ทวงคืนผัว
รินรดาลืมตาตื่นในตอนเช้า ผ่านมา 2 วันแล้วที่เธอเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องไม่ออกไปให้เขาเห็นหน้าเพราะเกรงว่าจะสร้างความรำคาญใจให้เขา แต่การที่อยู่เฉยๆแบบนี้ก็ทำให้เธอเป็ทุกข์มาก ดังนั้นเธอตัดสินใจแล้วไม่ว่ายังไงก็จะไม่ยอมเสียพี่ใหญ่ไปเด็ดขาด ในเมื่อคราวที่แล้วเขาจำเธอได้คราวนี้เขาก็ต้องจำเธอได้อีกเหมือนกัน
รินรดาลุกจากที่นอนแล้วจัดการอาบน้ำแต่งตัว แต่ก่อนที่หญิงสาวจะเปิดประตูห้องออกไปมือบางก็หยิบโทรศัพท์ที่เย่วเฟิ่งนำมาให้แล้วกดโทรออก
" สวัสดีค่ะ " เสียงจากปลายสายเอ่ย
" พัช ... นี่รินนะ "
" อ้าวยัยดา เอ่อ!! ลืมๆ ยัยริน .... ว่าไง ไปเที่ยวสนุกมั้ย หวานฉ่ำเลยล่ะสิ " พัชราเพื่อนรักเอ่ย
" ฉ่ำจนเละเลยล่ะพัช อึกๆ " แค่ได้ยินเสียงของเพื่อนความเข้มแข็งที่รวบรวมไว้ก่อนหน้าก็เป็อันต้องล้มครื้นลง รินรดาปล่อยให้น้ำตาไหลรดแก้มนวล
" รินเป็อะไร เกิดอะไรขึ้น ใจเย็นๆค่อยๆเล่า "
" พัช...พี่ใหญ่สูญเสียความทรงจำ ตอนนี้พี่ใหญ่จำเราไม่ได้ อีกอย่างตอนนี้ใบหน้าของเรา ฮึกๆๆ...เสียโฉมไปซีกหนึ่งพัช เรา...เรา ไม่รู้จะทำยังไงดีเลยพัช "
" มันเกิดอะไรขึ้น เป็แบบนี้ได้ยังไง เอางี้นะ...ส่งโลเคชั่นมาเดี๋ยวเรากับชินจะไปหา "
" เอางั้นเหรอ " รินรดาเอ่ยเสียงแ่ เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกเมื่อได้ยินเพื่อนรักบอกแบบนั้น รู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันทีเมื่อคิดว่าจะได้เจอพัชราและชินวุฒิเพื่อนรักที่เรียนมาด้วยกัน
" อึ้ม...ชั้นจะออกเดินทางเลย "
" ขอบใจนะพัช แต่พัชอย่าพึ่งบอกให้ใครรู้เื่นี้นะ โดยเฉพาะคุณย่าทั้งสอง "
" อึ้ม "
หลังจากวางสายจากพัชราแล้วรินรดาก็จัดการล้างหน้าล้างตาและหยิบผ้าปิดหน้าที่แม่สือม่าเป็คนทำให้ขึ้นมาปิดบังใบหน้าไว้ ขาเรียวก้าวออกจากประตูห้องตรงไปยังห้องอาหารทันที
อีกด้าน
ภาคินและเย่วเฟิ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้าและพูดคุยกันเหมือนปกติ 2 วันที่ผ่านมา ภาคินรู้สึกสบายใจที่หญิงสาวคนที่ได้ชื่อว่าเป็ภรรยาไม่ได้มาสร้างความรำคาญใจให้ตนแต่อย่างใด ไม่อย่างนั้นแล้วเขาอาจจะเกลียดเธอไปมากกว่านี้เป็แน่
เค้าคนก่อนเป็ยังไงกันนะ รักผู้หญิงคนนี้มากจนยอมให้เธอเรียกตัวเองว่าพี่ใหญ่เหมือนหนูยิ้มอย่างนั้นเลยเหรอ บ้าไปแล้ว แต่เอาเถอะไหนๆเื่ก็ผ่านไปแล้ว ต่อจากนี้ใครก็เรียกเขาว่าพี่ใหญ่ไม่ได้ นอกจากหนูยิ้มคนเดียวเท่านั้น
" เมื่อวานฉันแวะที่บ้านใหญ่มา คุณตาบ่นถึงนายด้วยและก็ถามอาการว่าเป็ยังไงบ้าง " เย่วเฟิ่งเอ่ยบอกคนที่นั่งหน้านิ่งอยู่
" เมื่อวานตอนเย็นซุ่ยหลิงเอาซุปมาให้ฉันบอกไปแล้วว่าอาจจะเข้าไปพรุ่งนี้ "
" ซุ่ยหลิงเหรอ ไม่เห็นอยู่กินข้าวด้วยกัน "
" ชั้นกลัวจะเจอกับรินรดาน่ะ เลยไม่ได้ชวน "
" อึ้ม ... แต่ถึงยังไงทุกคนก็ต้องรู้อยู่ดี "
" รอให้ฉันคุยกับคุณตาก่อน อีกอย่างฉันยังไม่ได้คุยกับพายัพ หึ...พูดถึงพายัพนี่เดี๋ยวนี้เก่งขึ้นมากไปประชุมแทนฉันที่ต่างประเทศได้แล้ว เมื่อก่อนฉันสอนงานติวเข้มแทบตายก็ไม่กล้าไป นี่เห็นพิมมาดาบอกว่าไปเป็อาทิตย์แล้ว "
" หึ นี่นายกลายเป็คนพูดเยอะๆแบบนี้ได้ั้แ่เมื่อไหร่ " เย่วเฟิ่งเอ่ยกับลูกพี่ลูกน้องของตน
" ไม่รู้สิ พอได้พูดถึงพายัพเหมือนว่ามีแต่ความสบายใจยังไงบอกไม่ถูก "
" แล้วกับภรรยาไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ "
" ไม่ เฉยๆ นี่ยังดีที่เธอไม่มาวุ่นวายกับฉันนะไม่อย่างนั้นอาจจะถึงขั้นเกลียดก็ได้ "
" หึ ... ถ้าคุณรินรดามาได้ยินเข้าคงเสียใจมากน่าดู "
" นายก็ไปปลอบใจเธอสิ " ภาคินเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก ดูก็รู้ว่าญาติของเขาคนนี้เอ็นดูผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหน นี่ขนาดใบหน้าของเธอเสียโฉมนะ เย่วเฟิ่งที่มีผู้หญิงสวยเซ็กซี่เข้าหาอยู่ไม่ขาดยอมลงทุนดูแลและออกหน้ารับแทนในยามที่เขาต่อว่าเธอ
" นี่พูดแล้วห้ามคืนคำนะ เดี๋ยวชั้นจะถือว่านายยกเธอให้ชั้นจริงๆซะหรอก ใบหน้าที่เสียโฉมไปไม่ได้เป็ปัญหาสำหรับฉันเลยนะ ทำศัลยกรรมใหม่ขี้คร้านจะสวยกว่าเดิม ผู้หญิงคนนี้เป็คนดีฉันรู้สึกได้เวลาที่พูดคุยกับเธอมันสบายใจยังไงบอกไม่ถูก "
" .... " เมื่อเห็นลูกพี่ลูกน้องคิดจริงจังกับคำพูดของเขา ภาคินจึงนิ่งเงียบไม่ได้ตอบกลับแต่อย่างใด
ปึก...ระหว่างที่สองหนุ่มกำลังคุยกันอยู่ บุคคลที่อยู่ในหัวข้อการสนทนาก็ปรากฏตัวขึ้น รินรดายืนหน้าหน้าบึ้งอยู่ส่งสายตาโกรธเคืองมายังชายหนุ่มทั้งสอง
สองวันที่ผ่านมาเห็นอยู่อย่างเงียบๆ ที่ไหนได้...สุดท้ายก็อยากทวงสิทธิ์ของตัวเองคืนสินะ ภาคินคิดในใจ
" ดิชั้นไม่ใช่สินค้าที่คุณจะยกให้ใครก็ได้ ตลอด 3 วันที่ผ่านมานี้คุณทำชั้นเสียใจโคตรๆ แต่ช่างเถอะดิชั้นจะคิดว่าคุณสมองเสื่อมเพราะถ้าเป็พี่ใหญ่ตัวจริงก็คงไม่พูดแบบนี้ "
" นี่ " ภาคินที่ได้ยินคนตรงหน้าต่อว่าก็เตรียมจะต่อว่ากลับ
" หยุดค่ะ อย่าพึ่งโวยวายฟังดิชั้นให้จบก่อน " รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แม้ในใจจะรู้สึกอัดอั้นกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในเมื่อเธอเป็เมียของเขาแล้ว ใครหน้าไหนก็จะมาแย่งไปไม่ได้
" หนูยิ้มสัญญากับพี่ใหญ่แล้วว่าต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หนูยิ้มจะไม่ยอมทิ้งพี่ใหญ่ไปไหนอีกเด็ดขาด เราจะอยู่ด้วยกัน หนูยิ้มจะทำให้พี่ใหญ่กลับมาจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเราให้ได้ "
" นี่ชั้นบอกว่า... "
" ยังค่ะ หนูยิ้มยังพูดไม่จบพี่ใหญ่อย่าพึ่งแทรก " ภาคินนิ่งอึ้ง นี่เธอเป็ใครถึงได้กล้ามาสั่งประธานใหญ่อย่างเขาแบบนี้ จากที่เขาตรวจสอบประวัติของเธอเมื่อคืนรินรดาคนนี้เป็แค่ผู้ช่วยเลขาของเขาเท่านั้นเองนี่
" นี่บัตรเครดิตของพี่ใหญ่ที่ฝากคุณเย่วไปให้ หนูยิ้มขอคืนนะคะ ระหว่างที่พี่ใหญ่ยังจำอะไรไม่ได้หนูยิ้มจะไม่ใช้เงินของพี่ใหญ่แม้แต่บาทเดียว ของของหนูยิ้ม...หนูยิ้มจะซื้อเองค่ะ แต่ยกเว้นโทรศัพท์หนูยิ้มไม่คืนเพราะคุณเย่วเป็คนไปซื้อมาให้ "
รินรดาสูดลมหายใจเข้าอีกครั้ง....
" อ้อ...ล่ะก็นี่ กาแฟแก้วโปรดของพี่ใหญ่ค่ะ หนูยิ้มเห็นมาหลายวันแล้วว่าพี่ใหญ่ไม่ได้ดื่มกาแฟที่แม่สือชงให้ แก้วนี้หนูยิ้มทำสุดฝีมือค่ะ " พูดจบรินรดาก็หันมาทางเย่วเฟิ่งที่นั่งนิ่งไม่ต่างจากชายหนุ่มอีกคนที่พูดคุยกันอยู่ก่อนหน้า
" คุณเย่วคะ ดิชั้นอยากเข้าไปซื้อของในเมืองหน่อยน่ะค่ะ คุณเย่วพอจะให้คนขับรถไปส่งหน่อยได้มั้ยคะ "
" หึ ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมพาคุณไปเอง จะไปเลยมั้ยล่ะครับ "
" เอ่อ ไปเลยค่ะ รบกวนคุณอีกแล้วนะคะ "
" เชิญครับ ผมเต็มใจ " พูดจบเย่วเฟิ่งก็ลุกขึ้นและเดินเคียงคู่ออกไปกับรินรดา
ภาคินมองตามหลังคนทั้งสองที่เดินออกไปด้วยกัน เขายอมรับว่าหัวใจเต้นแรงเมื่อได้สบสายตาของเธอคนนี้ มันเป็แววตาที่คุ้นเคย ชายหนุ่มก้มลงมองแก้วกาแฟที่หญิงสาววางไว้ให้ มือหนาเอื้อมขึ้นมาหยิบและยกมันขึ้นดื่ม
กาแฟดริปร้อนใส่คาราเมลเล็กน้อย คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน
" เธอแทนตัวเองว่าหนูยิ้มอย่างนั้นเหรอ จะเป็ไปได้ยังไงหนูยิ้มตายไปแล้ว จะเป็หนูยิ้มได้ยังไง " ชายหนุ่มเอ่ยกับตัวเองเบาๆ
ติ๊ดดดด....ขณะที่ความคิดกำลังสับสนอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์เครื่องใหม่ก็ดังขึ้น
" สวัสดีครับ ผมพายัพครับเห็นเบอร์ของคุณติดต่อมา" ปลายสายเอ่ยขึ้นก่อน
" พายัพ ... นี่ฉันเอง " ภาคินเอ่ยกับลูกน้องคนสนิท
" อ้าวนายเหรอครับ ทำไมใช้เบอร์นี้โทรมาหาผม นึกว่าไม่ใช่สำคัญก็เลยพึ่งติดต่อกลับมาครับ "
" อึ้ม ไม่เป็ไร งานทางโน้นเป็ยังไงบ้าง "
" ทุกอย่างเรียบร้อยครับนาย หุ้นส่วนและลูกค้าถามหานายกันยกใหญ่ ผมเลยบอกว่านายพาภรรยาไปฮันนีมูนทุกคนเลยฝากแสดงความยินดีมาน่ะ
ครับ "
" เดี๋ยวนี้นายพูดเก่งขึ้นนะพายัพ "
" เอ่อ ..นายเป็อะไรมั้ยครับ เสียงแปลกๆและพูดแปลกๆอีก "
" ไม่มีอะไรหรอก เสร็จจากงานที่โน่นอย่าพึ่งกลับเมืองไทย แวะมาหาชั้นที่นี่ก่อนแต่อย่าพึ่งบอกให้คุณย่ารู้นะ "
" เอ่อ..นายครับ แล้วผมบอกพิมมาดาได้มั้ยครับ "
" ไม่ได้ บอกใครไม่ได้ทั้งนั้น มาเงียบๆ เข้าใจมั้ย "
" เอ่อ...ครับ "
หลังจากวางสายจากพายัพชายหนุ่มก็พาตัวเองออกมาเดินเล่นที่สวนนอกบ้าน สายตาคมมองทอดออกไปเบื้องหน้า บรรยากาศยามเช้าที่นี่สดชื่น เย็นสบายก็จริงแต่ทำไมภาคินยังรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองร้อนรุ่มยังไงบอกไม่ถูก ภาพสายตาอันแน่วแน่ของผู้หญิงคนนั้น มันช่างคล้ายกับหนูยิ้มของเค้าซะเหลือเกิน
" หนูยิ้มพี่คิดถึงเธอจัง "
.....................................................
ฝากอีบุ๊คนิยายหัวใจรักรินรดาและดวงใจญาดาด้วยนะคะ มีโปรโมชั่นลดราคาหนังสือที่ meb 50 % นะจ๊ะ