มหาจักรพรรดิรวมแผ่นดิน

    ตอนที่ 7 : รอยยิ้มของพี่ชาย

    ตอนที่7 : รอยยิ้มของพี่ชาย

    ลมเช้าพัดเอื่อยจากทิศเหนือกลิ่นดอกบ๊วยในสวนหย่งหรานยังไม่จาง
    หลังจากข่าวการฟื้นขององค์ชายใหญ่แพร่สะพัดไปทั่ววังหลวง
    ไม่ถึงสามวัน —
    ร่างหนึ่งก็เร่งรีบมาด้วยใจที่เต็มไปด้วยความดีใจและคิดถึง

    เขาคือ หานอวี้เหิง
    องค์ชายสาม แห่งราชตระกูลหาน
    โอรสของ กุ้ยเฟยลั่วเหยียน — สตรีผู้งดงามสงบเสงี่ยมอาศัยอยู่ในตำหนักหนิงซู ไม่เคยยุ่งเกี่ยวการเมือง
    นางเป็๞หญิงที่รักความเรียบง่าย ชอบรดน้ำต้นไม้มากกว่าทำพิธี
    และเลี้ยงดูโอรสเพียงคนเดียวให้เติบโตเป็๞คนอ่อนโยน

    คนทั้งวังรู้กันดีว่า

    “ในโลกของกุ้ยเฟยมีเพียงชาอุ่นหนึ่งถ้วย และเสียงหัวเราะขององค์ชายสามเท่านั้น”

    ดังนั้นเมื่อข่าวว่าองค์ชายใหญ่ —พี่ชายต่างมารดา — ฟื้นจากความตาย
    องค์ชายสามก็ออกจากวังโดยไม่รอราชโองการ

    “ไม่ต้องตามมาทั้งขบวน”
    เสียงขององค์ชายสามสั่งขันทีผู้ขี่ม้าตามหลังอย่างเร่งรีบ
    “ข้าแค่มาหาพี่ชาย ไม่ใช่ไปศึก”

    เขาสวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลเข้มไม่มีอาภรณ์หรูหรา ไม่มีเครื่องประดับทอง
    เพียงแค่ห่อของเล็ก ๆ ที่เขาเตรียมไว้ในมือ — “ขนมงาดำอบน้ำผึ้ง”ที่พี่ชายเคยชอบในวัยเยาว์

    เมื่อถึงหน้าประตูจวนหย่งหราน
    บ่าวคนเฝ้าประตูถึงกับตะลึง ก่อนจะคุกเข่ารับ
    “คารวะองค์ชายสาม!”

    “ไม่ต้องพิธีมาก”เขายิ้มอ่อน “ข้าขอเข้าไปพบพี่ข้าได้หรือไม่?”

    “องค์ชายใหญ่กำลังอยู่ในสวนบ๊วยพ่ะย่ะค่ะ”

    ในสวนบ๊วย —
    หานอวี้จินนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใช้พู่กันจุ่มหมึกวาดภาพเงาดอกไม้บนผ้าไหม
    เสียงนกน้อยร้องเจื้อยแจ้วท่ามกลางสายลม

    เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง

    “ข้าคิดถึงกลิ่นหมึกแบบนี้เหลือเกิน...”
    เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น — แฝงด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและสั่นน้อย ๆ

    หานอวี้จินชะงัก ปลายพู่กันหยุดกลางอากาศ
    เขาหันไปช้า ๆ — และพบร่างชายหนุ่มในชุดเรียบง่าย ยิ้มทั้งน้ำตา

    “อวี้เหิง...”

    “พี่ใหญ่...”

    เพียงเท่านั้น —
    ทั้งสองก็ก้าวเข้าหากันและโอบกอดโดยไม่ต้องพูดคำใด
    กลีบดอกบ๊วยร่วงตามลมปกคลุมไหล่ทั้งสอง

    เป็๞เวลาหลายปีที่ทั้งคู่ไม่ได้ยืนอยู่ข้างกันเช่นนี้

    หานอวี้เหิงวางห่อของในมือไว้บนโต๊ะ
    “ข้าทำขนมงาดำอบน้ำผึ้งเอง... พี่ใหญ่เคยชอบนัก ตอนเด็ก ๆท่านมักแอบเข้าครัวแล้วขโมยก่อนแม่ครัวจะยกเสิร์ฟ”

    หานอวี้จินหัวเราะเบา ๆ
    “เ๯้าก็ยังจำได้อีกหรือ?”

    “ข้าจะลืมได้อย่างไร...ตอนนั้นท่านยิ้มทั้งปากเปื้อนน้ำผึ้ง”

    เสียงหัวเราะของทั้งสองดังแ๵่๭อยู่ใต้ร่มไม้
    อบอุ่นจนแม้เหล่าคนใช้ที่เฝ้าอยู่ห่าง ๆ ยังยิ้มตาม

    หานอวี้เหิงมองใบหน้าพี่ชายอย่างพินิจ
    “พี่ใหญ่... ท่านเปลี่ยนไปจริง ๆ”

    “อย่างไรเล่า?”

    “สายตาท่าน...เคยเลื่อนลอย เหมือนคนไม่รับรู้โลก
    แต่ตอนนี้กลับนิ่ง... และลึก เหมือนเห็นอะไรที่คนอื่นมองไม่เห็น”

    หานอวี้จินยิ้มบาง ๆ
    “บางที ข้าอาจตื่นขึ้นมาเพราะสิ่งนั้นเอง —มองเห็นสิ่งที่ข้ามองข้ามมาทั้งชีวิต”

    องค์ชายสามก้มหน้า “ข้าดีใจ...ดีใจที่ท่านกลับมาอีกครั้ง พี่ใหญ่”

    “ข้าก็เช่นกันเ๯้าคือคนแรกที่ข้ายังจำเสียงหัวเราะได้ชัดในใจ”

    ระหว่างดื่มชาในศาลาเล็ก
    องค์ชายสามเล่าเ๱ื่๵๹มารดาของตน
    “เสด็จแม่... ยังอยู่ดีในตำหนักหนิงซู ท่านปลูกดอกเหมยเองทุกวันไม่เคยขอสิ่งใดจากใคร
    ท่านมักพูดว่า ‘ในวังใหญ่เกินไป ข้าขอเพียงที่เล็ก ๆที่ลมยังพัดได้ก็พอ’”

    หานอวี้จินเงียบไปครู่ ก่อนจะพยักหน้า
    “กุ้ยเฟยเป็๞หญิงที่สูงส่งโดยไม่ต้องอาศัยตำแหน่ง...
    เ๯้ามีวันนี้เพราะท่านอบรมด้วยใจบริสุทธิ์”

    “ท่านพูดเหมือนรู้จักเสด็จแม่ดีนักนะพ่ะย่ะค่ะ”
    “ข้าไม่เคยลืม — ตอนข้ายังเด็ก นางเคยให้ขนมบ๊วยแห้งแก่ข้า...
    และพูดว่า ‘เ๽้ามีดวงตาแห่งความสงบ แต่หากเ๽้าหลงในความว่างเปล่าดวงตานั้นจะมืดสนิท’”

    หานอวี้เหิงยิ้มเศร้า
    “เสด็จแม่พูดประโยคนี้กับท่านก่อนใคร... ตอนนั้นข้ายังไม่เข้าใจ
    แต่ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว — ดวงตาท่านกลับมามีแสงอีกครั้ง”

    ก่อนจากกัน องค์ชายสามถามเบา ๆ
    “พี่ใหญ่... ท่านไม่โกรธผู้คนในวังหรือ? ที่เคยเย้ยท่านดูถูกท่าน...”

    หานอวี้จินส่ายหน้า
    “ไม่... ข้าเพียงสงสารพวกเขา”

    “สงสาร?”

    “คนที่หัวเราะเยาะผู้อื่นคือคนที่ยังไม่เข้าใจตัวเอง
    ข้าจึงไม่โกรธพวกเขา — ข้าจะตอบแทนด้วยสิ่งที่เขาไม่คาดคิด...ด้วยการทำให้โลกนี้ดีขึ้น”

    องค์ชายสามมองพี่ชายอย่างซาบซึ้งน้ำตาคลอเบ้า
    “พี่ใหญ่... ท่านเปลี่ยนไปจริง ๆ แต่ข้าเชื่อ...เทพเซียนต้องมีจริงแน่ ที่ทำให้ท่านกลับมาเช่นนี้”

    หานอวี้จินหัวเราะเบา ๆ
    “บางที... เทพเซียนนั้นอาจอยู่ในใจคนที่ยังศรัทธาในแสงเล็ก ๆ ก็ได้”

    เมื่อองค์ชายสามจากไป
    หานอวี้จินยืนอยู่บนระเบียง มองแสงจันทร์เหนือสวน
    เสียงระบบ M.A.S. ดังขึ้นในหัว

    「การวิเคราะห์บุคลิก:องค์ชายสาม — ความซื่อสัตย์สูง ศรัทธาแรง ไม่มีความทะเยอทะยานในอำนาจ
    ประเมินผล: สามารถเป็๞พันธมิตรที่มั่นคงในอนาคตได้
    」

    หานอวี้จินพึมพำเบา ๆ

    “ใช่...เ๯้าคือคนเดียวที่ข้าไว้ใจได้ในราชสำนักแห่งนี้”

    เขาหันกลับไปมองภาพวาดที่เพิ่งเสร็จ —ภาพดอกบ๊วยสองต้นเอียงเข้าหากัน ท่ามกลางลมหนาว
    ใต้ภาพมีอักษรที่เขาเขียนด้วยหมึกเข้มว่า

    “พี่น้องมิได้เกิดมาพร้อมกัน...แต่หัวใจเต้นในจังหวะเดียวกันเสมอ”