คำถามของหลินเยี่ยนฟางทำให้คนตรงหน้าเงียบงันไปเขาจ้องมองเธออีกครั้งแล้วส่งเสียงถามเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
“หลินเยี่ยนฟางนี่เธอจำฉันไม่ได้หรือ ฉันคือสามีที่พึ่งจะแต่งงานกับเธอไงเซี่ยหยางชุน”คำพูดของเขาทำให้หลินเยี่ยนฟางขมวดคิ้วเซี่ยหยางชุนคือชื่อที่เธอรู้สึกคุ้นหูมากยังไม่นับเื่ที่เขาพูดถึงโจวจินิซึ่งเป็ชื่อเดียวกันกับพระเอกในนิยายเื่ล่าสุดที่ซูอิ๋งชอบเอามาอ่านให้เธอฟังด้วยอีกทั้งเมื่อฟังจากคำพูดของเซี่ยหยางชุนเธอก็ยิ่งรู้สึกว่าคำพูดของเขาคล้ายคลึงกับคำพูดของสามีของตัวร้ายในนิยายเป็อย่างยิ่งแล้วสุดท้ายหลินเยี่ยนฟางจึงได้ถามออกมาเสียงเบา
“ที่นี่คือหมู่บ้านหลีอำเภอต้าชิงใช่ไหม ถ้าจำไม่ผิดนี่คงจะเป็ปี 1978 กระมัง”คำถามของหลินเยี่ยนฟางทำให้คนตรงหน้าชะงักไปอีกครั้งแล้วจึงได้หยักหน้าให้เธอ
“ใช่ที่นี่คือหมู่บ้านหลี เยี่ยนฟางเธอเป็อะไรไป ความทรงจำเธอสับสนเช่นนั้นหรือ”คำตอบของคนตรงหน้าทำให้หลินเยี่ยนฟางเม้มปากแน่นแล้วพยักหน้า
“ฉันรู้สึกไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่”เมื่อหลินเยี่ยนฟางพูดเช่นนี้เขาก็ทอดถอนใจออกมาแล้วรีบสวมเสื้อให้ตนเองในทันทีแล้วก็คว้าเสื้อผ้าในตู้ติดกันเดินตรงมาหาเธอ
“เปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ...เธอเปลี่ยนเองได้ใช่ไหมถ้าไม่ได้ฉันจะไปตามแม่ของเธอมาให้”เมื่อเขาพูดเช่นนี้หลินเยี่ยนฟางก็เงยหน้าขึ้นไปมองเขาอีกครั้ง
“รีบเปลี่ยนเสียฉันจะได้พาเธอไปหาหมอ”คำพูดของเขาทำให้หลินเยี่ยนฟางเม้มปากแน่นเธอยื่นมือไปรับเสื้อผ้าจากเขาตอนที่เสื้อผ้าเธอก็ทอดถอนใจออกมาในทันที
‘ตอนนอนรักษาตัวฉันคงจะฟังซูอิ๋งอ่านนิยายมากจนเกินไปก็เลยอินจัดจนเก็บเอามาฝันเช่นนี้’ เธอคิดพลางพยายามหยิกตนเองเพื่อปลุกให้ตนเองตื่นแต่น่าเสียดายที่ต่อให้เจ็บอย่างไรเธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น
‘ไม่น่าจะฝันฉันตายไปแล้วอีกทั้งความรู้สึกที่หนาวเหน็บจนถึงกระดูกเช่นนี้ไม่น่าจะใช่ความฝันแน่นี่ฉันเข้ามาอยู่ในนิยายที่ซูอิ๋งพึ่งจะอ่านให้ฉันฟังอย่างนั้นหรือ’ หลินเยี่ยนฟางคิดพลางพยายามคลี่เสื้อผ้าออกมาดูเป็เสื้อผ้าแบบวินเทจที่ออกจะล้าหลังอยู่บ้างแต่จะให้ทำอย่างไรได้เล่าตอนนี้เธอยังสับสนอยู่ไม่อาจจะเื่มากได้
“คุณออกไปก่อนฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้า”เมื่อหลินเยี่ยนฟางพูดเช่นนี้คนตรงหน้าจึงได้ยอมออกไปแต่โดยดี
ตอนนี้เนื้อตัวของเธอเปียกปอนไปทั้งตัวแถมน้ำก็ยังมีกลิ่นแปลกๆหลินเยี่ยนฟางจึงค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นแล้วเปิดประตูออกไปหาเขาเพราะเธอมั่นใจว่าในห้องนอนขนาดเล็กแห่งนี้ไม่มีห้องน้ำในตัวอย่างแน่นอน
“ฉันอยากจะล้างตัวสักหน่อย”เมื่อหลินเยี่ยนฟางพูดเช่นนี้เขาก็ชี้ประตูห้องน้ำให้เธอในทันที
“...” สภาพห้องน้ำที่เธอเข้าไปทำให้เธออดนิ่วหน้าไม่ได้แม้ว่าจะสะอาดแต่ก็เป็ห้องน้ำแบบเก่ามีการแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนระหว่างพื้นที่ขับถ่ายและพื้นที่สำหรับอาบน้ำเธอรีบชำระล้างร่างกายของตนเองอย่างรวดเร็วอากาศอันเหน็บหนาวทำให้เธอไม่กล้าชักช้าเดิมทีเนื้อตัวของเธอก็เปียกโชกมาก่อนแล้วพอถูกน้ำเย็นๆ เข้าอีกก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนจะรับไม่ไหวอยู่บ้าง
“ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นหรือไงนะ”เธอบ่นพึมพำออกมาเบาๆ พลางหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างทุลักทุเล
หลังจากแต่งตัวเสร็จแล้วเธอก็จ้องมองกระจกอีกครั้งภาพที่กระจกสะท้อนออกมาไม่ใช่ใบหน้าของเธอแต่เป็ใบหน้าของเด็กสาวที่น่าจะมีอายุไม่เกินสิบแปดปี รูปร่างบอบบางอ้อนแอ้นใบหน้าเรียวยาวรูปไข่ถือว่าเป็เด็กสาวที่หน้าตาดีมากคนหนึ่งแม้ว่าจะไม่ได้แต่งเติมเครื่องสำอางใดๆ ลงไปก็ยังดูดี เธอค่อยๆแกะเปียสองข้างที่เหนียวเหนอะออก แล้วใช้น้ำในอ่างค่อยๆสระชำระล้างผมที่ทั้งเหนียวและเปียกโชกของเธอพอสระผมเสร็จแล้วเธอจึงพยายามซับน้ำออกจากผมให้มากที่สุด
“เธอเป็อะไรหรือเปล่า”เสียงเรียกของเซี่ยหยางชุนทำให้หลินเยี่ยนฟางรีบขานรับในทันที
“ไม่ได้เป็อะไร” เธอพูดพลางเปิดประตูออกทั้งที่ผมยังเปียกอยู่ทำให้เซี่ยหยางชุนที่กำลังจะผลักประตูเข้ามาเสียหลักเข้ามาหาเธอแต่พอใกล้จะชนเธอเขาก็พลันทรงตัวได้พอดี
แม้ว่าจะยังไม่ทันได้ปะทะกับร่างของเธอแต่ร่างกายที่แทบจะแนบชิดกันของเธอกับเขาก็ทำให้เขาแสดงกิริยาที่ทำให้หลินเยี่ยนฟางหัวเราะอยู่ในใจในทันทีแม้ว่าเขาจะรีบผละออกราวกับว่ารังเกียจที่จะััร่างกายของเธอ แต่ใบหูที่แดงก่ำของเขากลับทำให้หลินเยี่ยนฟางรับรู้ได้ในทันทีว่าเขากำลังเขินอายเธออยู่
“ฉันไม่เป็ไร ก็แค่สระผมเพียงเท่านั้น” คำพูดของเธอทำให้เขานิ่วหน้าเดิมทีเขาตั้งใจว่าจะต้มน้ำร้อนให้เธอแต่เพราะก่อนหน้านี้เขาเห็นว่าเธอไม่ค่อยจะชอบทำความสะอาดร่างกายสักเท่าไหร่นักก็เลยไม่คิดจะเสียเวลาต้มน้ำให้อีก
“คราวหน้าบอกฉันก่อน ฉันจะได้ต้มน้ำร้อนให้”เมื่อเขาพูดเช่นนี้หลินเยี่ยนฟางก็ยิ้มออกมา
“ขอบคุณมาก แต่ฉันอยากไปหาหมอมากกว่าจะได้ตรวจสอบว่าร่างกายของฉันยังสบายดีอยู่ไหม”สาเหตุที่หลินเยี่ยนฟางพูดเช่นนี้ก็เพราะตอนนี้สิ่งที่เธอรู้สึกหวาดกลัวมากที่สุดก็คือการเจ็บไข้ได้ป่วยคนที่เคยตายด้วยโรคที่รักษาไม่หายเช่นเธอไม่กล้าไว้วางใจกับอาการเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อยแน่แม้ว่าเธอจะเห็นว่าร่างกายนี้แข็งแรงดีแต่เธอก็ไม่กล้าวางใจ
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบเช็ดผมให้แห้งก่อน แล้วใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นสักหน่อยเถิด”เมื่อเขาพูดเช่นนี้เธอก็พยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนที่เธอพึ่งจะออกมาเมื่อครู่นี้แล้วเปิดตู้เสื้อผ้าที่เซี่ยหยางชุนพึ่งจะหยิบเสื้อผ้ามาส่งให้เธอ
‘มีเสื้อผ้าเยอะใช้ได้เลย’หลินเยี่ยนฟางพึมพำออกมา เธอจำหญิงวัยกลางคนที่ชายชราบอกว่าเป็แม่ของเธอได้เสื้อผ้าที่ทั้งเก่าและมีรอยปะชุนของคุณแม่หลินทำให้เธอรู้สึกสะท้อนใจ
ในนิยายที่ซู่อิ๋งเคยอ่านให้เธอฟังคุณแม่หลินรักหลินเยี่ยนฟางที่เป็ตัวร้ายในนิยายเป็อย่างมากยิ่งตอนหลังพอรู้ว่าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเธอก็ยิ่งรู้สึกผิด หลินเยี่ยนฟางขอให้เธอทำอะไรเธอก็ยินดีทำให้แม้จะรู้ว่าการกระทำนั้นอาจจะทำร้ายเสิ่นชิงหลีที่เป็ลูกแท้ๆของเธอ เธอก็ยังยินดีเพราะคิดว่าหลายปีที่เสิ่นชิงหลีได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในบ้านเสิ่นล้วนเป็การแย่งไปจากชิงหลินเยี่ยนฟางดังนั้นเสิ่นชิงหลีจึงต่อสูญเสียบางสิ่งบางอย่างให้แก่หลินเยี่ยนฟางเพื่อเป็การชดใช้ให้กับ่เวลาหลายปีที่หลินเยี่ยนฟางต้องเผชิญกับความยากลำบาก
“จะไปได้หรือยัง” คำถามของเซี่ยหยางชุนทำให้หลินเยี่ยนฟางรีบคว้าเสื้อคลุมตัวหนาออกมาสวมใส่แล้วจึงได้เดินไปหาเขา