บทที่1 การเกิดใหม่ของหลินอี
จอมยุทธ์ที่บรรลุแล้วทุกสิ่งในวัยเพียงยี่สิบห้าปีเขาฆ่าคนมากมายในตอนที่ทำาเพียงฝ่ามือเดียวทหารก็ตายหลายแสนคน ในโลกนี้ไม่มีใครทำอันตรายเขาได้เว้นเพียงความรักเท่านั้นไม่ว่าผู้ชายจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ย่อมใจอ่อนให้กลับผู้หญิงที่เขามอบใจให้ หญิงที่เขารักตายลงด้วยโรคที่รักษาไม่หายไม่ว่าเขาจะเก่งเพียงใดก็ตามเขาก็ช่วยนางไม่ได้
เขายืนอยู่บนยอดเขาจันทร์ทราอ้อนวอนต่อ์เขาอยากพบนางอีกครั้ง พริบตาก็ปรากฎอักษรขึ้นมันวิชามาหาเทพจุติ ในนั้นเขียนไว้ว่าสำหลับผู้ที่อยากตายเท่านั้น เขาไม่ลังเลฝึกมันทันที
“อะไรกันพลังนี่มันเหนือกว่าพลังที่ข้ามีมาก”เมื่อเขาเริ่มฝึกทำให้เขาได้ลืมความโศกเศร้าไปได้บ้างทั้งที่ในหัวเขามีเคล็ดวิชาวิชากว่าพันเล่มแต่ไม่อาจเทียบได้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาได้เลยเขาให้เวลาผ่านไปหลายพันปีกว่าจะเข้าใจทั้งหมดเมื่อสำเร็จแล้วร่างเขาเริ่มสลายทันที หงส์เอ๋อร์ ข้ากำลังตามเ้าไป หลินอี ร่างของเขาหายไปในที่สุด
เมืองิเทียนปกครองโดยห้องเต้ิหยางมีองค์ชาย10คนและองค์หญิง9คน องค์ชายสิบเป็ผู้อ่อนแอไร้กำลังมากที่สุดอายุสิบหกแล้วยังไม่สามารถเปิดเนตรอักขระอักษรได้ทำให้เขาไร้คนเหลียวแลแม่ของเขาคือสนมเยี่ยนเหม่ยหลางจึงถูกทอดทิ้งจากอ๋องิหยางให้มาอยู่ตำหนักดานนอกวังหลวงเขามีร่างกายอ่อนแอมากซ้ำใบหน้าที่แสดธรรมดาไม่ได้โดดเด่นอะไรเมื่อเทียบกับองค์ชายสี่ที่มีหน้าตาอันหล่อเหลาและยังเปิดเนตรอักขระอักษรได้ั้แ่สามขวบแถมเป็อักขระไประดับ6อีกในโลกของเทียนเหยาคนที่เคยสำเร็จขั้นสูงสุดได้มีพลังระดับ7นั่นแปลว่าองค์ชายสี่เป็รองแค่บุกคนในตำนานเท่านั้นเขามีความสามารถั้แ่เยาว์วัยตอนอายุสิบสองปีก็ได้เป็หนึ่งในสิบยอดยุทธ์แห่งเมืองิเทียนแล้วยังมีละดับพลังยุทธถึงขั้นปราณหลอมกายาระดับกลางั้แ่อายุสิบห้าแล้วตอนนี้เขาอายุสิบแปดแล้วความก้าวหน้าไปถึงขั้นไหนใครจะกล้าคิดได้
องค์ชานสิบมีนามว่าิหลินอีแต่ว่าหลินอีนั้นได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างขององค์ชายสิบซึ่งเขาได้ตายไปเมื่อคืน
“เกิดอะไรขึ้นกับข้าข้าตายไปแล้วนี่ทำไมถึงมาอยู่ที่นี้”
หลินอีพยายามลุกขึ้นก็พบว่าร่างกายเขาอ่อนแอยิ่งนักเขาพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบากแล้วออกจากห้อง
“องค์ชายสิบระวังด้วยลุกขึ้นมาทำไมร่างกายท่านไม่แข็งแรง”นางกำนันวิ่งเขามาดูแลเขาทันที หลินอีมองไปรอบๆที่นี่ที่ไหนไม่เคยพบมากก่อนแต่ก็คุ้นเคย
“เดี๋ยวนะองค์ชายข้าเป็องค์ชายหรือ”หลินอีคิด
“พี่สาวนี่ปีอะไร”นางใที่หลินอีเรียกเขาว่าพี่สาว แต่นางก็ตอบไปเพราะคิดว่าเป็เพราะอาการป่วย
“อะไรนะพันปีข้ามาเกิดใหม่ในร่างองค์ชายสิบในพันปีให้หลัง”เขาคิดอยู่นาน และสำรวจตัวเอง
“พลังข้าไม่มีอย่างนั้นหรือ”เอาอุทานออกมา
“องค์ชายท่านยังไม่ได้เปิดเนตรอักขระอักษรเลย”นางพูด
“อะไรกันอายุสิบหกแต่ไม่สามารถเปิดเนตรได้นี่ข้าเป็คนพิการรึไงกลับมาเกิดใหม่ด้วยพลังจุติทำไมข้าถึงพลังแย่ขนาดนี้”เขาคิดในใจ
“ลูกหลินเ้าฟื้นแล้วแม่อดคิดว่าจะต้องเสียเ้าไปแล้ว”นางร้องให้ออกมาน้ำตาเต็มสองแก้มนาง
“แล้วข้าไปทำอะไรมาถึงได้ป่วยกัน”หลินอีคิดในใจ
“ท่านแม่ข้าเป็อะไรงั้นหรือ”นางเช็ดน้ำตา
“เ้าไปหาคุณหนูเตียแต่นางไม่ยอมพบเ้าแล้วก็สลบไปในหิมะจนมีทหารพาเ้ากลับมา”
“ใครกันคุณหนูเตียใจร้ายนัก”เขาคิดในใจ
“ท่านแม่พิธีเปิดเนตรจะมีอีกเมื่อไรกัน”นางมองด้วยสายตาสับสน
“อีกหนึ่งเดือนจะมีงานเปิดเนตรสกุลิมีคนมากมายมาเข้าร่วมงาน”
“อีกหนึ่งเดือนงั้นหรือข้าต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม”
เขาเริ่มทำใจยอมรับตัวตนใหม่ของเขาและความเ็ปเื่ความรักเขาหายไปนี่ควเป็ผลจากวิชาบนยอดเขานั่นเขาเลือกวิชาฝึกฝนร่างกายจากความทรงจำเขามาหนึ่งอย่าง หมัด7นักล่าคือการเริ่มต้นที่ดีมันเป็วิชาระดับธรรมดาขั้นกลาง โดยแบ่งเป็ห้าขั้นขั้นขั้นเริ่มตน ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย และขั้นสำเร็จ เขาปิดตัวฝึกฝนทุกวันแม้ยังไม่มีพลังแต่ก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
ผ่านมาเจ็ดวันร่างกายเขาแข็งแกร่งมากขึ้น ในตอนนี้เขาไม่สามารถใช้ยาหรือเืของสัตว์ในการฝึกได้เนื่องจากยังไม่ได้เปิดเนตรอักขระอักษร
นับวันร่างกายของเขาก็ยิ่งแข็งแรงขึ้นผิดกับแต่ก่อน
เขาเดินออกไปข้างนอกจวนของตัวเองทหารที่เฝ้าประตูยื่นมองอย่างเ็าเนื่องจากองค์ชายสิบไม่สามารถเปิดเนตรได้ก็ไม่ต่างจากคนพิการยังดีที่เป็องค์ยังได้รับความเคารพอยู่บ้าง
“องค์ชายท่านจะออกไปไหนนี่เย็นมากแล้ว”
“ข้าจะออกไปหอหนังสือในวังสักหน่อย”ทหารไม่ได้ขัดขวางเราะห้อหนังสืออยู่ไม่ไกลจากจวนเท่าไรหลังจากที่ถามทางท่านแม่มาแล้วเขาก็เดินไปตามทาง
ก็พบหอหนังสือมันใหญ่โตสมกับเป็วังหลวงเขาเข้าไปทันทีแต่ว่า มียามขวางทางเขาอยู่
“ท่านเข้าไม่ได้องค์ชายสิบ”หลินอีไม่พอใจ
“ข้าเป็องค์ชายสิบทำไมเข้าไม่ได้”ยามกำลังจะตอบก็ปรากฎเสียงดังออกมา
“ให้เขาเข้าไปเถอะคนไร้พลังอย่างเขามีความรู้ไว้บ้างก็หน้าจะดี อ่า ฮ่า”สายตาเ็าดูถูกมองมาที่เขา ทหารยามป้องมือ
“ทราบแล้วองค์ชายเก้า”
หลินอีไม่สนใจเดินจากไปในหอหนังสือเขาอ่านอยู่นานก็พบว่าตอนนี้เอาอยู่เมืองไหนควรทำตัวยังไงเขารู้ตัวทันทีว่าพี่น้องมิได้รักกันแต่ว่าต่างฝ่ายจ้องแต่จะกดกันเพื่อความยิ่งใหญ่และคนที่น่ากลัวที่สุดคือพระชายาและองค์ชายสี่ที่พร้อมกำจัดทุกคนเพื่อความเป็ใหญ่ หลินอีถอนใจทันที
“ข้าเกิดใหม่ต้องมาเจอเื่วุ่นวายเพียงนี้แย่จริงๆ”
แล้ววันเวลาก็ผ่านไปไวเสมอถึงกำหนดพิธีเปิดเนตรอักขระอักษร
เด็กหลายร้อยคนนอนเรียงกันบนลานกว้างใกล้เที่ยงคืนเวลาของการเปิดเนตรนั้นคือยามจื่อเวลาครึ่งชั่วยามเท่านั้น
ในงานมีพระชายามาเปิดงานและมีขุนนางคอยดูและ
“วันนี้ได้ยินว่าองชายสิบก็มานี่ด้วยอายุขนาดนี้แล้วยังไม่ตัดใจอีก”
“ใช่ๆเป็ข้าฆ่าตัวตายไปแล้วไม่ต่างจากคนพิการ”
ชาวเมืองต่างดูถูกเขาช่วยไม่ได้โลกเที่ยนเหยาพลังคือที่สุด
หลินอีและสนมเยี่ยนเดินมาพร้อมกับนางกำนันหลินอีสวมผ้าคลุมัเขาไปที่ลานกว้างใกล้ถึงยามจื่อทุกคนหลับตารอรับการเปิดเนตรจาก์ และแล้วผลึกน้ำตา์หยดแรกก็ร่วงหลุ่นลงมาใส่เด็กคนแรก
“โอ้ระดับสี่เนตรแห่งน้ำ”ชายอายุสามสิบหัวเราะเสียงดัง
ทุกคนต่างอิจฉาเขาต่อไปต้องเป็ใหญ่เนี่เด็กคนนี้ระดับสี่น้อนคนนักที่จะได้พลังขนาดนี้มา
เวลากำลังจะหมดแต่หลินอียังไม่ได้เปิดเนตร
สนมเยี่ยนเริ่มร้อนใจครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้ายของการเปิดเนตรแล้ว
แล้วอยู่ก็มีผลึกน้ำตาเทพก็หยดลงมาสีมันแต่กต่างจากของทุกคนมันอ
เป็ประกายระยิบระยับหยดลงที่กลางหน้าผากเขา
“ได้แล้วข้าเปิดได้แล้ว”ความอบอุ่นกระจายไปทั่วร่างของเขาและเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านร่างกายเขาในขณะที่เขากำลังจะลืมตาก็มีผลึกน้ำตา์อีกหยดลงมาที่กลางหน้าผากเขาอีกหยดหนึ่ง
“มาอีกแล้วสองอันเลย”ไม่มีใครสักเกตุว่าเจามีสองผลึกน้ำตา ครั้งนี้เป็ความเย็นพุ่งไปทั้วร่างของเขา
แล้วก็มีอีกหยดลงมา คราวนี้มันลงมาใส่ที่ดวงตาของเขาแล้วไหลไหทั้งสองข้าง ดวงตาเขารู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูกไม่เคยมีใครเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนไม่รู้ว่าเป็ผลดีหรือร้าย ผลึกน้ำตา์ทั้งสามเข้ามาร่วมตัวกันเกิดเป็อักษรใหม่ตรงกลางหน้าผาก
“สามเลยหรือ”หลินอีลืมตาขึ้น
“ได้แล้วท่านแม่”....