บทที่ 4 ฉันชื่อโรเบิร์ต
ในโลกแห่งเกม พลังโจมตีของเวทมนตร์ขึ้นอยู่กับเลเวล อุปกรณ์ที่สวมใส่ และค่าความชำนาญสายอาชีพของผู้เล่นเป็หลัก
ในแง่ของโลกแห่งความเป็จริง อานุภาพของเวทมนตร์เกิดจากศรัทธา การฝึกฝน และสมาธิเป็หลัก ยิ่งผู้ใดศรัทธาในเทพเ้าแห่งแสงก็จะยิ่งฝึกฝนเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ได้เร็วเท่านั้น และยิ่งทรงพลังมากขึ้นตามไปด้วย!
ร็อบบ์เพิ่งจัดการัหยกมณีด้วยเวทมนตร์ะเิดาวศักดิ์สิทธิ์เพียงครั้งเดียว ซึ่งพอที่จะแสดงให้เห็นว่ามันทรงพลังมาก แน่นอนว่าชายหนุ่มต้องเป็นักบวชที่เปี่ยมด้วยศรัทธา
นักผจญภัยทั้งสามอดไม่ได้ที่จะยืนทึ่ง โดยเฉพาะนักเวทหญิงผมแดง เธอได้แต่รำพัน “พระเ้า! ความศรัทธาต่อเทพเ้าแห่งแสงของคุณทำฉันอึ้งไปเลย ฉันไม่เคยเห็นนักบวชคนไหนเจ๋งเท่านี้มาก่อน เวทมนตร์ะเิดาวศักดิ์สิทธิ์นั่นทรงพลังกว่าวิหคเพลิงของฉันอีก… ฉะ… ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองเหมาะจะเป็นักเวทหรือเปล่า...”
นั่นเป็เื่ที่น่าอายจริง ๆ ร็อบบ์เองก็คิดในใจว่า ‘ในเกมของเรา นักเวทที่ทำผลงานได้เท่านักบวชจะถูกเตะออกจากทีม แต่เอาเถอะ! ไม่เป็ไร นักเวทเลเวลต่ำกับพระสันตะปาปาไม่อาจเทียบชั้นกันได้อยู่แล้ว
เขาชี้ไปยังศพของัหยกมณี “พวกคุณจะทำยังไงกับเ้านั่น?”
หลังจากที่จัดการัหยกมณีเมื่อครู่นี้ เขาเกือบจะวิ่งไป ‘ตรวจสอบศพ’ ตามความเคยชิน ทันใดนั้นก็นึกได้ว่านี่คือโลกแห่งความเป็จริง ไม่ใช่ในเกม! มีเพียงในเกมเท่านั้นที่ตรวจสอบศพเพื่อเก็บสิ่งของได้ ซึ่งต่างจากโลกแห่งความจริงที่จะไม่ได้รับอะไรจากการตรวจสอบศพ
สิ่งที่โง่บรมอย่างการเก็บเหรียญเงินจากศพมอนสเตอร์เกิดขึ้นแค่ในเกมเท่านั้น มอนสเตอร์ในโลกแห่งความเป็จริงไม่มีนิสัยพกเงินสดติดตัว…
นอกจากนี้ ยังเป็ไปไม่ได้ที่จะหาบางสิ่งเช่น ‘เนื้อหมู’ ‘หนังกระต่าย’ จากมอนสเตอร์ หาก้าสิ่งเหล่านี้ ขอเพียงคุณใช้มีดปังตอค่อย ๆ แล่ หั่น สับไปอย่างเชื่องช้าเหมือนผาวติงแล่เนื้อวัว*[1] เฮ้อ… ยุ่งยากน่ารำคาญยิ่งนัก!
อย่างไรก็ตาม หนังัดูเหมือนจะแล่ออกมาได้ด้วยทักษะการแล่หนัง… ค่าความชำนาญก็จะเพิ่มขึ้น 2 หน่วย อา… ไม่สิ ฉันทำจนตันไปแล้วนี่นา!
คิดได้เช่นนั้น ร็อบบ์ก็ล้มเลิกความคิดที่จะจัดการกับศพัหยกมณี ส่วนที่เหลือปล่อยให้เป็หน้าที่ของคนทั้งสาม
เขาชี้ไปยังศพของัหยกมณีแล้วกล่าวเช่นนั้น นักผจญภัยทั้งสามเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระต้องทำ พวกเขามัวแต่ตะลึงพรึงเพริดกับเวทมนตร์ะเิดาวศักดิ์สิทธิ์เมื่อครู่ จนหลงลืมจุดประสงค์การเดินทางในครั้งนี้ไปเสียสนิท เอาแต่จ้องมองศพัหยกมณีตาเป็ประกาย อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นดีใจ “ฮ่าฮ่า ในที่สุดก็จัดการได้แล้ว! เอากลับไปให้นายกเทศมนตรีเพื่อแลกเงินรางวัลกันเถอะ”
กอร์ดาเอ่ยสั่ง “จีค นายไปแล่หนังัหยกมณี เอากลับไปขายคงได้เงินเยอะแน่” พูดจบก็หันไปยิ้มให้ร็อบบ์ “แน่นอนว่าเงินรางวัลกับเงินจากการขายหนังั เราจะแบ่งให้คุณนักบวชด้วย”
ร็อบบ์คิดกับตนเอง ‘หมอนี่ก็เป็คนดีเหมือนกันนะ ไม่แปลกใจเลยที่เป็หัวหน้าทีม’
กอร์ดาถามขึ้น “ไม่ทราบว่าคุณนักบวชชื่ออะไร?”
ร็อบบ์คิดในใจ ‘รูปร่างหน้าตาฉันตอนนี้เป็ตัวละครในเกม แค่บอกชื่อในเกมก็พอ การอาศัยอยู่ในโลกนี้ ชื่อตะวันออกคงใช้ไม่ได้ งั้นใช้ชื่อไอดีในเกมน่าจะดีกว่า’ คิดได้ดังนั้นเขาก็ตอบว่า “ฉันชื่อวิชโม นาโมเรซ สุดหล่อลับคับฟ้าหาที่เปรียบไม่ได้”
“โอ้ ชื่อยาวอะไรอย่างนี้” กอร์ดาหัวเราะ “ถ้าอย่างนั้นเราจะเรียกคุณว่าวิชโมแล้วกัน”
ร็อบบ์ยักไหล่ “เอ่อ… ช่างเถอะ ชื่อนี้เขียนในเกมแล้วดูเท่ดี ไม่รู้ทำไมพอฟังคุณเรียกแล้วรู้สึกแปลก ๆ พวกคุณเรียกฉันว่าโรเบิร์ตก็ได้”
ในขณะนี้ จีคชักมีดแล่หนังออกมาแล้วนั่งลงข้างศพัหยกมณี เขาลงมือแล่หนังพร้อมเอ่ยถาม “คุณนักบวช… อ้อ! โรเบิร์ต เมื่อครู่นี้เหมือนคุณจะมาถามทางเรานี่?”
“อื้ม ใช่” ร็อบบ์ตอบ “ฉันอยากถามทางไปเมืองที่ใกล้ที่สุดหน่อย”
“คุณไม่ได้อยู่แถวนี้เหรอ? ดูเหมือนว่าไม่ค่อยคุ้นชินเส้นทางเลย”
“เปล่า” ร็อบบ์โกหกอย่างไม่มีทางเลือก “ฉันมาจากแดนตะวันออกอันแสนไกล เดินทางมายาวนาน เบื่อแล้วกับชีวิตระหกระเหินเร่ร่อน ตอนนี้แค่อยากหาเมืองพักอาศัยเพื่อตั้งหลักปักฐานน่ะ”
“โอ้ แบบนั้นก็น่าเสียดาย” กอร์ดาเอ่ย “ทีมของเราขาดนักบวชพอดีจึงอยากชวนมาเข้าร่วมด้วย แต่เห็นว่าคุณดูเก่งมาก ไม่น่าจะเข้ากับทีมเล็ก ๆ ของเราได้ แล้วคุณก็ยังเบื่อกับการท่องโลก น่าเสียดายจริง ๆ”
นักเวทหญิงผมแดงออกปากแทรกขึ้น “โรเบิร์ต ถ้าคุณอยากไปเมืองที่ใกล้ที่สุดก็ควรไปกับเราก่อนชั่วคราว เรากำลังจะไปเมืองเวสต์วินด์เพื่อรายงานเื่ัหยกมณีตัวนี้แล้วรับรางวัลงาม ๆ และเอาหนังัไปขาย นี่ยังมีส่วนแบ่งของคุณด้วย คุณไปกับเราก่อนดีกว่า”
“ก็ดี งั้นก็ไปด้วยกันเลย” ร็อบบ์ที่ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว เขาก็แค่้าใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย สำหรับค่าตอบแทนในเื่เงิน ๆ ทอง ๆ ไม่ว่าในเกมหรือโลกแห่งความเป็จริงล้วนมีประโยชน์ แต่ถึงอย่างนั้น… ตอนนี้เขาไม่มีสักแดงเดียว!
จีคแล่หนังัหยกมณีเสร็จ จากนั้นม้วนเก็บแล้วนำขึ้นบ่าของนักรบร่างกำยำ หนังัหยกมณีนั้นหนาและหนัก อีกทั้งยังใหญ่ราวกับผ้าห่มผืนหนา แต่กอร์ดาแบกมันไว้โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม เขายิ้มร่าอย่างภาคภูมิ “โรเบิร์ต จีค เชอริล! ไปกันเถอะ! เดินลงูเานี้ไปก็ถึงแล้ว”
ร็อบบ์ออกเดินตามทั้งสามไป ทุกย่างก้าวนั้นเชื่องช้า
เชอริลดูเหมือนจะสนใจในตัวเขา หลังจากเดินได้ก้าวสองก้าว เธอก็มาอยู่ข้าง ๆ ชายหนุ่ม “โรเบิร์ต ขอบคุณนะที่ช่วย ถ้าไม่มีคุณ พวกเราคงเจอกับเื่เลวร้าย โดยเฉพาะฉันที่อาจจะตายตกไปแล้ว… คุณช่วยชีวิตฉันไว้!”
ร็อบบ์ยักไหล่ “ทำไมพวกคุณไม่พานักบวชมาด้วย มาสู้กับรองบอสด้วยแค่แทงก์กับดาเมจ*[2] เนี่ยนะ?”
พูดจบ เขาก็เห็นเพียงใบหน้าของเชอริลที่เผยความสับสนราวกับจะสื่อว่า ‘ทุกคำที่คุณพูดออกมา ฉันไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร’
ร็อบบ์จำเป็ต้องเปลี่ยนคำพูดคำจาใหม่ “พวกคุณออกมาจัดการมอนสเตอร์โดยที่ไม่พานักบวชมาด้วยเหรอ?”
เชอริลยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน ในขณะที่กอร์ดาหันกลับมาตอบกลับด้วยความอับอาย “พวกเราประเมินกำลังของัหยกมณีตัวนี้ผิดไป… ฮึ่ม… คิดว่ามันเป็แค่ัหยกมณีกระจอก ๆ ใช้แค่พวกเราคงจะพอ แต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็ัระดับสูง ผลคือต้องสู้จนตัวตาย เกือบจะถูกฆ่ากันหมด ถ้ามันน่าตลกก็ขอโทษด้วย”
“โอ้!” ร็อบบ์พึมพำในใจ ‘ัตัวนี้เป็มอนสเตอร์ระดับสูงอย่างนั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ในโลกนี้จะอ่อนแอกว่าใน [ดาร์กเบลด] ที่เคยเล่นนิดหน่อย มอนสเตอร์ระดับสูงในนั้น ฉันไม่เคยจัดการได้ด้วยเวทมนตร์ะเิดาวศักดิ์สิทธิ์สักครั้ง อย่างน้อยต้องเปลี่ยนเป็สายอาชีพโจมตีที่เวลตันเท่านั้นถึงจะทำได้
[1] 庖丁解牛 ผาวติงแล่เนื้อวัว เปรียบเทียบได้กับการลงมือทำจริงซ้ำ ๆ หลายครั้งจนมีความชำนาญและทักษะ ทำได้คล่องแคล่วและราบรื่น
[2] ดาเมจ (Damage) สแลงจากคำว่า Damage Dealer หมายถึงสายอาชีพโจมตี สร้างความเสียหายให้กับศัตรู