อยเสียงดุร้ายออกมา แต่สำหรับจางเซียนแล้วมันไม่ต่างจากกระต่ายั์ที่พยายามจะต่อกรกับหมาป่าที่แข็งแกร่งกว่า ทั้งๆ ที่มันก็รู้อยู่แล้วว่าไม่อาจต่อกรได้
'สร้างกายลมปราณระดับ 1' แก่นอสูรที่เขาได้รับมานั้นมีพลังเป็ขั้นสูง ซึ่งทุกขั้นใน 1 ระดับจะมี 3 ขั้นได้แก่ ต่ำ กลาง สูง และสิ่งที่เขามีอยู่นั้นคือพลังขั้นสูงนั้นเอง จากเนตรที่เขาลอบสังเกตก่อนหน้านี้พบว่าชายฉกรรจ์พวกนี้มีเพียงระดับต่ำ กลาง แต่ไม่มีสูง ซึ่งนับว่าเป็การฝึกทักษะที่พวกไร้น้ำยานี่
ในตอนนั้นเองจางเซียนก็พูดขึ้น
"ท่านจะตายดีๆ หรือให้ข้าหักกระดูกท่านเหมือนกิ่งไม้นี้"
แกบๆ ๆ! จางเซียนหักกิ่งไม้จนเละก่อนจะฉีกเป็ชิ้นๆ ออกมาทำให้เศษกิ่งไม้ไปกองบนพื้น ส่งผลให้ใบหน้าชายฉกรรจ์เต็มไปด้วยความดุร้าย
"ว้า! ดูหน้าพวกท่านตอนนี้สิ...ทำหน้าเหมือนคนกำลังจะตาย"
"ไม่สิ"
.
.
"ก็กำลังจะตายจริงๆ นี่นา"
"แก ไอ้สวะ ข้าจะฆ่าแก...ย้าก! " ชายฉกรรจ์ทั้ง 5 พุ่งเข้ามาด้วยดาบคู่ใจ
จางเซียนยักไหล่คล้ายไม่ใส่ใจ
"ข้าจะสอนท่านเองว่าการต่อสู้ที่แท้จริงคืออะไร..." ปัง! อ้าก!
ฝ่ามือจางเซียนกระแทกดาบด้านข้างจนปลิวขึ้นบนฟ้าไม่ต่างจากชายดังกล่าวที่กระเด็นไปตามแรงหมัด ขณะที่ทั้ง 4 ตกตะลึงดาบที่ลอยฟ้าก็หล่นลงมือจางเซียน
ชายหนุ่มประกายความอำมหิต
"ตาย " ฉัวะ อ้าก
ดาบยาวขนาดใหญ่ตัดลำคอชายคนหนึ่งขาดสะบั้นเืกระฉูดเป็น้ำพรุ ด้วยเืจำนวนมากทำให้การมองเห็นลดลง พริบตาชายกว่า 4 คนก็ถูกหั่นเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เหลือเพียงหัวหน้าค้ามนุษย์เท่านั้น เป็เวลาเดียวกันที่ลำไส้ระบบอวัยวะต่างๆ ไหลลงพื้นจนเละไม่เป็ท่า
"อุก! ฮ่าๆ ๆ ๆ! ใบหน้าท่านตอนนี้ชั่งน่าขบขันยิ่งนัก ทำเหมือนท่านไม่เคยเห็นภาพแบบนี้ ชั่งน่าสนใจจริงๆ ฮ่าๆ ๆ ..." จางเซียนหัวเราะขณะที่เืจำนวนมากสาดลงมาเป็เม็ดฝน ทำให้ใบหน้าที่เปื้อนเืและรอยยิ้มแสนโรคจิตเป็ฝันร้ายของชายฉกรรจ์คนนี้เลยทีเดียว
"อุก! อ้วก! " จางเซียนมองอีกฝ่ายที่กำลังทรุดลงพื้นอ้วกอย่างหักห้ามไม่ได้ ตอนแรกเขาก็ประหลาดใจเหมือนกันที่ตนเองไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับภาพพวกนี้คล้ายกับว่ามันเป็เื่สนุกรูปแบบหนึ่ง
นั้นทำให้เขานึกไปถึงเคล็ดวิชาแก่นอสูร
"หากข้าเป็ดั้งเดิมแน่นอนเื่พรรค์นี้ข้าคงไม่กล้าเข้าใกล้" นับว่าเป็โชคอย่างยิ่ง , จางเซียนพาดดาบบนบ่าเดินเข้าหาชายฉกรรจ์ด้วยแววตานิ่งสงบจนน่ากลัว
"ท่านจะตายดีๆ หรือให้ข้าหักกระดูกท่านเหมือนกิ่งไม้นั่น"
ชายฉกรรจ์หวาดผวาเมื่อเห็นสภาพของกิ่งไม้ที่ขาดเป็ชิ้นๆ
"ฆ่าข้าเลย นายท่านได้โปรดฆ่าข้า" ชายฉกรรจ์กล่าวด้วยน้ำเสียงดีใจโดยไม่ทันสังเกตความเ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ในดวงตา มุมปากของจางเซียนโค้งขึ้นเป็เสี้ยวพระจันทร์
"ข้าแค่ถามเฉยๆ ไม่ได้้าคำตอบ" ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของชายฉกรรจ์แข็งค้าง มันไม่คิดเลยว่าวันนี้จะเป็วันตายของมัน
มันไม่คิดเลย...
"ไม่!! ไม่ๆ ๆ ๆ นายท่านได้โปรดข้ายังมีครอบครัวของข้าที่ต้องดูแล ข้าจะทอดทิ้งพวกเขาไม่ได้" หากเป็เมื่อก่อนจางเซียนคงใจอ่อนเป็แน่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่
"ข้าจะส่งครอบครัวของท่านหลังจากทำลายสำนักเซียนวิถีให้ละกัน ไม่ต้องห่วง"
"ย้าก ไอ้สารเลว"
ฉัวะ!! ฉูด
แหมะๆ ๆ ๆ
ศีรษะชายกำยำขาดสะบั้นจากบ่าเืสาดเป็ภาพน่าตื่นตาสำหรับจางเซียน , กฎเหล็กของยอดยุทธ์คือการถอนรากถอนโคนไม่ให้เหลือเสี้ยนหนามไว้อนาคต
เพราะฉะนั้นมันอาจจะย้อนมาทำร้ายตัวเองได้...
"เบิกเนตร" ั์ตาเปลี่ยนเป็มรกตพร้อมคลื่นความร้อนใต้ตา จางเซียนมองห่างออกไปพบว่าอีกไม่ไกลก็น่าจะถึงศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนแล้ว และแน่นอนรอบด้านนี้มีแต่ยามเฝ้าความปลอดภัย ฉะนั้นมีความเสี่ยงสูงที่เขาจะโดนจับหากอยู่ที่นี่ต่อไป
ต่อก่อนอื่น
ต้องฆ่าผู้รู้เห็นทั้งหมด...
สายตาชายหนุ่มมองชายชราที่สลบอยู่ เพียงแค่ประโยคเดียวก็สามารถลากเขาลงนรกได้ ฉะนั้นไม่มีความลังเลที่จะเด็ดหัวอีกฝ่าย
ฉัวะ!! ฉูด
"เรียบร้อย..." จางเซียนเดินแสระยิ้มขโมยชุดมาใส่ และปล้นทรัพย์สินทั้งหมดเป็ของตัวเอง ก่อนจะเตะศีรษะเหล่าชายฉกรรจ์ด้วยความบันเทิงอารมณ์เพื่อมุ่งหน้าสู่ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน
แต่ก่อนอื่นต้องล้างตัวก่อน...
ห่างออกไป 1 กิโลเมตร
ตอนนี้เป็เวลากลางวัน ณ น้ำตกสีใสแห่งหนึ่งที่ประกายความใสสะอาดราวกับน้ำจาก์ได้ปรากฏชายแก่ผมขาวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ ด้วยแววตาที่สุขุมเยือกเย็นและลึกล้ำจนไม่อาจพรรณนาได้ ทำให้ชายแก่คนนี้เป็บุคคลที่ยากจะเฉียดเข้าใกล้
ด้านข้างนั้นมีชายหนุ่มอีกคนที่มีใบหน้าหล่อเหลายากจับต้อง สวมชุดสีม่วงคล้ายกับชายแก่กำลังยืนมองท่านปู่ของเขาอย่างสงสัย
"ท่านปู่...เหตุใดท่านจึงมิไปต่อเล่า" ชายหนุ่มถาม
"เซียนอี้หลี่...เ้าอายุเท่าไหร่แล้วนะ" เซียนสิงถามกลับ
"โปรดกล่าว...ข้าอายุ 19 ปีแล้วท่านปู่" ชายแก่พยักหน้าพูดต่อ
"การประลองครั้งนี้เพื่อเข้าไปยังสำนักัโลหิต เ้าต้องเจอคู่แข่งมากมาย แม้ข้าจะไว้ใจในพร์บวกกับพรแสวงของเ้า แต่ในศึกครั้งนี้แลดูจะเป็การยากแล้วที่จะผ่านเข้าสู่การเป็ศิษย์หลัก" เซียนอี้หลี่ขมวดคิ้ว ั้แ่ที่ท่านปู่หยุดเดิน ท่านก็เอาแต่มองไปยังทิศทางหนึ่งและฉายแววประหลาดใจเป็ครั้งเป็คราว
เกิดอันใดขึ้น?
"ท่านปู่โปรดบอกกล่าวข้าด้วย..." เซียนสิงมองหลานชายตนเอง
"ศึกประลองครั้งนี้มีทิศทางลมไม่แน่นอนนัก ม้ามืดอาจมีมาก แต่ข้าไม่เคยเห็นคนที่อำมหิตเท่าเด็กอย่างเขามาก่อน...ชายที่สามารถฆ่าคนอื่นได้โดยไม่คิดอะไรและมีความฉลาด รอบคอบเสียทุกอย่าง เพราะฉะนั้นเซียนอี้หลี่ หากเ้าพบใครก็ตามจงแสดงความอ่อนน้อมตลอดเวลา เข้าใจเหรอไม่? "
จริงๆ เซียนสิงไม่ได้ให้ความสำคัญบุคคลที่ตนเองเห็นนัก เพราะเซียนอี้หลี่ของเขาแข็งแกร่งกว่าแล้ว แต่ด้วยความมากเล่ห์ในสายตา นั้นทำให้ชายแก่ใจไม่ดี
เซียนอี้หลี่พยักหน้าเข้าใจ
"ข้าทราบแล้วท่านปู่...ข้าจะไม่อวดภูมิตนเอง หรือเยาะเย้ยใครเด็ดขาด"
"นั่นแหละดีแล้ว เอาเถอะไปกันต่อ" เซียนสิงเดินออกไปทันที
ขณะที่เซียนอี้หลี่ยังตกอยู่ในภวังค์ความคิด