"อย่าพูด"
เสียงนั้นออกมาก่อนที่รูปร่างในเงาจะขยับ
เป็เสียงผู้ชายต่ำและเงียบพอที่จะฟังดูเหมือนไม่ได้พูดดัง แต่ชัดเจนพอที่จะได้ยินทั่วทั้งพื้นที่มันเป็เสียงที่คนที่พูดเป็นิสัย
พูดเมื่อ้าให้คนอื่นหยุดพูด และมักได้ผล
หลินไม่ได้เป็คนอื่น
"ทำไมล่ะ?" เธอถามทันที"ฉันพูดได้ ฉันอยู่ในป่าของใคร?"
รูปร่างในเงาออกมาจากระหว่างต้นไม้
เป็ผู้ชายอายุน่าจะใกล้ๆ กันสูงกว่าหลินพอสมควร สวมชุดสีเขียวเข้มที่กลืนไปกับป่าได้ดีจนถ้าไม่ขยับคงเห็นยากผมสีดำรวบไว้หลวมๆ มีผิวแบบที่บอกว่าอยู่กลางแจ้งเป็ประจำและมีสีหน้าเ็าแบบที่บอกว่าไม่ได้อยู่กลางแจ้งเพื่อความสนุก
แต่สิ่งที่หลินสังเกตมากที่สุดคือตาของเขา
ไม่ใช่เพราะหล่อหรือน่ากลัวแต่เพราะตาของเขาจับจ้องที่หลินแบบที่คนมองสัตว์ที่ไม่รู้จัก ไม่ใช่มองแบบน่ากลัวแต่มองแบบที่กำลังประเมินว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าอันตรายแค่ไหนและในทิศทางไหน
มือขวาของเขากำคทายาวแต่ไม่ยกขึ้นแค่ถือไว้ด้านข้าง
"ป่านี้ฟังทุกเสียง"เขาพูด ยังเบา ยังชัด "คำที่พูดออกมาคือคำสั่ง"
"โอเค"หลินพูด "แล้วเมื่อกี้ฉันพูดว่า 'ร้อนจัง' แล้วได้ลมเย็นนั่นก็เพราะ—"
"เพราะป่าทำตาม"เขาตัดบท "ถ้าพูดผิด ป่าจะทำตามผิด"
หลินหุบปาก
ชั่วขณะ
"พูดผิดแบบไหน?"
เขาไม่ตอบทันที แค่มองเธออยู่แล้วก็พูดว่า "มาก่อน อย่าพูดระหว่างเดิน"
"นั่นไม่ใช่คำตอบ—"
"มา"
เขาหันหลังเดิน
หลินยืนอยู่ตรงนั้นสักสองวินาทีคิดว่าควรจะตามหรือไม่ตาม ระหว่างที่คิดอยู่ก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจากลึกในป่าไม่ดัง ไม่ชัด แต่เป็เสียงที่ทำให้ขนลุก
เธอตามเขาไป
---
เขาพาเธอเดินโดยไม่อธิบายว่าจะไปไหนหลินเดินตามด้วยความรู้สึกว่านี่อาจจะเป็ความผิดพลาดแต่ทางเลือกอื่นที่มีคือนั่งอยู่ในป่าคนเดียวโดยไม่รู้ว่าเสียงที่ได้ยินเมื่อกี้คืออะไรและความผิดพลาดแบบนั้นดูแย่กว่า
พวกเขาเดินมาสิบห้านาทีก่อนจะถึงซอกหินที่มีผนังหินสามด้านและด้านที่สี่เปิดออกมองเห็นป่าข้างนอกมีแสงสีทองส่องเข้ามาพอให้ไม่รู้สึกอับมีก้อนหินแบนราวกับมีใครวางไว้เป็ที่นั่งสองสามก้อนและมีกลิ่นอะไรบางอย่างที่ฝาดนิดๆ เหมือนควันในป่า
ผู้ชายคนนั้นนั่งลงบนก้อนหินที่ใหญ่ที่สุดวางคทาไว้ข้างๆ ที่เอื้อมถึงได้ง่าย แล้วมองหลินด้วยท่าทางรอ
"นั่งได้"เขาพูด
"ขอบคุณที่บอก"หลินพูดแล้วนั่งลงบนก้อนหินที่อยู่ตรงข้าม "ฉันชื่อหลินแล้วก็ไม่รู้ว่าฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง และยังไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนและยังไม่รู้ว่าคุณคือใครถ้าคุณช่วยตอบอย่างน้อยหนึ่งในสามข้อนั้นได้ก็จะดีมาก"
เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง
แล้วพูด "ชื่อจริงของเธอคืออะไร?"
หลินเปิดปากจะตอบโดยอัตโนมัติแต่บางอย่างทำให้เธอหยุด
เธอรู้สึกได้แปลกๆเหมือนคำถามนั้นมีน้ำหนักมากกว่าคำถามปกติเหมือนถ้าตอบแล้วบางอย่างจะเปลี่ยนไปที่ไม่อาจเปลี่ยนกลับได้
"ทำไมถึงถามแบบนั้น?"
"เพราะชื่อจริงในหิมพานต์คือสิ่งที่ป่าจำ"เขาตอบ "บอกชื่อจริงกับใครก็ตาม แล้วคนนั้นมีอำนาจเหนือเธอในระดับหนึ่ง"
หลินจ้องเขา "แล้วคุณถามทำไม?"
"เพื่อให้รู้ว่าควรระวัง"
่เงียบสั้นๆ
"หลิน"เธอพูด "ชื่อจริงหลิน"
ป่าสั่นเบาๆ เหมือนมีอะไรผ่านมาในอากาศหลินรู้สึกได้ที่ิั
"ฉันรู้"เขาพูด ราวกับไม่แปลกใจ "อย่าบอกชื่อนั้นกับใครอีกในหิมพานต์ไม่มีชื่อที่ไม่มีความหมาย"
"แล้วคุณชื่ออะไร?"
"เรน"
"ชื่อจริงไหม?"
เขามองเธอ "ใช่"
"งั้นฉันก็มีอำนาจเหนือคุณในระดับหนึ่งแล้วด้วย?"
เรนไม่ตอบ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ
---
"ป่านี้ฟังทุกเสียง"เรนพูด หลังจากนั่งเงียบอยู่สักพัก "ไม่ใช่แค่คำสั่ง แต่ทุกเสียงที่มีเจตนาเสียงที่มาจากความ้าจริงๆ ป่าจะตอบสนอง บางครั้งตอบแบบที่ตั้งใจบางครั้งตอบแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ"
"เหมือนตอนฉันพูดว่า'ร้อนจัง' แล้วได้ลมเย็น?"
"อันนั้นง่ายเพราะเธอ้าลมจริงๆ ป่าอ่านเจตนาได้ ปัญหาคือถ้าเจตนาไม่ตรงกับคำสิ่งที่ป่าทำตามคือเจตนา ไม่ใช่คำ"
หลินคิดอยู่ครู่"งั้นแปลว่าถ้าฉันพูดว่า 'ฉันโอเค' แต่ใจไม่ได้โอเค—"
"ป่าจะทำตามสิ่งที่ใจ้าไม่ใช่สิ่งที่ปากพูด" เรนพูด"ซึ่งมักจะตรงกันข้ามกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่อยากให้เกิด"
หลินนั่งเงียบ
รู้สึกว่าคำอธิบายนั้นกระทบบางอย่างในตัวเองมากกว่าที่อยากให้กระทบ
"โอเค"เธอพูด "โอเค ฉันเข้าใจแล้ว มันสมเหตุสมผลในแบบที่ไม่ควรจะสมเหตุสมผลแล้วฉันจะกลับบ้านได้ยังไง?"
เรนนิ่ง นานกว่าที่หลินสบายใจ
"ยังไม่แน่ใจว่าเธอควรกลับได้"
หลินเปิดปาก
หุบปาก
เปิดอีกครั้ง "ขอโทษ คุณพูดว่าอะไร?"
"ประตูที่เธอเปิดมาไม่ใช่ประตูที่คนธรรมดาเปิดได้ เสียงที่เธอเปล่งออกมามีบางอย่างในนั้นที่ทำให้ป่าตอบสนองแบบที่ป่าไม่ควรตอบสนองกับมนุษย์"เรนมองเธอตรงๆ "นั่นทำให้เธออันตราย"
"ฉันอันตราย?"
"เสียงของเธออันตราย"
"สองอย่างนั้นไม่เหมือนกันเหรอ"
"ในหิมพานต์"เรนพูด "สองอย่างนั้นเหมือนกัน"
หลินจ้องเขา เขาจ้องกลับ ทั้งสองไม่ขยับ
แล้วหลินก็พูดว่า "โอเคฉันจะสมมติว่าคุณพูดถูก ฉันอันตราย เสียงของฉันอันตราย แต่ฉันยังต้องกลับบ้านและถ้าการอยู่ที่นี่ต่อไปโดยไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ทำให้ฉันอันตรายมากขึ้นคุณช่วยบอกฉันได้ไหมว่าต้องทำอะไร ฉันจะได้ไม่ทำผิดพลาดระหว่างที่พยายามหาทางกลับ"
เรนมองเธอนานอีกครั้ง
ครั้งนี้หลินรู้สึกว่ามีบางอย่างในสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยไม่ใช่อ่อนลง แต่ประเมินใหม่
"ลองพูดว่า'เย็น'" เขาบอก
หลินพูด
ผ้าห่มเก่าที่พับอยู่ริมซอกหินด้านหลังเรนเลื่อนมาหาเธอเองผ่านพื้นหิน
หลินจ้องผ้าห่มที่หยุดอยู่แค่ปลายนิ้วเท้าของเธอ
"ป่ารู้ว่าเธอ้าอะไร"เรนพูด "เธอแค่ต้องเรียนรู้ว่าจะพูดยังไงให้ป่ารู้ในสิ่งที่ถูกไม่ใช่สิ่งที่ผิด"
หลินหยิบผ้าห่มขึ้นมา ห่มรอบไหล่
แล้วก็มองมือตัวเองที่ถือผ้าห่มมองปากของตัวเอง หรืออย่างน้อยก็รู้สึกว่ากำลังมองปากตัวเอง
ครั้งแรกในชีวิตที่เธอรู้สึกว่าเสียงของตัวเองเป็บางอย่างที่"ใหญ่กว่าตัวเอง"
ไม่ใช่รู้สึกดีแบบนั้น
แต่รู้สึกแบบที่พบว่าของที่คิดว่าเป็แค่กุญแจธรรมดาจริงๆแล้วเปิดได้ทุกประตูในโลก รวมถึงประตูที่ไม่อยากให้เปิดด้วย
เรนหันไปยืนเฝ้าทางออกของซอกหินหันหลังให้หลิน
หลินนั่งอยู่กับผ้าห่มและความรู้สึกที่ไม่รู้จะตั้งชื่อว่าอะไรพูดเบาๆ ว่า "เย็น" อีกครั้งเพื่อดูว่าจะเกิดอะไร
ไม่มีลมพัด แต่รู้สึกว่าป่าได้ยิน
เธอลองพูดเบาๆ อีกอย่าง"ฉันกลัว"
ป่าเงียบ แต่รู้สึกอุ่นขึ้นเล็กน้อยราวกับโอบไว้
หลินมองต้นไม้ข้างนอกที่มองเห็นจากซอกหิน
แล้วเรนก็พูดโดยไม่หันมาเสียงเบาพอที่จะฟังดูเหมือนพูดกับตัวเอง
"เสียงแบบนั้น...เคยทำให้คนที่ฉันรู้จักตาย"
หลินหยุดหายใจ
เรนไม่พูดต่อ ไม่อธิบาย ไม่หันมาแค่ยืนมองป่าข้างนอกที่เริ่มมืดลงตามบ่ายที่กำลังจะกลายเป็เย็น
หลินก็ไม่ถาม
ไม่ใช่เพราะไม่อยากรู้แต่เพราะรู้สึกว่าบางคำถามมีเวลาที่เหมาะสมกว่านี้
และยังไม่ใช่ตอนนี้
---