ตอนนี้เฉินชิงขับรถไปจอดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ติดต่อกลับหากัญญาทันที
“โทษทีกัญญา ตอนนั้นฉันอยู่บ้านแม่ของฝน ไม่สะดวกคุยจริงๆ”
“ตอนนี้ฉันกับนายลาร์ฟพักอยู่ที่บ้านที่อยู่นอกชานเมือง นายลาร์ฟสามารถบันทึกข้อมูลรายชื่อทั้งหมดที่เป็เครือข่ายค้ายาเสพติดได้แล้ว แล้วเขาก็ส่งให้เธอทาง email แล้ว เธอนำไปจัดการต่อทีนะ ตอนนี้พวกฉันถูกตามล่าอยู่ ทำอะไรก็ไม่สะดวกเลย” กัญญาบ่น
“อ้อใช่ เห็นว่าพบศพพะแพงข้างทาง มีของกลางเป็ปืนของนายลาร์ฟ ดังนั้นนายลาร์ฟจึงตกเป็ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม ส่วนเธอเป็ผู้ให้ความช่วยเหลือนายลาร์ฟถือว่าเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดเพราะพาคนร้ายหลบหนีน่ะ”
“จริงๆ พะแพงถูกพลตำรวจเอกฉัตรณรงค์ฆ่าแต่ใช้ปืนนายลาร์ฟเพื่อโยนความผิดน่ะ” กัญญาพูดอย่างเจ็บใจ
“คิดอยู่แล้วเชียว แต่ว่าเธออยู่ที่นั่นไม่ได้แล้วล่ะ ตำรวจกำลังจะไปที่นั่น”
“อ้าวแล้วทำไมเพิ่งมาบอกล่ะเฉินชิง จะไปเตรียมตัวทันได้ยังไงนี่”
“ฉันส่งลูกน้องเก่าพวกเราไปแล้ว กำลังจะไปรับเธอกับนายลาร์ฟที่นั่น แผนคือจะให้พวกเธอหลบหนีไปอยู่พัทยาในฐานะสองสามีภรรยาชาวเยอรมัน พวกเขาจะแปลงโฉมพวกเธอบนรถตู้เลย ฉันเตรียมหลักฐานพาสปอร์ตไว้ให้แล้ว หลังจากนั้นเขาจะส่งเธอทั้งคู่ที่รถ Taxi คนขับรถเขามีไหวพริบดี คิดว่าตอนติดด่านตรวจน่าจะเอาตัวรอดได้ พวกเธอสองคนไม่ต้องพูดอะไรและแกล้งทำเป็ฟังไม่รู้เื่ด้วย ที่สำคัญแกล้งแสดงว่าเป็ผัวเมียกันให้เนียนด้วยล่ะ และอย่าให้เขาเห็นาแของนายลาร์ฟเด็ดขาด เพราะตำรวจจะจับทุกคนที่าเ็ด้วย”
“ทำไมแผนเธอซับซ้อนจัง” กัญญาหนักใจมากที่ต้องแกล้งเป็เมียนายลาร์ฟ
“เอ้อ ฉันก็ไม่มีเวลาคิดและเวลาเตรียมตัวเหมือนกัน ยังดีที่ฉันคาดการณ์ถูกว่าเธอไปอยู่บ้านหลังนั้น ฉันมีธุระที่ต้องไปทำต่อเสียด้วยสิ แค่นี้นะ Bye”
“เฮ้ย เดี๋ยว” ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด “จะรีบวางไปไหนเนี่ยไอ้เพื่อนบ้า” หลังจากนั้นกัญญาก็รีบไปบอกแผนกับนายลาร์ฟทันที
**********************************************
ตอนนี้นายลาร์ฟและกัญญานั่งอยู่บนรถ Taxi ทั้งสองปลอมตัวเป็ชาวเยอรมันผมทอง กัญญาต้องแต่งตัวเป็ผู้หญิงใช่ชุดเดรสกระโปรงยาว จริงๆกัญญาเป็ผู้หญิงสวยแต่ไม่ค่อยดูแลตัวเองเพราะมัวแต่คิดเื่จับคนร้ายเท่านั้น วันนี้จึงดูเป็ผู้หญิงเต็มตัว นายลาร์ฟเห็นก็ตะลึงไม่คิดว่ากัญญาจะสวยขนาดนี้ รถ Taxi ต้องขับไปต่อแถวเพื่อรอเข้าไปในด่านตรวจ ระหว่างที่จอดรอ
คนขับรถบอกว่า “พวกคุณเตรียมตัวได้แล้ว” แต่หันไปก็เห็นนายลาร์ฟมีเืซึมที่แขนก็ยิ่งใ “เฮ้ย นั่นเื ทำไงดี ตำรวจเห็นจะต้องเรียกให้ลงแน่เลย” “พวกคุณรีบแกล้งจู๋จี๋กันเร็ว ไม่มีเวลาแล้ว”
“ห๊า อะไรนะ จะบ้าหรอ” กัญญาพูดอย่างใ
นายลาร์ฟรีบตัดสินใจอุ้มกัญญาไปนั่งบนตักทันที
“นายจะบ้าหรอ จะทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
“ฉันขอร้องนะกัญญา พวกเราจำเป็ต้องหนีให้รอดจริงๆ ไม่งั้นคงต้องตาย” แล้วนายลาร์ฟก็ดึงกัญญาเข้าไปกอด เพื่อให้ตัวของกัญญาไปบังาแที่มีเืออก
เมื่อรถ Taxi มาถึงด่าน คนขับรถกดกระจกฝั่งคนขับและหลังคนขับลง ทำให้ตำรวจมองเห็นสองสามีภรรยาฝรั่งนั่งกอดกันบนรถ ในตอนนี้กัญญาอายมากทำได้แค่เอาหน้าซบไปที่ไหล่ของนายลาร์ฟ ไม่อยากให้ใครเห็นหน้าในตอนนี้
“เอ่อ คุณตำรวจครับพวกเขาเป็ชาวเยอรมัน ฟังภาษาไทยและอังกฤษไม่รู้เื่จริงๆครับ ผมต้องขอโทษด้วย ทำให้พวกคุณเห็นภาพที่ไม่น่าดู”
“ให้พวกเขาลงจากรถ”
“ไม่ได้หรอกครับคุณตำรวจ คุณผู้หญิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย ตอนนี้ก็อายมาก ไม่กล้ามองหน้าตำรวจเลยด้วยซ้ำ หากเกิดพวกเขาไม่พอใจผม แล้วไม่จ่ายค่ารถ ผมก็แย่นะสิ”
ตำรวจเห็นว่าเป็ชาวต่างชาติ แถมสื่อสารไม่ได้เพราะไม่มีใครสามารถพูดภาษาเยอรมันได้ เลยยอมปล่อยรถคันนี้ไป พอดีรถขับไปได้ซักระยะนึง กัญญารีบลงจากตักนายลาร์ฟทันที แล้วตบหน้านายลาร์ฟอย่างแรง
“ต่อไปนายห้ามทำกับฉันแบบนี้อีก ไม่งั้นฉันนี่แหละจะเป็คนฆ่านายกับมือ” กัญญาพูดด้วยความโกรธ “ผมขอโทษกัญญา ผมต้องรีบแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าจริงๆ”
แต่พอกัญญาเห็นาแมีเืออกเยอะขึ้น เลยใจอ่อน “มา เดี๋ยวฉันทำแผลให้ใหม่”
และแล้วทั้งคู่ก็สามารถหลบไปอยู่พัทยา เพื่อรอคำสั่งต่อไป
**********************************************
เนื่องจากลูกน้องหน่วยซิกร์ทั้งคู่มีความผิด หัวหน้าหน่วยซิกร์ชื่อนายจอห์นจึงถูกพักงานเพื่อรับผิดชอบแทนลูกน้อง โยนงานจับนายลาร์ฟและกัญญาไปให้หน่วยอื่นแทน
ดังนั้น เฉินยี่จึงพาเฉินชิงในร่างฝนเข้าพบจอห์นเป็การส่วนตัว
“มีอะไรไม่ทราบ คุณจะมาเยาะเย้ยผมหรอครับ คุณเฉินยี่” นายจอห์นยังคงเห็นเฉินยี่เป็คู่แข่ง
“เปล่าค่ะ ฉันเพียงจะนำหลักฐานที่ลูกน้องคุณพบมาส่งให้คุณค่ะ”
“อะไรนะ คุณรู้ที่ซ่อนของนายลาร์ฟแล้วหรอ เขาอยู่ที่ไหน”
“ดิฉันว่า คุณดูหลักฐานก่อนค่อยว่ากันค่ะ”
นายจอห์นได้เห็นแล้วว่า เครือข่ายพ่อค้ายามีตำรวจใหญ่เกี่ยวข้องด้วย นั่นคือ พลตำรวจเอกฉัตรณรงค์ นายจอห์นพึมพำ “อย่างนี้นี่เอง” และพูดว่า “แต่นายลาร์ฟฆ่าคน ยังไงก็ต้องมารับโทษครับ บอกที่อยู่ผมมา ผมไม่อยากปกป้องคนทำผิด”
“นายลาร์ฟไม่ใช่ฆาตกรค่ะ พลตำรวจเอกฉัตรณรงค์ต่างหากที่เป็คนฆ่าพะแพงแล้วโยนความผิดมาให้นายลาร์ฟค่ะ” เฉินชิงกล่าวท้วง
“ถ้าเป็อย่างนั้น ก็คงจับนายลาร์ฟมาไม่ได้ ไม่เช่นนั้นนายนั่นคงถูกฆ่าปิดปากแน่ๆ” นายจอห์นเริ่มสงสารลูกน้อง
“ดังนั้นดิฉันถึงมาปรึกษาเื่จับตัวการใหญ่กับคุณค่ะ” เฉินยี่เริ่มพูดเข้าเื่
“พวกเราทั้งสองคนต่างถูกยึดอำนาจเรียบร้อยแล้ว ไม่น่าจะทำอะไรได้” นายจอห์นพูดอย่างไร้ความหวัง
“แต่พวกเราทำแบบลับๆได้นี่คะ พวกเราสองหน่วยมาร่วมมือกันเถอะค่ะ ยังไงแล้วพวกเราก็มีเป้าหมายอย่างเดียวกันคือจับเครือข่ายค้ายาให้ได้ทั้งหมด” เฉินยี่พูดเกลี้ยกล่อม