“โหยยยย! รึมึงจะเถียง!”
น้ำเสียงของอั๋นสิ้นสุดลงพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเดียวที่ลากยาวเขาก้าวเข้ามาช้าๆ หนึ่งก้าวยืนกอดอกแล้วเลิกคิ้วกวนประสาทใส่เพื่อนซี้ที่ยืนนิ่งแข็งทื่อราวกับถูกสาป
“กูจำได้แม่นไอ้สัส” เดียวพูดเน้นทีละคำ
“ตอนทำงานที่ร้านเหล้าในเมืองแขกผู้หญิงโต๊ะสวยๆ ยกแก้วให้หน่อยเดียวมึงซัดไม่ยั้งจนต้องคลานสี่ขาอย่างหมากลับหอ!”
คำพูดนั้นเหมือนลูกดอกที่พุ่งเข้าปักกลางอกอั๋นอ้าปากค้าง ลมหายใจสะดุดอยู่กลางลำคอ คำแก้ตัวนับพันกระจัดกระจายหายไปในอากาศ
“รึมึงจะเถียง!” คนในผ้าห่มตวาดซ้ำ ดวงตาขวางจัดก่อนจะหันไปทางพี่ชายตัวเอง เริ่มสาธยายเื่ราวต่ออย่างออกรส
“ไอ้เด่นฟังกูนะ!ตอนนั้นมันไม่ใช่แค่เมา มันเงี่ยนด้วย! ขนาดพี่กะเทยโต๊ะข้างๆ ชนแก้วไม่กี่ทีแม่งยังไม่เว้น! ที่มึงแอบหายไปจากร้านน่ะไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแอบย่องตามพี่เขาไปข้างนอกใช่ไหมล่ะ!”
เดียวรัวถ้อยคำใส่ไม่ยั้งเหมือนปืนกลไม่เปิดช่องให้อั๋นได้หายใจหรือแทรกแม้แต่พยางค์เดียว ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มอย่างผู้ชนะที่ได้แฉวีรกรรมเพื่อนรักจนหมดเปลือก
“ฮ่าๆ จริงเหรอวะ...ที่ไอ้เดียวมันว่า?”
เสียงทุ้มของเด่นที่นั่งเงียบมานานดังขึ้นทำลายทุกสิ่งเขาเอนหลังพิงโซฟาจนสุด ทิ้งน้ำหนักตัวลงไปเต็มที่ ก่อนจะะเิหัวเราะก้องห้องมือหนาตบลงบนเข่าตัวเองดัง ‘ฉาด!’ ด้วยความชอบใจ
ดวงตาคมกริบที่มองมายังอั๋นพราวระยับไปด้วยความขบขันอย่างปิดไม่มิด
“ไอ้อั๋น...มึงนี่มันเสือซุ่มตัวจริงนี่หว่า ฮ่าๆๆๆๆ!” เสียงหัวเราะห้าวๆยังคงดังต่อเนื่อง มือของเขาตบลงบนบ่าอั๋นซ้ำๆ อย่างถูกใจก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นตรงหน้า
“อ่ะ!ชนหน่อยโว้ยไอ้เสือซุ่ม!”
อั๋นรู้สึกเหมือนเืทั้งตัวไหลจากแขนขาไปกองรวมกันที่ใบหน้าจนร้อนวูบความอับอายแล่นริ้วไปทั่วร่างจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
เขาทำได้เพียงยกแก้วในมือขึ้นอย่างเลื่อนลอยกระดกของเหลวสีใสรสขมลงคอไปอึกใหญ่พลางส่งสายตาอาฆาตไปยังเพื่อนตัวดีที่ยังคงยักคิ้วหลิ่วตาให้อย่างน่ากระทืบ
‘ไอ้เดียว...มึงตายยยย!’ เขาขบกรามแน่นจนปวดกราม ได้แต่คำรามในใจ
…
ไม่นานนักร่างผอมของเดียวก็เดินโผเผออกมาจากห้องน้ำ เขาพิงกรอบประตูกวาดตามองคนทั้งคู่ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม บทสนทนาจืดๆเกี่ยวกับเื่สัพเพเหระดังแว่วมา
“มึงขึ้นไปนอนได้แล้วไอ้เดียว” เด่นเอ่ยปากไล่เสียงห้วน
“ตัวยังรุมๆอยู่ไม่ใช่รึไง เดี๋ยวไข้ก็กลับ” แม้จะมีไอความห่วงใยเจือจางแต่สุ้มเสียงกลับไร้ความอ่อนโยนและฟังดูห่างเหิน
“เออ! รู้แล้วน่า! ไล่กูจัง!” คนน้องเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ก่อนจะโบกมือให้อั๋น
“กูไปก่อนนะมึงพรุ่งนี้เจอกัน”
อั๋นทำเพียงพยักหน้ารับเขาแอบสังเกตปฏิสัมพันธ์ของสองพี่น้องเงียบๆคำพูดที่ปราศจากหางเสียงและโทนเสียงที่แข็งกระด้างนั้นทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูไม่เหมือนพี่น้องที่ใกล้ชิดกันนักในสายตาของเขา
เมื่อประตูห้องนอนของเดียวปิดลงเสียงฝีเท้าบนบันไดเงียบหายไป ทิ้งให้เด่นกับอั๋นนั่งกันอยู่สองต่อสอง
บรรยากาศที่เคยครื้นเครงเมื่อครู่พลันสลายหายไปเหลือเพียงความเงียบงันที่หนักอึ้ง
ในความเงียบนั้นอั๋นได้ยินเสียงตู้เย็นเก่าๆ ดังหึ่งมาจากมุมครัวและเสียงจิ้งจกร้องทักแว่วมาจากนอกหน้าต่างเขารู้สึกได้ถึงพื้นที่ว่างบนโซฟาที่กั้นระหว่างเขากับเด่นและพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ขยับตัวให้เกิดเสียง
เขาจึงรีบวกกลับเข้าเื่เดิมที่ตั้งใจมาคุยในวันนี้เพื่อทำลายความอึดอัด
“เอ้อ! พี่เด่น...แล้วที่พี่บอกว่าจะช่วยเทรนกล้ามให้ผม...”เขาชิงเปิดประเด็น น้ำเสียงพยายามให้ฟังดูสดใส ดวงตาจับจ้องอีกฝ่ายอย่างคาดหวัง
“...พี่พูดจริงรึเปล่าครับ?”
“ก็จริงสิ กูเคยพูดเล่นรึไง” เด่นตอบเรียบๆนิ้วชี้ของเขาไล่วนอยู่ขอบปากแก้วช้าๆ สายตาประเมินท่าทางกระตือรือร้นที่ดูเกร็งๆของอั๋น
“โห...สุดยอดเลยพี่!” อั๋นรีบชมอย่างกระตือรือร้น
“พี่ต้องมีเทคนิคเพียบแน่ๆหุ่นถึงได้โหดขนาดนี้” เขาพยายามชวนคุยต่อ แม้ความรู้เื่กล้ามจะเป็ศูนย์แต่ความปรารถนาที่จะสร้างความประทับใจให้รุ่นพี่มีมากกว่า
เด่นวางแก้วในมือลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง‘กึก’ หยุดคำพูดเจื้อยแจ้วของอั๋นให้ชะงักลงกลางคันเขามองใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความกระตือรือร้นนั้นด้วยแววตาที่อั๋นอ่านไม่ออกก่อนจะถามคำถามที่ทำเอาคนฟังแทบสำลักอากาศ...
“แล้ว… มันเป็ไงวะไอ้อั๋น”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาเรียบๆแต่กลับก้องกังวานในความเงียบ ดวงตาคมกริบจ้องตรงมาไม่วางตาความอยากรู้อยากเห็นฉายชัดอยู่ในนั้นอย่างไม่ปิดบัง
“สาวสองที่ไอ้เดียวมันพูดถึงน่ะ... ฟีลเหมือนผู้หญิงจริงปะวะ?”
เฮือก!
อั๋นรู้สึกเหมือนมีใครมาบีบคอเขาก้มหน้างุดทันทีเืที่เคยร้อนผ่าวบนใบหน้าเมื่อครู่กลับมารวมตัวกันอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ภาพในคืนนั้นที่เขาพยายามฝังกลบให้ลึกที่สุดถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง...แสงไฟสลัวสีน้ำเงินในห้องพักราคาถูกกลิ่นน้ำหอมหวานที่ไม่เลี่ยนแต่กลับยั่วเย้าััเนียนลื่นของผิวเนื้อที่นุ่มจนแทบจะจมปลายนิ้วลงไป...
“เอ่อ...คือว่า...” อั๋นอ้ำอึ้ง ลำคอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายเขากำลังจะส่ายหน้าปฏิเสธแต่เมื่อเงยขึ้นสบตากับเด่นที่ยังคงรอคอยคำตอบอย่างจริงจัง เขาก็พ่ายแพ้
“เอาตรงๆ เลยนะพี่” เขาตอบเสียงอ่อย สายตายังคงจับจ้องพื้นห้อง“แม่ง...แทบไม่ต่างเลยพี่ ผิว หน้าอก สะโพก...นิ่มไปหมด”
เขาเว้นจังหวะกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออีกครั้ง ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ ลดเสียงลงจนแทบจะเป็เสียงกระซิบ
“ต่างกันก็แค่...เอ่อ...คือพี่เขายังไม่ได้ ‘เอาออก’ น่ะพี่...แต่มันก็...”
เด็กหนุ่มเม้มปากแน่นรู้สึกถึงความร้อนที่ลามไปถึงใบหู
“...มันก็เสียวดีอยู่!”
ประโยคสุดท้ายแ่เบาราวกับความคิดแต่เด่นก็ได้ยินมันชัดเจน มุมปากของเขากระตุกขึ้นเป็รอยยิ้มขบขันเขามองท่าทางเก้ๆ กังๆทั้งอายทั้งอยากเล่าของอีกฝ่ายแล้วรู้สึกเอ็นดูระคนกับประหลาดใจ
“ขนาดนั้นเลย?” คนพี่เลิกคิ้วแววตาที่เคยหยอกล้อเปลี่ยนเป็ความสนใจใคร่รู้อย่างแท้จริง
“ใช่พี่! เสียวชิบ!” พอเห็นว่าเด่นไม่มีท่าทีรังเกียจ เด็กหนุ่มก็เหมือนเครื่องติดเขากล้าพูดมากขึ้น หน้าตาดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันตา
“แล้วพี่เขาก็...เอ่อ...”เขาอึกอักเล็กน้อย ขณะที่เล่าดวงตาของเด่นที่จับจ้องเขาอยู่ก็หรี่ลงเล็กน้อยอย่างตั้งใจฟัง
“เขาใช้ปากเก่งมากด้วยพี่...ผมนี่แบบ...ยังติดใจไม่หาย”
เขาเผลอเลียริมฝีปากแห้งผากของตัวเองโดยไม่รู้ตัวก่อนจะฉุกคิดขึ้นได้ว่ากำลังพล่ามเื่ส่วนตัวที่น่าอายให้ใครฟังใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็จริงจัง
“แต่ว่า...เื่ทั้งหมดนี่ ความลับสุดยอดเลยนะพี่เด่น อย่าไปบอกใครนะโดยเฉพาะไอ้เดียว!” เขามองเด่นด้วยสายตาอ้อนวอน
“ผมเชื่อใจพี่นะ!”
พูดจบเด็กหนุ่มก็คว้าขวดเหล้าขาวที่เหลืออยู่ค่อนขวดบรรจงรินของเหลวสีใสลงในแก้วเป๊กจนเกือบปริ่มแล้วยื่นส่งให้เด่นด้วยสองมืออย่างนอบน้อม ราวกับเป็พันธสัญญาระหว่างลูกผู้ชาย
“เออๆ กูรู้น่า” เด่นรับคำอย่างขอไปที คว้าแก้วนั้นมาซดรวดเดียวหมดก่อนจะวางกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘กึก’
จากนั้นร่างสูงใหญ่ก็เอนหลังพิงพนักโซฟา เขาถอนหายใจออกมายาวๆ ช้าๆยกมือขึ้นลูบคางตัวเองที่เริ่มมีตอหนวดสั้นๆ
ดวงตาที่เคยจับจ้องอั๋นบัดนี้กลับทอดมองไปยังผนังห้องที่ว่างเปล่าราวกับกำลังมองทะลุออกไปไกลแสนไกลปล่อยให้ความเงียบที่หนักอึ้งกว่าเดิมโรยตัวลงมาปกคลุมพวกเขาอีกครั้ง...