หลังจากร่ำลาองค์ราชินีสวีทตี้ เ้าหญิงแคนดี้พร้อมคู่หูคู่ใจคัมภีร์เทพแห่งดวงอาทิตย์ในร่างลูกหมาไซบีเรียนก็นั่งเครื่องบินส่วนตัวจากมิลานมายังจุดแวะพักแรกด้วยเครื่องบินรุ่นใหม่ความไว1080กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เธอสามารถนั่งจิบชาพักผ่อนอยู่ในร้านหรูใจกลางเมืองดูไบหลังจากใช้เวลาเดินทางเพียงห้าชั่วโมงเศษๆและเมื่อผ่อนคลายจนสบายใจการเดินทางก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ทันทีที่เครื่องลงจอด ณ จุดแวะพักสุดท้าย เมืองซิดนีย์ประเทศออสเตรเลีย การเดินทางที่แสนยาวนานกินเวลามากกว่ายี่สิบชั่วโมงก็จบลง
แม้ภายในเครื่องบินจะกว้างขวางมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแต่การใช้เวลาเกือบหนึ่งวันในที่แคบๆทำให้เ้าหญิงตัวน้อยอึดอัดเหมือนกัน
การเดินทางครั้งนี้เป็ทริปส่วนตัวจึงมีคนดูแลติดตามมาด้วยเพียงหกคนรวมราชองครักษ์และผู้ช่วยนักบิน ยิ่งคนน้อยเท่าไรยิ่งสะดวกต่อแผนการเดินทางไปเกาะร้างของเธอมากขึ้นเท่านั้น
“ จากตรงนี้ไปยังไงต่อนะ ? ” เ้าหญิงหันมาพูดกับโรจิโซจิในร่างมนุษย์ หลังจากผู้ติดตามคนอื่นแยกย้ายกันไปพักห้องของตนเมื่อถึงโรงแรมที่จองไว้
“ พวกผมจะพาไป น่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงครับ ”
“ เพราะถ้าเคลื่อนไหวเร็วกว่านั้น เ้าหญิงจะเป็อันตรายได้ ”
คนฟังนอนกลิ้งบนเตียงคิงไซส์ เธอพยายามนอนตามเวลาปกติเพื่อป้องกันการเจ็ตแล็กทำให้ตอนนี้ร่างเพรียวบางอ่อนล้า ตาพร้อมจะปิดได้ทุกเมื่อ
“ อย่าฝืนตัวเองมากละกัน ฉันบอกคนอื่นไปแล้วว่าพรุ่งนี้จะอยู่ห้องทั้งวัน เพราะเหนื่อย จะพยายามทำเวลาจะได้ไม่ดูน่าสงสัยมาก ”
“ รับทราบครับ ”
“ เ้าหญิงรีบนอนเถอะครับพรุ่งนี้จะได้มีแรง ” โรจิเข้ามาห่มผ้าให้คนเป็เ้านาย โซจิเองเดินมาเลื่อนม่านปิดเพื่อความเป็ส่วนตัวก่อนจะปิดไฟทั้งห้องมืดสนิท
เ้าหญิงแคนดี้และหมาป่าเพลิงทั้งสองตื่นขึ้นมาเตรียมตัวั้แ่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นแล้วออกเดินทางั้แ่เมืองยังไม่ตื่นเพราะไม่้าให้ใครสังเกตเห็นพลังเหนือธรรมชาติ มันอาจสร้างปัญหาได้ในอนาคต หมาป่าทั้งสองจึงต้องรีบพุ่งตัวอย่างเร็วขึ้นไปบนท้องฟ้า มองเห็นคล้ายแสงฟ้าผ่าสีแดงในทิศทางย้อนกลับ
ระหว่างเดินทางจากเมืองที่คร่ำไปด้วยตึกและผู้คนไปยังผืนสมุทรสีน้ำเงินยาวสุดลูกหูลูกตา แสงอาทิตย์สาดรอบข้างให้สว่างขึ้นและแน่นอนว่าอากาศก็เริ่มร้อนขึ้นด้วย
ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงทั้งสามก็ลงจอดที่เกาะร้างแห่งหนึ่ง มองจาก้าเกาะนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากต้นไม้ เ้าหญิงแคนดี้ค่อยๆคลานลงมาจากหลังของหมาป่าั์ ทันทีที่เท้าเล็กๆทั้งสองััทรายคลื่นลมก็พัดกลิ่นทะเลโชยมา
“ พอจะรู้ไหมว่าอยู่ส่วนไหนของเกาะ ”
โรจิแปลงร่างเป็มนุษย์เพื่อตอบคำถามของผู้เป็นาย
“ ไม่เลยครับ พวกผมเลยจะอยู่ในร่างหมาป่าเพราะประสาทไวกว่าเผื่อจะหาเบาะแสอะไรได้ ”
“ แบบนั้นก็ดีนะ โซจิสำรวจ้าให้ละเอียดอีกทีแล้วค่อยตามมานะ ฉันกับโรจิจะเริ่มสำรวจภาคพื้นก่อน ” เธอหันไปบอกอีกคนที่ยังอยู่ในร่างหมาป่า เขาพยักหน้าและพุ่งตัวขึ้นไปบนฟ้าอีกรอบ
“ ไปกันเถอะ ” โรจิแปลงกลับร่างสัตว์เทพอีกครั้ง เดินตามเ้าหญิงเข้าป่าไป
อากาศที่นี่ร้อนชื้นกว่าที่เธอคิดไว้มาก แค่สิบนาทีเธอก็รู้สึกเหนียวตัวจนอยากรีบกลับไปอาบน้ำ เศษใบไม้ กิ่งไม้ หญ้ารกเต็มทางเดิน การเดินอย่างทุลักทุเลส่งผลให้คนไม่ชินเหนื่อยกว่าปกติ ครึ่งชีวิตของเธอเดินแต่บนพรมนุ่มจะไม่เหนื่อยได้อย่างไรกัน
“ กรี๊ด! ” แคนดี้เดินสะดุดรากต้นไม้ใหญ่จนล้มหน้าคะมำ โชคดีที่มีแค่รอยถลอกบนแขนไม่ได้หนักจนเืไหล เธอเริ่มโกรธท่านผู้นั้นที่ทำให้เธอต้องมาลำบากในที่แบบนี้
หมาป่าทั้งสองพร้อมเ้านายเดินหากันมาร่วมชั่วโมงแล้ว เกาะนี้ใหญ่กว่าที่คิดและไม่เจอร่องรอยอะไร ไม่มีแม้แต่ความผิดปกติให้หมาป่าประสาทไวทั้งสองจับได้เลย
พวกเขานั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ร่างเล็กหอบตัวเปียกไปด้วยเหงื่อเศษดินเศษฝุ่นเกาะตามเสื้อผ้า ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นเธอในสภาพนี้ ผมยาวสวยร้อนอย่างไม่เคยเป็มาก่อนนี่เป็ครั้งแรกที่เธออยากขัดประเพณีของราชวงศ์แล้วตัดผมสั้นเสียตอนนี้
อยู่ๆหมาป่าทั้งสองก็หอนขึ้น ทำจมูกฟุดฟิดเหมือนััอะไรได้สักอย่าง ในขณะที่เ้าหญิงยังไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและเริ่มตื่นกลัว ฝนห่าใหญ่ก็เทลงมาเหมือนแกล้ง
ภูมิอากาศตามหมู่เกาะเปลี่ยนแปลงบ่อยเป็เื่ปกติ จึงไม่แปลกที่ฝนจะตกทั้งๆที่แดดเพิ่งส่องเปรี้ยงแต่วันนี้ดูจะตกหนักกว่าที่เคย เทพหมาป่าทำท่าทางแปลกๆคงเพราะได้กลิ่นน้ำฝนที่กำลังจะตกลงมา
โชคดีที่สำรวจพื้นที่ไว้หมาป่าสองตัวจึงรีบวิ่งไปเส้นทางหนึ่งที่น่าจะมีถ้ำให้เ้าหญิงหลบฝน พวกมันทั้งสองพยายามวิ่งตะกุยทางเพื่อให้เ้านายซึ่งตามมาห่างๆ วิ่งได้โดยไม่สะดุดอะไรล้มอีกครั้ง จากจุดที่พักจนถึงถ้ำไม่ไกลแต่ร่างเล็กเปราะบางเปียกไปแล้วทั้งตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เธอหอบหนัก ทรุดตัวลงทันทีที่เข้ามาในถ้ำแห่งหนึ่ง ฟ้ามืดครึ้มจากเมฆฝนที่เกาะกลุ่มบดบังดวงอาทิตย์ ไม่มีแสงใดสาดเข้ามาถึงโพรงดำมืดแห่งนี้ ไม่อาจคาดเดาความลึกหรือสิ่งมีชีวิตใดๆในนี้ได้
“ เ้าหญิงไหวไหมครับ ? ” โซจิแปลงร่างกลับเป็มนุษย์เพื่อดูแลเ้านายของตน
“ อยากกลับบ้าน… ” เสียงหวานสั่นเครือแทบจะร้องไห้ นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เธอเรียกมันได้เต็มปากว่า ‘ การผจญภัย ’ ไม่ได้สนุกเหมือนที่เคยอ่านในวรรณกรรมเยาวชนเล่มโปรดเลยสักนิด
“ อดทนหน่อยนะครับ ” เ้าของเส้นผมสีน้ำตาลแดงคว้านหาบางอย่างในกระเป๋าเป้ที่พกติดมาด้วย เขาหยิบไฟฉายออกมาสองกระบอก ยื่นให้เ้าหญิงถืออันหนึ่งก่อนจะหยิบผ้าขนหนูออกมาเช็ดหน้าและผมให้เ้าหญิงพอมาด
โซจิมองคู่หูจับจ้องเข้าไปในถ้ำ เขาลองสาดไฟเข้าไปด้วยความสงสัย นึกอยากลองเข้าไปด้านใน
“ เ้าหญิงครับ พวกผมว่าเราลองสำรวจถ้ำนี้ก็ดีนะครับ อาจจะเป็อีกที่ที่คัมภีร์เทพแห่งท้องฟ้ามาซ่อนตัวก็ได้ ”
แคนดี้นั่งใช้ความคิด ตอนนี้เธอไม่แม้แต่จะอยากขยับตัวไปไหน แต่อุตส่าห์มาถึงตรงนี้ก็มีแต่จะต้องทุ่มสุดตัวเท่านั้น
“ ก็มาถึงที่แล้วนี่นะ ” เธอสาดไฟฉาย ย่างกรายเข้าไปในความมืดโดยมีโรจิร่างหมาป่าและโซจิร่างมนุษย์ตามหลัง ขาเรียวเล็กสั่นไหวไม่อาจเดาได้ว่าเป็เพราะหนาวหรือกลัว
หากดูจากภายนอกถ้ำแห่งนี้ไม่ควรจะลึกมาก อย่างเก่งคือเดินห้านาทีถึงทางตัน แต่ไม่รู้ทำไมทั้งสามก็ยังไม่เจอจุดสิ้นสุดราวกับพวกเขาหลุดเข้าไปในอีกมิติแห่งความว่างเปล่า
เดินกันมาร่วมครึ่งกิโลเมตรทางแยกแรกก็ปรากฏแก่สายตา โรจิรีบวิ่งนำไปในโพรงทางด้านซ้ายโดยที่ยังไม่ได้ปรึกษาคนที่เหลือ ตระหนักได้ทันทีว่าต้องมีอะไรอยู่แน่
เดินเข้ามากลับเจอพื้นที่โล่งไม่มีทางให้ไปต่อ มืดสนิท เงียบจนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงน้ำหยดตามผนังถ้ำ
“ มีอะไรเหรอโรจิ ? ” เธอนึกว่าเทพหมาป่าจะเจออะไรน่าสนใจแต่กลับพบเจอเพียงความว่างเปล่า
“ คัมภีร์เทพแห่งดวงอาทิตย์งั้นเหรอ ” เสียงปริศนาดังขึ้นในความมืด ทั้งเ้าหญิงและโซจิในร่างมนุษย์ต่างก็พยายามสาดไฟหาต้นตอเสียงแต่ไม่พบอะไร
“ ไม่ได้เจอกันนาน มาหากันถึงที่นี่มีธุระอะไร ? ” น้ำเสียงโทนกลาง วิธีการพูดราบเรียบ มีความกังวานเล็กน้อย เ้าหญิงเผลอจินตนาการไปว่าร่างมนุษย์ของเขาคงอายุพอๆกับฝาแฝดทั้งสอง
“ ผมพาเ้านายมาพบคุณ ” โซจิตอบกลับ พยายามจับทางว่าเสียงมาจากทางไหน
“ เด็กผู้หญิงข้างๆนั่น…เธอไม่ใช่คนธรรมดา ” เสียงปริศนาพูดเื่แปลกที่น่าจะหมายถึงตัวของเ้าหญิง เธอใเล็กน้อยจึงแนะนำตัวตอบไป
“ ฉันเ้าหญิงแคนดี้ ราชวงศ์ราโกเน่ ที่ 35 แห่งราชอาณาจักรโรสริส ” เธอแนะนำตัวพลางประหลาดใจว่าตัวเองมอมแมมขนาดนี้เขายังดูออกว่าเป็เ้าหญิง
“ ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หมายถึงเื่นั้น ฉันรับรู้ได้ถึงการมาของเธอั้แ่เธอเหยียบลงบนทรายของเกาะนี้ ” คนตัวเล็กสับสน เธอไม่เข้าใจว่าเขา้าจะสื่ออะไร
“ เธอคือบอสทูรินีเซตเต้คนปัจจุบัน ” โซจิตอบแทน
“ ถึงว่าเหมือนเคยเห็นแหวนวงนั้นที่ไหนมาก่อน ” หลังจากนั้นเสียงปริศนาก็เงียบไป เ้าหญิงจึงเข้าประเด็นทันที
“ กลับไปกับฉันเถอะ ” เธอไม่รู้ว่าตัวเองทำถูกขั้นตอนไหม ตอนได้โรจิโซจิมา มันค่อนข้างง่ายเพราะทั้งสองเข้าหาก่อนแต่รอบนี้เป็เธอที่ต้องเริ่มโน้มน้าว
“ อยากได้พลังของฉันเหรอ ? ขอฟังเหตุผลสักหน่อยสิ ”
“ ถึงตอนแรกจะเป็คำแนะนำของท่านผู้นั้นที่อยู่ในแหวน แต่ฉันก็รู้ตัวเองั้แ่มาถึงเกาะนี้เหมือนกันว่าฉันจำเป็ต้องมีคุณกลับไปด้วย ” เ้าหญิงพูดคำในใจออกมา ฉับพลันรอบตัวก็ลมพัดแรงอย่างน่าพิศวง ที่นี่ไม่มีแม้แต่ช่องว่างให้อากาศเข้ามาได้ด้วยซ้ำ
“ การได้มาน่ะง่าย รักษาไว้ให้ได้ก็แล้วกัน ” เมื่อเขาพูดจบ แสงสีส้มส่องประกายสว่างจ้าไปทั่วห้องจนตาพร่ามัว
คนตัวเล็กขยี้ตามองอีกครั้งเห็นนกอินทรีเผือกั์ปรากฎตรงหน้า ปีกยาวสองเมตรครึ่งกับขนสีขาวทั่วทั้งตัว จะงอยปากงองุ้มพร้อมจะงาบทุกอย่างที่้า ดวงตาสีฟ้าสว่างคมกริบของนักล่ามองเห็นแม้กระทั่งหนูตัวเล็กๆที่วิ่งอยู่บนพื้น
แคนดี้ยืนตัวค้างตกตะลึงกับภาพที่เห็น คัมภีร์เทพแห่งท้องฟ้าช่างงดงามจนไม่อาจละสายตาได้
“ ชื่อล่ะ ? ”
“ ไซรุ ” เสียงปริศนาตอบกลับมาโดยที่นกอินทรียังอยู่ที่เดิมและไม่ได้ขยับปากเลยแม้แต่น้อย
“ อย่าขยับนะ ” เสียงของเขายังคงก้องในความมืด เทพอินทรีบินมาหยุดอยู่ด้านหลังของเธอ เ้าหญิงใ อยากหันไปดูว่าเขาจะทำอะไรแต่ก็ไม่อยากขัดคำสั่ง
เล็บแหลมที่มีไว้จับเหยื่อกรีดลึกลงกลางหลังของคนตัวเล็ก
“ โอ๊ย! เจ็บ! ” เธอเกือบลืมแล้วว่าขั้นตอนการทำพันธสัญญาเจ็บได้ขนาดนี้ รอยรูปสามเหลี่ยมมีขีดปรากฏขึ้นและจางหายไปพร้อมกับแสงสีส้ม มันคือสามเหลี่ยมแบบเดียวกับสัญลักษณ์ที่นักเล่นแร่แปรธาตุในอดีตกาลเคยใช้
ทุกอย่างเสร็จสิ้นในระยะเวลารวดเร็วเช่นเคย เธอพยายามเงื้อแขนขึ้นัักับบริเวณที่เทพแห่งท้องฟ้าเพิ่งสลักพันธสัญญาลงไป เสื้อไม่ฉีกขาด เืไม่ไหล ไม่รู้สึกอะไรแล้ว น่าเสียดายก็ตรงที่เธอไม่มีโอกาสได้เห็นขั้นตอนทั้งหมด
“ ไซรุ เมจิกอาเชอร์ ปลดล็อก ” แคนดี้ยื่นมือไปหาเ้าแห่งท้องฟ้าและร่ายคาถาแปลงร่างโดยไม่รู้ตัว แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่ข้างในตัวของผู้ใช้พลังเองรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไหลเวียนอยู่ในร่างกาย
มันเป็ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากตอนแปลงร่างกับโรจิโซจิ ทุกอย่างมันเบาจนเธอนึกว่าตัวเองลอยอยู่
เ้าหญิงก้มมองมือของตัวเอง ลำแสงสีขาวโค้งเว้าคล้ายคันธนูยาวหกสิบเิเเหมาะกับเธอที่ไม่ได้ตัวสูงนัก สว่างจนคนมองมาอาจแสบตา ไร้น้ำหนัก ไร้อุณหภูมิ ไม่รู้สึกตัวเลยว่าถืออะไรอยู่
เธอมองหาลูกศรแต่ไม่พบจึงลองใช้ปลายนิ้วเลื่อนผ่านอากาศ ทำท่าคล้ายจะยิง ก็พบว่าสามารถเสกลูกศรลำแสงที่เหมือนแท่งไฟสีขาวได้เองเพียงแค่กรายนิ้ว ทุกอย่างมันสุดยอดมาก เ้าหญิงแคนดี้ตื่นเต้นมากกว่าตอนได้ลองบินในอากาศครั้งแรกอีก
ขณะกำลังยินดีกับพลังใหม่ที่เพิ่งได้รับ เสียงดังอึกทึกครึกโครมจากภายนอกสร้างความหวาดผวาให้ทั้งสามที่ยังอยู่ภายใน หินผาแข็งแกร่งค่อยๆกร่อนลงง่ายดายเหมือนกระดาษเปียกน้ำ
“ ฟายเลวี่ ” ปีกสีขาวขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นกลางหลังผู้ใช้พลัง เธอพุ่งตัวออกไปตามทางที่เข้ามาแต่ไม่ง่ายนักเพราะต้องคอยหลบก้อนหินน้อยใหญ่ซึ่งโปรยปรายลงมาเหมือนฝน
เ้าหญิงใช้ธนูที่เพิ่งทำความคุ้นเคยลองยิงหินก้อนใหญ่ที่กำลังจะตกลงมาปิดกั้นเส้นทาง ลำแสงสีขาวถูกปล่อยออกไปในความเร็วเสี้ยววินาที หินก้อนใหญ่แยกเป็สองส่วนง่ายดายเหมือนเลเซอร์ตัด น่าใขนาดที่ผู้ใช้เองยังต้องอ้าปากค้าง
ตู้ม!!
ก้อนดินผสมก้อนหินถล่มลงมาปิดตายทางเข้า โชคดีที่พวกเขาหนีรอดออกมาทันอย่างหวุดหวิด
“ กลับกันเถอะ ” คำพูดสุดท้ายที่เธอทิ้งไว้ที่เกาะแห่งนั้นก่อนจะใช้พลังของไซรุบินกลับไปยังที่พักที่เธอแอบหนีมา
โชคดีที่แผนการทั้งหมดไม่ได้ใช้เวลาทั้งวัน เธอแอบอาบน้ำก่อนเพื่อไม่ให้สาวใช้เห็นสภาพเปรอะเปื้อน เมื่อเ้าหญิงสังเกตตัวเองในกระจกพบว่าทั้งตัวมีแต่รอยขีดข่วนจากการเดินในป่า แม้จะไม่มีส่วนไหนเป็แผลใหญ่ แต่ร่องรอยก็ชัดมากจนเธอกังวล
“ โรจิโซจิ มานี่เร็ว!! ”
เทพหมาป่าในร่างมนุษย์ทั้งสองซึ่งกำลังเตรียมน้ำในอ่างวิ่งตามเสียงะโเรียกของเ้านายมาด้วยความใ
“ มีอะไรครับ!? ”
“ ดูสิ ” เธอพันผ้าขนหนูปกปิดจุดสำคัญ ก่อนจะชี้ให้เห็นตามแขนขา แม้แต่ใบหน้าที่ดูแลมาอย่างดียังมีรอยใบไม้บาด
“ ถ้าคนอื่นเห็นเข้าฉันโกหกไม่ได้แน่ ” ทั้งสองยืนใช้ความคิดนิ่งเงียบพวกเขารู้ดีว่ามันเป็เื่ใหญ่และไม่มีทางที่รอยพวกนั้นจะหายไปในวันเดียว
“ ผมเคยอ่านเจอในหนังสือโบราณที่บันทึกเกี่ยวกับแหวนทูรินีเซตเต้ เขาบอกว่าผู้สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ด้วยนะครับ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าหมายความว่ายังไง ” โรจิออกความเห็นตามความรู้ที่มีในหัว
“ เ้าหญิงลองเพ่งสมาธิไปที่แหวนดูสิครับเผื่อจะััอะไรได้ ” โซจิช่วยแนะนำอีกแรงเพื่อให้ผู้เป็เ้านายสบายใจขึ้น
“ จะลองดูละกัน ” เ้าหญิงยกมือข้างที่มีแหวนขึ้นมา หลับตา พยายามจับอะไรสักอย่างที่น่าจะวนเวียนอยู่ในแหวนเล็กๆวงนี้
หลังจากพยายามอยู่พักใหญ่ ประกายสว่างเล็กๆเหมือนดวงดาวตอนกลางคืนก็พุ่งออกมาจากแหวน เธอลืมตา วาดมือวนรอบเหนือศีรษะของตัวเองเป็วงกลม แสงสว่างวนตามพร้อมกับกางคลื่นพลังงานสีใสคลุมทั่วตัวผู้ใช้
ร่องรอยถลอกค่อยๆจางหายไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ทั้งร่างกลับมามีสภาพปกติแล้วคลื่นพลังงานก็กลับเข้าไปในแหวนตามเดิม
เ้าหญิงแคนดี้มองหน้าโรจิโซจิด้วยความตื่นเต้น เธอรู้สึกมหัศจรรย์มากที่ได้พลังนี้
“ ฉันว่าฉันรักษาให้นายได้ด้วย ” เธอทำแบบเดิมอีกครั้งแต่ดูง่ายขึ้น เพื่อรักษาร่องรอยตามแขนขาให้โรจิโซจิ คลื่นพลังงานคลุมพื้นที่ที่้าจะรักษาแล้วใช้เวลาสักพักรอยแผลก็หายไปเหมือนเล่นมายากล
“ สุดยอดไปเลยเนอะ ” เธอยิ้มกว้างอารมณ์ดีเมื่อได้ค้นพบพลังใหม่พร้อมกับแก้ปัญหาได้ แต่ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเดินไปอาบน้ำ ร่างเล็กเพรียวบางเซชนผนังจนแทบยืนไม่ไหว ราวกับพลังงานในร่างกายทั้งหมดถูกสูบไปใช้จนไม่เหลือ
ทุกคนใและเข้าใจโดยอัตโนมัติว่าพลังที่แสนมหัศจรรย์ก็ต้องแลกมากับพลังกายของคนใช้ด้วยเช่นกัน
“ อย่าใช้บ่อยเลยดีกว่านะครับ ”
คนตัวเล็กพยักหน้าแทนคำตอบ เทพหมาป่าผู้มีดวงอาทิตย์เต็มดวงอุ้มเ้าหญิงไปอาบน้ำเพื่อความสบายตัวและให้เธอนอนพักสักครู่
ผู้ติดตามคนอื่นเข้ามาในห้องตามคำสั่งในตอนที่เธอรู้สึกดีขึ้นแล้ว ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติอะไร แม้สาวใช้จะแปลกใจที่เธอดูเหมือนคนอาบน้ำแล้วแต่ก็คิดกันไปเองว่าคงเป็เพราะเธอไม่ได้ออกไปไหน ทั้งตัวจึงยังสะอาดอยู่
แต่สิ่งที่สะกดทุกสายตาคือนกอินทรีเผือกซึ่งเกาะอยู่บนหัวเตียงในห้องนอนของเ้าหญิง ทุกคนเกิดคำถามเดียวกันในหัวแต่เพราะเ้าหญิงบอกว่ามันบินมาจากทางระเบียงและอยากเลี้ยงจึงไม่มีใครกล้าถามอะไรอีก
เธอใช้เวลาที่หลือเดินเล่นในเมืองเพื่อผ่อนคลายก่อนจะเดินทางกลับทันทีในวันรุ่งขึ้น แม้กัปตันจะประหลาดใจที่เ้านายกลับไวกว่ากำหนดการ แต่เมื่อเ้าหญิงดูสดใสอารมณ์ดีขึ้นแล้วเขาก็เข้าใจ
ใช้เวลานานพอๆกับขามาในการเดินทางกลับเนื่องจากยังพอมีเวลา เธอจึงหยุดพักที่เมืองลิกูเรียซึ่งอยู่ห่างจากมิลานบ้านของเธอเพียงสองร้อยกิโลเมตร
เธอมาทะเลตามที่บอกกับท่านแม่เอาไว้จริงๆ เมืองเล็กๆที่อาณาเขตส่วนใหญ่ติดกับทะเลเต็มไปด้วยบ้านเรือนสีสันสดใส อาคารสีแดงบ้างสีส้มบ้าง สีเหลือง สีฟ้าสลับกันสวยงาม แม้ตอนมาถึงจะเริ่มมืดแล้วแต่ความสวยงามของทะเลสีฟ้าไม่ด้อยลงเลย
เธอเลือกพักที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งซึ่งตกแต่งในสไตล์บาโรก ห้องสวีทกว้างขวางพร้อมระเบียงแพงระยับ ช่วยผ่อนคลายจิตใจและร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางได้เป็อย่างดี
เ้าหญิงแคนดี้เริ่มมื้อเย็นที่โต๊ะขนาดสี่ที่นั่งซึ่งตั้งอยู่บนระเบียงส่วนตัว มองออกไปเห็นทะเลได้สวยงามที่สุด มื้อค่ำคือคอร์สอาหารสุดพรีเมี่ยมโดยมีเชฟขึ้นมาเสิร์ฟเองถึงบนห้อง
แคนดี้ให้ผู้ติดตามกลับไปพักผ่อนหลังทานอาหารเสร็จ เธอมองลงไปด้านล่างเห็นบาร์เครื่องดื่มอยู่ริมหาด นึกอยากจะลงไปนั่งบ้างแต่เนื่องจากเธอยังเด็กเกินไปที่จะทำแบบนั้นจึงเลือกนั่งพักผ่อนในห้องของตัวเองแทน
สมาชิกใหม่เกาะขอบระเบียงสีขาวมองทะเลสีฟ้าซึ่งดูต่างออกไปจากทะเลที่เขาอยู่ก่อนหน้านี้ ั้แ่ออกจากเกาะทั้งเ้าหญิงและไซรุยังไม่ได้เริ่มบทสนทนาเนื่องจากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย พอตอนนี้ไม่มีคนนอกคอยกวนใจเธอก็เริ่มชวนเทพแห่งท้องฟ้าคุยทันที
“ ไซรุ ทำไมนายถึงยอมมากับฉันล่ะ ? ” เธอถามเทพอินทรีที่ตอนนี้ไม่แม้แต่จะหันมามอง
“ ช่วยแปลงร่างมาคุยกันก่อนได้ไหม ฉันอยากเห็นร่างอื่นๆของนายบ้าง ” อินทรีเผือกย้ายจากขอบระเบียงบินมาเกาะเก้าอี้ตรงข้ามเธอและจ้องเธออยู่อย่างนั้น ไม่พูดไม่จาอะไร
“ เ้าหญิงครับ ” ลูกหมาตัวเล็กแปลงร่างเป็มนุษย์เพื่อตอบคำถามของเ้านายแทนอีกคนที่ไม่ยอมพูด
“ ไม่ใช่คัมภีร์ทุกฉบับที่อยากจะแปลงเป็มนุษย์นะครับ ”
“ ถ้าเขาพอใจกับไลฟ์สไตล์ในร่างสัตว์เทพ เขาก็ไม่ค่อยแปลงเป็ร่างอื่นหรอกครับ ”
“ งั้นเหรอ ไม่เคยรู้มาก่อนเลย ” คนฟังทำหน้าประหลาดใจ ยังมีอีกหลายเื่ที่เธอไม่รู้ เธอต้องค่อยๆทำความเข้าใจเพื่อการอยู่ร่วมกันให้ราบรื่นที่สุด
“ ขออนุญาตตอบแทนไซรุนะครับ จากข้อมูลที่พวกผมหามาดูเหมือนว่าจะมีคนเคยใช้คัมภีร์เทพแห่งท้องฟ้ามากกว่าที่คิดครับ ”
“ นี่อาจเป็ที่มาที่เขาพูดไว้ว่า ‘ การได้มาน่ะง่าย รักษาไว้ให้ได้ก็แล้วกัน ’ ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ปฏิเสธใครให้มาเป็เ้านาย เพียงแต่ต้องทำให้เขาอยู่ให้นานที่สุดประมาณนั้นนะครับ ”
ทั้งสองอธิบายอย่างฉะฉาน เ้าตัวเองก็ดูไม่ได้มีท่าทีขัดขืน เ้าหญิงจึงเชื่อคำอธิบายของพวกเขา
“ แล้วฉันต้องทำยังไง ? ” ใบหน้าสวยเคร่งเครียดจริงจัง กลัวไซรุจะอยู่กับเธอแค่วันนี้วันเดียวแล้วหายไป
“ พวกผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ”
“ เรามาใช้เวลาค่อยๆเข้าใจเขากันเถอะครับ ”
รอยยิ้มของทั้งสองมีพลังมากพอทำให้คนที่กำลังเครียดสบายใจขึ้น
“ นั่นสินะ ” เธอยิ้มให้เทพอินทรีตรงหน้า ก่อนจะเขย่งปลายเท้าไปลูบหัวเทพหมาป่าร่างคนที่ตัวสูงกว่าแล้วเข้าห้องนอนไปพักผ่อน
แคนดี้ฟุบลงกับหมอนก็หลับสนิทอย่างง่ายดายเพราะความล้าที่สะสมมาหลายวันกับผ้าห่มและผ้าปูที่นอนอย่างดีซึ่งนุ่มเหมือนปุยเมฆ สาวใช้จุดเทียนหอมกลิ่นโปรดของเธอไว้ข้างเตียงเพิ่มความผ่อนคลายมากขึ้นไปอีก
โรจิโซจิเห็นเ้านายหลับสนิทพลอยรู้สึกโล่งใจตาม พวกเขายืนอยู่ที่เดิมกับผู้ชายแปลกหน้าอีกคนซึ่งกำลังนั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวกับตัวที่ไซรุเกาะ
เส้นผมยาวตรงสีครีมไข่มุกผสานกับดวงตาสีเดียวกับท้องฟ้าในตอนกลางวันน่าหลงใหลมองเทพฝาแฝดนิ่ง
“ จะไม่คุยกับเธอหน่อยเหรอ ” โซจินั่งลงตรงข้าม ผู้ที่เพิ่งปรากฎตัวเผยรอยยิ้มบาง เขาลุกขึ้น มองผ่านประตูระเบียงที่เป็กระจกทะลุเข้าไปเห็นคนตัวเล็กนอนหลับอยู่บนเตียง
“ ยิ่งรักษาระยะห่างได้มากเท่าไร เราก็จะอยู่ด้วยกันได้นานมากขึ้นเท่านั้น ” เสียงแบบเดียวกับที่ได้ยินในถ้ำ กังวานใสขึ้นเมื่ออยู่ในพื้นที่โล่ง เขาเป็คนโลกส่วนตัวสูงก็จริงแต่ก็ใจดีและอ่อนโยนมากพอจะไม่ทิ้งขว้างเ้านายของตน อย่างน้อยก็ในตอนนี้
เป็ไปตามที่เ้าหญิงเคยจินตนาการไว้ รูปลักษณ์ที่ปรากฏดูเยาว์วัย หากเทียบกับมนุษย์คงอายุราวยี่สิบต้น แต่ถึงอย่างนั้นโรจิโซจิในร่างมนุษย์กลับดูเด็กกว่าคงเพราะด้วยความสดใสไม่ก็แววตา
แสงสีส้มสว่างฉาบไปทั่วอีกครั้ง ก่อนนกอินทรีั์จะกางปีกกว้าง บินโฉบรอบเมืองเพื่อชมวิวในตอนกลางคืน
โรจิโซจิไม่ได้ขัดหรือพูดอะไรหลังจากนั้น ฝาแฝดทั้งสองเดินกลับเข้ามาในห้องนอนกลับร่างสัตว์เทพและนอนลงข้างเตียงของเ้าหญิง แม้ในห้องขนาดใหญ่จะมีเตียงพอให้ทั้งสองนอน แต่พวกเขาสบายใจที่จะนอนข้างเ้านายของตัวเองมากกว่า