หานอวิ๋นซีจับเข็มทองแน่นและเฝ้าดูจ่างซุนเช่อใกล้เข้ามาทีละก้าวอย่างไม่ละสายตานางประหม่าจนกลั้นหายใจ เรียกได้ว่านี่เป็นเวลาที่จะชี้เป็นชี้ตาย!
“ฮ่าฮ่าสาวน้อย ข้าจะดูซิว่าเจ้าจะไปไหนได้...”
จ่างซุนเช่อแตะข้อเท้าของหานอวิ๋นซีหานอวิ๋นซีตกใจในทันที แต่นางต้องอดทนไว้!
ใครจะรู้ว่าจ่างซุนเช่อไม่ได้เข้าใกล้อีกแต่กลับลากนางลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัวและกำลังจะกดนางลง!
ในขณะนั้นนางเห็นจุดฝังเข็มที่ท้องของจ่างซุนเช่อ จึงรีบปักเข็มสองเข็มลงไปทันที ในพริบตาร่างกายของจ่างซุนเช่อก็หยุดชะงัก เขาตัวแข็งราวกับถูกกระตุ้นด้วยบางสิ่ง
และในขณะเดียวกันหานอวิ๋นซีก็กลิ้งออกจากใต้ตัวเขาและกลิ้งไปด้านข้าง ในตอนที่หานอวิ๋นซีหยุดจ่างซุนเช่อก็ล้มลงอย่างไร้เรี่ยวแรง!
เวลาเหลือน้อยเต็มทีอันตรายเหลือเกิน!
อย่างไรก็ตามหานอวิ๋นซีมองไปที่เข็มทองในมือของตัวเองจากนั้นก็มองไปที่จ่างซุนเช่อที่นิ่งทื่อไป จู่ๆก็รู้สึกอยากจะเอาหัวไปชนกำแพงจริงๆ!
นางประหม่าเกินไปเข็มสองเล่มที่แทงลงไป ทว่าแรงกลับไม่พอ!
จ่างซุนเช่อเมามากจนไม่ได้สติและยาในร่างกายของเขาเป็นแหล่งพลังงานที่สมบูรณ์ของร่างกายในขณะนี้ แม้ว่าเขาจะอ่อนแรงทว่าด้วยยาที่ยังไม่ได้รับการล้างพิษอย่างเสร็จสมบูรณ์ในไม่ช้าเขาก็กระสับกระส่ายขึ้นมาอีกครั้ง
หานอวิ๋นซีหอบหายใจอย่างหนักใช้เวลานี้ฉีดสารกระตุ้นออกมาจากระบบล้างพิษทันที ซึ่งถือว่าเป็นยาฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดของนาง
แม้ว่าการกินยานี้หลังจากดื่มสุราจะเป็นอันตรายมากแต่นางก็ไม่สนใจเรื่องนั้นมากนัก
หลังจากฉีดไปหนึ่งเข็มนางก็ฟื้นคืนพละกำลังทันที เมื่อกำลังจะไปฝังเข็มจ่างซุนเช่อเพิ่มอีกสองเข็ม จู่ๆก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ และรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
องค์หญิงฉางผิงยัดเยียดชายที่โดนวางยาพิษนี้มาให้นางต้องมีแผนหลังจากนี้อย่างแน่นอน หากมีคนบุกเข้ามาและเห็นภาพนี้ไม่ว่านางจะแก้ต่างอย่างไร ก็ฟังไม่ขึ้น!
เมื่อคิดเช่นนี้หานอวิ๋นซีก็ตกใจอย่างมาก ใช่ สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดสำหรับนางตอนนี้คือการหนี!
อย่างไรก็ตามในไม่ช้าหานอวิ๋นซีก็พบว่าประตูถูกลงกลอนจากด้านนอกพวกคนเหล่านี้ต้องคิดแผนมาอย่างดีแล้วแน่นอน!
หานอวิ๋นซีมองหาหน้าต่างอย่างรวดเร็วโชคดีที่หน้าต่างไม่ได้ปิดสนิท นางขยับเก้าอี้และเขย่งเท้ารีบกระโดดออกมาแล้ววิ่งหนี
หลังจากปิดหน้าต่างอย่างราบรื่นแล้วนางก็พิงกำแพงและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แม้ว่านางจะหลบหนีได้อย่างปลอดภัยแต่หัวใจของนางก็ยังเต้นแรงและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
อย่างไรก็ตามในขณะเดียวกัน เสียงที่คุ้นเคยสองเสียงดังมาจากด้านข้างซึ่งไม่ใช่ใครอื่นใดนอกจากมู่หรงหว่านหรูและหลี่กงกง
“เข้าไปนานแค่ไหนแล้ว?”
“สักพักแล้วคุณหนูหว่านหรู ถึงเวลาที่จะเรียกคนมาแล้วหรือยัง?”
“รออีกสักหน่อยฮ่าฮ่า ต้องรอให้เรื่องนี้จนมุมก่อนสิถึงจะน่าสนใจ” มู่หรงหว่านหรูยิ้ม
“ฮ่าฮ่าคุณหนูหว่านหรู ยาที่กระหม่อมวางนั้นเพียงพอแล้ว ตอนนี้น่าจะกำลังออกฤทธิ์!”หลี่กงกงหัวเราะออกมา
“ได้สิเช่นนั้นเจ้าก็ไปเรียกคนมา ข้าจะรออยู่ตรงนี้”
“ขอรับคุณหนูหว่านหรูรอรับรางวัลได้เลย ท่านเสนอความคิดที่ดีขนาดนี้ขึ้นมาหลังจากทำสำเร็จแล้ว องค์หญิงฉางผิงจะให้รางวัลท่านแน่นอน!”
ทันทีที่พูดจบลงหานอวิ๋นซีก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของหลี่กงกงเดินออกไป
นางหรี่ตาช้าๆมือของนางกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างสุดขีด!
ดีจริงๆมู่หรงหว่านหรู แผนการมากมายเสียเหลือเกิน คิดไม่ถึงว่าคราวนี้จะเป็นเจ้าและยิ่งไปกว่านั้นมันเป็นวิธีที่สกปรก!
นี่มันมากเกินไปแล้ว!
ถ้าทำดีกับข้าข้าก็จะทำดีกลับไป แต่หากร้ายกับข้า ข้าก็จะเอาคืนเป็นสิบเท่าเจ้าดอกบัวขาวนะเจ้าดอกบัวขาว คราวนี้ข้าจะไม่ถือโทษโกรธเคืองใดๆแต่ข้าจะแก้แค้นมันตอนนี้นี่แหละ!
หานอวิ๋นซีเดินไปตามกำแพงโดยไม่ส่งเสียงเห็นมู่หรงหว่านหรูซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นไม้เล็กๆ ข้างนาง นางก็หายใจเข้าลึกๆก่อนเดินออกไปอย่างสงบ
เมื่อเดินเข้าไปใกล้หานอวิ๋นซีก็พูดขึ้นทันทีว่า “หว่านหรู ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”
“อ๊าย!”
มู่หรงหว่านหรูกรีดร้องออกมาและหันศีรษะไปอย่างเร็วไวและมองด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
หานอวิ๋นซี!ไม่ผิดแน่ นี่คือหานอวิ๋นซี ทำไมนางถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?
นางไม่ได้เมาและอยู่ในห้องหรอกหรือ?
“ทำไมไม่อยากเจอข้าหรือไร?” หานอวิ๋นซีถามอย่างเย็นชา
“ไม่...ข้า...ท่าน...”
มู่หรงหว่านหรูที่กระวนกระวายใครจะรู้ว่าหานอวิ๋นซีจะขว้างผงพิษหนึ่งกำมือบนใบหน้าของนางโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้ามู่หรงหว่านหรูก้มหน้าลงโดยไม่รู้ตัวและขยี้ตา “ท่าน...”
ยังไม่ทันที่จะได้พูดออกมานางก็ล้มลงและหมดสติไป
หานอวิ๋นซีมองไปที่ใบหน้านิ่งเรียบของมู่หรงหว่านหรูอย่างเย็นชาไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่านางจะทำเรื่องแบบนี้ได้
เอาล่ะในเมื่อวันนี้มู่หรงหว่านหรูได้อุทิศแผนนี้ให้กับองค์หญิงฉางผิงดังนั้นนางจะทำตามแผนก็ได้ให้เจ้าดอกบัวสีขาวผู้นี้ได้ลิ้มรสของสิ่งที่เรียกว่ากรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมคืนสนอง!
หานอวิ๋นซียกมู่หรงหว่านหรูไปที่ห้องนางเปิดประตูและโยนมู่หรงหว่านหรูเข้าไป คนหนึ่งหมดสติส่วนอีกคนหนึ่งยากำลังจะออกฤทธิ์อีกครั้ง เห็นทีในไม่ช้าคงได้มีเรื่องสนุกๆเกิดขึ้นเป็นแน่
ในไม่ช้าหานอวิ๋นซีก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งอยู่ไม่ไกลเดาว่าคงเป็นหลี่กงกงที่พาใครบางคนมาดูเรื่องสนุก!
นางรีบหลบไปอยู่มุมหนึ่งจัดเสื้อผ้าและผมยุ่งๆ ของนาง ปากกระบอกแขนเสื้อข้างหนึ่งถูกฉีกออกไปนางจึงฉีกอีกข้างหนึ่งออกไปเช่นกัน
แน่นอนคนกลุ่มใหญ่ก็มาถึงอย่างรวดเร็ว และผู้นำคือองค์หญิงฉางผิง
“คนล่ะ!อยู่ที่ไหน?” องค์หญิงฉางผิงวิ่งเข้ามาด้วยความโกรธพร้อมกับใบหน้าที่แดงระเรื่อ
นางเฝ้ารอมันอย่างมากหวังว่าทุกคนจะได้เห็นหานอวิ๋นซีถูกดูถูกในทันที
หานอวิ๋นซีมาดูกันว่าเจ้าจะสามารถพลิกสถานการณ์ได้หรือไม่!
“องค์หญิง คุณชายจากทางเหนือเป็นคนขี้เมา เจ้าชู้กับทุกคนที่เจอ ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าเข้าใกล้เอ่อ...ไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ที่ใดพ่ะย่ะค่ะ” หลี่กงกงตอบกลับอย่างเสียงดัง
ทันทีที่หานอวิ๋นซีได้ยินก็เข้าใจเห็นได้ชัดว่ามันคือบทละครที่ท่องมาอย่างดี
“บ้าจริงไม่รู้หรือไรว่าเสด็จอาหญิงฉินก็พักผ่อนอยู่ที่นี่? หากไปก่อความวุ่นวายกับเสด็จอาหญิงฉินจะทำอย่างไรล่ะ?” องค์หญิงฉางผิงจงใจพูดเสียงดังไม่สามารถซ่อนความตื่นเต้นไว้ได้
“องค์หญิงฉินหวังเฟยอยู่ในห้องนี้ คงไม่...คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่หรือไม่?” ใบหน้าของหลี่กงกงดูกังวลเกินจริง
เขามองไปที่พุ่มไม้ข้างๆสงสัยว่าทำไมมู่หรงหว่านหรูถึงยังไม่ออกมา ถึงเวลาที่นางจะต้องแสดงแล้ว!ถึงเวลาที่นางควรจะเคาะประตูห้องฉินหวังเฟยแล้ว!
อย่างไรก็ตามไม่สำคัญว่ามู่หรงหว่านหรูจะอยู่หรือไม่ ตราบใดที่มีการแสดงดีๆ อยู่ในห้อง!
“ไม่มีทาง!รีบไปดูกันเถอะ!”
องค์หญิงฉางผิงแทบรอไม่ไหวให้มู่หรงหว่านหรูออกมาและรีบวิ่งไปที่ประตูห้องด้านหน้า ทุกคนถูกองค์หญิงฉางผิงกระตุ้นความกังวลขึ้นมาจึงได้ตามมาด้วย
“ก๊อกก๊อกก๊อก!”องค์หญิงฉางผิงเคาะประตูอย่างแรง “เสด็จอาหญิงฉิน ท่านตื่นหรือยัง?”
“เสด็จอาหญิงฉินข้าฉางผิงเอง ท่านตื่นหรือยัง?”
“เสด็จอาหญิงฉินท่านเปิดประตูหน่อยได้หรือไม่”
องค์หญิงฉางผิงแสร้งทำเป็นพูดสองสามคำแววตาก็ฉายแววความเจ้าเล่ห์ออกมา นางผลักประตูที่เปิดเป็นช่องว่างเล็กๆอย่างเบามือ
“โอ๊ะทำไมประตูถึงไม่ลงกลอนล่ะ!” องค์หญิงฉางผิงถามเสียงดัง
ทันทีที่สิ้นเสียงทุกคนต่างเงียบ ไม่มีใครในที่นี้เป็นคนโง่พวกเขาทุกคนต่างตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“เสด็จอาหญิงฉิน...”
องค์หญิงฉางผิงตะโกนอย่างระมัดระวังหันหลังให้ทุกคน พร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้น
ในไม่ช้านางแทบรอไม่ไหวที่จะเข้าไปข้างใน แต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่เข้าไปได้ไม่นานนางกรีดก็ร้องขึ้นมา “อ๊าย...อ๊าย...”
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของนางหลี่กงกงก็ดีใจอย่างยิ่ง เพราะรู้ว่ามันสำเร็จแล้ว!
“เกิดอะไรขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“องค์หญิงฉางผิงองค์หญิงท่านเป็นอะไรไป!”
หลี่กงกงรีบผลักประตูเปิดออกจนสุดครู่หนึ่ง ทุกคนเข้ามามุงดูพร้อมๆ กัน ในขณะเดียวกันหลี่กงกงก็ร้องลั่น “อ๊า...”
ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้?
พระเจ้ามันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ!
เห็นว่าฉากกั้นได้ล้มลงไปแล้วส่วนองค์หญิงฉางผิงเองก็กำลังยืนอยู่ข้างหน้าฉากกั้นด้วยสีหน้าที่ตกตะลึงและไม่ไกลจากฉากกั้น จ่างซุนเช่อสวมเพียงกางเกงในตัวเดียว กำลังทับหญิงสาวที่หมดสติคนหนึ่งเพื่อที่จะปลดกระดุมเสื้อผ้าของนาง และสตรีผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากมู่หรงหว่านหรู!
ประตูเปิดกว้างและทุกคนที่เห็นต่างเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อพวกเขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นสิ่งนี้ที่นี่
พระเจ้านี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ทำไมมู่หรงหว่านหรูถึงอยู่ที่นี่? นี่ไม่ใช่ห้องที่ฉินหวังเฟยพักผ่อนหรอกหรือ?
จ่างซุนเช่อที่ถูกควบคุมโดยยาไปอย่างสิ้นเชิงแม้ว่าเขาจะถูกฝูงชนมองดู ทว่าการเคลื่อนไหวมือของเขายังคงดำเนินต่อไปอย่างเร่งรีบและทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็ตกตะลึงไม่มีใครหยุดเขาได้ชั่วขณะ
ในขณะเดียวกันหานอวิ๋นซีเดินออกมาจากด้านข้างและผลักฝูงชนออกไป “เกิดอะไรขึ้น? มีเรื่องอะไรหรือไม่?”
ทันทีที่นางมาถึงประตูและเห็นเหตุการณ์ข้างในก็ตำหนิขึ้นมาทันที “บังอาจนัก จ่างซุนเช่อ ยังไม่หยุดอีกหรือไร!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาผู้คนที่ชะงักนิ่งไปราวกับรูปปั้นจึงจะรู้สึกตัว สตรีทุกคนถอยห่างออกไปแต่ละคนก็หน้าแดงก่ำ แต่จ่างซุนเช่อยังคงเฉยเมย
“สารเลว!”
หานอวิ๋นซีที่เห็นกะละมังน้ำอยู่ข้างๆก็หยิบมันขึ้นมา และเทใส่จ่างซุนเช่อกับมู่หรงหว่านหรูทันที
เมื่อน้ำเย็นถูกสาดจ่างซุนเช่อจึงจะหยุด และในเวลาเดียวกันมู่หรงหว่านหรูที่หมดสติก็ตื่นขึ้นมาเช่นกันเมื่อนางเห็นชายหนุ่มกำลังอยู่บนตัวนางและก้มศีรษะลงก็เห็นว่าเสื้อผ้าของตนเองขาดเป็นชิ้นๆ ทันใดนั้นก็กรีดร้องออกมา“อ๊าย...”
เสียงกรีดร้องนี้ดังทะลุเสียดฟ้าทำให้ทุกคนแสบหูเสียเหลือเกิน
มู่หรงหว่านหรูตื่นตระหนกใบหน้าซีดเซียวและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว!
ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้!
พระเจ้านี่มันเกิดอะไรขึ้น!
“ออกไป!ออกไป! อ๊าย...ช่วยข้าด้วย! ใครก็ได้! ช่วยด้วย...”
นางผลักจ่างซุนเช่อออกอย่างแรงพลางร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง
ดวงตาของหานอวิ๋นซีฉายแววเย็นชาและพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเคืองว่า “ทหาร ยังไม่รีบดึงเขาออกไปอีกหรือไร!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมามู่หรงหว่านหรูจึงจะสังเกตเห็นว่ามีคนอยู่รอบตัวนางทั้งยังเห็นว่าหานอวิ๋นซีเองก็อยู่เช่นกัน นางตกตะลึงจนตาค้าง เป็นไปได้อย่างไร...
ชายสองคนรีบพุ่งออกจากฝูงชนและดึงจ่างซุนเช่อออกไปอย่างรวเร็วจ่างซุนเช่อที่ยังไม่ได้สติเริ่มต่อสู้และพูดจาหยาบคาย!
“ปล่อยข้าสาวน้อยกำลังรอข้าอยู่!”
“ปล่อยข้านะข้าอยากจะสนุก!”
…
ใบหน้าของมู่หรงหว่านหรูบิดเบี้ยวด้วยความอัปยศอดสูเมื่อนางได้ยินคำพูดที่สกปรกนี้แทบอยากจะเป็นบ้านางไม่สนใจว่าทำไมหานอวิ๋นซีถึงปลอดภัยและทำไมตนเองถึงมาอยู่จุดนี้ได้
นางไม่อยากได้ยินมันนางยกมือปิดหูและร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง “อ๊าย...อ๊าย...อ๊าย...”
คนหนึ่งพูดจาหยาบคายลามกอีกคนกรีดร้อง ในตอนนี้ยากที่จะควบคุมได้จนถึงตอนนี้องค์หญิงฉางผิงยังคงอยู่ที่เดิมและไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง
ต้องรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก
แม้ว่ามู่หรงหว่านหรูจะเป็นบุตรสาวบุญธรรมแต่นางก็เป็นสมบัติที่อยู่ในมือของอี้ไท่เฟย และเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่!
หานอวิ๋นซีมองไปที่มู่หรงหว่านหรูอย่างเย็นชาโดยไม่มีความเห็นอกเห็นใจใดๆหากไม่ใช่เพราะระบบล้างพิษเตือนนาง ตอนนี้คนที่อับอายคงเป็นนาง
“หลี่กงกงปิดปากไอ้สารเลวนั่น ทำให้เขาหายเมาเดี๋ยวนี้!” ในที่สุดหานอวิ๋นซีก็พูดขึ้นมา
หลี่กงกงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะขยิบตาให้องค์หญิงฉางผิงแต่น่าเสียดายที่องค์หญิงฉางผิงตกใจและนิ่งเฉยไม่ตอบสนองใดๆหลี่กงกงจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกัดฟัน พาเขาออกไป
“มู่หรงหว่านหรูเจ้าพอได้แล้ว! นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เจ้าทำให้จวนฉินอ๋องขายหน้าไปหมดแล้ว!”
หานอวิ๋นซีตะโกนด้วยความโกรธตอนนี้เสียงกรีดร้องของมู่หรงหว่านหรูก็หยุดลงทันที ในเวลาเดียวกันองค์หญิงฉางผิงก็สงบสติและมองไป...