เกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 122 เพียงแค่หนีไปให้ไกล

            หรงซิวบอกลาหว่านฉือแล้วเดินตรงไปที่รถม้า

            อวิ๋นอี้มิมีที่ไป ตามที่เขารู้เกี่ยวกับนางนางน่าจะกำลังงอนอยู่

            ทว่าผู้ใดจะรู้ว่าเมื่อไปถึงรถม้ากลับพบว่าในรถว่างเปล่า

            นางไปที่ใดนะ?

            เขาปิดประตูรถ ยืนอยู่ข้างรถม้า และมองไปรอบๆ

            เป็นช่วงเวลาของการเล่นว่าวพอดีในแถบนี้ผู้คนหนาแน่นมาก มองไปรอบๆ เห็นเพียงร่างที่เคลื่อนไหว

            อ้วน ผอม สูง เตี้ย เห็นทุกอย่างเพียงแต่ไม่เห็นอวิ๋นอี้

            หรงซิวขมวดคิ้วอย่างอดมิได้เขารู้ว่าอารมณ์ของนางเหมือนประทัด เพียงจุดก็ระเบิดได้ทันที

            หากว่านางโกรธจริงๆ มิรู้ว่าจะเป็นอย่างไรหนีออกจากบ้านหรือกระไรทำนองนั้น นางทำได้แน่นอน

            หรงซิวใบหน้าบูดบึ้งและตะโกนเสียงทุ้ม"ยาชิง!"

            ในชั่วพริบตาบุรุษผู้หนึ่งมายืนด้านหลังเขาอย่างมิรู้ความ

            “พระชายาเล่า?” เขาถาม

            “มิทราบพ่ะย่ะค่ะ”

            “...…” หรงซิวขมวดคิ้วยิ่งขึ้นหันกลับมามองเขา ท่าทีกดดัน “เช่นนั้นเจ้าทำกระไรอยู่?”

            “ข้าทำตามคำสั่งดูแลความปลอดภัยของท่านหญิงหว่านฉือพ่ะย่ะค่ะ”

            หรงซิวชะงัก โบกมือแล้วพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด“ต่อไปนี้เจ้ารับผิดชอบดูแลพระชายา ส่วนหว่านฉือข้าจะส่งคนอื่นไป”

            "พ่ะย่ะค่ะ"

            หลังจากเดินไปรอบๆ ยังมิรู้ว่าอวิ๋นอี้อยู่ที่ใดหรงซิวกังวลมากจนหัวร้อนไปหมด

            ลมแรงมากจนพัดทรายและดินขึ้นมา เข้าไปในตาของเขาเขาขยี้แรงๆ สองครั้ง แต่ทว่าเขายังคงไม่ยอมแพ้ลืมตาหาต่อไป

            ทันใดนั้นเขาก็เห็นกู่ซือฝาน จึงรีบเดินเข้าไปหา

            กู่ซือฝานกำลังทะเลาะกับหรงหลินในขณะที่นางกำลังจะยกแขนเสื้อขึ้นทะเลาะกันใหญ่โตทันใดนั้นนางก็เห็นเงาสูงยาวด้านหลังนางจากที่พื้น

            นางหันหน้าไปด้วยความตกใจ เห็นหรงซิวที่จู่ๆก็ปรากฏตัวต่อหน้านาง นางกระโดดถอยหลังด้วยความตกใจ กอดอกแล้วอุทานซ้ำๆ“ตกใจหมดเลย ตกใจหมดเลย”

            หรงซิวหน้าตาบูดบึ้ง สีหน้าเคร่งขรึม

            กู่ซือฝานอุทานมิได้หยุด พูดด้วยความตกใจ“ท่านพี่ชาย รู้หรือไม่เพคะว่าข้าตกใจ น่ากลัวจะตาย เหตุใดมิพูดกระไรสักคำ จู่ๆก็โผล่มา! โชคดีที่ข้ามิเป็นกระไร! หากข้าเป็นกระไรไปจะทำอย่างไรเพคะ!”

            หลังจากที่ฟังนางพูดไร้สาระมาเป็นชุดจบแล้วหรงซิวพลันกระตุกมุมปาก พูดเรื่องจริงจัง “เห็นอวิ๋นอี้บ้างหรือไม่?”

            “ท่านพี่สะใภ้เจ็ด?” กู่ซือฝานส่ายหน้า “ไม่นี่เพคะ ท่านพี่สะใภ้มิได้อยู่กับท่านหรอกหรือ?”

            ถูกพูดเช่นนั้นหรงซิวพลันแก้มร้อนผ่าวเขาสั่งอย่างไม่สบายใจ “หากเจ้าเจอนาง บอกนางให้รอข้าที่รถหากข้าไม่กลับมาห้ามไปที่ใดทั้งสิ้น”

            ยังไม่ทันพูดจบ เขาก็วิ่งออกไปราวกับสายลม

            กู่ซือฝานพึมพำพลันมุ่ยปากพูด “กระไรกันท่านพี่สะใภ้หายไปหรืออย่างไรกัน?”

            ไอหยา!

            นางตบหน้าผากทันทีชานเมืองแห่งนี้คนดีคนเลวปะปนกัน หากผู้ใดคิดร้ายกับท่านพี่สะใภ้ก็ทำได้อย่างง่ายดาย!

            กู่ซือฝานมิมีอารมณ์เล่นว่าวแล้วรีบเข้าร่วมกลุ่มช่วยค้นหาอย่างรวดเร็ว

            ที่จริงแล้ว นางคิดมากเกินไป

            อวิ๋นอี้รออยู่ในรถสักพักเมื่อไม่เห็นหรงซิวกลับมา นางทั้งโกรธและหงุดหงิดจึงเดินไปรอบๆอย่างแรกเพื่อผ่อนคลายใจ อย่างที่สองก็เพื่อสงบสติอารมณ์

            หลังจากคิดดูแล้ว นางรู้สึกว่านางไม่มั่นคงพอใจไม่สงบพอ

            คิดไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วว่า ควรเตรียมใจให้พร้อมเรื่องของหรงซิวและหว่านฉือทว่าผลคือในวันนี้ที่ได้เจอกับนางตัวเป็นๆ กลับทำตัวขี้ขลาดและขายขี้หน้านัก

            สภาพจิตใจของนางไม่มั่นคงเอง

            หากเปิดใจสักนิด หว่านฉือนับว่าเป็นคนรักเก่านางถึงจะเป็นพระชายาที่แท้จริง เป็นผู้ที่หรงซิวอภิเษกด้วย

            จากที่เห็นวันนี้ หว่านฉือเป็นสตรีที่มีความสามารถพูดจาดี ต้องใส่ใจกับชื่อเสียงของนาง นางมิใช่สตรีต่ำต้อยย่อมไม่ยอมมาเป็นนางสนมในจวนแน่

            อวิ๋นอี้เอามือถูหน้า เช่นนั้นนางจะกังวลกระไรอีก

            ทว่า...

            นางเบ้ปาก ถ้าหากว่าหรงซิวยังมีความรู้สึกต่อหว่านฉือเล่า?

            ไม่ว่าจะเป็นการนอกใจหรือนอกกายนางรับมิได้ทั้งสิ้น นางคิดภาพบุรุษของนางที่นอนอยู่ข้างๆแต่กลับกำลังคิดถึงสตรีอีกคนจะเป็นอย่างไร

            ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือต้องหาโอกาสคุยกับหรงซิวอย่างตรงไปตรงมา

            หากเขายังมีความรู้สึกบุรุษสตรีต่อหว่านฉืออยู่บ้าง ผลที่เลวร้ายที่สุดคือนางต้องเดินออกมาและหนีออกไปให้ไกลที่สุด ไม่สนใจเขาอีก

            จะเป็นเรื่องใหญ่กระไร

            เมื่ออวิ๋นอี้คิดเรื่องนี้ได้ดีแล้ว พลันมองไปรอบๆก็รู้สึกดีขึ้น มองว่าผู้คนน่ารัก ดอกไม้สวย แม้แต่ลมพัดแรงยังอ่อนโยน

            นางเดินกลับมาบนทางหญ้าสีเขียวก็เจอกับเด็กคนหนึ่ง ที่กำลังปาดน้ำตาอยู่

            อวิ๋นอี้เป็นคนใจอ่อนเด็กคนนั้นโตกว่าเสี่ยวมู่อวี่เพียงเล็กน้อย นางทนดูมิได้จึงเดินเข้าไปถามว่าเกิดกระไรขึ้น

            ที่แท้เชือกว่าวของเด็กน้อยขาดขึ้นไปเกี่ยวบนต้นไม้ เขาตัวเล็ก ปีนขึ้นไปมิได้ จึงได้แต่ร้องไห้ไม่หยุด

            อวิ๋นอี้ยิ้มปลอบโยนเขาสัญญาว่าจะช่วยเขาเอาว่าวลงมา

            นางมั่นใจมากในการปีนต้นไม้ถึงอย่างไรเสียนางเป็นก็สตรีที่กล้าแม้แต่จะปีนกำแพงจวนองค์ชาย นางจะยอมแพ้ง่ายๆได้อย่างไร

            สองครั้งแรกนางตกลงมาทันที ต่อมานางก็รู้วิธีปีนขึ้นไปอย่างราบรื่น ช่วยเขาหยิบว่าวได้สำเร็จ

            ขณะที่นางกำลังจะกระโดดลงไปนางพลันได้ยินเสียงดังมาข้างล่าง “อวิ๋นเออร์! อย่าใจร้อน! อย่ากระโดดนะ!”

            อวิ๋นเออร์หรือ?

            เสียงของบุรุษผู้นั้นคุ้นเคยนัก

            อวิ๋นอี้มองคนที่เข้ามา วิ่งมาอย่างรวดเร็วหากมิใช่หรงซิวแล้วจะเป็นผู้ใดไปได้?

            นิ้วที่จับว่าวของนางกำแน่นขึ้นนางยังโกรธอยู่เล็กน้อย ทว่าเมื่อนางเห็นท่าทีประหม่าของเขา กลับมิรู้สึกแย่นักทั้งยังค่อนข้างพอใจ

            ในชั่วพริบตา หรงซิววิ่งมาถึงข้างหน้า

            เขายืนอยู่ใต้ต้นไม้ เงยหน้าขึ้นแล้วพูดกับนางว่า“หากมีกระไรเรามาคุยกันดีๆ เจ้าอย่าคิดสั้นนะ อย่ากระโดดลงมานะ!”

            รอยยิ้มของอวิ๋นอี้ยังไม่คลายนางชะงักครู่หนึ่งแล้วมองดูเขาด้วยดวงตากลมโต

            หืม?

            หมายความว่าอย่างไร?

            คิดสั้น? จะกระโดดต้นไม้?

            กระไรกันเนี่ย!

            นางมิใช่สตรีประเภทที่จะเอาชีวิตมาล้อเล่นนะ!

            แม้ว่านางจะถูกทำให้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแต่นางจะต้องมีชีวิตอยู่สิ!

            “อวิ๋นเออร์ ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเองไม่ว่าเจ้าจะทำสิ่งใดก็แล้วแต่ ข้าผิดเอง ข้ารู้แล้ว เจ้าอย่ากระโดดนะหากเจ้ากระโดดแล้วเกิดกระไรขึ้นมา ข้าอยู่ไม่ไหวจริงๆ นะ”

            "......"

            เสียงตะโกนของหรงซิวทำให้ทุกคนรอบตัวสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวตรงนี้ จึงมารวมตัวกัน

            ถึงเช่นนั้น เขากลับไม่สนใจภาพลักษณ์ของเขาเขาพยายามเกลี้ยกล่อมพูดดีกับนาง

            อวิ๋นอี้หน้าแดง แล้วก้าวไปข้างหน้าสองก้าวนางมองไปที่เขา ขัดคำพูดของเขา "ข้ามิได้คิด... อ่า ช่วยด้วย!"

            กิ่งไม้กิ่งหนึ่งรับน้ำหนักไว้ไม่ไหว จู่ๆ ก็หักลงมานางยังไม่ทันพูดจบ พลันรู้สึกเบาหวิวในวินาทีต่อมา หล่นดิ่งลงไปด้านล่าง

            จบแล้ว จบแล้ว!

            ต้นไม้ต้นนี้สูงมาก สูงกว่ายี่สิบเมตรกิ่งที่นางปีนขึ้นไปตอนนี้อยู่สูงจากพื้นประมาณเจ็ดหรือแปดเมตร หากตกลงไปเช่นนี้ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต!

            อวิ๋นอี้รู้สึกใจหายวาบ นางหลับตาแน่นทำได้เพียงท่องอมิตตพุทธในใจซ้ำๆ พระทุกองค์ช่วยลูกช้างด้วย!

            ทันใดนั้นเสียงอุทานพลันดังขึ้นจากฝูงชน

            นางยังมิทันได้สติ เอวของนางก็กระชับขึ้นนางถูกโอบกอดโดยหน้าอกอันอบอุ่นไว้แน่น

    คล้ายกับเรื่องเกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน