มาเรียนทรุดตัวลงนั่งในเก้าอี้แบบหลุยส์ตัวโปรดที่ตั้งอยู่หน้าเตาผิงไมเคิลแลเห็นความสง่าอย่างเด่นชัดของผู้เป็มารดาจากแสงไฟในเตาผิง ทั้งๆที่ขณะนี้แม่จะมีอายุห้าสิบเจ็ดแล้วก็ตามและเส้นผมสีน้ำผึ้งก็เริ่มเปลี่ยนเป็สีเทาเงินวาววาม เค้าความสวยเมื่อวัยสาวยังคงอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลงแม้ความเริงรื่นของชีวิตจะขาดหายไปด้วยมีสิ่งอื่นเข้ามาทดแทนความเคยมีชีวิตจิตใจจนหมดสิ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานในหน้าที่และธุรกิจที่รัดตัว
“นั่นสิจ๊ะ… ยืนคิดอะไรอยู่ที่จริงแม่ก็ยังสังหรใจอยู่เหมือนกันนะว่า ที่ลูกรีบร้อนมาหาแม่กลางค่ำกลางคืนอย่างนี้จะต้องมีอะไรสำคัญจะพูดกับแม่ มีอะไรหรือไมเคิล…?”
สีหน้าและแววตาของผู้เป็มารดาทำให้เขาอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกดวงตาที่มีประกายกล้าของมาเรียนจับอยู่ที่ใบหน้าของลูกชาย
“เอ้อ…เปล่า…ผมไม่ได้ไปทำเื่อะไรที่ไม่ดีมาหรอกครับแม่ แต่ผมมีปัญหาบางอย่างที่จะปรึกษาแม่นะครับ”เขารู้ว่าตัวเองใช้คำพูดผิด เพราะที่จริงแล้ว เขาน่าจะใช้คำว่า “บอก” แม่มากกว่าจะใช้คำว่า “ปรึกษา”
“เพราะ…เพราะ… ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผมกับแม่จะได้พูดจากันอย่างตรงๆ เสียที”
“ลูกพูดคล้ายๆ กับว่า ที่ผ่านๆ มาน่ะเราไม่เคยได้จริงใจต่อกันอย่างนั้นแหละ” มาเรียนชักสีหน้าขึ้นมาทันที
“ครับ…ผมอยากจะพูดกับแม่ตรงๆเื่แนนซี่”
“แนนซี่…ใครกัน...?”สุ้มเสียงของมาเรียนว่างเปล่าจนไมเคิลรู้สึกได้ทันทีว่าแม่กำลังเสแสร้ง
“ก็แนนซี่ แม็คอลิสเตอร์ เพื่อนผมไงล่ะครับ”
“อ๋อ…แล้วยังไง…มีตรงไหนที่เกี่ยวกับแนนซี่ล่ะจ๊ะ เราจะต้องพูดถึงเขาอย่างตรงไปตรงมาน่ะ?”
“แม่แกล้งทำเป็ไม่รู้ละมั้งครับว่าเรากำลังจะพูดถึงเขาด้วยเื่อะไร…แม่ครับที่จริงผมก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้แม่ผิดหวังหรอกนะครับแต่…ผมจะแต่งงานกับแนนซี่” เขาพยายามรวบรวมความกล้าอย่างสุดความสามารถ“ครับ…แล้วก็ภายในสองอาทิตย์นี่ด้วย”
“อ๋อ…” สีหน้าของมาเรียนนิ่งสงบไม่มีวี่แววของความรู้สึกที่กำลังผิดปกติฉายออกมาให้เห็น แม้ในดวงตา “ทำไม…เขาเกิดท้องขึ้นมายังงั้นเรอะ?”
“ไม่ถึงอย่างนั้นหรอกครับ”
“เฮอ…สินเคราะห์ไปที…ก็แล้วทำไมล่ะ ทำไมลูกถึงจะต้องรีบร้อนแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นแล้วก็ต้องแต่งภายในสองอาทิตย์นี่ด้วย…?”
“ก็เพราะว่าผมจะต้องรับปริญญาตอนนั้นและก็เพราะว่าผมจะยังไม่ย้ายกลับมาอยู่นิวยอร์ก ผมจะเริ่มทำงานที่นั่นเลยเพราะดูว่ามันจะเข้าท่ากว่า เพราะผมไม่อยากออกมาเป็นายคนทีเดียวแต่อยากเรียนงานทุกระดับเสียก่อน”
“เพื่ออะไร…?” น้ำแข็งที่ไม่ยอมละลายดูจะจับตัวกันแน่นยิ่งขึ้น...ขาที่ยกขึ้นไขว่ห้างเริ่มกวัดแกว่งอย่างช้าๆมองเห็นรองเท้าแตะที่ตัดเย็บด้วยแพรต่วนอย่างประณีตเป็ประกายเมื่อต้องแสงไฟ ไมเคิลรู้สึกอึดอัดต่อท่าทางปึ่งชาของมารดามากยิ่งขึ้นดวงตาที่จ้องมองเขาอยู่ขณะนี้นั่นไม่ได้กะพริบเลย ท่าทีเช่นนี้เคยทำลายความรู้สึกของใครต่อใครมานับไม่ถ้วนแล้ว
“ก็…เพื่อเราสองคนน่ะสิครับแม่”
“เราน่ะหมายถึงใคร?”
“ก็…ผมกับแนนซี่”
“ก็แปลว่าไม่ใช่สำหรับแม่…ถ้าอย่างนั้นก็จะเล่าให้ฟังเสียเลยว่ามีผู้เสนอโครงการให้เราเป็ผู้สร้างสถาบันเวชศาสตร์ขึ้นในซานฟรานซิสโกผู้เสนอก็คือกลุ่มที่เคยสนับสนุนให้เราสร้างสถาบันฮาร์ทฟอร์ดมาแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้ ลูกไม่มีเวลาที่จะคิดเื่มีเมียหรอก เพราะแม่อยากให้ลูกทำงานเสียก่อนสักปีหรือสองปีถ้าเราจะพูดกันตรงๆ ก็คือ แม่อยากให้ลูกรอเวลาไปอีกสักหน่อยก่อน”
น้ำเสียงที่ทอดในตอนท้ายนั้นอ่อนโยนอย่างที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนทำให้เขาเริ่มสงสัยว่า มันจะพอมีความหวังเหลืออยู่บ้างหรือไม่
“แต่เื่อย่างนี้ผมรับรองว่าแนนซี่จะช่วยเราได้มากเลยนะครับแม่เธอเป็คนน่ารักมากแล้วก็เก่งมากด้วย”
“จ้ะ…แม่เชื่อว่าเขาอาจจะเป็อย่างที่ลูกว่าจริงๆก็ได้แต่ลูกจะต้องไม่ลืมว่า ชีวิตครอบครัวนั้นจะต้องหลักฐานที่มั่นคงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงที่จะมาเป็เมียลูกนั้น ควรที่เราจะได้รู้จักพื้นเพปูมหลังของเขาเสียก่อน อย่าลืมว่าเขาจะต้องมาเป็คุณผู้หญิงของฮิลยาร์ดต่อจากแม่นะจ๊ะ”
ไมเคิลกำลังอธิษฐานอยู่ในใจ ทั้งๆ ที่เขารู้อยู่เต็มหัวใจว่ามันเป็คำอธิษฐานที่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
“แม่พูดถึงอะไรครับ…พื้นเพอะไรผมไม่เข้าใจ”
“อ้าว…นี่ลูกไม่รู้หรอกหรือจ๊ะว่าเขาเป็ใครมาจากไหน...แต่ก็จริงอยู่หรอกไม่มีผู้หญิงคนไหนโง่พอที่จะบอกประวัติความเป็มาของตัวเองให้คู่รักรวยๆอย่างลูกรู้แน่”
“ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดีนั่นแหละครับว่าแม่หมายความว่ายังไง ที่ว่าเธอเป็ใครมาจากไหนน่ะครับ” โอ…คุณพระคุณเ้า…ขอให้ช่วยลูกด้วยเถอะ
“ถ้าอย่างนั้นแม่จะให้ดูหลักฐานก็ได้” มาเรียนลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปยังโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องเปิดลิ้นชักหยิบแฟ้มบางๆ ออกมาและเดินมายื่นให้ลูกชาย
“อะไรครับ?”
“ก็รายงานไงล่ะจ๊ะแม่ให้นักสืบเขาสืบหาปูมหลังแม่สาวน้อยคนนั้นของลูกแล้วก็ออกมาเป็รายงานอย่างที่ลูกกำลังถืออยู่ในมือนั่นแหละเอาละ…ลูกงสบอกสงบใจแล้วอ่านเสียก่อนก็ได้”
เธอหยิบบุหรี่ออกมาจากกล่องทองคำออกมาจุดสูบนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ตัวเดิม ลอบชำเลืองมองลูกชายที่กำลังเปิดแฟ้มนั้นออกอ่าน
เพียงรายงานท่อนแรก ไมเคิลก็รู้ว่า เขาแพ้มารดาแล้วอย่างไม่มีเปอร์เซ็นต์เหลืออยู่เพราะรายงานนั้นเขียนระบุไว้ว่า…
“บิดาของแนนซี่ถูกฆ่าตายในคุกั้แ่เธออายุได้เพียงสามเดือนและสาเหตุของการติดคุกของเขาถึงเจ็ดปีตามคำพิพากษานั้นก็ด้วยข้อหาปล้นฆ่าเ้าทรัพย์ มารดาตายด้วยโรคพิษสุราเรื้อรังส่วนตัวเธอนั้นเติบโตขึ้นมาในโรงเลี้ยงเด็กกำพร้า…”
“เป็ยังไง…ครอบครัวนี้น่ารักมากไหมล่ะลูก?”น้ำเสียงนั้นมีความกังวานเยาะหยันอยู่เต็มเปี่ยมอารมณ์ของไมเคิลพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที เขาโยนแฟ้มในมือตกกระจายลงบนพื้นห้อง
“ผมไม่อ่านไอ้เศษขยะพวกนี้หรอก”
“ไม่อ่านหรือจ๊ะ…แต่ว่าลูกกำลังจะแต่งงานกับเขานะ”
“ก็แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะครับผมไม่สนใจหรอกว่าพ่อแม่เขาจะเป็ใครผมไม่ได้แต่งงานกับพ่อแม่เขานะครับผมจะแต่งงานกับตัวเขาแล้วที่พ่อแม่ของเขามาเป็อย่างนี้ มันเป็ความผิดความระยำของเขาตรงไหนเล่าครับแม่?”
“ไม่ผิดหรอก…” มาเรียนยิ้มเยื้อนอย่างใจเย็น“เพียงแต่ว่า เขาออกจะเป็คนโชคร้ายอยู่สักหน่อยเท่านั้นเองไม่ใช่แต่ตัวเขาเท่านั้นนะ ลูกด้วย…ไมเคิลเพราะลูกกำลังคิดจะแต่งงานกับเขาอยู่ ไมค์…แม่อยากขอให้ลูกหยุดคิดสักนิดนะลูกกำลังจะเริ่มงานที่ลงทุนเป็ล้านๆ เหรียญ ลูกไม่น่าจะมาเสี่ยงอนาคตกับผู้หญิงที่ไม่มีเทือกเถาเหล่ากออย่างนั้นเลย…ลูกจะต้องเป็ผู้สืบสกุล…นำวงค์ตระกูลต่อไปในวันข้างหน้าปู่ของลูกทำงานนี้มาถึงห้าสิบปีแล้ว…แล้วลูกจะมาทำลายมันด้วยปัญหาเื่รักของลูกอย่างนั้นหรือ…อย่าเป็ทารกไร้เดียงสาไปหน่อยเลย…ลูกโตแล้วนะจ๊ะ…ลูกรัก…แล้วลูกเป็ความหวังเดียวของแม่ด้วยเวลานี้เป็่ที่ลูกกำลังมีไฟอยู่ในตัวชีวิตร่อนเร่แบบที่จะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวนั่นนะกำลังจะสิ้นสุดลง…เมื่อไหร่นะ…ลูกบอกว่าอีกแค่สองอาทิตย์นี้แล้วใช่ไหม…?”
ดวงตาของเธอหรี่ลง…ขณะที่พูดต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำว่า
“และแม่ก็จะไม่โต้เถียงอะไรกับลูกในเื่นี้อีกไมเคิลลูกก็รู้อยู่แล้วนะว่า…มันไม่มีทางเลือกสำหรับแม่”
“ไม่สำคัญหรอกครับแม่เื่อะไรก็ไม่สำคัญทั้งนั้น…ผมไม่จำเป็ที่จะต้องมานั่งก้มหัวให้กับกฎเกณฑ์บ้าๆที่แม่ตั้งขึ้นเพื่อเอาไว้บีบบังคับอีกแล้ว ไม่มีทาง…ฟังนะครับผมจะไม่ยอมลงให้แม่อีกต่อไปผมจะไม่ยอมอีกแล้วถ้าแม่คิดจะดึงผมเข้าไปทำธุรกิจให้กับแม่ อุ้มชูจนกว่าแม่จะเลิกราจากธุรกิจทั้งหลายเ่าั้แล้วก็นั่งชักใยอยู่ข้างหลังเหมือนผมเป็หุ่น…เห็นจะไม่มีทางแม่ไม่มีทางที่จะบังคับใจผมได้อีกทั้งเวลานี้และตลอดไปด้วย…ได้…ผมจะตกลงที่จะทำงานให้แม่ก็ได้แต่ผมจะต้องมีสิทธิ์ที่จะแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมรัก…”
“ไมเคิล…!” น้ำเสียงของมาเรียนสั่นสะท้านด้วยความโกรธ