หลังจากแยกกับสองหญิงงามแล้วเทียนคงก็มุ่งหน้าไปที่เมืองตระกูลกัวสาขาหนึ่งทันทีและการจะไปที่เมืองตระกูลกัวสาขาหนึ่งนี้ไม่จำเป็นต้องผ่านนครวิหคครามและระยะทางจากเมืองอัญมณีสามสีก็ไม่ได้ไกลมาก เทียนคงจึงใช้เวลาไม่นานนักเพียง 4ชั่วโมงก็สามารถไปถึงที่หมายได้
เทียนคงตรงไปที่สำนักนพเก้าในทันทีที่ไปถึงและขอเข้าทดสอบเพื่อออกใบรับรองนักเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งเขาต้องรออีกสองวันถึงจะเป็นวันจัดการทดสอบอีกครั้ง ซึ่งจะมีขึ้นทุก ๆ 15 วัน หรือ ในหนึ่งเดือนจะมีการจัดสอบสองครั้ง ทั้งการขออนุญาตและขอเลื่อนระดับ
“.....เจ้าหนู เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ จะสอบเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุหรือข้าหวังว่าเจ้าจะรู้นะว่าการสอบไม่ใช่เรื่องเล่น ๆและยังมีค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการดำเนินการอีกพอสมควร แม้เจ้าจะเป็นลูกหลานตระกูลที่ร่ำรวยแต่จะเอาเงินมาผลาญเล่นแบบนี้ไม่ได้นะ รู้ไหม ....ข้าว่าเจ้ากลับไปร่ำเรียนให้มากกว่านี้ก่อนแล้วค่อยมาใหม่ดีกว่านะ ....”ชายวัยกลางคนนั่งอยู่โต๊ะตัวหนึ่ง มองดูกระดาษตรงหน้าที่มีรายละเอียดของเทียนคงซึ่งออกโดยเมืองประกายเงิน สลับกับมองเทียนคงด้วยความเบื่อหน่าย
เพราะเขาเจอคนแบบเทียนคงมามากมายเหลือเกินเด็กหนุ่มเด็กสาว ที่อยากลองวิชา แล้วตระเวนไปสอบในสายอาชีพต่าง ๆเพื่อชื่อเสียงและหน้าตาทางสังคม แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้แน่อย่างที่เป็น กว่า 9 ใน 10 ส่วนล้วนเป็นพวกไม่ได้เรื่อง ที่แค่บ้านรวยหน่อยแล้วอยากทำตามบุคคลที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยแต่ไร้ความสามารถและเทียนคงก็น่าจะเป็นเด็กส่วนใหญ่เหล่านั้น เขาจึงกล่าวเตือนออกไป
ซึ่งเทียนคงก็ยิ้มรับแล้วโค้งให้อีกหลายทีก่อนจะยืนยันหนักแน่น ว่าเขาพร้อมที่จะเข้ารับการทดสอบ แต่แม้เทียนคงจะนอบน้อมแค่ไหนและไม่ได้พูดจาก้าวร้าวหรือทนงตัวแต่อย่างใดในมุมมองของพนักงานวัยกลางคนคนนี้ก็ได้มองเทียนคงเป็นพวกเด็กไม่ได้เรื่องไปแล้วแล้วสบถออกมาว่า “เหอะ ก็ได้ ในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟัง ก็เชิญตามสบายข้าจะรอดูว่าเจ้าจะทำคะแนนออกมาได้สักเท่าไหร่ ....”
แม้จะถูกต่อว่าเทียนคงก็ไม่ได้ใส่ใจรับบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบ แล้วเดินจากไป และระหว่างที่เดินสำรวจสถานที่อยู่เพลินๆ ก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งกำลังพูดถึงตัวเขาอยู่
“นี่ศิษย์พี่ท่านว่าคุณชายคนนั้นจะแน่จริงไหม หรือแค่พวกไม่ได้เรื่อง” หญิงสาวคนหนึ่งหน้าตาน่ารักดวงตากลมโตดูอายุแล้วน่าจะราว ๆ 20 ปี ส่วมใส่ชุดที่เป็นเครื่องแบบของศิษย์สำนักนพเก้า นางพูดขึ้นมาโดยสายตาจ้องมองไปที่เทียนคง
“ข้าว่าก็ไม่ต่างกับคนอื่นๆหรอก ก็คงแค่มาเปิดหูเปิดตานั่นแหละ ขนาดพวกเราร่ำเรียนกันแทบตายกว่าจะสอบผ่านก็ไม่ใช่ง่าย ๆแล้วคนที่ไม่ได้เรียนจะสอบผ่านได้ยังไง”ชายหนุ่มตอบโดยมองเทียนคงด้วยหางตาเล็กน้อย ก่อนจะดึงสายตากลับแล้วตอบ
“ก็ไม่แน่เสมอไปหรอก.... แล้วข้าก็บอกกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่าได้นินทาผู้อื่นแบบนี้แล้วนี่ยังพูดต่อหน้าเขาอีก รู้หรือไม่ว่าพวกเจ้าทำให้สำนักเราเสื่อมเสียน่ะ”อีกหนึ่งหญิงสาว ปรากฏตัว นางเดินผ่านมาบริเวณนี้เพื่อทำธุระบางอย่างแล้วบังเอิญได้ยินที่สองศิษย์สำนักพูดคุยกันเมื่อครู่พอดี และนางมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามไม่แพ้ซินเหยียนหรือคุณหนูโจวเลย
“...เอ่อออ คารวะคุณหนูเหยา .... ขออภัยด้วย ข้าแค่พูดออกไปตามความเป็นจริงเท่านั้นคุณหนูโปรดอย่าถือสา”ชายหนุ่มได้ยินเสียงไพเราะดังมาจากข้างหลังก็สะดุ้งตัวขึ้นมาแล้วโค้งคำนับอย่างรวดเร็ว
“เอาล่ะๆช่างเถอะ ภายหลังก็อย่าได้ทำอีกแล้วกัน ....” หญิงสาวมาใหม่เดินเลยสองศิษย์สำนักไปแล้วตรงดิ่งไปหาเทียนคง จากนั้นก็ยิ้มให้แล้วพูดว่า “คุณชายเมื่อครู่ข้าต้องขออภัยแทนศิษย์ของสำนักสองคนนั้นด้วย ที่เสียมารยาทไปหวังว่าคุณชายจะไม่ถือสา”
“ศิษย์พี่เหยาเอาอีกแล้วไง... หว่านเสน่ห์ไปทั่วจริง ๆ” หญิงสาวคนแรกพลันคิดในใจทันทีที่เห็นคุณหนูเหยาเดินไปหาเทียนคงส่วนศิษย์พี่ผู้ชายตอนแรกก็มองดูด้วยสายตาไม่พอใจนัก
เทียนคงไม่ได้ใส่ใจแต่แรกอยู่แล้วจึงยิ้มรับแล้วโค้งให้เล็กน้อย แล้วพูดว่า “ข้าไม่ถือสา ...”ก่อนจะเดินดูสถานที่ต่อ ทิ้งคุณหนูเหยาอึ้งเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้น
“เดี๋ยวนะนั่นเขาเมินศิษย์พี่เหยาเหรอ ... อุ๊ปส์ สุดยอด เหลือเชื่อไปเลย”ศิษย์สาวคนเดิมแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเพราะตั้งแต่รู้จักคุณหนูเหยาผู้เป็นถึงหนึ่งในสามหญิงงามแห่งดาววิหคครามไม่เคยมีบุรุษคนไหนจะสามารถทนแรงยั่วยวนและการหว่านเสน่ห์ของนางไปได้เลยไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือว่าแก่เฒ่า ล้วนติดกับกันทุกคน
“บัดซบเอ้ยหมอนั่นคิดว่าตัวเองเป็นใครกันถึงได้ปฏิบัติกับคุณหนูเหยาแบบนั้น”ศิษย์พี่ผู้ชายมองเทียนคงอยู่ตลอดจึงเดือดดาลเป็นอย่างมากเพราะเมื่อครู่ก็โดนหญิงสาวในดวงใจตำหนิไปเพราะมัน แล้วนี่ยังทำกิริยาแบบนี้อีกเอาไว้ไม่ได้ เขาดีดตัวออกไปทันที แล้วคว้าไหล่เทียนคงก่อนจะกล่าวว่า “เห้ยยย ...คุณหนูเหยาพูดกับแกอยู่ บังอาจนักนะ ... วูบบบบบบ”
ขณะที่กำลังจะลงมือและง้างหมัดไปด้านหลังแล้วคุณหนูเหยาที่ได้สติก็พลันพูดขึ้นว่า “โหวจิ้งห้าว ... ใครให้แกลงมือ ปล่อยมือนั่นเดี๋ยวนี้แล้วไสหัวไปให้พ้น”
“คะคุณหนู แต่ว่ามันเสียมารยา .....” จิ้งห้าว เสียงอ๋อยทันทีเพราะเขาคิดว่าคุณหนูเหยาจะยินดีที่เขาออกหน้าให้แต่กลับกลายเป็นตรงกันข้ามเสียนี่ เขาจึงพยายามอีกรอบแต่ยังไม่ทันพูดจบคุณหนูเหยาก็ตะคอกเสียงดังขึ้นว่า “ข้าบอกให้ไสหัวไปไง”
เสียงนี้ดังมากจนผู้คนในบริเวณเริ่มให้ความสนใจว่าเกิดอะไรขึ้นแม้แต่ชายวัยกลางคนที่รับเรื่องเข้าสอบจากผู้สมัครและเพราะเขาจำเสียงผู้ที่ตะโกนออกมานี้ได้ก้นของเขาจึงไม่สามารถนั่งติดเก้าอี้ได้แล้วรีบรุดไปยังสถานที่เกิดเหตุทันที
และพอมาถึงสถานที่เกิดเหตุสิ่งที่เขาเห็นก็คือ คุณหนูเหยากำลังเดินไล่หลังเทียนคงไปส่วนจิ้งห้าวก็เดินคอตกไปด้วยความคับแค้นใจ
“เอ่อคุณหนูเหยา เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่”แม้จะไม่ได้ลงมือทำอะไร แต่เขาก็ตั้งท่าพร้อมจะตะคลุบเทียนคงทันทีขอเพียงคุณหนูเหยาเอ่ยมาคำเดียว เพราะพอเห็นว่าเป็นเทียนคงที่หมั่นไส้มาตั้งแต่เมื่อครู่เขาก็ยิ่งอยากลงมือ
แต่คุณหนูเหยาไม่ได้สนใจชายวัยกลางคนที่มาแล้วพูดว่า “คุณชาย ข้าต้องขออภัยท่านอีกครั้งที่คนของสำนักได้ล่วงเกินท่านอีกแล้ว หากท่านยินดีจะรับคำขออภัยจากข้าให้ข้าได้เป็นเจ้าภาพให้ท่านสักหนึ่งมื้อเป็นอย่างไร” ทั้งน้ำเสียงและสายตาที่ใช้กับจิ้งห้าวกับที่พูดกับเทียนคงนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหวจนผู้คนรู้สึกแปลกใจ ที่สตรีผู้นี้ช่างเปลี่ยนสีหน้าได้รวดเร็วจริง ๆ
“....เอ่อ ถ้าหากว่า ข้าตอบว่าไม่นี่ท่านอาผู้นี้จะลงมือกับข้าเหมือนที่คุณชายท่านนั้นทำหรือไม่” เทียนคงที่ไม่ทราบว่าตัวเองต้องทำตัวอย่างไรถึงจะทำให้คนรอบข้างพอใจ จึงเอ่ยถามหน้าซื่อตาใสเพราะก่อนนี้เขาก็คิดว่าทำทุกอย่างที่ควรทำแล้ว ทั้งไม่ถือสา ไม่ถือตัวไม่เก็บเอาคำพูดใด ๆมาเป็นเรื่อง แต่ก็ยังถูกเข้าใจผิดอยู่ดี
“....ฮิฮิ ท่านนี่ตลกดีจัง ว่าแต่ท่านเถอะ เหตุใดถึงคิดว่าจะตอบปฏิเสธข้าล่ะข้าไม่สวยงั้นหรือ ท่านถึงได้รังเกียจข้านัก ....”คุณหนูเหยารู้สึกทึ่งกับคำตอบที่ได้ แล้วรู้สึกถูกใจเทียนคงเข้าแล้วจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน และท่าทางที่ชวนให้หลงไหล
“เปล่าๆๆ ไม่เลย ๆ ท่านนั้นสวยและงดงามมาก ๆ ... ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นข้าหาได้เอามาใส่ใจไม่ท่านอย่าได้กังวล ข้ารับคำขอโทษ ดังนั้นท่านก็อย่าได้ลดตัวมาเป็นเจ้าภาพให้ข้าเลย...... เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเวลาท่านแล้ว ขอตัวก่อนนะ .....”เทียนคงรีบปฏิเสธโดยการยกมือขึ้นส่ายไปมา ระหว่างนั้นก็ก้าวถอยหลังไปทีละนิดและพอพูดจบก็โค้งให้คุณหนูเหยาและชายวัยกลางคน คนละหนึ่งทีจากนั้นจึงหมุนกายเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่รอให้ใครได้เอ่ยอะไรขึ้นมาอีก
ส่วนคุณหนูเหยาที่โปรยเสน่ห์ไปมากมายทั้งยังเอ่ยปากชวนให้ไปทานมื้ออาหารกับนางอีก ยังไม่สามารถทำให้เทียนคงสนใจนางได้ก็กัดริมฝีปากล่าง สองมือกำแน่นด้วยความเจ็บใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่นางถูกเมินเชยโดยบุรุษที่นางสนใจเล่นด้วย และนับว่าเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรก
ส่วนผู้คนรอบข้างที่มามุงดูตั้งแต่เสียงตวาดก็รู้สึกทึ่งเช่นกัน ที่มีคนที่กล้าเมินคุณหนูเหยาคนนี้ด้วยนางเป็นถึงธิดาเพียงคนเดียวของ เหยาลู่หลง หัวหน้าตระกูลเหยาคนปัจจุบัน และยังเป็นเจ้าสำนักนพเก้านี้อีกด้วยดังนั้นแล้วบุรุษทุกคนย่อมหมายปองคุณหนูเหยากันเป็นธรรมดา และต่างหาโอกาสเข้าใกล้นางเมื่อมีโอกาสกันทั้งนั้นหากได้เป็นเขย แม้จะต้องเป็นเขยเข้าตระกูลฝ่ายหญิง พวกเขาก็ยินดีเพราะนั่นคือโอกาสที่จะได้ไต่เต้าขึ้นไปยังจุดที่สูงขึ้น ที่เหนือยิ่งกว่าเจ้านครวิหคครามแต่เทียนคงกลับเมินคุณหนูเหยาไปดื้อ ๆแบบนี้
คุณหนูเหยามองหลังเทียนคงที่หายวับไปแล้วหันไปทางชายวัยกลางคนที่ยืนเอ๋ออยู่ด้วยความไม่อยากเชื่ออยู่แล้วกล่าวเรียกสติเขาว่า “หมอนั่นมาทำอะไรที่นี่ เจ้ารู้หรือไม่”
“....”ชายวัยกลางคนยังคงอึ้งไม่หาย จึงไม่ได้ตอบคำ
“หลี่จ้ง.... ได้ยินที่ข้าถามไหม” คุณหนูเหยาเอ่ยอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบและไม่มีหางเสียงเลยสักนิด จนหลี่จ้งผู้นี้สะดุ้งขึ้นมา แล้วรีบตอบว่า “อ่ออ เอ่ออคุณหนูเหยา เขาคนนั้นมาสมัครสอบเพื่อขอใบรับรองนักเล่นแร่แปรธาตุน่ะ”
“หือออองั้นรึ ... เขาเป็นศิษย์สำนักด้วยหรือเปล่า”
“เอ่ออไม่ได้เป็นขอรับ”
“ถึงว่าสิ........ ข้าขอดูประวัติของเขาหน่อย” คุณหนูเหยาเพิ่งเคยเห็นเทียนคงเป็นครั้งแรกและก็รู้สึกว่าเทียนคงนั้นหล่อเหลาดี จึงคิดอยากจะแกล้งเขาเล่นอย่างทุกครั้งที่ทำกับบุรุษที่รู้สึกสนใจเพราะนางจะรู้สึกได้รับชัยชนะ เมื่อสามารถทำให้บุรุษเหล่านั้นหลงนางจนโง่หัวไม่ขึ้น
“เมืองประกายเงิน?เด็กกำพร้า? ช่างอาวุธ? หมอ? นักล่าอสูร? ..... ระดับพลัง เชี่ยวชาญขั้นหนึ่ง......... หึ น่าสนใจจริง ๆด้วย”