“เธอไม่ต้องทำหรอก มันไม่ใช่หน้าที่ของเธอ” ชายหนุ่มเอ่ยกับหญิงสาวผู้กำลังเข็นรถเข็นที่ตนนั่งเดินเข้ามาในห้างสรรพสินค้าชื่อดังเครือของซันไชน์กรุ๊ป
“มันเป็หน้าที่ของดิฉันค่ะ เพราะหน้าที่ของดิฉันคือต้องดูแลปรนนิบัติคุณ” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ
คำตอบที่ได้ยินทำให้คีรินทร์รู้สึกประหลาดใจ ความจริงแล้วที่เขาไม่ยอมให้เธอเข็นรถให้ก็เพราะไม่อยากรู้สึกเหมือนกับว่าตนกำลังใช้แรงงานผู้หญิง แต่ชายหนุ่มไม่ได้คิดว่าคำตอบที่เขาจะได้รับจากเธอจะเป็แบบนี้ ดูเผินๆเธอก็เหมือนกับผู้หญิงที่อ่อนต่อโลกคนหนึ่งที่ผู้ใหญ่สั่งให้ทำอะไรก็ทำตามนั้น แต่ถ้าสังเกตดูดีๆจะจับได้ว่าภาษาที่เธอใช้ตอบเขานั้นไม่ใช่ภาษาของเด็กที่ไม่มีการศึกษาอย่างเธอ
“ฉันให้เธอมาเป็ภรรยาของฉัน ไม่ได้ให้มาเป็คนใช้ ปล่อยให้หน้าที่นี้เป็ของคุณพชรเถอะ” เขาพูดย้ำสถานะของเธอ ทำให้หญิงสาวหมดคำที่จะโต้เถียง เธอจึงยอมปล่อยมือจากรถเข็นแต่โดยดี
หญิงสาวเดินตามชายหนุ่มทั้งสองเข้าไปในร้านเสื้อผ้าแบรนเนมสุดหรูอย่างงุนงง นี่น่ะหรือธุระของเขา เธอคิดในใจ
“สวัสดีค่ะบ…” พนักงานสาวสวยแต่งกายดูดีเดินออกมาต้อนรับพวกเขาอย่างเป็มิตร เธอกำลังจะเอ่ยปากทักทายบอสหนุ่มหล่อของตนตามปกติที่เคยเรียก แต่ก็ถูกเสียงกระแอมของผู้เป็เ้านายดังขัดขึ้นมาเสียก่อน
“แอ่มๆ” เขาแสร้งทำเป็ไอเพื่อส่งสัญญาณให้พนักงานสาวรู้ว่าห้ามเปิดเผยสถานะของตน
เธอมองตามสายตาของชายหนุ่มทั้งสองที่แอบส่งไปให้หญิงสาวข้างกายพวกเขา หล่อนก็เข้าใจสถานการณ์ในทันที ถึงแม้จะมีความงุนงงสับสนอยู่บ้าง แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะเก็บมันเอาไว้ในใจก่อน
“คุณลูกค้า” เธอรีบเปลี่ยนคำเรียกพวกเขาได้ทันท่วงที “มีอะไรให้เอื้องฟ้าช่วยไหมคะ” และถามถึงความ้าของพวกเขาเช่นปกติที่เธอรับลูกค้าทั่วไป
“ช่วยเอาชุดบนตัวเธอออกไปทีครับ ทำยังไงก็ได้ให้เธอดูดี ให้สมกับเป็ว่าที่เ้าสาวของผม” ชายหนุ่มพูดกล่าวกับพนักงานสาว
“คุณคีรินทร์คะ ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธในทันทีเมื่อเธอรู้ความ้าของอีกฝ่าย
“เธอคือว่าที่เ้าสาวของฉัน เธอจะให้ฉันควงเธอในสภาพแบบนี้เหรอ” เขาพูดเสียงเรียบ สีหน้าและแววตาไม่แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ
คำพูดนั้นของเขาทำให้หญิงสาวหมดคำที่จะโต้เถียง เธอจึงยอมสงบนิ่งทำตามที่เขาบอกแต่โดยดี
“ฝากด้วยนะครับคุณเอื้องฟ้า” ชายหนุ่มหันไปพูดกับพนักงานสาวอย่างเป็มิตร
“เชิญค่ะคุณผู้หญิง” เธอจึงเดินนำปรางรัศมีเข้าไปในห้องแต่งตัว
“เชิญนั่งเลยค่ะ เดี๋ยวเอื้องฟ้าจะทำผมแล้วก็แต่งหน้าให้นะคะ” เอื้องฟ้าผายมือไปที่เก้าอี้หน้ากระจกบานใหญ่ เพื่อเชื้อเชิญให้หญิงสาวไปนั่งที่ตรงนั้น
ปรางรัศมีเดินไปนั่งตามที่หล่อนบอกอย่างว่าง่าย เธอย่อตัวนั่งลงหน้ากระจกแล้วส่องมองเงาสะท้อนของตัวเอง พรางคิดทบทวนเื่ต่างๆอยู่ในใจ ก่อนที่เธอจะเอ่ยปากบอกอะไรสักอย่างกับพนักงานหญิงสาวคนนั้น
“ฉันขอแต่งหน้าทำผมเองนะคะ” เธอหันไปพูดบอกความ้าของตนเองให้พนักงานคนนั้นทราบ
“เอ่อ…มันจะดีเหรอคะ” หล่อนทำท่าอึดอัด สีหน้าเป็กังวล เพราะไม่มั่นใจว่าหญิงสาวตรงหน้าจะทำมันออกมาได้ดี ถ้าหากแต่งไปแล้วไม่โดนใจบอสของเธอ มีหวังเธอจะต้องโดนเขาดุเอาแน่ๆ
“ดีสิคะ นะคะ ขอฉันแต่งหน้าทำผมเองนะคะ” เธอออดอ้อนพูดเป็เชิงขอร้องจนทำให้พนักงานสาวต้องยอมใจอ่อน
“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ แต่เอื้องฟ้าขอนั่งดูตรงนี้นะคะ” เธอต่อรอง อย่างน้อยถ้าได้นั่งดูอยู่ตรงนี้ หากหญิงสาวแต่งไม่ได้หรือทำได้ไม่ดีเธอจะได้ช่วยแก้ไขปัญหาได้ทัน
“ได้ค่ะ” ปรางรัศมีตอบตกลงอย่างไม่ลังเลก่อนที่เธอจะหยิบเครื่องสำอางตรงหน้าทีละชิ้นเพื่อมาแต่งแต้มบนใบหน้าของตนด้วยความชำนาญ ก่อนจะเซ็ตทรงผมตามที่ตน้า และเลือกชุดตามใจที่ตนคิดไว้
ไม่นานนักหญิงสาวทั้งสองก็เดินออกมาจากห้องแต่งตัว
“ว่าที่เ้าสาวของคุณลูกค้ามาแล้วค่ะ” เสียงของเอื้องฟ้าเรียกความสนใจจากชายหนุ่มทั้งสองให้หันไปมองยังหญิงสาวที่เธอกำลังพาเดินมาส่งให้คีรินทร์
ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ในมือลง เขาจ้องมองไปที่หญิงสาวอย่างตกตะลึง
ใบหน้าซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสีอ่อนคลุมโทนชมพู ทรงผมที่ถูกจัดเซตขึ้นอย่างพอดี สวมเข้ากับชุดผ้าชีฟองลูกไม้สีขาวอมชมพูความยาวระดับเข่าส่งให้เธอดูดีมีสง่าราวกับเ้าหญิงที่กำลังเดินมาหาเ้าชาย
“ถึงกับตาค้างเลยเหรอครับบอส” พชรที่ยืนอยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะแซวเ้านายหนุ่ม เมื่อเห็นอาการที่ไม่เป็ตัวของตัวเองของเขา
“คุณพชร” ชายหนุ่มก่นเสียงต่ำเป็การตำนิที่เลขาคนสนิทริอาจมาแซวตน ก่อนจะส่งสายเป็เชิงว่าให้เขาไปจัดการเื่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้
เลขาหนุ่มเมื่อได้รับสัญญาณ เขาจึงเดินไปทำหน้าที่ของตัวเองอย่างรู้งาน
“มานั่งนี่สิ” คีรินทร์เรียกปรางรัศมีให้มานั่งที่โซฟาข้างๆตน เธอยอมเดินมาอย่างว่าง่ายโดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำทั้งหมดนั้นของเธอได้ถูกจับผิดสังเกตุจากชายหนุ่มไว้หมดแล้ว
“นี่ครับคุณเอื้องฟ้า ค่าเสื้อผ้าของคุณปรางรัศมีทั้งหมด” พชรยื่นบัตรเครดิตสีทองให้กับเอื้องฟ้าเพื่อเช็คบิล
“คุณพชรคะ ทำไมบอสต้องนั่งรถเข็นด้วยล่ะคะ หรือว่าขาบอสจะาเ็” เอื้องฟ้าถามเลขาหนุ่มของเ้านายด้วยความเป็ห่วง
“ถ้าผมบอกคุณแล้วคุณห้ามบอกใครนะ โดยเฉพาะคุณปรางรัศมี” ชายหนุ่มทำท่ายกมือขึ้นกระซิบคุยกับหญิงสาวเบาๆราวกับว่าเื่ที่จะพูดนั้นมันเป็ความลับสุดยอด
“คุณปรางรัศมี?” เธอทำหน้าสงสัยเพราะตนไม่รู้จักคนชื่อนี้
“ว่าที่เ้าสาวของบอสไง” พชรที่อ่านสีหน้าของอีกฝ่ายออก เขาจึงช่วยไขข้อข้องใจให้เธอ
“อ๋อค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับรู้
“ที่บอสต้องนั่งรถเข็นเพราะอยากลองใจว่าที่เ้าสาวคนสวยครับ บอสอยากรู้ว่าเธอเป็คนยังไง ทัศนคติยังไง แล้วก็มองคนแบบไหน” พชรพูดกระซิบบอกคำตอบที่หญิงสาวสงสัยให้ได้ยินกันแค่สองคน
“บอสนี่ชอบทำอะไรแผลงๆอยู่เรื่อยเลยนะคะ” เธอพูดอย่างขบขัน เพราะรู้นิสัยของเ้านายตัวเองดี
“จริงสิ เมื่อกี้คุณปรางรัศมีเธอขอแต่งหน้าทำผมเองด้วยค่ะ แล้วก็ชุดที่เธอใส่เธอก็เป็คนเลือกเองนะคะ” เอื้องฟ้าเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องแต่งตัวให้เลขาหนุ่มของเ้านายฟัง
“จริงเหรอครับ” พชรถามสงสัยอย่างไม่อยากเชื่อ
“จริงค่ะ ตอนแรกที่เธอบอกว่าจะแต่งตัวเอง เอื้องฟ้าก็ยังไม่มั่นใจว่าเธอจะทำได้ แต่เพราะเธอขอร้องเอื้องฟ้าเลยต้องยอม แล้วทุกอย่างก็เป็แบบที่เห็นค่ะ เธอทำมันได้ดีมากราวกับมืออาชีพ แล้วผลลัพธ์ก็ออกมาเพอร์เฟกต์มากด้วย ทุกอย่างบนตัวเธอเข้ากันได้อย่างลงตัว ราวกับว่าเธอเซ็ตมาแล้วว่าจะแต่งแบบไหนแนวไหน” เอื้องฟ้าพูดถึงหญิงสาวอย่างชื่นชมในฝีมือของเธอ
“ใช่สิ ยังมีอีกเื่ที่แปลก พอเธอแต่งหน้าแต่งตัวใหม่แล้วเอื้องฟ้าก็รู้สึกคุ้นหน้าเธอมากเลยค่ะ เหมือนเคยเจอที่ไหน แต่ว่าคิดไม่ออก” หญิงสาวทำท่าครุ่นคิด
“ก็คงจะเป็คุณปรางรัศมีนั่นแหละครับ คุณเอื้องฟ้าอาจจะเคยไปเจอเธอข้างนอกก็ได้” พชรพูดถึงความน่าจะเป็ที่อาจเกิดขึ้นได้
“ไม่นะคะ เอื้องฟ้ามั่นใจ เอื้องฟ้าไม่เคยเจอหรือรู้จักคุณปรางรัศมีมาก่อน แต่คุณคนที่เอื้องฟ้าบอกว่าคุ้นหน้าเธอน่าจะเป็สาวสังคมที่ชอบออกงานบ่อยๆ เหมือนคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นในทีวีหรือไม่ก็ตามพวกงานสังคมอะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ แต่ว่านึกไม่ออก” เธอพูดอธิบาย พยายามคิดให้ออกว่าคนที่ตนหมายถึงคือใคร แต่ไม่ว่าหญิงสาวจะพยายามเช่นไรเธอก็ไม่สามารถคิดออกได้
“มันเป็ไปไม่ได้หรอกครับ คุณปรางรัศมี ถึงเธอจะเป็จันทร์ประดับ แต่ว่าเธอไม่ชอบออกงานสังคม เธอไม่เคยออกงานไหนเลย บนโลกใบนี้มีคนหน้าตาเหมือนกันตั้งหลายคน คุณเอื้องฟ้าอาจจะจำคนผิดก็ได้ครับ”
พชรสรุปให้หญิงสาว เพราะเท่าที่เขารู้จักปรางรัศมี เธอแทบจะเป็เหมือนคนใช้ในบ้านจันทร์ประดับเลยก็ว่าได้ ไม่เคยได้รับความรักหรือความเอ็นดูจากคุณประภัสสรผู้เป็น้าสาวเลยแม้แต่น้อย มันไม่มีทางเป็ไปได้เลยที่คนเ่าั้จะพาเธอมาออกงานเชิดหน้าชูดาในวงสังคมให้คนได้รู้จัก เขาจึงสรุปให้เอื้องฟ้าว่าเธอคงจะจำคนผิด
“บางทีเอื้องฟ้าก็อาจจะจำคนผิดอย่างที่คุณพชรว่าก็ได้ค่ะ” หญิงสาวคล้อยตาม
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวบอสรอ” เขาพูดก่อนจะรับบัตรเครดิตและใบเสร็จจากเอื้องฟ้าเพื่อกลับไปหาเ้านายของตน