แต่ทว่าระหว่างที่เฉียนว่านแบกตัวซานชิงทั้งสองก็ทะเลาะกันตลอดทางอย่างไม่มีใครยอมใคร
“เพราะอสูรนั่นแหละที่น่ากลัวไม่มีจิตเมตตา หากไม่ควบคุม ก็คงต้องทำร้ายมนุษย์เข้าสักวัน” ซานชิงเถียง
“พวกนักปราบอสูรนั้นใจแคบ คิดเพียงแต่ว่าอสูรผู้พิทักษ์เป็เพียงทาสรับใช้ไม่มีชีวิตจิตใจ ทั้งๆที่จิตใจของอสูรนั้นก็มีทั้งดีและชั่วไม่ได้ต่างจากมนุษย์เลยสักนิด” เฉียนว่านกล่าว
“แต่พวกเ้ามีอิทธิฤทธิ์เหนือกว่ามนุษย์ หากไม่พอใจหรือไม่ได้ดังใจเ้าก็อาจทำร้ายมนุษย์ขึ้นมา แล้วใครจะไม่ระแวงพวกเ้าล่ะ” ซานชิงไม่ยอมแพ้
“หากเ้ารู้คุณค่าชีวิตของทุกสรรพสิ่ง ไม่แบ่งแยก ไม่เหยียดชนชั้นวรรณะเ้าจะรู้ว่าไม่ว่าอสูรหรืุ์ก็ไม่ต่างกันทุกชีวิตมีทั้งดีและชั่วขึ้นอยู่กับจิตใจของแต่ละบุคคลต่างหาก” เฉียนว่านกล่าว
“ข้า….เอาล่ะ ข้าไม่อยากเถียงกับเ้าอีก วางข้าลงข้าจะเดินทางไปเอง” ซานชิงเถียงไม่ออก
“อีกหน่อยก็ถึงแล้ว” เฉียนว่านไม่ยอมวาง
“ไม่! ข้าไม่อยากอยู่บนหลังเ้า วางข้าลงเดี๋ยวนี้”ซานชิงจึงตีไปที่ไหล่ของอสูรหนุ่ม
.”โอ๊ย! ข้าเจ็บนะ เห็นมั้ยล่ะ เ้าเองก็เป็ ไม่พอใจก็ทำร้ายข้า สักพักโกรธมากๆเข้าก็คงเป่าคาถาควบคุมทำร้ายข้าอีกสินะ” เฉียนว่านกล่าว
“ข้า….” ซานชิงชะงักเพราะนางกำลังจะทำอย่างนั้นจริงๆ สักพักนางก็สำนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรใช้คาถาควบคุมทำร้ายอสูรยามเมื่อตนโกรธไม่พอใจทั้งๆที่อสูรนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรผิด
“ถึงแล้ว ลงได้แล้ว”และแล้วทั้งสองก็มาถึงที่หมาย อสูรจึงยอมวางซานชิงลง
ซานชิงรีบลงจากตัวอสูรหนุ่มทันที
“สีหน้าแบบนี้พวกเ้าทะเลาะกันอีกแล้วงั้นหรือ” จูหลินที่ยืนรออยู่กับม้าขาวจ้องทั้งคู่อยู่นานแล้ว
“ต่อไป ข้าขอนั่งม้าขาวนะ” ซานชิงกล่าว
“พวกเ้าก็ใจเย็นกันบ้างสิ ยังไงพวกเ้าก็เป็คู่หูปราบอสูรชั่วกันนะ”จูหลินกล่าว
“ข้าไม่อยากเป็คู่หูกับเขานี่” ซานชิงแย้ง
“ข้าเองก็ไม่อยากเหมือนกันนั่นและ รอเมื่อไหร่ที่เ้าจะปลดปล่อยข้าเสียที”เฉียนว่านกล่าว
“นี่มันก็ดึกดื่นมากแล้ว พวกท่านไปพักในวัดเถิดข้าจะแปลงเป็ม้าปกติอยู่แถวต้นไม้นี่แหละ” ม้าขาวไม่อยากทำให้ใครใที่ตนมีปีกเลยแปลงกายเป็ม้าปกติ
“จริงอย่างที่ม้าขาวพูด ไปกันเถอะ” จูหลินกล่าว
สามคนจึงเดินไปที่ประตูวัด ก็เห็นพระลูกวัดกำลังยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู
“เอ่อพวกข้าอยากจะขอเข้าไปพักค้างคืนชั่วคราวเ้าค่ะ” จูหลินกล่าว
“รอสักครู่นะปสก อาตมาจะเข้าไปรายงานท่านเ้าอาวาสก่อน” พระลูกวัดกล่าว
“รบกวนท่านแล้ว” จูหลินกล่าว
พระลูกวัดจึงเข้าไปในวัด พอออกมาก็มาเชิญทั้งสามให้เข้าไปพักในห้องพักที่จัดไว้ให้
“พอดีเลยนะปสกคืนก่อนก็มีคู่ชายหญิงมาพักที่นี่ พวกเขาแยกกันคนละห้อง พอดีเลยพวกท่านก็อยู่ต่อได้เลย” พระลูกวัดคิดว่าไม่ต้องจัดห้องหรือทำความสะอาดอะไรมาก
“ขอบคุณท่านมาก” จูหลินกล่าว
“อาตมาไม่กวนแล้ว อาตมาขอตัว” พระลูกวัดกลับไปปฏิบัติหน้าที่เฝ้าหน้าประตูต่อเมื่อถึงเวลาค่อยกลับไปเจริญภาวนาและจำวัด
ทั้งสามไหว้เคารพแล้วแยกย้ายเข้าไปพักในห้อง โดยแยกชายหญิง
จูหลินสำรวจภายในห้อง“สงสัยว่าผู้หญิงที่มาพักในห้องนี้เมื่อคืนก่อนอาจจะปิงยี่ข้าว่านะลองให้เฉียนว่านมาดมกลิ่นที่ห้องนี้ เขาอาจบอกได้”
“ไม่ ข้ายังไม่อยากเห็นหน้าเขาตอนนี้” ซานชิงกล่าว
“ความจริง เฉียนว่านก็เป็อสูรที่ดีนะ ถึงจะทะเลาะกับเ้าไปบ้าง” จูหลินคิดว่าชายดังกล่าวก็ไม่ได้โหดร้ายอะไร
“เขาคิดจะไปจากข้าลูกเดียวนี่” ซานชิงเผลอหลุดปาก
“นี่เ้า อาลัยอาวรณ์เขา เลยโกรธเขาเื่นี้ใช่มั้ย เ้าไม่อยากให้เขาจากไปใช่มั้ย”จูหลินเริ่มจับความรู้สึกเพื่อนได้
“ข้า… ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาล่ะ จริงอย่างที่เฉียนว่านพูดข้าไม่ควรทำกับเขาราวกับเป็ทาสของข้า ข้าควรปล่อยเขาไป แต่ความจริงคือ ข้ากลับนึกคาถาปลดปล่อยไม่ออกจริงๆ”ซานชิงพยายามแล้ว
“ค่อยๆเป็ค่อยๆไปเถิด หรือไม่เ้าค่อยปรึกษาแม่นางปิงยี่ก็แล้วกัน”จูหลินเสนอ
“งั้น เ้านอนก่อนเถอะนะ ข้าจะลองนั่งสมาธิดู” ซานชิงอยากพยายามอีกสักครั้ง
จูหลินหาวฟอด “ได้ค่อยคุยกันวันพรุ่งนี้ต่อก็แล้วกัน”
ซานชิงนั่งสมาธิ นางตั้งใจว่าจะพยายามนึกคาถาปลดปล่อยอสูรให้ออกแต่กลับมองเห็นภาพนิมิต ในนิมิตนั้นซานชิงได้เข้าไปอยู่หน้าคุกนางเข้าไปข้างในไม่ได้ ได้ยินแต่เพียงเสียงเล็ดลอดออกมาเท่านั้น
“โอ๊ย โอ๊ยปล่อยข้าไปเถิด ข้าไม่ได้อ่อยใครทั้งนั้นนะท่าน ได้โปรดอย่าตีข้าแบบนี้ โอ๊ย”
ซานชิงได้ยินเสียงเฆี่ยนตีและได้ยินเสียงผู้หญิงร้องด้วยความเ็ปนางพยายามเข้าไปเปิดประตูคุก แต่ทว่านางก็หลุดจากสมาธิเพราะมีคนแอบจับตามองอยู่ด้านนอกห้อง
“ใครน่ะ” ซานชิงะโ
ซานชิงรีบเปิดประตูออกมา ก็ไม่พบใครเสียแล้ว นางเก็บความข้องใจไว้ภายในใจแล้วนางก็ไปนอนต่อ
******************************************************
เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งสามไปขอบคุณและลาท่านเ้าอาวาส
“ปสกเป็อย่างไรบ้างนอนสบายหรือไม่” ท่านเ้าอาวาสกล่าว
“นอนสบายเ้าค่ะ พวกเราขอบคุณมากจริงๆ” จูหลินกล่าว
“ทานอะไรก่อนหรือไม่” ท่านเ้าอาวาสกล่าว
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ พวกเราต้องรีบเดินทางต่อแล้ว” จูหลินไม่อยากรบกวน
“งั้นอาตมาไม่ส่งนะ อาตมาขอตัว” ท่านเ้าอาวาสจะต้องกลับไปสวดมนต์ต่อ
“เ้าค่ะ/ขอรับ” ทุกคนไหว้เคารพแล้วทั้งสามก็เดินออกมาจากวัด
“เป็ไงเฉียนว่าน ได้กลิ่นปิงยี่หรือไม่” จูหลินถาม
“ข้าได้กลิ่นปิงยี่จากในห้องนอนของพวกเ้า คิดว่านางคงเคยนอนที่ห้องนั้นแต่ตอนนี้ไม่มีสัญญาณกลิ่นของปิงยี่เลย ข้าไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี บางทีนางอาจเดินทางไปไกลแล้ว”
“ยังไปไม่ถึงไหนหรอก” อสูรหน้าใหม่ปรากฏตัว
“เ้าเป็ใคร” ซานชิงมองเห็นชายตัวโตร่างใหญ่เดินเข้ามาหาพวกนาง
“เ้าเป็อสูรนี่”เฉียนว่านได้กลิ่นอสูร
“ใช่ ข้าเป็อสูรผู้พิทักษ์เหมือนกับเ้านั่นแหละ” อสูรหน้าใหม่กล่าว
“ทำไม ท่านถึงมีร่างเป็มนุษย์เหมือนกับเฉียนว่านล่ะ” จูหลินสงสัย
“ก็ข้าเป็อสูรในระดับสูงเหมือนกับเฉียนว่านน่ะสิ ข้าถึงแปลงร่างเป็คนได้”อสูรหน้าใหม่กล่าว
“แล้วท่านชื่ออะไร และเป็อสูรอะไร” ซานชิงสงสัย
“ข้าคือ หานสง เป็อสูรหมีขาว” อสูรหน้าใหม่แนะนำตัว
“แล้วนักปราบอสูรล่ะ ทำไมไม่มากับเ้าด้วย” ซานชิงมองไปรอบๆก็มองไม่เห็น
“ปิงยี่หายตัวไป ข้าตามหานางทั่วทั้งหมู่บ้านแล้ว ก็ยังหานางไม่เจอตอนนี้กลิ่นของนางก็ไม่อยู่แล้วด้วย” หานสงพยายามแล้ว
“โดนลักพาตัวงั้นหรือ” จูหลินสงสัย
“ไม่ใช่ว่าพวกเ้าทะเลาะกัน แล้วนางพยายามหนีหายไปจากเ้าล่ะ” เฉียนว่านกล่าว
“ใช่ พวกเราทะเลาะกัน นางอาจหนีจากข้าไปจริงๆ” หานสงไม่แน่ใจแต่คิดว่านางอาจจะหนีจากเขาไป
“ผู้หญิงก็เป็อย่างนี้ ซานชิงก็เป็เหมือนกัน เอะอะโกรธเข้าหน่อยก็หนีหายไป” เฉียนว่านเผลอหลุดปาก
“ข้าเป็อย่างนั้นงั้นหรือ” ซานชิงสงสัย
“ก็ใช่น่ะสิ” เฉียนว่านยืนยัน
“เอ่อ อย่าเพิ่งตั้งแง่ทะเลาะกันเลยนะ ข้าว่า พวกเราแยกย้ายกันออกตามหาปิงยี่ดีกว่า”จูหลินเสนอ
“ข้าขอไปกับหานสงนะ” ซานชิงรีบบอก
“ใครอยากไปกับเ้าล่ะ” เฉียนว่านกล่าว
“เอาเป็ว่า ข้าไปกับเฉียนว่านเอง” จูหลินรีบตัดบท
“เดี๋ยวข้าแปลงตัวขนาดเท่าตัวนกแล้วบินไปดูรอบหมู่บ้านให้เองว่าแต่ท่านมีภาพวาดของปิงยี่หรือไม่” ม้าขาวกล่าว
“นี่ไง ม้วนภาพวาด” หานสงคลี่ภาพให้ดู
“เ้าคงรักเ้านายเ้ามาก ถึงขั้นไปจ้างช่างมาวาดรูปนางติดตัวแบบนี้”จูหลินกล่าว
“ข้าวาดเอง” หานสงมีฝีมือวาดภาพดีเยี่ยมไม่แพ้ช่างวาดรูป
“ภาพสวยจัง และปิงยี่ก็มีสิริโฉมงดงามจริงๆ” ซานชิงวิจารณ์และไม่คิดว่านางจะมีเพื่อนร่วมสำนักงดงามเพียงนี้
เมื่อทุกคนเห็นแล้ว จูหลินก็เลยส่งภาพคืนให้หานสงทันที เพราะเห็นท่าทีของหานสงนั้นหวงภาพวาดนั้นมาก
ดังนั้นพวกเขาจึงแยกตามแผนการที่วางเอาไว้
******************************************************
ณศาลาพักริมทางที่อยู่ข้างนอกอารามวัดซานชิงและหานสงยังไม่รู้ว่าจะไปตามหาปิงยี่ได้ที่ไหน เลยหยุดคุยกันก่อน
“ข้าว่าท่านควรไปกับเฉียนว่านนะแม่นางซานชิงอสูรผู้พิทักษ์กับนักปราบอสูรควรร่วมมือกัน” หานสงกล่าว
“ก็เฉียนว่านชอบพูดไม่เข้าหูข้านี่” ซานชิงรู้สึกไม่สบอารมณ์
“แต่เขาก็ภักดีและเป็ห่วงเ้ามากนะ ไม่งั้น คงไม่เฝ้าติดตามเ้าถึงสองปีหรอก”หานสงกล่าว
“เขาอยากให้ข้าช่วยปลดปล่อยมากกว่า” ซานชิงกล่าว
“มันไม่น่าใช่….” หานสงพูดไม่จบเพราะโดนพูดแทรก
“เลิกพูดเถิด ว่าแต่ครั้งสุดท้ายที่พวกเ้าอยู่ด้วยกันมันคือตอนไหนน่ะ”ซานชิงเปลี่ยนเื่
“เห็นครั้งสุดท้ายที่วัดฝูหลาน ข้าตื่นมา ก็ไม่เห็นปิงยี่แล้วตอนเช้าพระลูกวัดช่วยกันค้นในวัดก็ไม่เจอตัวนางเลย พวกเขาเลยว่าบางทีปิงยี่อาจแอบเดินทางหนีไปั้แ่ตอนดึกสงัดแล้ว”หานสงเล่า
“พวกเ้ามีเื่ผิดใจกันอย่างนั้นหรือ” ซานชิงสงสัย
“ก็ไม่เชิงหรอก แต่ข้าบอกไม่ได้” หานสงไม่อยากพูด
“ไม่เป็ไร ยังไงก็เป็เื่ส่วนตัวของท่าน งั้นเอาอย่างนี้ ข้าจะลองนั่งสมาธิสื่อจิตถึงนางบางทีนางอาจยอมติดต่อกับข้า” ซานชิงกล่าว
“รบกวนท่านแล้ว” หานสงรู้สึกมีความหวัง
ซานชิงจึงนั่งสมาธิอยู่ที่ศาลาพักริมทาง โดยมีหานสงคอยเฝ้าให้
******************************************************
จูหลินกับเฉียนว่านเดินทางเข้าไปในตลาดนางเห็นฝ่ายชายเดินดุ่มๆนำหน้านางโดยไม่พูดอะไรเลยสักคำ
“นี่เ้ากำลังหึงซานชิงอยู่งั้นหรือ”จูหลินจับความรู้สึกได้
“ใครจะไปหึงนาง อย่าพูดพร่อยๆ” เฉียนว่านกล่าว
“ก็ข้าเห็นเ้ามักไม่พอใจเวลาที่ซานชิงอยู่กับคนอื่นน่ะสิ” จูหลินพูดตรงๆ
“ข้าไม่พอใจคำพูดของนางต่างหากตอนนี้ข้ารู้สึกสบายใจยามไม่ได้อยู่กับนางเสียมากกว่า” เฉียนว่านกล่าว
“อย่างนั้นก็ดี แต่ตอนนี้ข้าหิวแล้ว ขอไปซื้ออาหารกินก่อนนะ” จูหลินจับไปที่ท้อง
“งั้นข้ารออยู่บนต้นไม้นั่นก็แล้วกัน หากมองจากที่สูงอาจมองเห็นนักปราบอสูรก็เป็ได้” เฉียนว่านกล่าว
“งั้นข้าไปล่ะ” จูหลินจึงเดินเข้าไปในตลาดและพยายามจะหาซื้ออาหารแต่ทว่าร้านอาหารทุกร้านกลับปิดทั้งหมด
จูหลินเลยไปถามเ้าของร้านขายเสื้อผ้า“เอ่อทำไมร้านอาหารปิดทุกร้านเลยล่ะท่าน”
“ก็ท่านเศรษฐีน่ะสิ จ้างเหมาให้ทุกร้านทำอาหารแจกชาวบ้านเนื่องในวันเกิดของเขาถ้าแม่นางอยากกิน ก็ไปต่อแถวรับอาหารสิ” เ้าของร้านขายผ้ากล่าว
“ขอบคุณมากท่าน” จูหลินก็เลยไปต่อแถวรับอาหารแจกทานเช่นเดียวกับชาวบ้านคนอื่นๆ
สมกับการรอคอยและแล้วก็ถึงคิวของจูหลิน
“แม่นางเป็ใครงั้นหรือข้าไม่เคยเห็นหน้าแม่นางมาก่อนเลย” ท่านเศรษฐีรู้สึกพอใจในรูปโฉมของหญิงตรงหน้า
จูหลินมองไปก็เห็นท่านเศรษฐีส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้นางจนนางกลัว “เอ่อ คือ ข้าชื่อจูหลินเป็จอมยุทธ์พเนจร ข้าแค่ผ่านมาทางนี้เท่านั้น”
“แม่นางพักที่บ้านข้าก่อนดีมั้ย หากยังไม่มีสถานค้างแรมที่ไหน” ท่านเศรษฐีเสนอ
“ไม่เป็ไรหรอกท่าน ข้าคงต้องเดินทางต่อแล้ว”จูหลินรีบปฏิเสธ
“อะนี่อาหาร” ท่านเศรษฐียื่นหมั่นโถเองกับมือ
จูหลินกำลังจะรับหมั่นโถ แต่ก็ต้องรีบชักมือกลับเพราะท่านเศรษฐีพยายามจะจับมือนาง “นี่ท่าน!”
“รับอาหารไปสิแม่นาง ชาวบ้านคนอื่นยังรออยู่นะ”ท่านเศรษฐีทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
จูหลินจึงพยายามรีบจับหมั่นโถแล้วเดินหนีไปทันที ในใจคิดว่า “คนอะไรช่างชีกอแบบนี้”
“มีอะไรหรือเปล่า ทำไมเห็นคุยกับชายคนนั้นตั้งนาน” เฉียนว่านกล่าว
“ไม่มีอะไรหรอก แล้วเ้าเห็นปิงยี่มั้ย” จูหลินไม่อยากพูดถึงชายชีกอคนนั้น
“ไม่เห็นวี่แววเลย” เฉียนว่านส่ายหน้า
“พวกเรากลับไปตั้งหลักที่ศาลาพักริมที่หน้าวัดกันก่อนเถิด” จูหลินอยากกลับไปปรึกษากับเพื่อนสาว
“ก็ดีเหมือนกัน” เฉียนว่านไม่รู้ว่าจะตั้งหลักที่ไหน
แต่ทว่าสายตาของท่านเศรษฐีก็ยังคงจับต้องมาที่จูหลินอย่างไม่วางตาเมื่อเขามองเห็นนางเดินเคียงคู่อยู่กับอสูรหนุ่มก็ยิ่งโกรธเกรี้ยว