ไป๋เซียนกับอาซือ เดินทางออกจากหมู่บ้านแดนเหนือไปทางูเาสูงตามคำใบ้ระหว่างทางเค้าสองคนก็ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนทัศนคติกันไป
โดยระหว่างทางที่พวกเขามาก็ไม่ใช่ว่าจะราบรื่นไปซะทีเดียว เขาสองคนได้พบทั้งสัตว์ป่าต้นไม้พิษ แต่เค้าทั้งสองก็ร่วมมือจนผ่านทางมาได้ โดยพลังชีวิตลดกันไปเพียงไม่กี่%เท่านั้น พวกเขาคุยกันว่าหลังจากได้ไอเทมที่เขาภูผาแล้วก็จะออกไปพักผ่อนนอกเกมกันก่อนสัก1 ชั่วโมงก็จะกลับมาเจอกันอีกรอบ ตรงจุดนัดพบ ...
“ไป๋เซียน...นายคิดว่าเราจะเจออะไรที่มากกว่าพวกระหว่างทางนี้อีกไหม” อาซือชวนเพื่อนร่วมทางคุยแก้เหงาในระหว่างเดินขึ้นเขาเพื่อไปตามหาไอเทมคู่ธาตุของตัวเองโดยที่ไป๋เซียนเลือกธาตุวารีเป็ธาตุประจำตัว และอาซือเลือกธาตุวายุเป็ธาตุประจำตัวเค้าทั้งสองคนต่างก็คิดถึงหนทางข้างหน้าว่าพวกเขาจะไปเจออะไรเพื่อที่จะได้ไอเทมคู่ธาตุของตัวเองมา
ไป๋เซียนไม่ตอบ แต่กลับใช้สายตาของเค้ามองไปโดยรอบทั้งซ้ายขวาหน้าหลังตลอดเวลา จนอาซือสงสัยว่าเค้าทำอะไร
“นี่นายทำอะไรอยู่น่ะ...มองหาอะไรอยู่หรอ”
“ออ ก็หาอะไรที่นำไปแลกเหรียญได้น่ะสิ” ไป๋เซียนตอบโดยที่ไม่มองเพื่อนร่วมทางของเค้า
จนทำให้อาซือต้องมองหาตามเค้าไปด้วย พอหันไปเจอเ้าสิ่งมีชีวิตรูปร่างหน้าตาคล้ายเห็ดแต่กลับมีขนาดที่ใหญ่มากกว่าปกติหลายเท่าแถมสีสันก็ดูแปลกตาไม่เหมือนกับเห็ดทั่วไปด้วย
“ไป๋เซียนๆๆๆๆๆ นี่ๆๆๆ ได้ไหม ได้ไหม” อาซือร้องโวยวายเสียงดังจนทำให้ไป๋เซียนต้องหันกลับมาดู
“ออ เห็ดั์ เ้าเห็ดนี่มีชื่อว่า“ฉีฉิ่นโมกู” เป็เห็ดตระกูลหนึ่ง มีสรรพคุณในการรักษาพิษที่มีธาตุร้อนได้นำไปขายได้ 50เหรียญเงิน”ไป๋เซียนบรรยายให้คนโวยวายฟัง อาซือตาค้าง ยืนนิ่ง ฟังข้อมูลจากไป๋เซียนจนเค้าอ้างปากค้าง
“นี่นายรู้ข้อมูลพวกนี้ได้ไงอะ”อาซือถามโดยที่ไป๋เซียนก็ใช้มีดสั้นที่เค้าซื้อเพิ่มมาเพื่อเก็บของวิเศษไปขายโดยเฉพาะ และเค้าก็เก็บเ้าฉีฉิ่นโมกูใส่กระเป๋าเพื่อเอาไว้ขายตอนไปเจอLand Shop
อาซือเห็นไป๋เซียนแล้วก็ส่ายหัวพลางคิดในใจว่าเ้านี้นี่มันขี้งกจริงๆไม่รู้ว่าตัวจริงจะเป็เหมือนในเกมส์หรือเปล่า
เมื่อทั้งสองเสร็จสิ้นภารกิจ“เก็บเห็ด” แล้วต่างก็รีบมุ่งหน้าไปทิศทางของภูผาล่องหนตามที่เค้าได้รับคำใบ้จากปริศนามา เส้นทางเบื้องหน้าพอหลุดออกจากแนวป่าที่พวกเขาได้เดินมากันแล้ว ภาพที่เห็นตรงหน้าเหมือนโลก 2โลกที่ชวนให้รู้สึกว่าหากเค้าก้าวออกไปอีกแม้แต่ก้าวเดียวเค้าจะต้องหลุดออกไปอีกโลกหนึ่งอย่างแน่นอน จากจุดที่พวกเขายืนอยู่เป็แนวป่ามีความชุ่มชื่นสีน้ำตาลของพื้นดิน สีเขียวของต้นไม้ สีฟ้าสดใสของท้องฟ้าแต่ด้านหน้าของพวกเขามีเพียง ลานหินกว้าง สีเทาอ่อนไล่ไปจนเข้ม ไม่มีสีสันท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฑหมอกสีขาวขุ่น ทำให้มองไม่เห็นยอดูเา ที่สูงลิบนั้นไป๋เซียนคิดในใจว่านี่คงเป็ที่มาของคำว่า “ภูผาล่องหน”เป็แน่เพราะพวกเขามองไม่เห็นอะไรเลย และรอบๆตัวก็มีหน้าตาเหมือนกันไปหมดหากผลัดหลงกันคงจะหาทิศทางไม่เจอเป็แน่ และสิ่งที่ทำให้พวกเขาแปลกใจอีกสิ่งหนึ่งคือพวกเขาไม่เห็นผู้เล่นคนอื่นๆเลย ทั้งที่ภารกิจนี้ต้องมีคนตามหากันมากมายแต่ทำไมพอมาถึงที่เค้ากลับไม่เห็นใครเลยแม้แต่คนเดียว นอกจากเค้าสองคนที่เดินทางมาด้วยกันเท่านั้นเอง
ทั้งสองหันมองหน้าซึ่งกันและกันต่างคนต่างรู้ความในใจ มองหน้ากันพยักหน้า ส่งสายตากัน ทำใจกันเป็ที่เรียบร้อยแล้วทั้งสองจึงพากันก้าวข้ามเขตแดนเพื่อไปปฎิบัติภารกิจแรกของพวกเขา ทันทีที่เหยียบเข้าสู่ดินแดนของภูผาความรู้สึกชุ่มชื่นอบอุ่นในใจของพวกเขาก็ผลันแห้งเหือดราวกับว่าเ้าก้อนหินพวกนี้ได้ดูดเอาพลังงานของพวกเขาไปจนหมด
“ไป๋เซียนเ้ารู้สึกเหมือนที่ข้ารู้สึก ใช่หรือไม่” อาซือที่ตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงหันไปถามเพื่อนที่เห็นสภาพแล้วไม่น่าต่างกันสักเท่าไหร่
ไป๋เซียนดูพลังชีวิตตัวเองเค้าสังเกตว่ามันค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่องทันทีที่เค้าได้เหยียบลงบนพื้นภูผาแห่งนี้ “อาซือ เ้าเหลือพลังชีวิตเท่าไหร่” ไป๋เซียนถามคำถามกลับอาซือ
“อะไรนะ พลังชีวิตหรอตอนก่อนข้ามมาข้าเช็คแล้ว... เฮ้ย!!!!!! ทำไมมันลดลงไปขนาดนี้ละตอนก่อนข้ามข้าเช็คแล้วนะว่าเหลือตั้ง 90% ที่สามารถพิชิตภารกิจได้สบายๆแต่ตอนนี้เหลือแค่ 75% หายไปแล้ว 15% โดยที่เรายังไม่ได้ทำอะไรเลยได้ไง” อาซือใกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก
“ภูผาล่องหน ลานหินดูดชีวิต...”ไป๋เซียนพึมพำออกมา และทำท่าเหมือนคิดอะไรออก ว่าการที่พวกเขารู้สึกเหมือนไม่มีแรงก็เพราะเ้าลานหินพวกนี้มันดูดพลังชีวิตของเราไปนี่เองเค้านึกถึงข้อมูลที่อ่านมาก่อนเข้าเกมส์ว่า มีดินแดนนึงที่เรียกว่า “ภูผาล่องหนทางไปภูผานั้นจะล้อมรอบไปด้วยลานหินดูดชีวิต ที่จะค่อยๆดูดพลังชีวิตของเราโดยที่หากใครไม่รีบหาทางออกจากลานนี้พวกเขาก็จะหมดพลังและหายออกจากเกมส์ไปโดยปริยาย” เค้าอธิบายสิ่งนี้ให้อาซือฟัง แล้วบอกว่าเราต้องรีบไปก่อนที่จะโดนดูดพลังจนหมด แล้วต้องมาเริ่มเกมส์ใหม่
“อาซือ วิ่ง!!!” ไป๋เซียนบอกเพื่อน แล้วตัวเองก็รีบออกวิ่งไปด้านหน้า อาซือ ที่ยังงง กับที่พลังชีวิตที่หายไปอยู่ก็ใแต่ก็รีบวิ่งตามไป๋เซียนไปทันที
ทั้งสองวิ่งมาจนถึงตีนเขาภูผาที่ดูเหมือนว่าจุดนี้เค้าจะรอดจากลานหินดูดชีวิตแล้วสังเกตได้จากบริเวณนี้เริ่มมีดอกไม้ใบหญ้าต้นเล็กๆเล็ดรอดออกมาตามซอกหินผาเหล่านี้ได้ เบื้องหน้าของทั้งสองปรากฏปากทางเข้าถ้ำขนาดใหญ่ที่เหมือนติดป้ายบอกไว้ว่า欢迎 แปลว่า “ยินดีต้อนรับ” อยู่ด้านหน้าถ้ำเค้าทั้งสองมองหน้ากัน แล้วก็รีบเดินมุ่งหน้าไปทางนั้นทันที
ณ ปากถ้ำภูผาล่องหน 看不见的山ปากถ้ำดูเผินๆคล้ายัั์ที่กำลังอ้าปากกว้างเพื่อที่จะคอยให้เหยื่อที่ไม่รู้เื่ราวได้เดินเข้าไปไป๋เซียนและอาซือ ต่างมองหน้ากัน มือข้างนึงจับอาวุธคู่กายของตัวเองไว้แน่นพลังชีวิตของทั้งสองคน เหลือเพียงเลยครึ่งมาเพียงนิดหน่อยเท่านั้นเอง แล้วพวกเขาก็เดินเข้าถ้ำไป...
ทันทีที่ก้าวเข้าไปด้านในไม่กี่ก้าวจากถ้ำที่มืดสนิท ก็มีแสงไฟค่อยๆจุดขึ้นตามคบเพลิงที่ติดอยู่กับผนังถ้ำ 1จุด 2จุด 3จุด 4จุด.... ทุกครั้งที่เดินเข้าไป ด้านหน้าจะสว่างขึ้น ด้านหลังจะมืดลงคล้ายการต้อนพวกเขาให้เข้าไปด้านในเรื่อยๆโดยที่ไม่สามารถหันหลังกลับได้ เดินเข้าไปสักพักทางเดินก็เหมือนจะค่อยๆกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเสมือนเป็ลานโล่งๆ ภายในถ้ำและมีคบเพลิงรอบผนังถ้ำทำให้จุดนี้กลายเป็จุดที่สว่างมากกว่าจุดอื่นที่พวกเขาเข้าไป โดยเมื่อพวกเขาปรับการมองเห็นให้ชินกับสภาพ ณจุดนั้นแล้ว ทั้งสองกลับพบว่ามีแท่นหินใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานนั้นโดยบนแท่นมีบางสิ่งอยู่บนนั้นที่เมื่อพิจารณาดีดีแล้วมีรูปร่างคล้ายมนุษย์อยู่บ้างเพียงแต่มีรูปร่างที่สูงใหญ่กว่ามากเลยทีเดียว
ร่างใหญ่บนแท่นหินขยับตัว...ค่อยๆลุกขึ้น และหันหน้ามาทางพวกเขา ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของไป๋เซียนและอาซือ เป็ภาพที่ดูเหมือนผู้ชาย สูงราว 2เมตร รูปร่างกำยำ สวมเพียงชุดคลุมดำยาวให้ความรู้สึกสบายๆ ชิลๆแต่ก็น่าเกรงขาม ผมยาวเหยียด ไล่ยาวถึงกลางหลัง ใบหน้าเงียบขรึมไร้ซึ่งรอยยิ้มทั้งในดวงตาและริมฝีปาก ในมือถือง้าวยาวสีดำสนิทสลักคำว่า 山 “ภูผา”ไว้ให้ความรู้สึกน่ากลัวข่มขวัญมากยิ่งขึ้นไปอีก
“ผ่านข้าไปให้ได้แล้วพวกเ้าจะได้ในสิ่งที่พวกเ้าตามหา” สิ้นประโยคปีศาจภูผาดำก็พาดง้าวมายังทั้งสองโดยที่ไม่ให้เวลาคิดหรือปฎิเสธแต่อย่างใด ไป๋เซียนหลบซ้าย อาซือหลบขวา แรงฟาดจากง้าวภูผาดำทำให้เกิดเป็ร่องลึกตามแนวของแรงที่ฟาดมาอาซือ และไป๋เซียนมองหน้ากัน พลางปาดเหงื่อ กับคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้าไป๋เซียนให้สัญญาณเพื่อเข้าโจมตีพร้อมกัน
“วารีหลั่งไหล.....” ไป๋เซียนชักกระบี่พร้อมออกกระบวนท่า กวัดไกวกระบี่วารี ไหลลื่นเหมือนสายน้ำมุ่งตรงเข้าจุดตายของเ้าปีศาจภูผา อาซือที่เข้าโจมตีพร้อมกัน ด้วยกระบวนท่าปราณวายุพัด ปีศาจภูผาไม่หลบ ไม่ถอยเพียงยกง้าวภูผาขึ้นมาบัง ทั้งสองกระบวนท่าที่เข้าโจมตีพร้อมกัน ก็พลันสลายหายไปดั่งลมพัดหินผา ไม่มีผลกระทบใดใดทั้งสิ้น
ไป๋เซียนะโหลบไปตั้งหลักฝั่งนึงห่างจากปีศาจ1 ่ตัว อาซือที่ถูกกระแสลมย้อนกลับพัดออกไปห่างไปอีกฝั่ง 2 3 ่ตัว ปีศาจภูผาไม่รอให้ทั้งสองเข้าโจมตีซ้ำเค้าะโพร้อมง้างง้าวสีดำสนิทลอยตัวไปทางไป๋เซียนพร้อมฟาดง้าวหวังฟันให้ขาดครึ่ง ไป๋เซียนตั้งรับโดยเอากระบี่มาขวางไม่ได้ฟันโดนตัวแต่ก็ทำให้ตัวเองถอยหลังไปอีกหลายก้าว เค้ายันต่อเพื่อต้านแรงของปีศาจภูผาจนกระทั่งขาหลังติดกับผนังถ้ำ อาซือเห็นไป๋เซียนท่าไม่ดีรีบวิ่งเข้าไปช่วยทันที “วายุหมุน10ทิศ” อาซือเข้าโจมตีทางด้านหลังของปีศาจทันที ปีศาจภูผาหันง้าวมาตั้งรับ อาซือที่ลอบโจมตีจนทำให้เกิดช่องว่าง ไป๋เซียนรีบใช้โอกาสนี้เอากระบวนท่าไม้ตายที่เค้าซื้อมาตอนเริ่มเกมส์มาใช้ในโอกาสนี้ทันที “กระบี่วารีพิฆาต”กระบี่เสียบเข้าตรงจุดตายของปีศาจภูผาทันที ปีศาจภูผาหันมามองหน้าไป๋เซียนย๊ากกกกกกก.... ร่างั์พยายามจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายเง้อง้าวดำเข้าฟันไปที่ไป๋เซียน แต่เขาก็ไหวตัวแล้วะโหนีได้ทันอาซือก็รีบะโหลบไปอีกด้านทันที
ร่างของปีศาจภูผาค่อยๆจางหายไป ตัวถ้ำก็เริ่มสั่นไหวเศษหิน เศษดินค่อยๆร่วงหล่นลงมาพร้อมกับถ้ำที่ค่อยๆสั่นมากขึ้นเรื่อยๆไป๋เซียนและอาซือ รีบวิ่งเข้าไปด้านในหลังแท่นที่เ้าปีศาจเคยนอนอยู่ กอปรกับเศษหินก็ก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆทั้งสองต้องวิ่งหลบกันให้วุ่น จนทำให้เกิดพลัดหลงกัน และทั้งสองก็ไม่สามารถย้อนกลับไปทางเดิมได้เพราะก้อนหินหล่นลงมาปิดทางจนหมด
ไป๋เซียนพยายามะโเรียกเพื่อนแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ เค้าจึงตัดใจแล้วไปต่อ พลางคิดในใจว่าอาซือคงไม่เป็อะไรพอเค้าได้ไอเทมแล้วก็จะออกเกมส์ แล้วก็กลับมาเจอกันตามที่ได้นัดแหนะกันไว้ก่อนหน้านี้
ไป๋เซียนเดินตามทางออกไปเรื่อยๆเค้าดูพลังตัวเองที่เหลือเพียง 30% เท่านั้น พลางคิดในใจว่าขอให้อย่าเจออะไรที่เป็อันตรายอีกเลย แล้วเค้าก็ได้ยินเสียงคล้ายน้ำตก เค้าเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปจนกระทั่งเจอที่มาของเสียง เบื้องหน้าเป็ภาพของน้ำตกสีรุ้ง ล้อมรอบไปด้วยดอกไม้นานาพรรณและผีเสื้อนานาชนิด สีสันสวยงามละลานตาทำให้ไป๋เซียนตื่นตาตื่นใจกับภาพตรงหน้ามาก และระหว่างที่เค้ากำลังพิจารณาสถานที่นี้อยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นว่ามีอะไรบางอย่างส่องสว่างอยู่ท่ามกลายสายน้ำที่กำลังไหลลงมาไป๋เซียนรีบปีนขึ้นไปดู เมื่อไปถึงเค้าก็พบว่านั่นคือไอเทมคู่ธาตุที่เค้ากำลังตามหาอยู่นั่นเอง
瓦里 “วารี” ไอเทมสีฟ้าสว่างใส ลอยอยู่กลางน้ำตกสีรุ้งไป๋เซียนหยิบเ้าไอเทมนี้มาพินิจพิเคราะห์ แล้วก็เก็บใส่กระเป๋าเก็บไอเทมไป เค้าคิดในใจว่าสาเหตุที่เค้าและอาซือต้องแยกกันก็คงเป็เพราะสาเหตุนี้เอง “ไอเทมคู่ธาตุ” เป็ของส่วนบุคคลตามที่คนนั้นได้เลือกธาตุประจำตัวมาอาซือก็คงไปเจอไอเทมคู่ธาตุของตัวเองเช่นเดียวกัน
ทันทีที่ไป๋เซียนเก็บไอเทมเข้ากระเป๋าแล้วน้ำตกก็หยุดไหลทันที เผยให้เห็นประตูที่เขียนว่า
您通过了Level1 แปลว่าคุณผ่านระดับที่1 แล้ว ไป๋เซียนยิ้มแล้วบอกกับตัวเองว่าดีจังได้ออกไปพักเสียที เวลาในเกมส์ที่เขาเข้ามาก็ราวๆ 16ชั่วโมงแล้วแปลว่าเค้าอยู่ในเกมส์มา 2 ชั่วโมงแล้วคงต้องออกไปพักเสียหน่อยแล้วอีก 1ชั่วโมงค่อยกลับเข้าเกมส์มาเจอกับอาซือตามที่นัดกันไว้ แล้วเค้าก็เดินเข้าประตูนั้นเข้าไป.....