สิ่งที่สวี่ตงอยากเห็นมากที่สุดก็คือ ‘ออร่าสมบัติ’ ซึ่งมีทุกเฉดสีและภายในห้องโถงขนาดใหญ่ตอนนี้ก็มีกล่องเล็กๆ จำนวนมากถูกเก็บล็อกไว้ในตู้กระจกกันะุและพวกมันถูกปกคลุมไปด้วยออร่าสมบัติละลานตามากกว่าห้าสิบถึงหกสิบชิ้น!
ที่น่าแปลกยิ่งกว่าคือนอกจากตู้กระจกกันะุที่ถูกล็อกไว้อย่างแ่าและมีเ้าหน้าที่คุ้มกันแล้วบนเคาน์เตอร์หินอ่อนยาวตรงกลางโถงยังมี ‘หิน’ มากกว่าหนึ่งโหลวางเรียงกัน!
หินพวกนั้นมีหลายขนาด ก้อนใหญ่ก็ใหญ่เท่ากระบุง น้ำหนักอย่างน้อยหนึ่งร้อยกิโลกรัมก้อนเล็กก็เล็กกว่าลูกบาส ส่วนใหญ่หนักประมาณห้าสิบกิโลกรัม
พื้นผิวของหินเ่าั้ปกคลุมไปด้วยชั้นสีเขียว เข้มบ้าง อ่อนบ้างสวี่ตงสงสัยมาก วางหินไว้ทำไมกัน
แต่สวี่ตงก็เหมือนจะเข้าใจอยู่ในที ในหินพวกนี้มีสองก้อนที่มี ‘ออร่าสมบัติ’ ปรากฏ เป็ออร่าสีน้ำเงินหนึ่งในนั้นเป็ก้อนที่เล็กที่สุด น่าจะหนักเพียงสิบกิโลกรัมเล็กกว่าลูกบาสเสียอีกทว่ามีออร่าสมบัติเข้มที่สุด ส่วนอีกก้อนหนักประมาณห้าสิบกิโลกรัมมีออร่าสมบัติสีน้ำเงินค่อนข้างจาง
ส่วนหินอีกสิบกว่าก้อนไม่มีออร่าเลยแม้แต่น้อยสวี่ตงจ้องมองหินอย่างเหม่อลอย หินสองก้อนที่มีออร่าสมบัติย่อมต้องเป็สิ่งล้ำค่าอย่างแน่นอนแต่ก็ยิ่งแปลก มันน่าจะเป็หินหยก ได้ยินว่าหินที่เป็หยกเกือบทั้งหมดมีต้นกำเนิดจากประเทศพม่า
แต่ที่แปลกคือพิ้นผิวของหินสองก้อนนี้ที่มีออร่าสมบัติกลับมีสีเขียวน้อยจนแทบจะเป็หินที่มีสีเขียวน้อยที่สุดในกองแต่หินที่ไม่มีออร่าสมบัติกลับมีสีเขียวมากกว่าสามก้อนจากในกองนั้นมีสีเขียวเข้มที่สุดสีเขียวของมันเหมือนกับหยกน้ำงามสีสันสดใสที่ขายตามร้านทองไม่มีผิดแต่กลับไม่มีออร่าสมบัติปรากฏเลยสักนิด!
สวี่ตงมั่นใจว่าในหินพวกนั้นไม่ใช่หยกอย่างแน่นอนและคิดว่าหินพวกนี้ก็เหมือนการพนัน คุณอาจคิดว่ามีโอกาสชนะมากที่สุดแต่ความจริงไม่ใช่ คุณอาจคิดว่ากำลังจะแพ้พนันก็อาจพลิกมาชนะได้!
ทันทีที่เข้ามาข้างใน สวี่ตงก็เลิกสนใจโหมวซือฉิงไปเลย พอหันกลับมาอีกทีก็เห็นโหมวซือฉิงยืนอยู่ตรงบูธห่างออกไปสิบกว่าเมตรและมีชายหนุ่มอายุราวยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดกำลังคุยกับเธอ
ชายคนนั้นดูเปล่งประกายเต็มไปด้วยพลัง ทำให้สวี่ตงรู้สึกถึงความ ‘โดดเด่นและเป็กันเอง’ ในใจกำลังคิดว่าคนคนนี้ใช่ฉินฟางหรือเปล่า
“ท่านประธานฉิน ได้เวลาแล้วค่ะ เริ่มได้เลย!” หญิงสาวหน้าตาดีสวมชุดสูทและกระโปรงเป็ทางการถือไมโครโฟนไร้สายเดินเข้าไปพูดกับชายหนุ่ม
คนคนนี้คือฉินฟางจริงๆ ด้วย!
ฉินฟางพยักหน้าก่อนจะหันมากระซิบกับโหมวซือฉิงอีกประโยคถึงเดินตามหญิงสาวหน้าตาดีคนนั้นไปยังตำแหน่งประธานของงาน
ฉินฟางเดินขึ้นเวทีแล้วจ่อไมโครโฟนข้างปากส่งเสียงทักทายเพื่อทดสอบเสียงจากนั้นก็ยิ้มนิดๆ “แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีสวัสดีครับ…
“ฮ่าๆผมเป็พิธีกรสมัครเล่น พูดไม่ได้เื่ไปบ้างทุกคนช่วยอดทนหน่อยนะครับถึงแม้ทุกคนจะรู้กันอยู่แล้ว แต่ผมยังอยากแนะนำตัวเองสักหน่อย ผมแซ่ฉิน ชื่อฟางเป็ประธานของฟางหยวนเรียลเอสเตทวันนี้ได้ร่วมมือกับสหายจากแต่ละแวดวงจัดกิจกรรมนี้ขึ้น เหตุผลหลักก็เพราะฟางหยวนเรียลเอสเตทของเรากำลังก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมอัญมณีโครงการตึกสูงระดับนานาชาติในเมืองถงเฉิงของฟางหยวนเรียลเอสเตทเสร็จสมบูรณ์เป็ที่เรียบร้อยร้านเรือธง[1]อัญมณีแห่งแรกของฟางหยวนเรียลเอสเตทประจำเมืองถงเฉิงกำลังจะเปิดให้บริการบนชั้นสามของศูนย์การค้าการเชิญสหายทุกท่านมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ เหตุผลหลักก็เพื่อเป็การอุ่นเครื่องเราได้เชิญผู้ค้าอัญมณีที่มีอิทธิพลทั้งในและต่างประเทศมาเข้าร่วมนิทรรศการอัญมณีมาแรงนอกจากนี้ผมยังขนหินหยกเหล่าเคิง[2]สิบหกก้อนจากพม่ามาด้วยผมว่าพวกเราหลายคนคงเคยได้ยินเื่ ‘หินพนัน’ กันมาบ้าง ฮ่าๆการพนันถูกกฎหมายแบบนี้เหมาะกับคนที่ชอบความตื่นเต้นอย่างพวกเราดี และไม่แน่ว่าอาจได้รวยในชั่วข้ามคืนมาสนุกกัน!”
แม้ฉินฟางจะออกตัวว่าไม่สันทัดการเป็พิธีกรและพูดไม่เก่งแต่สวี่ตงกลับคิดว่าเขาพูดได้ดีทีเดียว เพียงไม่กี่ประโยคก็ชักจูงผู้คนให้อยากลองได้นี่สิที่เรียกว่า ‘การตลาด’ ที่ร้ายกาจที่สุด!
คนคนนี้เจ๋งมาก นี่คือความคิดที่สวี่ตงมีต่อฉินฟาง
ฉินฟางพูดถึงตรงนี้ก็โบกมือให้สาวสวยข้างกาย “ผู้จัดการโจว เรียกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเปิดตู้โชว์ให้แขกทุกท่านได้สังเกตการณ์และชื่นชมผลงานชิ้นเอกจากเหล่าปรมาจารย์ด้านอัญมณีชั้นนำของโลกกันก่อน!”
สาวสวยพยักหน้า หันกายเยื้องย่างไปหลังเวทีใช้อุปกรณ์สื่อสารแจ้งเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้เปิดตู้โชว์
ฝากล่องในตู้โชว์ค่อยๆ เปิดออกด้วยระบบสั่งการไฟฟ้าเครื่องประดับด้านในค่อยๆ ยกตัวสูงขึ้น แม้จะยังอยู่ในตู้กระจกแต่แสงไฟในตู้และจาก้าสว่างมากเครื่องประดับจึงปรากฏเด่นชัดอยู่เบื้องหน้าทุกคน
แต่ละตู้จะมีพนักงานหญิงคอยอธิบายให้แขกที่มาฟังอย่างเชี่ยวชาญและละเอียดมากสวี่ตงได้ยินคำแนะนำที่แทบจะเหมือนกันทุกตู้ มีทั้งนักออกแบบชาวปารีส นักออกแบบชาวอิตาลีและแบรนด์ก็ยังเป็แบรนด์เครื่องประดับชั้นนำของโลกอีกด้วย
แน่นอนว่าราคาของเครื่องประดับก็สูงลิ่วเหมือนกันราคาต่ำสุดอยู่ที่มากกว่าหนึ่งแสนหยวน ส่วนราคาสูงสุดสูงถึงยี่สิบล้านหยวน!
ทว่าสวี่ตงไม่มีแก่ใจจะฟังคำแนะนำหรือชื่นชมเครื่องประดับใจเขายังติดอยู่ที่ ‘หิน’ พวกนั้น!
แม้ว่าเครื่องประดับแต่ละชิ้นจะมีออร่าสมบัติปรากฏมันก็มาจากเพชรไม่ก็ทองในตัวเครื่องประดับสวี่ตงไม่ได้สนใจเพราะของพวกนั้นมีราคาติดไว้ชัดเจน ไม่มีทางหลอกลวงได้ เขายากจนข้นแค้นจะตายแม้แต่ชิ้นที่ถูกที่สุดก็ไม่มีปัญญาซื้อ แต่ถึงมีเงินเขาก็ไม่ซื้อหรอก
แต่หินหยกพวกนั้นไม่เหมือนกัน หินสิบกว่าก้อนก็มีราคาติดไว้ก้อนที่ราคาแพงที่สุดคือก้อนที่ใหญ่และมีสีเขียวที่สุดในนั้นป้ายราคาที่ติดไว้ข้างหินคือ ‘สามแสนแปดหมื่นหยวน’ส่วนก้อนที่ราคาถูกที่สุดราคาเพียงสามพันหยวน ต่างกันถึงร้อยเท่า!
ยิ่งราคาถูกก็ยิ่งจ่ายง่ายทว่าสวี่ตงซื้อไม่ได้แม้แต่หินก้อนที่ราคาถูกที่สุดด้วยซ้ำเพราะหินก้อนนั้นราคาสามพันหยวน แต่ทั้งเนื้อทั้งตัวเขามีอยู่สามร้อยกว่าหยวนเอง!
ฉินฟางประกาศว่ากิจกรรมได้เริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการแล้วผู้หญิงเกือบทุกคนถูกเหล่าเครื่องประดับดึงดูดความสนใจจึงพาเหล่าผู้ชายที่มากับพวกเธอไปดูเครื่องประดับที่ตนชอบ
คนที่มาล้วนเป็ข้าราชการร่ำรวยมีหน้ามีตารวมถึงนักธุรกิจและครอบครัว สิ่งที่คนพวกนี้ห่วงมากที่สุดก็คือหน้าตาไม่ใช่เงิน ยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ขอเพียงเป็ของที่ผู้หญิงชอบพวกผู้ชายจะควักจ่ายโดยไม่มีเงื่อนไข หนึ่งคือได้หน้า สองคือได้ใจผู้หญิงยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!
ฉินฟางเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดอย่างไร้ข้อกังขาสามารถครองใจได้ทั้งหญิงชายแล้วยังทำเงินได้มหาศาล!
เมื่อเห็นเครื่องประดับแต่ละชิ้นถูกประมูลในราคาสูงขึ้นเรื่อยๆฉินฟางก็แอบยิ้มก่อนจะหันไปยิ้มส่งสัญญาณให้สาวสวยแล้วจึงเดินไปหาโหมวซือฉิงที่นั่งอยู่มุมห้องคอยสังเกตการณ์สิ่งผิดปกติตอนนี้ละ ถึงเวลาลงมือกับผู้หญิงที่เขาชอบแล้ว!
ผู้หญิงในโลกนี้ชื่นชอบเครื่องประดับไปแล้วเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์และชอบผู้ชายที่จ่ายให้พวกเธอได้ดังนั้น ฉินฟางจึงคิดจะใช้วิธีนี้เอาใจโหมวซือฉิง
“ซือฉิงของพวกนี้คืองานของนักออกแบบเครื่องประดับระดับโลก เธอว่าชิ้นไหนดีสุด”
ฉินฟางรู้ดีว่าโหมวซือฉิงต่างจากผู้หญิงคนอื่นอย่างสิ้นเชิงเงินทองเครื่องประดับไม่สามารถดึงดูดเธอได้เขาจึงลองทดสอบดูก่อนโดยที่ยังไม่พูดให้ชัดเจน หากโหมวซือฉิงพูดออกมาว่าชิ้นไหนสวยเขาจะซื้อมันให้เธอโดยไม่ลังเล นี่สิถึงเรียกว่าซื้อใจ!
ทว่าโหมวซือฉิงส่ายหน้าโดยไม่แม้แต่จะคิด “อะไรสวยไม่สวย ฉันไม่เห็นจะมีอันไหนสวยสักชิ้นก็แค่หินที่แข็งกว่าหินทั่วไป ถ้านายหิวจนใกล้ตายขึ้นมา เครื่องเพชรราคาหลายล้านพวกนี้ยังสู้มันเทศย่างอันละสองหยวนไม่ได้เลย!”
ฉินฟางโดนคำพูดของโหมวซือฉิง ‘ตอกหน้า’ จนยากจะรับได้ เขาคิดคำพูดไว้เสียดิบดี แต่พูดไม่ออกแล้ว!
ต่อให้ศิลปะการพูดเขาจะเลิศเลอแค่ไหน พออยู่ต่อหน้าโหมวซือฉิง คารมของเขาก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นแม้แต่สมองก็ยังตื้อไปเสียอย่างนั้น!
ความจริงแล้วกิจกรรมนี้มีการรักษาความปลอดภัยหลายอย่าง จุดแรกคือตรงหน้าลิฟต์ใต้อาคารจุดที่สองคือเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจตรงประตูทางเข้างานจุดที่สามคือเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนอกเครื่องแบบซึ่งกระจายอยู่ทั่วงานในห้องโถงยังมีกล้องวงจรปิดอยู่ทั่วทุกจุดต่อให้มีสิ่งผิดปกติแม้แต่นิดเดียวก็จะถูกค้นพบทันที
โหมวซือฉิงย่อมมองออก เธอจึงไม่ได้กังวลมากนักเดิมทีเธอก็ไม่ได้รังเกียจความรู้สึกของฉินฟางแต่เธอค่อนข้างรังเกียจวิธีการที่เขา ‘กดดัน’ ให้เธอมาในวันนี้ จึงเป็สาเหตุให้ ‘หยาบคาย’และ ‘ตอกหน้า’ เขาอย่างไร้ความปรานี!
“สวี่ตงล่ะ”
มองซ้ายมองขวาก็ยังไม่เห็นว่าสวี่ตงไปไหนโหมวซือฉิงบ่นพึมพำพลางสอดส่ายสายตามองหาเขา
สวี่ตงคือ ‘โล่กำบัง’ ที่เธอบังคับมาในวันนี้เพื่อรับมือกับฉินฟาง
ในความเป็จริงฉินฟางโดดเด่นในทุกด้าน ในแวดวงชนชั้นสูงของเมืองถงเฉิงฉินฟางแทบจะเป็ที่หมายปองของหญิงสาวที่มีชื่อเสียงทุกคนในเมืองแล้วแต่ถึงอย่างนั้นฉินฟางกลับสนใจโหมวซือฉิงเพียงคนเดียว และเพราะเหตุนี้โหมวซืออี๋ น้องสาวของโหมวซือฉิงจึงมักเกลี้ยกล่อมให้พี่สาวเลือกฉินฟางถึงเฉียวเจียจวิ้นจากตระกูลเฉียวคนนั้นจะโดดเด่นอย่างไร แต่พวกเธอก็ไม่เคยพบหน้า!
โหมวซืออี๋ไม่ชอบการคลุมถุงชนที่เป็ ‘คำสั่งของพ่อแม่’เอามากๆ นี่มันยุคไหนกันแล้ว
ส่วนโหมวซือฉิงก็ยิ่งไม่ชอบการล่มหัวจมท้ายแบบนี้ ไม่ว่าคนตระกูลเฉียวคนนั้นจะโดดเด่นเพียงใดเธอก็ต่อต้าน!
โหมวซือฉิงมองไปรอบๆ ก็เห็นว่าสวี่ตงกำลังยืนจ้องหินเรียงแถวอย่างเหม่อลอยก็บ่นงึมงำแล้วเดินไปหา
ฉินฟางเห็นโหมวซือฉิงไม่ ‘สนใจ’ เขาเลยก็ตกตะลึง แล้วมองตามทิศทางที่เธอเดินไป ตรงนั้นคือจุด ‘หินพนัน’ ที่เขาเตรียมไว้เนื่องจากมีคนไม่มากนักที่เข้าใจหินพนันและหินหยกตรงนั้นจึงมีคนยืนอยู่เพียงเจ็ดแปดคน
ฉินฟางสงสัยจึงเดินตามโหมวซือฉิงไป
แผ่นหลังของโหมวซือฉิงทั้งโดดเด่นและน่าหลงใหล บอกตามตรงวันนี้มีผู้หญิงมาที่นี่หลายร้อยคน ที่เรียกว่า ‘สวย’ ก็มีไม่น้อย แต่นั่นไม่อาจเทียบกับโหมวซือฉิงได้เลยคนสวยยืนเทียบกับคนที่สวยกว่าทำให้รู้สึกด้อยกว่า ดังนั้น พวกผู้หญิงจึงเกลียดการยืนข้างผู้หญิงที่สวยกว่า!
โหมวซือฉิงเดินมาถึงตัวสวี่ตงเห็นเขายังจ้องก้อนหินตาไม่กะพริบก็หลุดขำพรืด “โง่จริงๆ เลยหินพวกนี้มันสวยตรงไหน”
[1] ร้านเรือธง คือ ร้านที่เป็สัญลักษณ์หรือเป็หน้าตาของแบรนด์
[2] หยกเหล่าเคิงคือ หยกประเภทหนึ่ง มีสีเขียวทั้งเม็ด ไม่มีตำหนิหรือมีตำหนิน้อยมากโปร่งใสจนมีความวาวคล้ายแก้ว