" อึก อื้อ "
เสียงครางอย่างเ็ปดังลอดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดที่ประดับใบหน้าจิ้มลิ้มที่ทั้งสวยและอ่อนหวาน ดวงตาฟีนิกส์ที่ทำให้หางตาชี้เฉียงขึ้น้าเพิ่มความเซ็กซี่ผสมเข้าไป
เปลือกตาที่ปิดสนิทเปิดพรึ่บขึ้นทันใด พร้อมรูม่านตาที่ขยายและหดแคบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างกายที่นอนราบบนเตียงจะกระเด้งตัวขึ้น พร้อมกับยกมือจับไปที่ข้างศีรษะ พร้อมส่งเสียงครางต่ำ ๆ
" อา ปวดหัวชะมัด นี่มันบ้าอะไรกัน! "
เสียงหวานค่อนข้างแหบกล่าวออกมาตามสัญชาตญาณ
กู่ฉิงฉิงพบว่าตนเองปวดศีรษะจนแทบะเิ วินาทีนี้เขาจำได้แค่ว่าตนเองอ่านนิยายและเผลอหลับคานิยายไปแบบไม่ทันนอนให้ดี ต่อไปเขาจะจำไว้ว่าต้องไม่ทำซ้ำแบบนี้อีก
แกร๊ก เสียงประตูเปิด นำมาซึ่งการดึงความสนใจจากอาการปวดศีรษะ
" คุณชาย ตื่นแล้วหรือคะ จะรับอาหารเลยไหม "
หืม...คุณชาย?
กู่ฉิงฉิงจำได้ว่าตนเองเป็แค่พนักงานกินเงินเดือนธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ชอบอ่านนิยาย BL เป็ชีวิตจิตใจ ต้องอ่านก่อนนอนทุกคืน ไม่งั้นเขาจะข่มตาหลับไม่ลง และเขาเป็เด็กกำพร้าล้านเปอร์เซ็นต์ จะเอาที่ไหนมาเป็คุณชายกันเล่า?...หรือว่ารายการวาไรตี้โชว์มาแสดงเซอไพร้ซกัน?
" รายการไหนหรอครับ คุณกำลังบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวนะครับ "
กู่ฉิงฉิง กล่าวออกไปอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ตอนนี้เขาอยากล้มตัวลงนอนต่ออีกรอบ เผื่ออาการปวดศีรษะจะดีขึ้น แต่ดันโดนขัดจังหวะจากรายการไหนก็ไม่รู้เสียก่อน เสียเวลาพักผ่อนชะมัด
" หือ? คุณชาย ยังอาการไม่ดีขึ้นหรือคะ แย่แล้ว ดิฉันไปตามคุณหมอหม่ามาให้นะคะ "
เสียงของคนที่เข้ามาแสดงอาการวิตกกังวลและลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด
กู่ฉิงฉิงเริ่มรู้สึกแปลกใจกับสภาพนี้ แต่ก่อนที่จะได้ไถ่ถามออกไป คนที่เข้ามาเรียกเขาก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้เขายื่นมือออกไปกลางอากาศแบบงง ๆ จะส่งเสียงห้ามก็ไม่ทันเสียแล้ว
เพียงไม่เกินห้านาที กู่ฉิงฉิงได้ยินเสียงฝีเท้าของคนหลายคนเดินมาทางห้องที่เขาอยู่ ระหว่างรอก่อนหน้านี้ เขามองสำรวจรอบตัวพบว่านี่ไม่ใช่ห้องนอนในอะพาร์ตเมนต์เก่าซอมซ่อของตนเอง แต่กลับเป็ห้องนอนหรูหราแบบที่ตนเห็นในนิตยสารตกแต่งบ้านของเหล่าบรรดาพวกบ้านเศรษฐีที่มีอันจะกินซึ่งเขามักจะชอบซื้อมาดู ทุกทีที่เห็นห้องแบบนี้มักจะรู้สึกอิจฉาผสมความอยากได้ แต่ก็รู้ดีกว่ามันเป็ได้แค่ความฝันเท่านั้นเพราะต่อให้เขาทำงานงก ๆ ทั้งปีจนถึงวัยเกษียณอย่างมากก็คงซื้อได้แค่บ้านเดี่ยวชานเมืองเล็ก ๆ ที่มีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับปลูกต้นไม้ทำสวนขนาดเล็กเท่านั้น
ผู้มาเยือนใหม่ใส่ชุดกาวน์สีขาวซึ่เงเป็ของบุคลากรทางการแพทย์ มีท่าทางเหนื่อยหอบจากการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว อีกทั้งจากที่เห็นอายุอานามเป็วัยกลางคน มีหน้าตาท่าทางน่าเชื่อถือ
" คุณหมอหม่า คุณชายอาการไม่ค่อยดี รบกวนช่วยตรวจดูด้วยค่ะ "
ผู้พูดประโยคนี้คือหญิงวัยกลางคนที่เข้ามาหาเขาในตอนแรก ด้านหลังเธอมีหญิงสาวหน้าตาธรรมดาในชุดเครื่องแบบคนใช้ตามในหนังของบ้านคนรวยจัดแบบที่เห็นตามภาพยนตร์หรือละครยืนเรียงกันสามคน
คุณหมอหม่าเดินมาหยุดตรงหน้าเตียงก่อนจะย้ายไปยังด้านข้างของเตียงเมื่อเห็นเขาไม่ขยับเข้าหา เก้าอี้มีพนักถูกลากมาวางข้าง ๆ ก่อนที่คุณหมอหม่าจะหย่อนตัวนั่งลงไป
" คุณชายกู่ ไม่ทราบว่ารู้สึกผิดปกติตรงไหนบ้างครับ "
กู่ฉิงฉิงได้แต่งงกับคำถามของอีกฝ่ายจนนิ่งอึ้งไป จนลืมตอบกลับ
" ตายแล้ว! อาการคุณชายไม่ดีเลย ทำอย่างไรดี ต้องรีบแจ้งนายท่านแล้ว "
หญิงวัยกลางคนพึมพัมด้วยความกังวลและร้อนใจ
" แม่นมเฉินใจเย็น ๆ ก่อน รอผมตรวจอาการของคุณชายให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยแจ้งนายท่านอีกทีก็ยังไม่สาย "
หมอหม่า...แม่นมเฉิน...ทำไมเขาคุ้นชื่อเหล่านี้จังวะ!?
" นี่กี่นิ้วครับ "
หมอหม่ายกสามนิ้วขึ้นมาตรงหน้าของกู่ฉิงฉิง
" ...สาม "
ตามด้วยห้านิ้ว
"...ห้า "
" มองตามนิ้วที่ผมเคลื่อนไปมานะครับแต่ไม่ต้องขยับศีรษะตาม "
กู่ฉิงฉิงทำตามที่หมอหม่าบอก เคลื่อนลูกตาไปมาตามการเคลื่อนไหวของนิ้วตรงหน้า
" รู้สึกเวียนศีรษะหรือเจ็บตรงไหนไหมครับ "
" ปวดหัว แต่ไม่เวียนหัวหรืออยากอ้วกเท่าไหร่ "
" คุณชายจำอะไรได้บ้างครับ "
หมอหม่าถามออกไป ตาจ้องเขม็งไปที่คนไข้หนุ่มบนเตียง
" ...เอ่อ เอ่อ เอ่อ ผะ ผม ..."
ขณะเดียวกันกู่ฉิงฉิงก็พยายามทบทวนความทรงจำเท่าที่จำได้เขาก็จำได้แค่ว่า ตนนั้นอ่านนิยายแล้วก็หลับไป ไม่มีความทรงจำอื่นใดอีกว่าสิ่งใดทำให้ตนมาอยู่ที่นี่ แต่เขาไม่อาจบอกความจริงออกไปได้ทำให้ได้แต่ไม่รู้จะพูดอะไรในที่สุดจึงเงียบปากไว้ก่อน
" เกรงว่าความจำของคุณชายจะมีปัญหาหลังศีรษะกระแทก "
หมอหม่ากล่าวสรุปข้อวินิจฉัยของตนให้แม่นมเฉินฟัง
" ตาย ๆๆๆ จะเรียนคุณท่านอย่างไรดี "
แม่นมเฉินได้แต่หน้าซีด คิดหนัก
ท่ามกลางปฏิกิริยาประหลาดของคนในห้อง กู่ฉิงฉิงก็มองสำรวจอย่างถี่ถ้วน รู้สึกประหลาดและคุ้นเคยแบบแปลก ๆ
แต่ไม่ทันที่จะได้คิดวิเคราะห์หรือสำรวจอะไรต่อ เสียงฝีเท้าอีกชุดก็ดังมาตามทางเดิน และคนที่เดินมาก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง
ผู้มาใหม่เป็ชายวัยกลางคน ถ้าเดาอายุจากใบหน้าก็น่าจะมีอายุที่ประมาณสี่สิบปี ใบหน้ายังคงความหล่อเหลาแม้เลยวัยหนุ่ม รูปร่างสูง ร่างกายมีกล้ามเนื้อเหมือนคนออกกำลังกายเป็ประจำ สวมชุดสูทสั่งตัดพอดีรูปร่างแบบผู้บริหารบริษัทใหญ่โตที่เขาเห็นตามนิตยสารหรือที่ออกรายการตามทีวี
" นายท่าน! "
แม่นมเฉินเปล่งเสียงเรียกอย่างใ
" อืม อาการเป็อย่างไรบ้าง "
ผู้มาใหม่ไม่สนใจแม่นมเฉินสักนิด กล่าวถามโดยตรงกับหมอหม่าที่นั่งอยู่ข้างเตียง
" คุณชายความทรงจำน่าจะมีปัญหาเนื่องจากศีรษะกระแทกพื้นได้รับความกระทบกระเทือนทำให้ เอ่อ ความจำเสื่อมครับ ท่านประธานกู่ "
ประธานกู่? ชื่อนี้คุ้นจัง
" แล้วสภาพร่างกายล่ะ "
" เท่าที่เห็นและตรวจไปเมื่อก่อนหน้าปกติดีครับ "
หมอหม่าตอบตามตรง
" ร่างกายปกติดีแค่ความจำเสื่อมสินะ งั้นก็ใช้ได้ ไม่ถือว่ามีปัญหาอะไร "
เสียงที่กล่าวออกมาค่อนข้างเ็าและไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด แต่ในขณะเดียวกันก็มีความโล่งใจปนยินดี
ทำไมตาลุงนี่ต้องรู้สึกซับซ้อนขนาดนี้ การาเ็ของตนไปเกี่ยวอะไรกับตาลุงนี่ด้วย กู่ฉิงฉิงได้แต่คิดในใจ
" งานแต่งระหว่างตระกูลกู่และหยางที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ก็สามารถดำเนินได้ตามกำหนดการ เตรียมคุณชายเล็กให้พร้อม อย่าให้มีข้อผิดพลาดอีกล่ะ "
ประโยคหลังเหมือนจะเจาะจงกล่าวกับแม่นมเฉินอย่างโจ่งแจ้ง น้ำเสียงข่มขู่อย่างเห็นได้ชัด
ตาลุงประสาท! แต่เดี๋ยวนะ งานแต่งระหว่างตระกูลกู่และหยาง คงไม่...โอ้ววว
" แต่งงาน? คู่แต่งงานของผมเป็ใครครับ "
" เหอะ! หยางเฟยหลง จำไว้ให้ดี อย่าทำให้ตระกูลขายหน้าอีกล่ะ "
ท่านประธานกู่พูดเสียงเข้มแบบไม่สบอารมณ์ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
ณ จุดนี้ กู่ฉิงฉิงได้แต่อึ้งสนิท อารามด้วยความใ ทำเอาหมอหม่าและแม่นมเฉินกลัวว่าชื่อคุณชายหยางจะทำให้ความทรงจำกลับมาและเ้าตัวอาละวาดอีก จึงได้แต่พาเขาคุยเื่อื่น และขอตัวออกจากห้องกันไปในที่สุด
เมื่ออยู่คนเดียว กู่ฉิงฉิง จึงพยายามลุกขึ้นควานหาโทรศัพท์มือถือของตนเองก่อนจะพบว่ามันหล่นอยู่ใต้เตียง
โทรศัพท์ยี่ห้อผิงกั่วรุ่นใหม่ล่าสุด ราคาแพงระยับสีโรสโกลด์ที่นอนคว่ำหน้าบนพื้นพรมหนานุ่มถูกหยิบขึ้นมา ก่อนที่กู่ฉิงฉิงจะพยายามปัดหน้าจอเปิดเครื่อง
" อา..รหัสผ่าน อะไรวะเนี่ย! "
ในหัวหมุนเร็วรี่พยายามคิดถึงรหัสผ่านที่เ้าตัวจะใช้สุดท้ายลองเอาวันเกิดของตนใส่ลงไปแบบเดียวกับที่ตนใช้
" คลิก "
เสียงล็อกปลดหน้าจอดังขึ้นทันทีเมื่อกรอกตัวเลขลงไปครบหกหลัก
เกิดวันเดียวกันด้วยงั้นหรือ? แถมยังมีรสนิยมตั้งรหัสผ่านแบบเดียวกันอีก
กู่ฉิงฉิงได้สติ เขาหยุดการสืบสาวเื่นี้ต่อ เขามีเื่สำคัญกว่าต้องทำ เขาค้นหาชื่อสองชื่อ หยางเฟยหลง และ เจี้ยนเหยาหยา
ไม่นานข้อมูลจำนวนมากในโลกออนไลน์ก็ขึ้นมาให้เขาจนเต็มหน้าไปหมด
หยางเฟยหลง บุตรชายคนเดียวของหยางเทียน หยางเฟยหลงปัจจุบันเป็ประธานของหยางกรุ๊ป ทายาทคนสำคัญที่จะสืบทอดต่อกิจการตระกูลหยางทั้งหมดและเป็ผู้นำตระกูลคนถัดไป
เจี้ยนเหยาหยา นักเปียโนชื่อดัง บุตรชายคนเล็กของตระกูลเจี้ยนที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหารแช่แข็ง
ว่าแล้ว....ทำไมมันคุ้นหูนัก
เขาไม่รู้ว่าตนเองมาที่นี่ได้อย่างไร แค่อ่านนิยายและหลับไป นี่หมายความว่าเขาตายไปแล้วงั้นหรอ หรือว่าแค่ฝัน?
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาในตอนนี้อยู่ในนิยายเื่ที่กำลังอ่านก่อนหลับ ' ท่านประธานเ็ากับแสงจันทร์ขาวของเขา '
นิยายรัก BL ที่ขายดีแบบถล่มทลาย เนื่องจากพล็อตมันคลิกกับความ้าของตลาด อีกทั้งคนวางบทและบรรยายก็ทำการบ้านได้ดีด้วย เขาเองก็เป็ในแฟนพันธุ์แท้ของนิยายเื่นี้ เขาอ่านมันหลายรอบแล้ว รอบที่กำลังอ่านก่อนนอนนี่เป็รอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ แต่หลังจากทำงานเหนื่อยก็เกิดอยากอ่านขึ้นมากะทันหัน เขาจึงหยิบขึ้นมาอ่านบนเตียงก่อนนอน
นิยายเื่นี้พระเอกหรือหยางเฟยหลงเป็ผู้สืบทอดตระกูลและกิจการตระกูลหยาง เป็คนเ็า ไม่สนใจใคร วัน ๆ ทำแต่งาน จนทุกคนคิดว่าคุณชายหยางชาตินี้คงหาภรรยาไม่ได้ แต่สิ่งที่ไม่มีคนรู้คือ อันที่จริงคุณชายหยางนั้นมีคนที่แอบรักอยู่ นั่นคือ เจี้ยนเหยาหยา ผู้เป็เพื่อนั้แ่วัยเด็ก แต่เนื่องจากตระกูลเจี้ยนกำลังตกต่ำ ทำให้ หยางเทียนผู้เป็บิดาไม่ยอมตกลงใจให้ทั้งสองแต่งงานกัน แต่กลับเลือกกู่ฉิงฉิง บุตรชายคนเล็กตระกูลกู่ที่ฐานะสมน้ำสมเนื้อกันให้มาแต่งงานแทน แน่นอนว่า การแต่งงานของตระกูลระดับสูงไม่ได้อยู่ที่ความรักชอบแต่อยู่ที่ผลประโยชน์
ในตอนแรก กู่ฉิงฉิงได้ยินว่าต้องแต่งงานกับหยางเฟยหลงที่ถูกขนานนามว่าูเาน้ำแข็งก็ไม่เต็มใจ อาละวาดทำตัวน่ารังเกียจต่อต้านผู้เป็บิดาจนล่าสุดเถียงกับผู้เป็พ่อจนพลาดตกบันไดหัวกระแทกพื้นสลบ โชคดีพรมที่ปูไว้นั้นหนาและนุ่ม ทำให้ไม่ถึงกับาเ็สาหัสแค่ฟกช้ำดำเขียวตามร่างกายเท่านั้น
เมื่อฟื้นขึ้นมา เ้าตัวกลับจำอะไรไม่ได้ และยอมตกลงแต่งงานแต่โดยดี ครานี้เมื่อเจอหน้าพระเอกตอนนัดตกลงการจัดการกลับตกหลุมรักพระเอกเสียอย่างนั้นและหวังให้การแต่งงานนี้กลายเป็การแต่งงานด้วยความรักอย่างแท้จริง แต่อนิจจา บทตัวประกอบใช้แล้วทิ้งก็คือตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง แม้ว่าจะพยายามมากมายเพียงใด พระเอกก็หาสนใจกู่ฉิงฉิงไม่ เนื่องจากพื้นที่ในใจของเขามีผู้อยู่แล้วนั่นเอง
กู่ฉิงฉิงที่พยายามจนเหนื่อย ตอนหลังกลับพบสาเหตุที่หยางเฟยหลงไม่สนใจตนเองแม้เพียงสักนิด เมื่อแสงจันทร์ขาวหรือนายเอกตัวจริงกลับมาจากต่างประเทศ จากนั้นบทละครดราม่าจึงเกิดขึ้นตามระเบียบ กู่ฉิงฉิงปฏิบัติการฆ่าตัวตายโดยการตามรังควานนายเอกอย่างไม่ลดละ และถึงขั้นพยายามฆ่าในที่สุด ทำให้ท้ายที่สุดแล้ว หยางเฟยหลงทนไม่ไหว จัดการกู่ฉิงฉิงและถล่มตระกูลกู่จนล่มจม ล้มละลายตามไป และท้ายที่สุดก็หย่าขาดจากกู่ฉิงฉิงที่ถูกตัดสินจำคุกตามระเบียบเนื่องจากพยายามฆ่าผู้อื่นและแต่งงานใหม่กับเจี้ยนเหยาหยา และครองคู่กันอย่างมีความสุขและตระกูลเจี้ยนก็ได้รับการช่วยเหลือจากหยางเฟยหลงจนกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง
เหตุผลที่เขาชอบอ่านเื่นี้ก็เพราะว่าเนื้อเื่สนุกดี พล็อตตลาด อ่านเพลิน กินอาหารหมาของคู่พระนาย ส่วนอีกเหตุผลคือ ตัวประกอบผู้โชคร้ายดันชื่อเหมือนเขา ทำให้เขาสงสารอย่างช่วยไม่ได้ แม้จะรู้ตัวว่าถูกวางบทมาไม่ดี แต่ว่านะ ก็อดสงสารไม่ได้อยู่ดี
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตอนนี้เขาเองที่กลับกลายมาเป็คนแสดงแทนตัวจริงที่หายไปไหนไม่รู้
เขาไม่อยากมีชีวิตเอน็จอนาถแบบในนิยาย เขาอยากใช้ชีวิตดี ๆ กินอิ่ม นอนหลับ มีคนที่รักเขามาก ๆ ส่วนคนที่มีคนในใจอยู่แล้ว เชอะ! ถึงเขาจะชอบพระเอกแต่จ้างให้ก็ไม่เอาด้วยหรอกแม้ให้ฟรีก็ตาม
อันที่จริงจะยกเลิกงานแต่งก็ได้แต่ว่ามันจะกระทบธุรกิจของตระกูลกู่อย่างมาก เนื่องจากเป็การตบหน้าตระกูลหยางโดยตรง
เกรงว่าทางเลือกเดียวของตนคือ ต้องแต่งงานกับหยางเฟยหลงเท่านั้น งานแต่งนี้อย่างไรก็ต้องเกิด แต่ว่า ตามเนื้อเื่ เมื่อนายเอกตัวจริงกลับมา เขาก็จะร่อนใบหย่าหรือหาทางหย่ากับหยางเฟยหลงเอาอีกทีคาดว่าอีกฝ่ายคงยอมง่าย ๆ อยู่แล้ว แต่ด้วยเงื่อนไขที่ไม่กระทบกับตระกูลของทั้งสอง หม้อดำนี้หยางเฟยหลงต้องรับไป เป็ราคาที่ต้องจ่ายถ้าอยากครองคู่กับแสงจันทร์ขาวล่ะนะ ส่วนเขาก็จะใช้ชีวิตแบบคนรวยให้เต็มที่และหาคนที่ชอบมาไว้ข้างกายตามที่เคยจินตนาการไว้....