หลังจากหญิงสาวชื่อแก้มนำทางสามพี่น้องมาสักครู่ ในที่สุดทั้งหมดก็ได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งนั่งผิงไฟอยู่ภายใต้ผ้าคลุมเก่า ๆ ขาด ๆ เขาดูมีท่าทางประหลาดใจเมื่อพบว่ามีผู้หญิงสาวคนเดินมากับบุตรสาว แก้มไม่รอช้าก่อนจะบอกเล่าเื่ราวทุกอย่างให้เขาฟัง...
“เื่เป็แบบนี้นี่เอง พวกหนูคงจะลำบากน่าดูสินะ เฮ้อออ โลกเราตอนนี้มันวิปริตผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มทอดถอนหายใจก่อนจะสั่นหน้าเบา ๆ
“มันก็แย่กันทุกคนนั่นแหละค่ะคุณลุง พวกเราก็เกือบไม่รอดเหมือนกว่าจะมาถึงที่นี้ได้ดีว่ามี.....” แคทหยุดชะงักไปกะทันหัน เธอเกือบจะบอกว่า ที่ตนเองกับน้องสาว รอดมาได้ก็เพราะมีพ่อผู้ซึ่งติดเชื้อ และกลายพันธุ์คอยคุ้มครองอยู่ตลอด แต่ขืนพูดไปพ่อลูกตรงหน้าคงจะกลัว และพวกเธอสามคนไปแน่ ๆ แคทก็เลยหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะชูปืนสั้นในมือขึ้น
“ดีว่ามีเ้ากระบอกนี้อยู่หนูกับน้อง ๆ ก็เลยรอดมาได้ พวกเราโชคดีจังเนอะ เบล โม” สองคนพี่น้องตามพี่สาวไม่ทัน จึงได้แต่พยักหน้ารับแบบงง ๆ
“แต่ฉันว่าตอนนี้เธอน่าจะปลอดภัยแล้ว คงไม่ต้องใช้มันสักพักหรอก จริงสิ หิวกันมั้ย? ฉันพอจะมีอาหารกระป๋องเหลืออยู่นิดหน่อย เอาไปกินกันก่อน ไม่ต้องเกรงใจ ถ้าหมดเดี๋ยวเดินขึ้นไปเอาที่ร้านสะดวกซื้อตรงทางออกสถานีมาเพิ่มได้ตลอดเวลา” แก้มเอ่ยถามออกมาด้วยรอยยิ้มสดใส ซึ่งสามพี่น้องก็กำลังหิวอยู่พอดีเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาทุกคนจึงล้อมวงกินเสบียง และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันไปมา ซึ่งก็ไม่ได้อะไรที่เป็ประโยชน์มากกว่าเดิม ฝ่ายที่ได้ข้อมูลน่าจะเป็ฝ่ายสองผู้ลูกรถไฟใต้ดินมากกว่า เพราะแคทมีข้อมูลเื่ซอมบี้ราคะจากสถานีตำรวจพอสมควร....
พอพูดคุย และทานอาหารกันเสร็จ แก้มจึงได้มาจัดที่พักให้สามพี่น้อง ก็เป็ที่พักง่าย ๆ สร้างจากวัสดุที่เธอรวบรวมมา
“พวกเธออยู่กันตรงนี่นะ ถ้าขาดเหลืออะไรก็ไปหาฉันตรงนู้นได้ตลอดเวลา จริง ๆ ฉันอยากคุยกับพวกเธอให้นานกว่านี้นะ นาน ๆ จะได้เจอผู้หญิงสักที แต่พ่อฉันไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ต้องขอโทษด้วย”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกพี่แก้ม แค่นี้พวกหนูก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้ว” เบลเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใส
“งั้นพี่ไปก่อนนะ ว่าง ๆ จะแอบมาเมาส์มอยด้วย” แก้มโบกมือให้ทุกคนก่อนที่เธอจะลึกขึ้น และเดินกลับไปหาบิดาตามเดิม จากนั้นสามพี่น้องก็เริ่มพูดคุยกัน
“เป็ไงบ้างเบล โมอยู่ที่นี่” แคทเอ่ยถามขึ้น
“หนูเหรอ? ก็พออยู่ได้ แต่เอาตรง ๆ รู้สึกไม่ชอบเลยพี่มันแปลก ๆ อึดอัดยังไงบอกไม่ถูก ให้อยู่ชั่วคราวได้แต่จะให้อยู่ยาว ๆ หนู....” เบลเอ่ยขึ้นพร้อมสีหน้าไม่สู้จะดีเท่าไหร่
“เหมือนกันพี่แคทหนูไม่ชอบที่นี่เลย ทั้งมืดทั้งวังเวง รู้สึกเสียวสันหลังอยู่ตลอดเวลา”
“งั้นเหรอ มันก็ดูไม่น่าอยู่จริง ๆนั่นแหละนะ ไม่รู้สองพ่อลูกนั้นอยู่กันมาได้ยังไง ไม่คิดจะออกตามหาคนอื่นเลยเหรอ”
“งั้นเอาไงต่อดีพี่”
“แบบนี้พวกก็คงต้องไปต่อ แต่ดูจากเวลาแล้วตอนนี้น่าจะใกล้ค่ำ ออกไปไม่ไหวหรอก เอางี้นะ ฝืนใจนอนพักในนี้สักคืน แล้วรุ่งเช้าค่อยแอบหนีออกไป”
“ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ เอาตามที่พี่แคทบอกก็แล้วกัน”
เมื่อสามสาวตกลงกันได้ จึงนอนคุยเล่นกันต่ออีกพักใหญ่ ๆ ก่อนจะเริ่มหลับนอนเพื่อพักผ่อนเอาแรง
บรรยากาศภายใต้สถานีรถไฟฟ้ายามค่ำนั้นเงียบสงัด และดูน่าขนลุกมาก ๆ ไร้ซึ่งเสียงของสิ่งมีชีวิตใด ๆ แม้แต่นิดเดียว ทว่า...ทุกอย่างก็คล้ายจะผ่านไปอย่างเรียบร้อยดี จนกระทั่ง
“อะ อูยยย...” โมน้องสาวคนเล็กลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดเพราะเธอปวดท้องฉี่ ห้องน้ำนั้นอยู่ไม่ไกล แต่คนขี้กลัวอย่างเธอไม่กล้าไปตามลำพังแน่ โมจึงปลุกเบลให้ตื่นขึ้น พร้อมบอกให้ไปเป็เพื่อน ซึ่งเบลแม้จะงัวเงีย แต่เธอก็ไม่สามารถไล่น้องสาวให้ไปตามลำพังได้ เบลจึงลุกขึ้น และไปกับโมด้วย น้องสาวคนสุดท้องเข้าไปทำธุระส่วนตัวเสร็จก่อนจะกลับออกมา ทว่า...ในเวลานั้นเองที่ เบลบอกว่าได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังมาจากจุดที่ แก้ม กับพ่อของเธอพัก
“พะ...พี่เบลอย่าบอกนะว่าพี่จะไป...”
“ใช่ยัยโม พี่อยากไปแอบดูว่าเป็เสียงอะไรกันแน่”
“ตะ...แต่มันจะดีเหรอถ้าโดนจับได้”
“ไม่โดนหรอกน่า แอบดูว่ามีอะไรผิดปรกติไหมแค่นั้นเอง ดูเสร็จก็กลับมานอน หรือแกกลัว? จะกลับไปหาพี่แคทก็ได้นะ”
“บะ..บ้าเหรอ โมจะปล่อยให้พี่ไปคนเดียวได้ไง มาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกันสิ”
“เออมันต้องแบบนั้นปะ ไปดูกัน” ว่าแล้วเบลก็พาโมน้องสาวคนเล็กค่อย ๆ แอบย่องไปดู สองพ่อลูกว่าทำอะไรกันอยู่ ทว่า...พอแอบมอง สองพี่น้องก็ต้องอ้าค้างพูดอะไรไม่ออก เพราะภาพที่พบก็คือ...
สองพ่อลูกในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยกำลังกอดรัดกันไปมา มือของชายหนุ่มผู้เป็พ่อป่ายเปะลูบลำคอของแก้มลูกสาวนักศึกษา ตรงขาของเธอตอนนี้มันมีบางสิ่งขนาดใหญ่โตมโหฬารดุนดันไปมาอยู่ และพอมองขึ้นมา่บน สองพี่น้องก็พบว่าบัดนี้มืออีกข้างของพ่อหญิงสาวลอดผ่านใต้แขนเรียวสวยของเธอลูบผ่านฐานใต้นม แก้มมองสบตาผู้เป็พ่อ ก่อนที่เธอแก้มจะเผยอปาก.. ครางในคอเบาๆ ..
“พ่อขาแก้มเป็สุขเหลือเกิน.. กอดแก้มไว้นานๆ นะคะพ่อขา..”
“จ๊ะลูกรัก ลูกพ่อยิ่งโตเป็สาว ลูกก็ยิ่งสวยรู้มั้ย” ััจากลมปากลูกสาวทำให้ผู้เป็พ่อรับรู้ถึงกลิ่นหอมของ สตรอว์เบอร์รีที่เคลือบมากับลิปสติก ..
“ลูกแก้มจ๋า ลูกแก้มของพ่อสวยมาก..พ่อจะทนไม่ไหวแล้วนะ..”
“พ่อจะทำอะไรแก้มเหรอคะ..พ่อขา..”
“พ่ออยากจูบปากช่างฉอเลาะของลูกแก้มไงจ๊ะ..”
“เอาสิคะ ถ้าพ่ออยาก แก้มก็ทนไม่ไหวแล้ว..” เสียงทั้งสองกระเส่าด้วยฤทธิ์ราคะต้องห้าม ก่อนที่แก้มจะแหงนหน้าขึ้นเผยอปากให้พ่อเธอก้มหน้าลงประกบจูบปากบางสวยสอดลิ้นอ่อนนุ่มพันกระหวัดกับลิ้นหอมหวานของลูกสาวสองมือตะโบมบีบเคล้นเต้านมรุนแรง มืออีกข้างละจากเต้านมเลื่อนลงตะปบโคกสวาทใหญ่ของลูกสาวบีบบี้ขยำ เสียงหายใจของทั้งสองดังฟืดฟาดหลังจากถอนปากออกจากกัน...
ยามนี้สองพี่น้องได้เห็นเข้ากับความลับต้องห้ามของสองผู้ลูกลึกลับในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินร้างเข้าให้แล้ว ทว่า...เพราะเหตุใดกัน? ที่ทำให้พวกเขาทำเื่วิปริตได้ถึงเพียงนี้ ยามนั้นเบล กับโมซึ่งไม่เคยเห็นภาพของชายหญิงสมสู่กันแบบจัง ๆ พวกเธอก็เลยมองจ้องจนลืมคิดไปว่า สิ่งที่เกิด หากไม่ใช่ความวิปลาสที่มีมาก่อนหน้า มันก็ย่อมเป็เพราะไอ้เชื้อไวรัสอุบาทว์เชื้อนั้นเป็แน่ เชื้อของซอมบี้ราคะนั้นเอง....
จบตอน....