ตอนที่ 8 ไม่เห็นหัว
หลินฟานพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ขณะมองไปที่ประตูไม้ด้านหน้าที่โดนหลี่ิเตะจนกระเด็นออกไปหลายเมตร จากนั้นหลินฟานก็หันไปหาหลี่ิที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วก็พูดชมว่า
“ ทำได้ดีมาก “
“ ครับ… “
หลี่ิตอบรับด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน
หากเลือกได้หลี่ิก็ไม่อยากทำอะไรแบบนี้เพราะการพังประตูครั้งนี้มันอาจจะสร้างปัญหาใหญ่ได้เลย หากประตูที่กระเด็นออกไปไปทำให้คนสำคัญในตระกูลข้ารับใช้าเ็เข้า แต่เมื่อมันเป็คำสั่งของหลินฟาน หลี่ิจึงไม่มีทางเลือก
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ หลินฟานได้เดินมาถึงที่หน้าประตูด้วยใบหน้าจริงจังเพราะอยากกำจัดพวกเนื้อเน่าที่เป็ภัยร้ายต่อตัวเอง แต่เมื่อเขามาถึงที่หน้าประตู เขาก็ได้ยินเสียงผู้คนด้านในคุยกันอย่างสนุกสนามราวกับว่ากำลังมางานเลี้ยงสังสรรค์
มีทั้งคุยเื่ธุรกิจ มีทั้งคุยเื่โอ้อวดตัวเอง และบางคนก็กำลังจีบกัน
หลินฟานเรียกมาประชุมครั้งนี้เขาไม่ได้เรียกพวกตระกูลข้ารับใช้มาคุยเื่ไร้สาระพวกนี้ เขาไม่ได้เรียกมาเพื่อให้คุยธุรกิจ เขาไม่ได้เรียกมาเพื่อให้โอ้อวดตัวเอง แต่หลินฟานเรียกประชุมครั้งนี้ก็เพื่อคุยเื่อนาคตของตระกูลหลิน คุยเื่อนาคตของมวลมนุษย์
หลินฟานเลยจำเป็้าทำให้บรรยากาศเป็แบบที่มันควรจะเป็ั้แ่แรก เพราะแบบนั้นหลินฟานเลยเลือกการดึงความสนใจโดยการทำลายประตูอย่างที่เห็น
และสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็เครื่องยืนยันอย่างดีว่าหลินฟานเลือกถูก หลังจากประตูโดนเปิดออกด้วยวิธีรุนแรงนิดหน่อย ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงต่างก็เงียบลงแล้วจ้องมาไปทางหลินฟานเป็ตาเดียวกัน
บรรยากาศผ่อนคลายเมื่อครู่หายไปจนหมด บรรยากาศตอนนี้เริ่มตกสู่ความตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ ภายในห้องโถงตกสู่ความเงียบสงัดและด้วยความเงียบสงัดที่เกิดขึ้นมันจึงไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา
หลินฟานเริ่มออกเดิน เขาเดินเข้าห้องโถงโดยไม่พูดอะไรและไม่สนใจสายตาหลายร้อยคู่ที่กำลังจ้องมองตัวเองอยู่
หลินฟานเดินผ่านฝูงชนด้วยใบหน้าเ็า ตอนนี้หลายคนที่ไหวพริบดีเริ่มรู้สึกบ้างแล้วว่าตอนนี้หลินฟานมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเฉพาะพวกทหารที่เคยผ่านสนามรบมาก่อน ทหารเ่าั้ต่างก็รู้สึกถึงอันตรายที่แพร่ออกมาจากร่างกายของหลินฟาน
เมื่อหลินฟานเดินถึงจุดที่พวกผู้นำตระกูลนั่งอยู่ พวกผู้นำตระกูลทั้ง 4 ต่างก็ลุกขึ้นพร้อมกันเพื่อแสดงความเคารพต่อเขา แต่ถึงจะเป็แบบนั้นหลินฟานก็ยังไม่ได้ให้ความสนใจต่อผู้นำตระกูลทั้ง 4 เขายังคงเดินตรงต่อไปเรื่อยๆ
ไม่กี่วินาทีต่อมาหลินฟานก็ยืนอยู่ด้านหน้าของห้องโถง จากนั้นเขาก็หันไปทางหลี่ิที่กำลังเดินตามมาจากทางด้านหลัง
หลินฟานออกคำสั่งว่า
“ ไปเอาเก้าอี้มา “
“ ครับ “
หลี่ิทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่นานเก้าอี้หรูขนาดใหญ่ตัวหนึ่งก็โดนยกมาที่หน้าห้องโถง
หลินฟานนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่าไขว่ห้าง จากนั้นหลินฟานก็เอาแขนขวาวางลงตรงที่พักแขนของเก้าอี้แล้วเอามือมาัักับส่วนหัวของตัวเอง พร้อมกันนั้นเขาก็หลับตาทั้งสองข้างลงไป
สิ่งนี้ทำให้ภายในห้องโถงสงสัยมากขึ้นไปอีก แต่ถึงจะสงสัยพวกเขาก็ยังไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา แม้กระทั่งผู้นำตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 4 พวกเขาก็ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยสักคน และพวกเขาก็ยังไม่มีใครนั่งลงด้วย
ตามกฎของตระกูลหลิน เมื่ออยู่ภายในห้องประชุมหากผู้นำตระกูลหลินไม่สั่งให้ใครนั่ง ก็จะไม่มีใครได้นั่ง หากผู้นำตระกูลหลินไม่สั่งให้ใครพูด ก็จะไม่มีใครได้พูด ทุกคนล้วนเข้าใจกฎข้อนี้ดี
1 นาที!
3 นาที!
5 นาที!
ความเงียบสงัดยังคงปกคลุมไปทั่วห้องโถงถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมา 5 นาที แล้วก็ตาม ตอนนี้มีหลายคนเริ่มพยักหน้าให้กันไปมาเพื่อสงสัญญาณให้คนอื่นๆ เริ่มเคลื่อนไหวกันบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครที่กล้าเป็หน่วยการตายทำลายความเงียบ
ทุกสายตาต่างก็มองไปทางผู้นำตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 4 ทุกคนต่างก็หวังให้พวกผู้นำตระกูลเริ่มเคลื่อนไหว แต่ทุกคนก็ต้องผิดหวังเพราะพวกผู้นำตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 4 พวกเขาต่างก็ยืนนิ่งสงบ พวกเขาสงบมากกว่าหลินฟานที่นั่งอยู่ซะอีก
เมื่อรู้ว่าเวลาผ่านไปได้สักพัก หลินฟานก็ขยับเปลือกตาทั้งสองของเขาขึ้น จากนั้นเขาก็กวาดสายตามองผู้คนที่อยู่ในห้องโถง ทันใดนั้น หลินฟานก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อได้เห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น
หลินฟานพูดขึ้นว่า
“ ผู้นำตระกูลโอหยาง “
“ ครับ! “
โอหยางห่าวตอบรับคำเรียก
หลินฟานพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจต่อทันทีว่า
“ ช่วยบอกผมได้ไหมว่าั้แ่เมื่อไหร่กันที่พื้นที่ตระกูลหลินเป็พื้นที่ที่ใครก็สามารถเข้ามาได้ ไม่ใช่ว่าพวกที่เข้ามาได้ต้องเป็คนของตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 หรือไม่คนคนนั้นก็ต้องได้รับอนุญาตจากผมก่อนงั้นเหรอ… “
“ คุณหลินเข้าใจถูกต้องแล้วครับ พวกที่เข้า- “
“ แล้วสถานการณ์ตอนนี้มันอะไร! ทำไมถึงได้มีคนอื่นที่ไม่ใช่คนของตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 มาปรากฏตัวต่อหน้าของผมแบบนี้!! “
ก่อนที่โอหยางห่าวจะได้ตอบคำถาม หลินฟานก็เค้นเสียงตะคอกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจออกมาก่อน
โอหยางห่าวเริ่มหันหน้ามองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่ามีคนที่ไม่ใช่พวกคนตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 อยู่จริงๆ เขาก็เริ่มแสดงใบหน้าไม่พอใจออกมาเช่นกัน
เมื่อครู่โอหยางห่าวไม่สนใจรอบตัวเท่าไหร่นักเพราะต้องคิดเื่ตระกูลทรยศ หากเขารู้ก่อนหน้านี้เขาก็คงสั่งให้ไล่พวกที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปนานแล้ว
ส่วนพวกที่ไม่ใช่สมาชิกของตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 แต่เสนอหน้ามางานประชุมแห่งนี้ คนพวกนี้ก็ไม่ใช่กลุ่มคนธรรมดาทั่วไป พวกเขาเหล่านี้บ้างก็เป็นักธุรกิจ บ้างก็เป็ดารา บ้างก็เป็คนมีหน้ามีตาทางสังคม
ส่วนเหตุผลที่คนเหล่านี้เข้ามาได้ก็เป็เพราะติดสร้อยหอยตามพวกคนจากตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 เข้ามา เพราะแบบนั้นพวกบอดี้การ์ดเลยปล่อยพวกเขาเข้ามาในห้องโถงประชุม
ส่วนเหตุผลที่คนพวกนี้เข้ามานะเหรอ เื่นั้นมันก็แน่นอนอยู่แล้ว ตระกูลหลินเรียกประชุมทั้งทีก็แปลว่าต้องมีคนสำคัญในฝ่ายงานต่างๆ มากมายเข้าร่วมงานประชุม แถมยังมีคนจากตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 จำนวนมากมาร่วมงานอีก งานแบบนี้มันเป็งานที่เหมาะสมกับการสร้างเส้นสายอย่างมาก พวกคนที่ทำธุรกิจ พวกดารา คนพวกนี้ต่างก็อยากเข้ารวมจนตัวสั่น
ขณะเดียวกัน พวกสมาชิกของตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 ที่พาคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในงาน พวกเขาต่างก็รู้สึกเย็นวาบที่สันหลังของพวกเขา พวกเขาคิดว่าการประชุมครั้งนี้คงไม่มีอะไรสำคัญหรือเป็เพียงการประชุมเพื่อคุยเื่อะไรเล็กๆ น้อยๆ พวกเขาเลยตกลงพาพวกที่ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 เข้ารวมงานประชุมด้วย
พวกเขาไม่คิดเลยว่าเื่จะเป็แบบนี้ พวกเขาไม่คิดเลยว่าหลินฟานผู้ที่เป็เหมือนกับขยะไม่สนใจทำงานหรือบริหารงานในตระกูล อยู่ๆ จะกลายเป็คนจริงจังและกลายเป็คนน่ากลัวแบบนี้ไปได้
“ ไสหัวออกไปให้หมด!!! “
โอหยางห่าวะโสุดเสียงไปยังผู้คนภายในงาน
พวกผู้คนที่ไม่ใช่สมาชิกของตระกูลข้ารับใช้ต่างก็ทำตามอย่างรวดเร็ว พวกเขาต่างเดินตรงไปทางยังประตูทางออก พวกเขาได้ยินมาว่าผู้นำตระกูลหลินคนปัจจุบันเป็คนไม่ได้เื่ เป็คนไม่ทันคน เป็คนที่ไม่มีออร่าของการเป็ผู้นำ
แต่เมื่อมาเจอกับตาของตัวเอง พวกเขาก็รู้ได้ทันทีว่าตัวเองได้ยินมาผิดแค่พังประตูเข้างานและบรรยากาศที่เขากำลังปล่อยออกมา ต่อให้เป็คนที่โง่ที่สุดในห้องโถงแห่งนี้ คนคนนั้นก็สามารถเข้าใจได้ว่าหลินฟานเป็คนที่น่ากลัวขนาดไหน
อีกอย่าง ถึงพวกเขาจะเป็นักธุรกิจ ถึงพวกเขาจะเป็ดาราดัง แต่หากพวกเขาอยู่ในหลินหนานและโดนตระกูลหลินฆ่าตาย ต่อให้เป็คนที่รวยหรือดังขนาดไหนข่าวเื่การตายของพวกเขาก็จะเงียบหายไปง่ายๆ รู้แบบนี้แล้วใครมันจะไปอยากอยู่อีก
เมื่อโดนไล่ออกจากห้องโดยโอหยางห่าว พวกเขาจึงไม่รอช้า ทว่า ก่อนที่พวกตัวเสือกจะออกจากห้องไป เสียงไม่พอใจของหลินฟานก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ หยุด!
“ พวกคุณคิดว่าตระกูลหลินของผมเป็สวนสาธารณะหรือไงที่อยากจะเข้าก็เข้า อยากจะออกก็ออก นี่พวกคุณ… ไม่สิ! พวกแกไม่เห็นหัวของตระกูลหลินอยู่ในสายตาของพวกแกเลยหรือไง
“ วันนี้จะไม่มีใครได้ออกไปไหนทั้งนั้น หากไม่ได้รับการอนุญาตจากฉันคนนี้ “
หลินฟานเว้น่สักพัก จากนั้นเขาก็หันไปทางหลี่ิที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วก็ออกคำสั่งว่า
“ ใครที่มันไม่มีสายเืของตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 ไปเอาตัวพวกมันมาคุกเข่าต่อหน้าของฉันให้หมด ไม่ต้องสนใจชื่อเสียงหรือสถานะของพวกมัน ไม่ว่าจะเป็ใครก็เอาตัวพวกมาคุกเข่าให้หมด “
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินฟาน ผู้คนที่อยู่ในห้องโถงก็เริ่มะเิเสียงของตัวเอง
“ มันจะมากเกินไปแล้ว คุณไม่ให้เกียรติพวกเราเลยหรือไง!! “
“ ใช่! คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหนฉันคือดาราดังของประเทศ หากตระกูลหลินกล้าแตะตัวของฉัน ฉันจะประกาศออกไปให้คนทั้งประเทศรู้ว่าตระกูลหลินเป็พวกป่าเถื่อน “
“ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ร่วมมือทางธุรกิจกับตระกูลหลินและคนของตระกูลหลินอีก ใครเป็คนของตระกูลหลินก็รู้เื่นี้เอาไว้ด้วย “
“ ใช้แล้ว ooกรุ๊ป ก็จะยกเลิกการร่วมมือเหมือนกัน “
“ xxกรุ๊ป ก็จะยกเลิกด้วย “
“ zzกรุ๊ป ก็จะยกเลิกด้วยเหมือนกัน “
ทั้งชายและหญิงเริ่มะเิเสียงไม่พอใจออกมา จากบรรยากาศเงียบสงัดเมื่อครู่ ตอนนี้กลายเป็บรรยากาศที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงโมโหอัดแน่นเต็มห้องโถง
และในตอนนี้เองพวกสมาชิกตระกูลข้ารับใช้ที่ทรยศต่างก็พากันแสดงใบหน้ายิ้มออกมาด้วยความสะใจ ความจริงแล้ว พวกสมาชิกตระกูลข้ารับใช้ที่ทรยศมางานวันนี้ก็เพื่อจุดประสงค์เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือการมาป่วนงานประชุมครั้งนี้ให้เกิดปัญหา
แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขาคงไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว เพราะตอนนี้หลินฟานได้ขุดหลุมฝังตัวเองไปแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงที่กำลังโมโหะโมาทางตัวเอง บ้างก็ข่มขู่เื่จะทำลายชื่อเสียง บ้างก็ข่มขู่เื่ธุรกิจ หลินฟานก็แสยะยิ้มมุมปากมองไปทางคนเ่าั้ จากนั้นเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า
“ คุกเข่า… หรือตาย “