“อาหารถูกปากไหมครับ” เย่อี้จ้านถาม หลังจากเห็นหลินเยว่ซิงยกผ้าขึ้นเช็ดปาก
“ค่ะ อร่อยค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
“แล้วฉิงฉิงล่ะ อร่อยไหมคะ”เย่อี้จ้านหันไปถามหลานสาวบ้าง พร้อมกับเช็ดปากให้เธอ
“อร่อยค่ะ หนูชอบมากเลยค่ะคราวหน้าคุณอาอี้จ้านพาหนูมาที่นี่อีกนะคะ” เย่อ้ายฉิงพยักหน้าตอบและยิ้มกว้าง
“ได้สิคะ” เย่อี้จ้านรับปากหลานสาวแล้วหยิกแก้มเธอเบาๆด้วยความเอ็นดู
ชายหนุ่มหันมาคุยกับหลินเยว่ซิง“คุณหลินเยว่ซิงช่วยหลานสาวของผมไว้ผมจะตอบแทนอย่างไรจึงจะสมกับความกล้าหาญและความมีน้ำใจของคุณดีครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ไม่ต้องตอบแทนอะไรหรอกค่ะ”หญิงสาวตอบกลับเสียงเรียบ ยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างไม่คิดอะไร
“คุณหลินเยว่ซิงครับ แม้คุณจะไม่้าสิ่งตอบแทนแต่คุณก็ควรจะยอมรับผลตอบแทนจากการให้ความช่วยเหลือพวกเราบ้างก็ไม่เสียหายนะครับการที่คุณให้ความช่วยเหลือคนสำคัญของตระกูลเย่ให้ปลอดภัยถือว่าเป็ความช่วยเหลืออันยิ่งใหญ่หากคุณอยากได้สิ่งใดเป็การตอบแทนคุณเสนอได้ทุกอย่างเลยครับหากไม่เกินขอบเขตความสามารถตระกูลเย่ของคุณชายสามารถสนองความ้าของคุณได้นะครับ” มู่เป่ากล่าวแทรกขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของเย่อี้จ้าน เพราะรู้ว่าคนในตระกูลเย่ไม่เคยติดหนี้บุญคุณใครและแยกชัดเจนระหว่างการลงโทษและการขอบคุณ
‘เพราะฉันไม่เคยรู้จักกับพวกคุณมาก่อนคุณคิดว่าฉันช่วยเพราะหวังผลประโยชน์สินะ’ หญิงสาวโต้ตอบกับเขาในใจคิ้วย่นลงเล็กน้อย
เพราะแม้มันจะผ่านมานานมากแล้วแต่เธอก็ยังจำได้ว่าโลกในยุคปัจจุบันขับเคลื่อนไปด้วยเศรษฐกิจ ผลประโยชน์มักจะได้มาจากการลงทุนด้วยหลักการนี้เธอจึงคิดว่าพวกเขาคิดว่าเธอลงทุนช่วยเย่อี้ฉิงทั้งที่ไม่รู้จักกันก็เพื่อหวังผลตอบแทน
“คุณดูถูกน้ำใจฉันหรือคะคุณคิดว่าฉันช่วยฉิงฉิงเพราะฉัน้าผลประโยชน์จากพวกคุณอย่างนั้นหรือคะ ฉันไม่เคยรู้จักเธอมาก่อนแล้วฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าเธอเป็เด็กจากตระกูลไหน”หลินเยว่ซิงขมวดคิ้วถาม รอยยิ้มหายไป
มู่เป่าอ้าปากเตรียมจะตอบกลับ แต่เย่อี้จ้านยกมือห้ามนึกอยากจะให้รางวัลมู่เป่าสักโบก ที่พูดชวนเข้าใจผิด “นายไม่ต้องพูดแล้วมู่เป่า”
เย่อี้จ้านหันไปพูดกับหลินเยว่ซิง
“มันไม่ใช่แบบนั้นนะครับคุณหลินเยว่ซิงคุณอย่าได้เข้าใจผิด” เขายกมือขึ้นโบกปฏิเสธ
“ผมเพียงแค่อยากตอบแทนบุญคุณของคุณเท่านั้นแต่ผมไม่รู้ว่าผมควรจะตอบแทนคุณอย่างไรดีน่ะครับทั้งที่คุณต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยหลานสาวของผม ผมจึงรู้สึกลำบากใจหากไม่คิดจะตอบแทนอะไรคุณบ้างเลยน่ะครับ”เย่อี้จ้านรู้สึกหนักใจเล็กน้อยหากไม่ได้ตอบแทนอะไรเธอเลยเพราะการช่วยเหลือหลานสาวของเขา มันเป็เื่อันตรายแต่เธอก็ยังพาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพื่อช่วยเหลือ
“อ๋อ ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ขอโทษนะคะที่เข้าใจคุณผิด”หญิงสาวพยายามเข้าใจเขา พยายามคิดว่าเขาคิดอย่างที่เขาพูดจริงๆแม้ว่าจะยังดับอารมณ์ขุ่นได้ไม่ดีนักก็ตาม เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อเร่งการดับอารมณ์
“ฉันรับคำขอบคุณของคุณมาแล้วเื่ตอบแทนไม่ต้องหรอกค่ะ ดีเสียอีกการได้ตีคนร้ายก็ทำให้ฉันสดชื่นไปอีกแบบค่ะ”หญิงสาวกล่าว รู้สึกว่าปรับอารมณ์และทัศนคติได้บ้างแล้ว
‘อย่างนี้ก็ได้เหรอ’มู่เป่ามองหน้าเธอแล้วเลิกคิ้วคิดในใจ งงกับวิธีคิดของเธอ แล้วก้มหน้าลงอมยิ้มเขารู้สึกผิดเล็กน้อยที่พูดกับเธอแบบนั้น เขายอมรับว่าเขาอยากทดสอบความคิดของเธอเพราะมีหญิงสาวหลายคนที่พยายามหาโอกาสเข้าหาเ้านายของเขาครั้งนี้ถือเป็โอกาสอันดีหากหญิงสาวตรงหน้าจะใช้โอกาสนี้ใกล้ชิดหรือเรียกร้องผลประโยชน์จากตระกูลเย่แต่หญิงสาวก็ปฏิเสธโอกาสอย่างไม่ไยดี
“อืม หากคุณขอรับแค่คำขอบคุณ ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ”เย่อี้จ้านกล่าวยอมรับ
“บ้านของคุณหลินเยว่ซิงอยู่ที่ไหนครับ เดี๋ยวผมจะได้ไปส่ง”เย่อี้จ้านถามต่อ
‘นั่นสินะ คงต้องให้เขาไปส่งสินะเพราะฉันไม่มีเงินของโลกยุคนี้ติดตัวเลยนี่ ในกำไลมิติก็มีเพียงยาที่ปรุงแล้วสมุนไพร อาวุธและของมีค่าที่ใช้ในแดนบำเพ็ญเพียรเท่านั้น’ หญิงสาวคิดในใจแล้วตอบตกลง
“ขอบคุณที่จะไปส่งนะคะ บ้านของฉันอยู่ที่.....”หลินเยว่ซิง
บอกชื่อถนน เขต และเมือง ที่บ้านของเธอตั้งอยู่
“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปกันเลยครับ”เย่อี้จ้านกล่าว แล้วพยักหน้ากับมู่เป่า เป็อันรู้กันเื่จัดการกับค่าอาหาร
หลินเยว่ซิงมองเส้นทางบนถนนที่สว่างไสวด้วยแสงไฟฟ้าที่เธอไม่ได้เห็นมาแสนนานมีอาคารสูงใหญ่มากมายที่ส่องสว่างเช่นกันภาพที่เห็นนี้ต่างจากแดนบำเพ็ญเพียรลิบลับ หากเป็ที่นั่น เมื่อยามราตรีมาเยือนก็คือเวลาหลับนอนเพราะความมืดมิดของท้องฟ้าหากจะสว่างก็เกิดจากไฟหรือไม่ก็ไข่มุกราตรี แต่ที่นี่ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ก็แทบไม่ต่าง
หลังจากที่หญิงสาวพยายามมองเส้นทางพร้อมกับรื้อฟื้นความทรงจำถึงที่ตั้งบ้านของเธออยู่นานในที่สุดเธอก็ต้องยอมรับว่าเธอจำได้เพียงชื่อที่ตั้งของบ้านเธอจำมันได้เหมือนกับมันเป็สิ่งที่ติดอยู่ในส่วนลึกของสมอง แต่เอาจริงๆถ้าให้เธอเดินทางไปเอง เธอก็จำไม่ได้หรอกว่าบ้านของเธอตั้งอยู่ ณ จุดไหนเธอคิดว่าหากเธอได้มองสถานที่ต่างๆ เดี๋ยวเธอก็นึกได้เองว่าบ้านเธออยู่ตรงไหนแต่สุดท้ายเธอก็ยอมแพ้และบอกกับเย่อี้จ้านตามตรง
“เอ่อ คุณเย่อี้จ้านคะ” เมื่อรถขับออกมาได้ครู่ใหญ่หลินเยว่ซิงก็เรียกชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับ
“ครับ” เย่อี้จ้านขานรับ
“คือ...คุณจะว่าอะไรไหมคะ ถ้าเอ่อ..ถ้าฉันจะบอกว่าฉันจำจุดที่บ้านของฉันตั้งอยู่ไม่ได้น่ะ”หลินเยว่ซิงพูดแบบอึกๆ อักๆ ยกมือขึ้นลูบหน้าผาก รู้สึกอับอายกับสิ่งที่ตนเองกล่าว
“หือ” เย่อี้จ้านและมู่เป่าส่งเสียงพร้อมกันแล้วมองหน้าหลินเยว่ซิงผ่านกระจกมองหลังพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
มู่เป่าดึงสายตากลับมามองทางด้านหน้า ตั้งใจขับรถต่อพร้อมกับเงี่ยหูฟังสิ่งที่หลินเยว่ซิงจะพูด ในขณะที่เย่อี้จ้านยังคงมองหญิงสาวแม้จะเห็นไม่ชัดเพราะไม่ได้เปิดไฟในรถก็ตาม
“ทำไมจำไม่ได้ล่ะครับ” เย่อี้จ้านถามอย่างใจเย็น
“คือว่า ฉันจากบ้านไปนานมากๆน่ะค่ะ นานจนจำไม่ได้”หลินเยว่ซิงกล่าว พร้อมกับยกมือขึ้นลูบแก้มของตนเองและรับรู้ถึงความร้อนผะผ่าวบนแก้มเพราะความอับอายจนเืฉีดพล่าน
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
“แล้วคุณจะให้ผมทำอย่างไรดีครับ” เขาถามต่อ
‘นั่นน่ะสิ ฉันจะทำอย่างไรดีล่ะเนี่ย’หลินเยว่ซิงเม้มปาก ยกสองนิ้วขึ้นคลึงขมับ ในใจครุ่นคิดหาวิธี
‘หากฉันให้เขาขับรถไปรอบๆ ถนนเส้นนี้แล้วลองใช้วิชาดวงตา์หาดูจะได้ไหมนะ’หญิงสาวคิดในใจ
“คุณสามารถโทรติดต่อคนที่บ้านของคุณได้ไหมครับ”เย่อี้จ้านเสนอความคิด
“ฉันจำเบอร์โทรพวกเขาไม่ได้หรอกค่ะ”หญิงสาวตอบและรู้สึกอยากจะร้องไห้ ทั้งที่ได้มาอยู่ในยุคเดียวกันอยู่ใกล้กันแค่นี้ก็ยังไปพบพวกเขาไม่ได้ เพราะเธอจำทางไม่ได้เนี่ยนะน่าเจ็บใจจริงๆ
“ถ้างั้น ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วผมว่าพวกเราหาที่พักกันก่อนดีไหมครับเดี๋ยวผมจะบอกให้คนของผมหาบ้านของคุณให้ในวันพรุ่งนี้น่าจะสะดวกกว่าผมคิดว่าไม่น่าจะเกินความสามารถของพวกเขา พรุ่งนี้พวกเขาต้องหาที่ตั้งได้อย่างแน่นอนแล้วผมค่อยไปส่งคุณดีไหมครับ” เย่อี้จ้านพิจารณาแล้วหาทางออกแม้ว่าหากเขา้าข้อมูลด่วนจริงๆ แล้วสั่งให้คนของเขาไปสืบตอนนี้เลยก็ย่อมทำได้แต่ก็อาจจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร อีกทั้งหญิงสาวก็น่าจะเหนื่อยมาทั้งวันแล้วในเวลานี้เขาจึงอยากให้เธอได้พักผ่อนก่อน จึงเสนอไปแบบนั้น
หญิงสาวนิ่งคิดครู่หนึ่ง‘ไม่ได้กลับบ้านมานานถึงหนึ่งร้อยห้าสิบปีแล้วยังทนได้ ทนอีกแค่คืนเดียวเองไม่เป็ไรหรอกตัวฉัน’
ในที่สุดหลินเยว่ซิงก็พยักรับ “ค่ะ เอางั้นก็ได้ขอบคุณนะคะ”
“ไม่เป็ไรครับ” เย่อี้จ้านยิ้มรับ
กริ๊ง กริ๊ง
เสียงโทรศัพท์ภายในห้องพักของโรงแรมดังขึ้นใน่เวลาประมาณสิบนาฬิกา
“ฮัลโหล” หลินเยว่ซิงรับสาย
“คุณหลินจากที่คุณบอกชื่อคุณพ่อคุณแม่ของคุณกับผมเมื่อคืนตอนนี้คนของผมสืบหาบ้านของคุณพบแล้วครับ คุณพร้อมที่จะไปเลยไหมครับ”เย่อี้จ้านกล่าวผ่านสายโทรศัพท์
“ค่ะ พร้อมสุดๆ เลยค่ะ ขอบคุณนะคะ”จากการนั่งรับโทรศัพท์อย่างเนือยๆหลินเยว่ซิงก็ตัวเด้งลุกขึ้นยืนตอบรับด้วยความตื่นเต้นดีใจ
‘เย้ เย้ ฉันจะได้กลับบ้านแล้วฉันจะได้เจอกับทุกคนแล้ว’ หญิงสาวคิดด้วยความลิงโลด
“ถ้าอย่างนั้นก็ลงมาได้เลยครับ เจอกันที่ล๊อบบี้นะครับ”เย่อี้จ้านนัดหมาย
ติ๊ง ต่อง ติ๊ง ต่อง
หลินเยว่ซิงกดกริ่งที่หน้ารั้วบ้านสายตามองเข้าไปด้านในด้วยความตื่นเต้น รอดูว่าเมื่อไรจะมีคนเดินออกมาสายตาของเธอจับจ้องตัวบ้านด้วยความคิดถึง ในขณะที่ห่างออกไปประมาณสามก้าวมีชายหนุ่มสองคน และเด็กหญิงหนึ่งคน ยืนอยู่ที่ด้านหลังของเธอ
ชายหนุ่มสองคนที่อยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะมองหลินเยว่ซิงด้วยความชื่นชมตอนนี้บุคลิกของหญิงสาวดูเหมือนจะเปลี่ยนไป เมื่อเธออยู่ในชุดลำลองแบบสปอร์ตสีขาวเธอดูคล่องแคล่ว น่ารัก และเท่อย่างไม่น่าเชื่อต่างจากตอนที่อยู่ในชุดจอมยุทธ์หญิงที่เธอสวมเมื่อวานที่ดูน่าเกรงขามและน่าหลงใหลทั้งที่เป็คนคนเดียวกัน เพียงแค่เปลี่ยนชุดก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างหลินเยว่ซิงได้รับชุดใหม่นี้จากพนักงานสาวของโรงแรมคนหนึ่งเมื่อประมาณหกโมงเช้าวันนี้ ซึ่งแน่นอนคนสั่งให้จัดหามาให้ย่อมต้องเป็เย่อี้จ้านดังนั้นวันนี้การแต่งกายของเธอจึงไม่แปลกแยกจากคนอื่นๆ อีกต่อไป
เมื่อเลื่อนสายตามองผ่านร่างของหลินเยว่ซิงที่อยู่ตรงหน้าสามคนที่อยู่ด้านหลังก็เห็นบ้านหลังหนึ่งซึ่งบ้านที่ปรากฏแก่สายตามีขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กมีพื้นถนนเข้าบ้านเป็คอนกรีตพิมพ์ลายเรียบง่ายแต่ก็ดูเก๋พื้นสองฝั่งรอบบ้านเป็สนามหญ้าและต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งไว้อย่างเรียบร้อยจากที่เห็นก็พอจะเดาได้ว่าเ้าของบ้านมีฐานะในระดับชนชั้นกลางทั่วไป
หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง ประตูบ้านก็ถูกเปิดออกเมื่อคนที่เปิดประตูเดินมาได้ประมาณห้าเมตร แล้วได้เห็นหน้าชัดๆ ว่าผู้ที่มากดกริ่งเป็ใครเธอก็ยกมือขึ้นปิดปากดวงตาสั่นไหวน้ำตาคลอ
“คะ คุณเยว่ซิง คุณเยว่ซิงใช่ไหมคะ”หญิงอายุประมาณสี่สิบห้าปีละล่ำละลักถามเพื่อให้แน่ใจแล้วรีบวิ่งเข้าไปหาหลินเยว่ซิงเพื่อให้ตนเองเห็นหน้าผู้มาเยือนได้ชัดมากขึ้น
“ค่ะ ป้าเจียง หนูเยว่ซิงเอง” หญิงสาวตอบรับยิ้มกว้างรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เจอคนรู้จัก
“ใช่จริงๆด้วย คุณเยว่ซิงจริงๆด้วยคุณเยว่ซิงกลับมาแล้ว คุณเยว่ซิงยังไม่ตาย อุ๊ย! ไม่ได้แล้วต้องรีบไปบอกคุณลู่เสียน อ๊ะ! ไม่สิ ต้องเปิดประตูก่อน” ป้าเจียงสาวใช้ของบ้านหลังนี้ทำตัวไม่ถูกว่าจะทำอะไรก่อนดีเพราะความตื่นเต้นเธอเตรียมจะวิ่งไปตามแม่ของหลินเยว่ซิงให้ออกมาแต่นึกได้ว่าเธอควรจะเปิดรั้วให้หลินเยว่ซิงก่อน
“คุณเยว่ซิง เข้ามาเลยค่ะ”ป้าเจียงเปิดรั้วให้หลินเยว่ซิง จากนั้นก็หันหลังวิ่งกลับเข้าบ้านพร้อมกับะโโหวกเหวกเรียกแม่ของหลินเยว่ซิง
“คุณลู่เสียน คุณลู่เสียน ออกมาดูข้างนอกเถอะค่ะคุณเยว่ซิงกลับมาแล้ว คุณลู่เสียน คุณเยว่ซิงกลับมาแล้วค่ะ”ป้าเจียงะโลั่นั้แ่หน้ารั้วไปจนถึงในบ้าน
หลินเยว่ซิงยิ้ม หัวเราะเบาๆกับความตื่นเต้นของป้าเจียง เธอหันไปกล่าวกับสามคนด้านหลัง “ถึงบ้านฉันแล้วค่ะจะเข้าไปข้างในไหมคะ”
“ครับ” เย่อี้จ้านตอบรับ แม้จะรู้ว่าเธอแค่ชวนตามมารยาทแต่เขาก็ตอบตกลงเพราะอยากจะรู้จักเธอให้มากขึ้น
เพียงเดินเข้าไปได้ครึ่งทางหญิงวัยประมาณห้าสิบปีก็ถลันออกมาจากประตูและเมื่อหญิงผู้นั้นกับหลินเยว่ซิงสบตากัน ทั้งคู่ต่างรีบวิ่งเข้าไปกอดกันด้วยความดีใจและความคิดถึง
“คุณแม่ หนูกลับมาแล้วค่ะ” หลินเยว่ซิงกล่าวกอดมารดาน้ำตาไหลริน
“เสี่ยวซิง ลูกกลับมาแล้ว” หลินลู่เสียนกอดลูกสาวแน่นน้ำตาไหลไม่ต่างกันกับลูกสาว จากนั้นเธอดันตัวหลินเยว่ซิงออกพิจารณามองทั่วร่างของเธอ แล้วยกมือขึ้นกุมแก้มของลูกสาวด้วยมืออันสั่นเทา
“เสี่ยวซิงยังไม่ตายจริงๆด้วย ยังไม่ตายจริงๆแล้วลูกหายไปไหน ลูกไปอยู่ที่ไหนตั้งปีครึ่ง พวกเราหาอย่างไรก็หาไม่เจอจ้างคนตามหาก็ไม่เจอ ลูกรู้ไหมว่าแม่ พ่อและเสี่ยวเจ๋อคิดถึงและเป็ห่วงลูกมากแค่ไหน ทำไมลูกไม่ส่งข่าวเลยเล่า”หลินลู่เสียนรำพึงรำพัน ถามไม่หยุด แล้วกอดลูกสาวของเธออีกครั้งน้ำตายังคงไหลด้วยความคิดถึงไม่หยุด
“หนูขอโทษค่ะ ที่ไม่ได้ติดต่อมาเลยหนูก็คิดถึงคุณแม่และทุกคนค่ะ” หลินเยว่ซิงยังไม่บอกว่าเธอหายไปอยู่ที่ใดกล่าวเพียงขอโทษแม่ของเธอและกอดตอบ
แขกสามคนที่อยู่ด้านหลังได้แต่มองภาพตรงหน้ากะพริบตาปริบๆด้วยความไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า
‘หายไปปีครึ่ง! ยังไม่ตาย! หาไม่เจอ!นี่มันอะไรกันเนี่ย’ เย่อี้จ้านและมู่เป่าคิดในใจไม่ต่างกัน
“คุณอาอี้จ้านคะพี่สาวหลินก็ถูกลักพาตัวไปเหมือนหนูเหรอคะ” เย่อ้ายฉิงหันไปถามเย่อี้จ้าน
“อาก็ไม่รู้เหมือนกัน”เย่อี้จ้านส่ายหน้ากล่าวตอบหลานสาว
เสียงนั้นทำให้หลินลู่เสียนเพิ่งจะรู้ตัวว่านอกจากลูกสาวของตนแล้วยังมีแขกแปลกหน้าอยู่ที่นี่ด้วย