..... จงโป เมื่อเห็นทัพของตนเสียกระบวน ภายในใจกระวนกระวายจนแทบจะสำลักโลหิตออกมา " เร็วเข้าสั่งทหาร ทัพหลังไปสกัดกองทหารเหล่านั้นเอาไว้. " จงโปเอ่ยออกไปด้วยอารมณ์
... ทหานคนสนิทได้ยินดังนั้น ไม่รอช้า รีบทำตามทันที. " แม่ทัพมีคำสั่ง. ให้ทัพหลังถอยกลับมาป้องกันเดี๋ยวนี้ "
.... ขุนพลผู้คุมทัพหลัง ได้ยินดังนั้น หวังจะเร่งรุดถอยทัพกับมา. แต่แล้ว เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ประตูเมืองชายแดนถูดเปิดออก เสียงโห่ร้องอึกกระทึกดังออกมายกใหญ่ ทหารนับหมื่นกรีธาทัพออกมา
.... เหล่าทหารที่กำลังจะถอยทัพ ต่างก็ทำอะไรไม่ถูก ถูกสั่งหารตายตกตามกันคนแล้วคนเล่า. แถมผู้นำกองทัพออกมา หาใช้ทหารไร้ชื่อ แต่เค้าคือ. จางชิงขุนพลชำนาญศึก. มีหรือที่เขาจะยอมปล่อยโอกาสนี้หลุดมือ. เขาเร่งเร้านำทหารบุกทะลวงตรงเข้าประหัตประหาร. กองทัพหนานไห่จนล้มตายเป็นจำนวนมาก เสียงร้องตระโกนของ. จางชิงดังขึ้น
" พวกเราฆ่าพวกหนานไห่ให้หมด. ฆ่าาาาาา "
.... ทหารทุกคนได้ยินเช่นนั้น ต่างก็โห่ร้องออกมาเสียงดังจนดังไปทั่วเมือง เหล่าทหารที่เคยเสียขวัญบัดนี้กลับฮึกเหิมจนหน้าตกใจ. ต่างก็ไล่เข่นฆ่า ทัพหนานไห่ราวกับว่าเป็นตุ๊กตาฟาง. เสียงร้องโหยหวนดังออกมาอย่างต่อเนื่อง
... จงโป. เห็นทหารของตนถูกฆ่าตายคนแล้วคนเล่า ไหนเลยจะทำใจได้ เขารีบสั่งทหารถอยทัพทันที. " เร็วเข้า สั่งทหารทั้งหมดให้ถอยทัพ "
... แต่ทว่า ยังไม่ทันที่ นายทหารจะไปสั่งการ. เบื่องขวาของทัพหลัก. กับปรากฎ ร่างของขุนพลหนุ่มชุดขาวถือทวนยาวเอาไว้ในมือ ขี่ม้าขาวมุ่งตะบันเข้ามาหาพวกเขา. ตลอดรายทางต่างก็ใช้ทวนสังหาร. ทหารหนานไห่อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่เขาจะใช้ทวนฟาดไปที่ดาบที่ปักอยู่บนศพของทหารที่ตาย. ดาบที่ถูกฟาดพุ่งตรงเข้าปักอกของทหารคนสนิทพอดิบพอดี. .... อ๊ากกกกก
.... จงโป เห็นเช่นนั้น ตกใจจนดวงตาแทบถล่น. ก่อนจะมองไปยังขุนพลหนุ่มผู้นั้น. " รองแม่ทัพ. เจ้าทั้งสองไปหยุดขุนพลหนุ่มผู้นั้นเอาไว้. " จงโปออกคำสั่งไป
... รองแม่ทัพทั้งสองได้ยินเช่นนั้น ก็ไม่รอช้าเร่งขี่ม้าถือง้าวใหญ่ในมือ พุ่งเข้าไปหาขุนพลหนุ่มผู้นั้นทันที. ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเอ่ยขึ้น. " ขุนพลน้อยผู้นี้ห้าวหาญยิ่งนัก ไม่ทราบว่าเจ้ามีชื่อแซ่ว่าอะไร "
.... ขุนพลหนุ่ม. ได้ยินเช่นนั้น ก็หยุดม้า ก่อนจะปักทวนยาวลงพื้น แล้วเอ่ยด้วยเสียงที่ห้าวหาญว่า. " ตัวข้าเป็นแค่เพียงขุนพลชั้นปลายแถว. มีนามว่า หลี่เฟยหลง "
... รองแม่ทัพทั้งสองได้ยินเช่นนั้น ก็งวยงงเป็นอย่างยิ่ง เนื่องด้วยว่าในบรรดาขุนพลมีชื่อทั้งหมดของ แคว้นเหลียงพวกเค้าต่างก็รู้จักชื่อเป็นอย่างดี แต่ว่า. หลี่เฟยหลงผู้นี้มันคือใครมาจากไหนกัน. ทั้งสองจึงมิได้สนใจมากนัก
... ทั้ง สองจึงควบม้าคู่ใจ พร้อมกับถือง้างใหญ่ในมือ พุ่งตรงเข้าไปประหัตประหาร กับ เฟยหลงทันที ง้าวในมือของทั้งสอง ต่างก็ร่ายรำประดุจดัง พญาอินทรีย์ ที่กำลังเหินเวหา
... เฟยหลง เห็นเช่นนั้น หาได้หวั่นเกรงไม่. เขาร่ายรำทวนยาวดุจดั่งพญามังกรที่กำลังท่องมหาสมุทรอยู่ก็ไม่ปราน เขาหมุนทวนในมือไปด้านหลัง ก่อนจะฟาดทวนออกไปต้านรับ ง้าวของรองแม่ทัพมีชื่อทั้งสองเอาไว้ การปะทะดังขึ้นสองสามกระบวนท่า. รองแม่ทัพทั้งสองจึงประจักแก่ใจว่า ขุนพลหนุ่มหน้าใสผู้นี้ หาได้ไร้ฝีมือ กับยังร้ายกาจจนทั้งสองต้องตกใจ. ภายในใจของทั้งสองต่างก็รับรู้ได้ว่า หาแม้นว่าต่อสู้กันเพียงหนึ่งต่อหนึ่ง พวกเค้าคนได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว...
... จงโป เห็นเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้น. " ลูกโคเกิดใหม่ไม่กลัวพยัคฆ์ ช่างหน้าเสียดายนัก " พูดจบเค้าก็หันไปสั่งการทหารแนวหน้าต่อโดยไม่สนใจ การต่อสู่ของรองแม่ทัพทั้งสองกับ หลี่เฟยหลง
.... รองแม่ทัพทั้งสอง คนนึงฟันง้าวเข้าใส่ด้านหน้า อีกคนฟันง้าวเข้าใส่ด้านหลัง. หวังจะฆ่าเฟยหลงให้จงได้. ง้าวทั้งสองว่องไวยิ่งนัก
..... แต่เฟยหลง หาใช้ขุนพลไร้ชื่อธรรมดาไม่. เขาเอนตัวลงเพื่อหลบง้าวทั้งสอง ก่อนจะแทงทวนออกไปเพื่อโจมตีกลับทันที ฝ่าย รองแม่ทัพที่ถูกแทง เอนตัวหลบได้แทบจะหวุดหวิด ในตาแสดงถึงความตกใจไม่น้อย
...รองแม่ทัพอีกคนเห็นสหายเสียท่า รีบฟันง้าวเข้าช่วยทันที เสียงง้าวฝ่าอากาศอย่างรุนแรง. เฟยหลงเห็นท่าไม่ดีรีบตั้งทวนรับเอาไว้ เสียงอาวุธกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ เหล่าทหารต่างตื่นตะลึงในการต่อสู้ของพวกเขาทั้งสาม การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายกระบวนท่า
... จงโป ผู้เคยดูถูก เฟยหลงเอาไว้. เมื่อเห็นเช่นนั้น แทบจะหัวใจวาย ขุนพลหนุ่มไร้ชื่อผู้นี้หาได้ไร้ฝีมือ อย่างที่เขาคิดไม่. ก่อนที่เค้าจะคิดขึ้นในใจ ( แคว้นเหลียงมีขุนพลพยัคฆ์เช่นนี้ ต่อไปเขาจะต้องมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วแผ่นดินเป็นแน่ )
... เหตุใด จงโป ถึงได้พูดเช่นนี้ นั่นก็เพราะว่า รองแม่ทัพทั้งสองที่เขาพามาด้วย ล้วนแต่เป็นผู้ที่ถูกคัดสรรค์แล้วว่า มีฝีมือดีที่สุดของหนานไห่. คนนึงเป็นถึงครูสอนทหารหลวง. อีกคนเป็นถึงหัวหน้าองครักษ์ แต่ทว่า. กับไม่สามารถเอาชนะ. ขุนพลวัยละอ่อนผู้นี้ได้ ช่างเป็นเรื่องที่เขาไม่คาดฝันจริงๆ
... ด้านเฟยหลง เปลี่ยนจากรับมาเป็นรุก เขาแทงทวนเข้าใส่รองแม่ทัพทั้งสอง. สองครั้งติดต่อกัน ทวยยาวที่แหลมคมพุ่งตรงราวกับลูกธนู.
... ทั้งสอง. เห็นเช่นนั้น. ก็รีบเอี่ยวตัวหลบทันที. ก่อนจะใช้ง้าวรับเอาไว้ได้. เสียงปะทะกันดังขึ้นอีกนับสิบกระบวนท่า ทั้งสองฝั่งต่างก็ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่มีผู้ใดพาดพลั้ง. เสียงอาวุธกระทบกันดังกึ่งก้องจนสะกดสายตาผู้คน
...เหล่านายทหารของแคว้นเหลียงเองก็ยังอดทึ่งกับการต่อสู้ของทั้งสามไม่ได้ " นั่นหนะหรือ ขุนพลเฟยหลงผู้นั้น ช่างห้าวหาญสมคำเล่าลือจริงๆ " นายทหารคนนึงเอ่ยออกมา
" ใช้แล้ว ข้าเองก็เคยได้ยินชื่อมาบ้าง แต่ไม่คิดเลยว่าจะเก่งกาจขนาดนี้ แถมอายุแค่นี้ยังมีตำแหน่งถึงขุนพล ไม่ธรรมดาจริงๆ " นายทหารอีกคนเอ่ยออกมา
.... ด้านจางชิง ที่ไล่ฆ่าทหารแนวหน้าของ หนานไห่จนแทบหมดสิ้น. ได้ทีหวังจะบุกทะลวงเข้าไปยังทัพหลัก แต่ก็ถูก ขุนพลตู้ กับขุนพลเสิ่น สกัดกลั้นเอาไว้. ทั้งสามต่างก็ประทะกันดุเดือดไม่แพ้กัน.
.... จงโป เห็นว่า แนวหน้าของตนแตกแล้ว ก็ไม่อาจจะเฉยอยู่ได้อีกต่อไป ก่อนที่เขาจะร้องตะโกนขึ้น. " พวกเราถอยทัพก่อน. " พูดจบเขาเร่งนำทหารด้วยตนเอง ถอยทัพกลับลงไปทางใต้ ก่อนจะมีเสียงระฆังดังขึ้นไม่ขาดสาย เเก๊งๆๆๆๆๆๆ....
.... เหล่าทหารแคว้นหนานไห่ ได้ยินเสียงระฆัง ต่างก็ถอยทัพลงใต้ตาม จงโปไปทันที
... เฟยหลง ที่กำลังต่อสู้ติดพันกับสองรองแม่ทัพ เห็นว่า จงโปกำลังจะหนีไป เขาจึงคิดจะทิ้งสองแม่ทัพเอาไว้. แต่กลายเป็นว่า ทั้งสองกับรู้ทัน. พุ่งเข้าสกัด เฟยหลงจนไม่อาจจะหนีออกไปได้
... จางชิง. และเหล่าทหาร เห็นทัพหนานไห่ ถอนกำลัง ต่างก็ส่งเสียงร้อง เฮโลออกมาจนสุดเสียง ก่อนที่เขาจะมองไปที่ เฟยหลงที่กำลัง ต่อสู้อยู่กับรองแม่ทัพทั้งสองของหนานไห่ การต่อสู้ของพวกเขา. ช่างทำให้เหล่าแม่ทัพนายกอง ตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก.
...ด้าน รองแม่ทัพทั้งสอง เมื่อเห็นว่า. จงโป ถอยทหารออกไปแล้ว. ต่างก็หยุดมือ. ก่อนจะพูดขึ้น. " ขุนพลเฟยหลง ท่านช่างเก่งกาจยิ่งนัก. วันนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อน โอกาสหน้าพวกเราคงได้สู้กันใหม่ " พูดจบรองแม่ทัพทั้งสองก็เร่งขี่ม้านำกองทหารของตนตาม จงโป ไป
..... เฟยหลง ได้ยินเช่นนั้น ก็หยุดมือ. ก่อนจะคิดขึ้นในใจ ( ขุนพลสองคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ )
... จางชิง เห็นเช่นนั้น ก็เข้ามาหาเฟยหลง แล้วเอ่ยขึ้น. " เขาทั้งสองคือ. เตงอี้กับเตงฮอง เป็นขุนพลมีชื่อของหนานไห่ การที่เจ้าสามารถต่อสู้กับพวกเขาสองคนพร้อมกันได้แบบนี้ ทั้งแผนดินคงมีแต่เจ้าผู้เดียวแล้ว "
... เฟยหลง ได้ยินเช่นนั้น เขาก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดขึ้น " ช่างน่าเสียดายนัก หัวของ จงโป อยู่แค่เอื้อมแล้วแท้ๆ แต่ข้ากับไม่สามารถเด็ดมันลงมาได้ "
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าอย่าพึ่งใจร้อน การที่เจ้าสามารถทำลายทัพของหนานไห่ได้เกินครึ่งแบบนี้ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว วันนี้ถือซะว่า มันโชคดีทีมี เตงอี้กับเตงฮอง. อยู่ด้วย. หาไม่ หัวของมันคงจะเป็นของเจ้า " จางชิงเอ่ยออกไป
... เฟยหลง ได้ยินเช่นนั้น ก็หันม้ากลับไป ก่อนจะเอ่ยขึ้น. " ท่านแม่ทัพ แม้หนานไห่จะเสียทหารไปมาก แต่เราเองก็เสียหายไม่น้อย จะเป็นการดี หากท่านสั่งทหารรักษากำแพงเมื่อให้รัดกุมมากขึ้น. "
" อืม ข้าเข้าใจเเล้ว เช่นนั้นพวกเรากลับเข้าเมืองกันเถอะ " จางชิงเอ่ยออกไป. ก่อนที่ทั้งสองและทหารทั้งหมดจะกลับเข้าเมือง