นทีแห่งความละเอียดอ่อน!
ราวกับปรมาจารย์การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มแลดูสงบนิ่งและเผยความละเอียดอ่อนดั่งแปรเปลี่ยนได้ตามปรารถนาออกมา
เพียงแค่ปรารถนาชายหนุ่มก็ได้ขยับเมาส์ จิ้มนิ้วลงไปด้วยความบางเบา ราวกับสามารถควบคุมได้ดั่งใจนึกอย่างไรอย่างนั้น
ยิง!
จางเจิ้นยังคงควบคุมตัวละครShinSung ของเขา ไล่เดินหน้าเก็บเรียงตัว
ซูม!
และเมื่อเขาเจอตัวที่อยู่ไกลยากจะเห็นได้เขาก็ใช้ฟังก์ชันของคอนแทคเลนส์ BK57 ซูมเข้าไป จนจุดดําๆเล็กๆกลายเป็นขนาดใหญ่ก่อนจะทําการสังหารอย่างรวดเร็ว
ตาย!
พริบตาผู้เล่นมากมายต่างถูกสังหาร และกลายเป็นศพเฝ้ามองเขาเก็บของโดยไม่สามารถทําอะไรได้
เหตุนี้เองทุกๆคนที่ถูกฆ่าจึงได้ทําการรีพอร์ตShinSung อย่างบ้าคลั่ง
แต่จะมีใครเล่าที่รู้ว่าความแม่นยําทั้งหมดนั้นมาจากนทีแห่งความละเอียดอ่อน?
ไม่มีอยู่แล้ว!
ดังนั้นตัวจางเจิ้นที่ควบคุมมือของเขาให้นิ่งได้ตามต้องการจึงสามารถยิงเข้าหัวศัตรูทุกนัดได้อย่างง่ายดายซึ่งเมื่อรวมเข้ากับฟังก์ชันของคอนแทคเลนส์ BK57 แล้วเขาก็สามารถที่จะยิงได้ทุกระยะ และเก่งอย่างกับโปรมาเอง
แต่ก็เพราะแบบนี้แหละที่ทําให้เขาถูกมองว่าเป็นผู้เล่นโกง!
ไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านไปนานเท่าไหร่…
หลังจากที่เกมจบลงจางเจิ้นก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจนทีแห่งความละเอียดอ่อนของเขาสามารถที่จะใช้ประโยชน์ได้กับทุกอย่างจริงๆ
ส่วนประสิทธิภาพของGod Computer เขาต้องยอมรับเลยว่ามันลื่นไหลมาก
สมแล้วกับคําว่า‘GOD’
วินาทีต่อมา
จางเจิ้นจึงได้ใช้God Computer แก้ไข M.T.S.A.Z App
และเนื่องด้วยความเร็วในการประเมินผลของมันเขาสามารถที่จะทําให้ตัวโค้ดหรือระบบการทํางานของ M.T.S.A.Z Appซับซ้อนขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
พริบตาM.T.S.A.Z Appก็ถูกทําให้มีความซับซ้อนในระดับที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถถอดแบบออกไปได้
มุมปากของจางเจิ้นจึงยกยิ้มขึ้นตอนนี้เขามั่นใจเป็นอย่างมากว่าหากเปิดตัว M.T.S.A.Z App แล้วพวกแฮกเกอร์ทั้งหลายไม่เว้นแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ ย่อมไม่สามารถที่จะเข้าใจรูปแบบการทํางานของมันได้แน่
…
วันที่28 กันยายน ค.ศ. 2019
เวลา08:10 นาฬิกา
เว่ยป๋อ
เวลานี้ข่าวคราวเกี่ยวกับนักประเมินหลิวและเจ้าของร้านได้แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
ซึ่งพวกเขาได้ออกมาป่าวประกาศความผิดของตัวเองที่สอดมือเข้าไปยุ่งกับชายหนุ่มคนหนึ่งในการเลือกของเก่าและถูกตอกหน้าหงายกลับมาแทน
จึงมีผู้คนมากมายให้ความสนใจและสับสน
“เป็นไปได้ยังไงนักประเมินหลิวน่ะเหรอที่ถูกตอกหน้า?’’
“ของปลอม!บ้าน่า แม้แต่นักประเมินวัตถุโบราณอย่างเขายังพลาดเหรอเนี่ย?’’
“แล้วใครกันที่สามารถตอกหน้าเขาได้ซํ้ายังทําให้เขาออกมาชี้แจงความผิดของตัวเอง?’’
ทุกคนต่างเหลือเชื่อในความคิดของพวกเขาแล้ว ถึงนักประเมินหลิวจะพลาดจริงแต่การที่ถูกกดดันให้มาชี้แจ้งความผิดของตัวเอง เป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมากเพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีคนสามารถทําเช่นนั้นได้อยู่
แท้จริงแล้วบุคคลลึกลับคนนั้นเป็นใครกันแน่?
เกรงว่าคงมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้!
เวลาเดียวกันทางด้านนักประเมินหลิวและเจ้าของร้านก็ดูค่อนข้างจะประหลาดใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเดิมทีแล้วพวกเขาคิดว่าหลังจากที่ป่าวประความผิดของตัวเองออกไป จะต้องถูกรุมด่าและโดนโจมตีอย่างหนัก
แต่ดูเหมือนนี่พวกเขาจะกังวลมากเกินไป
เฮ้อ…
นักประเมินหลิวและเจ้าของร้านถอนหายใจก่อนมองไปยังหลิวอวี้จงที่นั่งซึมด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
บอกได้ว่าหลังจากที่เขาพ่ายแพ้การพนันกับชายหนุ่มผู้ลึกลับแล้วเขาก็ได้มารายงานเรื่องนี้ให้ปู่ของเขารู้ทว่านั่นกลับทําให้เขาถูกตําหนิและโดนบังคับขายข้าวของส่วนตัวเพื่อเพิ่มเงินเข้าไปให้ถึงห้าสิบล้าน และทําการส่งให้กับอีกฝ่ายแทน
แล้วแบบนี้เขาจะไม่เศร้าได้อย่างไร?
นักประเมินหลิวรู้ความคิดของหลานตัวเองดีแต่เขาจะไปทําอะไรได้ เพราะหลังจากที่เขาลังเลอยู่นานและได้ทราบว่าคนๆนั้นมีฝีมือการประเมินวัตถุที่น่าทึ่งรวมไปถึงซุปเปอร์คาร์มูลค่าไม่อาจประเมินได้ เขาก็ไม่กล้าที่จะรีรออีกต่อไป
ไม่อย่างนั้นแล้วคงมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าชะตากรรมของเขาจะเป็นเช่นไร...จริงไหม?
ท่ามกลางความเงียบสงัดของทั้งสามคนเสียงโทรศัพท์ได้ดังขึ้นในไม่ช้า
นักประเมินหลิวรับสายพร้อมพูดคุยก่อนจะสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“ว่าไงนะ!เขาคือประธานจางแห่งบริษัท Miracles that start at zero อย่างนั้นเหรอ?’’
“บริษัทMiracles that start at zero ? ใช่บริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์ M.T.S.A.Zรึเปล่า!’’
เจ้าของร้านที่ได้ยินพลันถามออกไปอย่างรวดเร็วเห็นได้ชัดว่าสีหน้าของเขากังวลเป็นอย่างมาก
วินาทีต่อมา
คําตอบจึงได้ดังขึ้น
“ใช่แล้วเขาเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดของนํ้าแร่วิเศษนั่น!’’
เสียงของต้าชางได้ดังขึ้นพร้อมๆกับที่หลิวอวี้จงอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“บ้าน่า!นี่มันเป็นไปได้ยังไง?’’
ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ต่างรู้จักนํ้าแร่จากแบรนด์M.T.S.A.Z กันทั้งนั้น เพราะนอกจากมันจะมีสรรพคุณที่น่าเหลือเชื่อแล้ว มันยังขาดตลาดอีกด้วย
แล้วแบบนี้น่ะเหรอจะไม่มีใครรู้จัก?
ไม่มีทาง!
เงียบ!
ราวกับโลกหยุดนิ่งทั้งสามคนไม่สามารถทําอะไรได้นอกจากตัวสั่น
ครู่ต่อมานักประเมินหลิวที่ตอบสนองเป็นคนแรก จึงได้จบการสนทนาของเขากับต้าชางอย่างรวดเร็ว
ทางด้านต้าชางก็ไม่ได้อะไรชายแซ่หลิวนั้นถึงจะเป็นเพื่อนของเขาแต่เรื่องนี้อีกฝ่ายคงต้องแก้ไขมันด้วยตัวเองแล้วดังนั้นเขาจึงช่วยเหลือได้แค่ให้ข้อมูลเหล่านี้เท่านั้น
หลายนาทีผ่านไป
เจ้าของร้านพูดขึ้นมา
“แต่ดูจากนิสัยของเขาแล้วเขาคงไม่มาทําอะไรเราหรอก’’
“ใช่ๆผมได้โอนเงินให้เขาไปแล้วด้วยซํ้าพ่อเองก็ยังได้ป่าวประกาศความผิดตามข้อตกลงไปแล้วแบบนี้ถ้าเขาไม่หายโกรธเราก็ไม่สามารถทําอะไรได้’’
หลิวอวี้จงพยักหน้าเห็นด้วย
เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ถึงจะไม่ร้ายแรงแต่ด้วยความที่พวกเขาเป็นคนใหญ่คนโตเหมือนกัน จึงพอคาดเดาได้ว่าหากมีเรื่องกันแล้วมันจะต้องจบลงอย่างไม่สวยในทุกๆครั้ง
เหตุนี้เองนักประเมินหลิวจึงถอนหายใจออกมา
“ดีนะที่ฉันโทรถามต้าชาง ไม่อย่างนั้นแล้วเราคงไม่มีทางได้รู้แน่ว่าเขาเป็นใคร’’
ตัวตนของประธานจางนั้นลึกลับมากบอกได้เลยว่าต่อให้เป็นหน่วยงานไหนๆก็ยากที่จะล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
ท้ายที่สุดทั้งสามคนจึงมองหน้ากัน
“เราควรไปขอโทษเขาดีไหม?’’
ไม่เห็นต้องสงสัย!
พริบตาพวกเขาก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่บริษัท Miracles that start at zero ทันที