ฝากติดตามนิยายเสียงของไรท์ด้วยนะคะ
https://www.youtube.com/watch?v=Bn7cpMLIswA
--------------------------------
ข้าชื่อซูลี่ ั้แ่จำความได้ข้าก็อาศัยอยู่กับพี่ชายนามว่าซูเหวิน ทุกวันพี่ชายจะออกไปตัดฟืน หาของป่ามากินประทังชีวิต และนำบางส่วนไปแลกเปลี่ยนกลับมา เขาจะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับข้าก่อนเสมอ เขายอมอดเพื่อให้ข้าได้อิ่ม ไม่รู้ทำไมข้ารู้สึกอยู่เสมอว่าข้าไม่ได้รักเขาแบบพี่ชาย ทั้งๆ ที่ั้แ่จำความได้ ชีวิตข้าก็มีแค่พวกเราสองพี่น้อง ข้ามักรู้สึกขัดใจที่เขาทำเหมือนข้าเป็เด็ก ทั้งๆ ที่ข้าโตแล้ว ข้าชอบทำตัวเอาแต่ใจ เพราะข้ารู้ว่าพี่ชายจะต้องตามใจข้า
มีครั้งหนึ่งข้าไม่พอใจจางเหมยลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านเป็อย่างมาก นางชอบมาให้ท่าพี่ชาย แม้พี่ชายจะไม่สนใจ แต่ข้ากลับรู้สึกว่านางขัดหูขัดตา ข้าขอให้พี่ชายเลิกยุ่งเกี่ยวกับจางเหมย พี่ชายก็ตอบรับคำขอของข้า แต่จางเหมยยังคงมาต่อแยพี่ชายไม่หยุด จนข้าไม่พอใจเกิดมีปากเสียงกับนาง พี่ชายเอาแต่ขอโทษและสัญญาจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับนางอีก ข้าจึงรู้สึกสบายใจขึ้น
จนสุดท้ายจางเหมยไม่พอใจข้าเป็อย่างมาก นางมาด่าว่าข้าถึงบ้าน นางว่าถึงพ่อแม่ของข้า ทำให้ข้าตบตีกับนาง แม้ข้าจะอ่อนแอ แต่ข้าก็ขอสู้ตาย
ต่างฝ่ายต่างาเ็ พี่ชายได้แต่ขอโทษ ข้าไม่อยากได้ยินคำขอโทษของพี่ชาย ข้าอยากรู้เื่ของพ่อแม่ ข้าไม่ยอมให้ใครว่ามาพ่อแม่ของพวกเราเด็ดขาด แต่พี่ชายไม่ยอมปริปากพูดแม้แต่น้อย ทำให้ข้าในตอนนั้นโกรธจนวิ่งหนีขึ้นไปบนเขา ข้าวิ่งไม่รู้ทิศรู้ทาง ข้าแทบไม่เคยออกจากบ้าน ไหนเลยจะรู้ทาง ข้าหลงทาง ข้าได้แต่นั่งร้องไห้ขอให้พี่ชายมาช่วย
ข้าร้องเรียกอยู่นานแต่ไม่มีใครขานรับ ข้าจึงตัดสินใจออกเดินโดยไม่รู้ทิศรู้ทางเช่นเคย สุดท้ายข้ากลับก้าวพลาด เหยียบรากไม้ตกเนินเขา กลิ้งหลายตลบจนหัวกระแทกเข้ากับต้นไม้ด้านล่างเนิน ในตอนนั้นข้ารู้สึกเ็ปเหลือเกิน น้ำตาข้าไหลออกมา พี่ซูเหวินช่วยข้าด้วย ข้าเจ็บเหลือเกิน ข้าพยายามขอความช่วยเหลือแต่กลับไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมา ข้าคิดว่าข้าคงหมดวาสนาในชาตินี้แล้ว ขณะนั้นได้มีเงารางๆ สีขาวลอยผ่านมา ข้าไม่รู้ว่าสิ่งนั้นจะเป็ภูติผีหรือเทพยดา ข้าได้แต่อธิษฐานขอให้สิ่งนั้นช่วยดูแลพี่ชายข้าด้วย อย่าได้เป็เช่นข้าในตอนนี้ ที่มีแต่หาเื่ทุกข์ใจให้พี่ชาย น้ำตาหยดสุดท้ายไหลรินออกจากดวงตา ก่อนที่ข้าจะหลับไปตลอดกาล
ข้าลืมตาขึ้นมาขณะที่ข้ากลายเป็เงาสีขาวรางๆ ตอนนี้ข้ารู้สึกตัวแล้วว่าข้าคงมิใช่มนุษย์ มีเงาสีดำอยู่เบื้องหน้าข้า เขาบอกว่าจะมารับตัวข้าไป ข้าได้แต่อ้อนวอน ขอเวลาให้ข้าได้เห็นพี่ชายมีความสุขและร่ำลาเขาเป็ครั้งสุดท้าย เงาสีดำได้ให้เวลาข้าได้สะสางสิ่งที่ค้างคา แล้วเขาจะกลับมารับอีกครั้งในไม่ช้า
ข้ารีบลอยกลับไปที่บ้านทันที ฟังไม่ผิดหรอก ข้าลอยอยู่จริงๆ ข้ากลายเป็ิญญาเร่ร่อน ข้าได้แต่เสียใจที่ทำตัวเอาแต่ใจ ข้าทำให้พี่ชายต้องผิดหวัง ข้ารู้สึกโศกเศร้าจนไม่อาจจะบรรยาย
เมื่อข้าลอยมาถึงบ้าน ในตอนนั้นข้าได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน เสียงที่ได้ยินช่างคุ้นหูนัก ข้าลอยเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยใจลุ้นระทึก ข้ากลัวจะเห็นศพตัวเอง หากข้าได้เห็นข้าคงทำใจไม่ได้เป็แน่
แต่ผิดคาด ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งได้ยินชัดขึ้น เสียงนั้นคือเสียงพี่ชายและเสียงข้าเอง เป็เสียงของข้าจริงๆ ข้าได้แต่ใ รีบลอยเข้าใกล้ๆ เร็วขึ้น เร็วที่สุดเท่าที่ข้าจะทำได้
เป็ข้าเองที่นั่งสนทนากับพี่ชายอยู่บนเตียง ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้ข้าควรเสียใจหรือดีใจดี ข้าลอยเข้าไปในบ้าน ในตอนนี้หัวสมองว่างเปล่าขาวโพลนไปหมด ข้าทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้เสียใจอยู่ที่มุมห้อง ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ข้ารู้สึกเหมือนถูกจ้องมอง จึงเงยหน้าที่ดวงตาแดงก่ำขึ้นปะทะกับสายตาที่ฉายแววตื่นตระหนกของหญิงสาวบนเตียง ข้าอยากเข้าไปอ้อนวอนขอให้นางช่วยดูแลพี่ชายแทนข้าด้วย แต่กลับมีลมหอบใหญ่ พัดพาข้าออกจากบ้านไป
ข้าที่กำลังโศกเศร้าได้แต่เดินวนเวียนไม่รู้วันเวลา จนวนกลับมาพบเข้ากับคนกลุ่มใหญ่ที่หน้าบ้าน ข้าได้ยินเสียงโต้เถียงไปมา จนได้ยินเข้ากับเื่ที่ว่าข้ากับพี่ชายมิใช่พี่น้องแท้ๆ ข้าถึงกับตกตะลึง พี่ชายผู้เสียสละที่ดูแลข้ามาเป็อย่างดี เขามิใช่พี่ชายแท้ๆ ของข้า ์ช่างเล่นตลก ก่อนหน้านี้ที่ข้ารู้สึกมาตลอด มันคงเป็ความรักเช่นชายหญิง มิใช่ความรักเช่นพี่น้อง ข้าได้รู้ในวันที่ไม่มีโอกาส ข้าไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว
ข้าเดินทางไปพร้อมกับพี่ชายและตัวข้าคนใหม่ เวลาผ่านไปหลายสิบวัน ไม่ทำให้ความหนาวเหน็บเ็ปในใจข้าลดลงได้เลย ข้าได้แต่นั่งร่ำไห้อยู่ข้างกายพี่ชาย ข้าอยากให้เขารู้ว่าข้ารักเขา ข้ารักเขามาตลอด และจะรักเขาตลอดไป แต่ข้าไม่มีโอกาสนั้นแล้ว พี่ชายมองไม่เห็นข้า แต่ตัวข้าคนใหม่กลับมองเห็นข้าเป็ครั้งคราว ข้าไม่รู้ว่าเมื่อใดที่นางจะเห็นข้าบ้าง แต่ทุกครั้งที่นางเห็นข้าจะเป็เพียงเวลาสั้นๆ ก่อนจะมีลมมาหอบพัดตัวข้าออกห่างจากนาง
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ข้าตามพี่ชายในตอนกลางวัน และจะพยายามสื่อสารกับตัวข้าคนใหม่ในตอนกลางคืน แต่ตัวข้าคนใหม่จะเห็นข้าเพียงตอนที่ข้าโศกเศร้าอย่างหนักเท่านั้น ทำให้ข้าไม่ทันได้สื่อสารกับนางก็โดนลมพัดออกไป
บางคืนข้าก็เฝ้าดูพี่ชายของข้าในห้องของเขา
ั้แ่ได้มาเมืองหลวง พี่ชายข้ามุ่งมั่นเข้ารับราชการ ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ทีแรกข้าคิดว่าเขาทำเพื่อตัวเอง แต่เมื่อข้าเห็นสายตาที่เขามองตัวข้าคนใหม่ อดทำให้ข้าเศร้าเสียใจปะปนกับความดีใจไม่ได้
มันเป็สายตาที่พี่ชายไม่เคยใช้มองข้า แต่เป็สายตาแบบที่ข้าใช้มองเขา ข้าเข้าใจความหมายของสายตานี้ดี พี่ชายรักนาง แต่ไม่ได้รักข้า ในใจพี่ชาย ข้าคงเป็ได้เพียงน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น
เวลาผ่านไปไม่นาน ตัวข้าคนใหม่ได้รับพระราชโองการหมั้นหมาย ข้าที่ได้ยินกลับรู้สึกโกรธแค้น พี่ชายข้ารักเ้า เ้าไม่มีสิทธิไปแต่งงานกับใคร ตอนนั้นข้าโกรธแค้นตัวข้าคนใหม่เป็อย่างมาก ข้าอยากได้ร่างของข้าคืนมา ข้าอยากจะบีบคอนางให้ตาย เผื่อข้าจะมีโอกาสกลับเข้าร่างเดิม ความคิดชั่วร้ายกลับทำให้ลมที่หอบข้าออกมาในครั้งนี้รุนแรงอย่างมาก มันบาดผิวจนข้าจนอ่อนล้า แต่ข้าไม่ยอม หากนางไม่สามารถทำให้พี่ชายมีความสุข อย่าหวังว่าข้าจะยอมให้นางอยู่ในร่างนี้อย่างสงบ
จิติญญาของข้าเริ่มร้อนรุ่ม แต่ข้าไม่หยุด ข้าจะเผาทุกอย่างให้มอดไหม้ไปตามข้า
ข้าเริ่มรังควานตัวข้าคนใหม่อย่างหนัก แต่ข้าไม่ลืมที่จะไปเฝ้าดูพี่ชายสุดที่รักของข้า หลังตัวข้าคนใหม่รับราชโองการ พี่ชายกลับดูเลื่อนลอย ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนแต่ก่อน ข้าเห็นแล้วก็รู้สึกปวดใจ เหตุใดไม่เป็ข้าที่เป็คนทำให้ท่านมีความสุข ทำไม์ช่างกลั่นแกล้งข้าอย่างนี้
จนวันนั้นวันที่ข้ารอคอยก็มาถึง มีคนมองเห็นข้าอีกคน ข้าจำได้คร่าวๆ ว่านางมีนามว่าหง แต่ข้าไม่สนใจมากนัก ข้าสนใจเพียงจิตใจที่ริษยาของนาง จิตใจชั่วร้ายของนางทำให้นางมองเห็นข้าและข้าไม่ถูกลมพัดออกมา ข้าบอกเล่าเื่ราวที่หมู่บ้านที่ข้าอาศัยอยู่กับพี่ชายให้นางฟัง ข้าเชื่อว่าคนที่มีจิตใจชั่วช้าต้องเข้าใจความหมายที่ข้า้าสื่อเป็แน่ หากตัวข้าคนใหม่ต้องแต่งไปกับผู้อื่น แล้วทำให้พี่ชายทุกข์ทรมานใจตลอดชีวิต สู้ให้นางตายไปกับข้าเสียดีกว่า
และแล้วตัวข้าคนใหม่ได้ถูกลงโทษ ข้าเห็นทุกการกระทำของนางก่อนหน้านี้ นางเป็คนฉลาด ข้ารู้แล้วว่านางจะต้องรอดพ้นจากภัยในครั้งนี้เป็แน่
วันนั้นเงาดำได้มาบอกว่าจะพาข้าไป ข้าอ้อนวอนขอเวลาอีกเพียงครู่เดียว ให้ข้าได้เอ่ยคำอำลาเป็ครั้งสุดท้าย ข้าไปหาตัวข้าคนใหม่ในคุก น่าแปลกที่ครั้งนี้ข้าไม่โศกเศร้าเสียใจแต่นางกลับมองเห็นข้า และข้าก็ไม่โดนลมพัดหอบออกไป ข้าจึงได้กล่าวฝากฝังพี่ชายกับนางไปว่า
"ฝากดูแลพี่ชายของข้าด้วย"
หลังจากนั้นข้าได้แต่นั่งเฝ้ามองพี่ชายที่นั่งรอตัวข้าคนใหม่ที่หน้าประตูจวนตระกูลซู ข้าได้ยินบทสนทนาของทั้งสองในคุกก่อนหน้านี้ ข้ายิ้มทั้งน้ำตานั่งลงข้างๆ เขา ชาตินี้ข้าหมดวาสนา แต่หากชาติหน้ามีจริงขอให้์โปรดให้โอกาสข้า ให้ข้าได้สมหวังในความรัก
พี่ชาย น้องสาวคนนี้ได้แต่อวยพรให้ท่านสมปรารถนา จากนี้ไปเป็ความสามารถของตัวท่านเอง ข้าหวังว่าท่านจะไม่ลืมข้าเหมือนที่ข้าจะไม่ลืมท่านตลอดไป ข้าโน้มตัวไปกอดพี่ชายทั้งน้ำตาเป็ครั้งสุดท้าย
'ลาก่อน ชายผู้เป็ที่รักของข้า... ซูลี่'
"เร็วหน่อยๆๆ ฮูหยินจะคลอดแล้ว"
ผู้คนในจวนต่างตกอยู่ในความชุลมุนวุ่นวาย
"มีใครไปแจ้งนายท่านหรือยัง"
"อ้าวเร็วหน่อยๆ หมอตำแยมาหรือยัง"
เวลาผ่านไปราวสองเค่อ บุรุษหนุ่มรูปร่างกำยำก้าวเท้าเข้าสู่จวนราวกับโผบิน เขารีบไปที่หน้าห้องทันที ก่อนที่จะยกมือขึ้นผลักประตู ได้มีเสียงร้องห้ามอยู่ด้านหน้า
"นายท่านห้ามเข้าไปเ้าค่ะ มันไม่เป็มงคล"
"เมียข้า ลูกข้าอยู่ในนั้นเ้ากล้ามาห้ามไม่ให้ข้าเข้าไปได้อย่างไร"
ซูเหวินที่ตอนนี้ไต่เต้าขึ้นมาเป็ขุนนางระดับสี่ ส่งเสียงทรงพลังออกมา ซูลี่กรีดร้องอยู่ด้านใน จะให้เขารออยู่ข้างนอกเฉยๆ เขาทำไม่ได้
แต่หญิงชราหน้าห้องกลับห้ามสุดชีวิต
ก่อนที่จะทันเอ่ยสิ่งใด ได้มีเสียงร้องหนึ่งดังขึ้นภายในห้อง
" อุแว้ อุแว้"
ซูเหวินไม่ฟังคำทัดทานใดอีก รีบผลักประตูเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว
ซูลี่ที่เห็นซูเหวินผลักประตูเข้ามาหยุดยืนตรงหน้านาง ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
"ท่านพี่ ท่านได้ลูกสาวเ้าค่ะ"
----จบ----