ผมกำลังนั่งกุมหัวอยู่ในห้องพักชั้นสองของร้านกระดาษเปล่าที่มีรอยยางลบลบไปมาหลายรอบถูกกางอยู่ตรงหน้าเสียงเคาะดินสอบ่งบอกถึงอารมณ์ที่เคร่งเครียดของผมได้เป็อย่างดี
“คิดไม่ออกเลยวุ๊ย...”ผมพึมพำขณะที่อีกมือนึงเองก็ยกน้ำชาขึ้นมาดื่มในหัววนเวียนคิดถึงธีมของงานที่ไม่รู้จะออกแบบมาเป็แบบไหนดี ไหนจะเื่ขนมเื่ของตกแต่งอีก...ทุกอย่างมันตันไปหมด...
ก๊อกๆ!
“เชิญครับ”ทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะประตู ผมก็เอ่ยเรียกให้คนที่อยู่อีกฝากประตูร่างสูงในชุดคลุมสีดำของบรรณารักษ์หอสมุดลิเทียร์ก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับเสียงทักทายอันแสนกวนประสาทอันเป็เอกลักษณ์ของเ้าตัว
“งาย~ หน้าเคร่งเครียดเลยนะนายเนี่ย~ ท้องผูกเรอะ?”คลูสเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มกวนเบื้องล่างเป็ภาษาอังกฤษดวงตาหลังกรอบแว่นกวาดมองผมเหมือนจะหาสาเหตุที่ผมนั่งทำหน้าเครียดอยู่ตอนนี้
"ตลกเถอะครับคลูสถ้าเกิดมันเป็แบบนั้นจริง วันนี้ผมไม่เข้าร้านแล้ว"ผมบอกกับเพื่อนสนิทที่นึกครึ้มอะไรไม่ทราบ โผล่มาหาผมั้แ่บ่ายแบบนี้ด้วยภาษาเดียวกัน
"ว่าแต่คุณมาหาผมมีอะไรหรือเปล่าครับ? หรือว่าวันนี้ว่าง?"
"ก็ไม่เชิงว่าว่างหรอกแต่ที่หอสมุดมันน่าเบื่อ เลยแว๊บมาหานายที่ร้านน่ะ"เ้าตัวพูดแล้วทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่อีกฝั่งของโต๊ะ
“ผมจำได้ว่าผู้ดูแลหอสมุดเองก็มีงานเอกสารให้ทำไม่ใช่หรอครับ?ตอนครั้งล่าสุดที่ผมไปเยี่ยมคุณคุณลิซ่าแกบ่นให้ผมฟังยับเลยนะครับว่าคุณดองงานเอกสารคำร้องต่างๆเอาไว้เป็กระตั๊กเลยน่ะ”ผมล่าวเรียบๆแล้วมองตรงไปหาคู่สนทนาที่เบ้ปากทำหน้าปุเลี่ยนใส่หลังจากผมพูดจบ
“เหอะ!ไอเอกสารคำร้องบ้าบอนั่นอ่ะนะ! ชั้นโคตรอยากจะบ่นให้พวกแกฟังหลายรอบแล้วเนี่ยมีแต่คำร้องไร้สาระทั้งนั้น นายคิดสภาพชั้นที่ต้องอ่านพวกมันทุกฉบับสิ แทบอยากจะรวมพวกมันไปเผากงเต๊กส่งให้โคตรเง้าบรรพบุรุษของไอคนที่ส่งมาให้อ่านจริงๆ”เ้าตัวบ่นยับแล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด
“เลวร้ายขนาดนั้นเลยรึครับ...”ผมถามกลับไปพลางยิ้มแหยๆหลังจากที่ได้ฟังคำบ่นชุดแรกที่หลุดออกมาจากปากของคลูสเกี่ยวกับเื่เอกสารคำร้องพวกนั้น
“หึๆ...มันยิ่งกว่าเลวร้ายอีกเฟ๊ยนาธาน...แกคิดดูนะชั้นพึ่งดำเนินเื่ซ่อมแซมและตรวจเช็คสภาพของหนังสือหลายๆหมวดในหอสมุดไปเมื่อเดือนก่อนแต่มันดันมีเอกสารขอเบิกงบสำหรับซ่อมแซมของไอหนังสือหมวดพวกนั้นมาจากไหนอีกก็ไม่รู้!แถมยังจะขอเบิกงบมากกว่าที่จำเป็อีก! นี่ยังไม่รวมงบซ่อมแซมอาคารใหม่ทั้งหลังทั้งๆที่แม่งแค่สีลอกจุดเดียวอีกนะ!”
“อ่า...ครับ...”
“แถมเอกสารคำร้องพวกนั้นแม่งมาจากคนเก่าคนแก่ที่อยู่มาชาติกว่ากับไอพวกเด็กเส้นที่ใช้เส้นยัดเข้ามาทำงานจนชั้นอยากะโถีบพวกแม่งออกยกชุดอยู่แล้วเนี่ย!โอเค ชั้นเข้าใจนะว่าเด็กเส้นกับพวกคนเก่าคนแก่มันไม่ได้เป็แบบนี้หมดแต่พวกแม่งที่เป็แบบนี้ดันมีจำนวนมากกว่าครึ่งไง! โอ้!พระเ้า! ให้ตายเหอะ!”
“ลำบากหน่อยนะครับ...”
“เออสิ!พอชั้นจะถีบพวกแม่งออกจากหอสมุดไอคำร้องขอโทษขอโพยแม่งก็ถูกส่งมาหาชั้นจนแทบไม่มีที่ให้ชั้นจะนั่งในห้องทำงานได้อยู่แล้วเนี่ย!แถมพวกเ้าหน้าที่คนอื่นรวมถึงยัยกระดานนั่นยังจะมาห้ามชั้นไม่ให้ถีบพวกมันอีก!นอกจากไอเอกสารคำร้องห่าเหวพวกนี้ที่มาจากคนในเองมันยังมีคำร้องอยากขอพบชั้นหรือคำเชิญไปร่วมงานปาร์ตี้บ้าบออีกเป็กระตั๊กใหญ่ๆจากพวกขุนนางพ่อค้าที่ถูกส่งมาแทบทุกสองถึงสามวันอีก!”
“หวา...”
“สรุปพวกแม่งว่างไม่มีงานทำกันนักใช่ไหมฟะ!ถึงได้มีเวลาเขียนจดหมายไร้สาระส่งเข้ามาเพื่อขอพบชั้นทุกวี่ทุกวันเนี่ย! แถมยังจะบอกอีกนะว่าให้ชั้นไปพบพวกมันเวลาไหนก็ได้สรุปพวกมันวันๆเอาแต่นั่งตีพุงไม่มีงานทำกันใช่ม่ะ! เช็ดเข้!เงินในคลังพวกแม่งมีมากพอสำหรับการจัดปาร์ตี้บ้าอะไรกันทุกอาทิตย์ฟะ!รู้จักกันไหมฟะกับไอคำว่าประหยัดอดออมอ่ะ! ผลาญเงินจัดปาร์ตี้กันยังกับเอาเงินไปละลายน้ำกันได้ทุกอาทิตย์!บ้านพวกมันทำธุรกิจส่งออกของผิดกฎหมายกันรึไงฟะถึงได้มีเงินมาผลาญไร้สาระกันได้ขนาดนี้อ่ะ!คอแห้งวุ๊ย...” คลูสหยุดพูดพลางไอแห้งๆเพราะบ่นเยอะเกินไปหน่อย
“อ่ะ นี่ครับ”ผมยิ้มแห้งๆแล้วรินน้ำชาไปให้อีกฝ่าย
“โอ้ ขอบใจนะ”ผู้ดูแลหอสมุดหนุ่มรับแก้วชาจากผมแล้วยกขึ้นดื่ม
“ฮ่ะๆ...พวกเขาอาจจะแค่อยากจะพึ่งใบบุญคุณก็ได้นะครับคลูส...”ทันทีที่ผมพูดจบ...มันก็เหมือนกับเป็การกดสวิตท์การระบายของอีกฝ่ายต่อทันที...
แก๊ง!
“ช่างพวกแม่งเซ่!”เสียงคำรามของเ้าตัวรวมถึงเสียงวางแก้วที่ดังลั่นเมื่อครู่เล่นเอาผมเผลอซะดุ้งตามไปเลยทีเดียว...ดูท่าคลูสคงไม่คิดจะเก็บอารมณ์เลยแม้แต่น้อยแฮะ...
“อยากจะได้ยังไงชั้นก็ไม่ให้เฟ๊ย!ไอพวกที่กะจะพึ่งชาวบ้านเขาแล้วดันไม่ม่ส่วนได้ส่วนเสียอะไรให้แถมยังจะเข้าหากันแบบไม่มีความจริงใจเนี่ยนะ! เอาพวกแม่งไปถ่วงทะเลให้ตายห่ากันที่ใต้ก้นทะเลไปเหอะ!จะได้หยุดมารังควาญชั้นซะที! แล้วแกเชื่อไหม?นอกจากไอคำร้องจากคนนอกสองอันนั้นแล้วนะ! แม่งยังมีอันที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นอีกเว๊ย!”
“เอ่อ...มันคืออะไรหรอครับ?”
“จดหมายเชิญไปดูตัวไง!เข้! พวกห่านั่นทั้งคนในคนนอกเลย! เป็บ้าอะไรกันนักฟะ! ส่งมาได้แทบไม่ขาดเลยว๊อย!บางคนยังดีมาแค่จดหมายนะ แย่หน่อยก็ส่งภาพสเก็ตรูปแบบครึ่งตัวมาให้ แต่ไอห่ารากบางตัวนี่สิ!แม่งเป็บ้าอะไรฟะ! ส่งรูปสเก็ตลูกสาวพวกแม่งแบบสเกล1:1มาให้เนี่ยนะ! แม่งคิดได้ไงฟะ! แถมบางคนแม่งหนักกว่านั้นไง! ส่งภาพสเก็ตลูกสาวตัวเองมาเป็ปึกเลย!”
“น่ากลัวนะครับนั่น...”
“ใช่ไง!นี่ยังไม่นับไอพวกที่บ้านแม่งมีลูกสาวหลายคนอีกนะ! แกคิดดูสิ! อะไรดลบันดาลให้พวกมันคิดฟะ! ถึงได้ส่งภาพลูกสาวแม่งทุกคนที่ยังไม่แต่งงานมาให้ชั้นน่ะ! ไอรูปสเก็ตครึ่งตัวชั้นยังพอทนนะ! แต่ไอ1:1แถมมาเป็ปึกหนาๆเนี่ย! พวกแม่งตอนส่งไม่สยองกันบ้างหรอฟะ!แรกๆชั้นก็โอเคแหละที่มีภาพอะไรสวยๆงามๆมาให้ชั้นได้ดูน่ะ! แต่ตอนนี้ชั้นสยองเฟ๊ย! ่แรกมันก็มีแค่ภาพสาวแจ่มๆมาอย่างเดียวนะแต่ตอนนี้แม่งมีทุกรสนิยมเลยเฟ๊ย! แค่ชั้นไม่ได้ตอบใช่ว่าชั้นจะไม่ชอบรูปสาวๆแบบ่แรกที่ส่งมาเฟ๊ย!นี่แม่งเล่นเหวี่ยงแหมาจนชั้นเอียนตาแถมขนลุกหนักกว่าเดิมอีก!”
“แล้วทำไมคุณไม่ตอบพวกเขาไปล่ะครับ?”
“ใช่เื่เรอะ!ชั้นไม่เคยอ้าปากบอกเลยแม้แต่น้อยว่าอยากดูตัวน่ะ! แถมพอยัยจักรพรรดินีรู้เื่เข้านะ ยัยบ้านั่นแม่งล้อชั้นทุกครั้งที่เจอหน้าเลยว๊อย!โคตรน่าหงุดหงิด! แถมส่งหนังสือคำสั่งลงมาอีกว่าห้ามปฎิเสธจดหมายดูตัวที่เอามาส่งด้วยนะ!สรุปแล้วยัยนั่นอยากจะฆ๋าชั้นทางอ้อมใช่มะ! ใครก็ได้หาอะไรไปตีหัวยัย-!อุ๊บ! อ่อยอิเอ๊ยอาอาน!” ยังไม่ทันที่คลูสจะพูดจบ ผมก็รีบพุ่งเข้าไปเอามือปิดปากอีกฝ่ายอย่างร้อนรนอย่าพูดเื่แบบนี้ในที่สาธารณะสิครับ! ถึงที่นี่มันจะชั้นสองก็เถอะ!แต่ข้างล่างมันก็เป็ร้านค้านะครับคลูส!
“ใจเย็นๆก่อนนะครับคลูส! เดี๋ยวพวกเราหัวหลุดกันทั้งคู่นะครับ!” ผมรีบบอกเ้าตัวที่ยังคงดิ้นอยู่ทางฝ่ายคลูสเมื่อได้ยินสิ่งที่ผมบอกก็นิ่งเหมือนพึ่งคิดได้ ก่อนจะโบกมือเชิงบอกว่าปล่อยได้แล้วผมที่เห็นท่าทางที่นิ่งแล้วของอีกฝ่าย จึงปล่อยมือที่ปิดปากออกทันที ก่อนที่พวกเราทั้งสองจะทรุดลงไปนั่งเช่นเดิมพร้อมกับถอนหายใจ
“โทษทีนาธานดูเหมือนว่าชั้นจะหงุดหงิดไปหน่อยน่ะ...” เ้าตัวเอ่ยเช่นนั้นก่อนจะเอนหลังแล้วถอนหายใจออกมาอีกคำรบ
“ไม่เป็ไรหรอกครับผมเข้าใจนะว่าคุณเองก็มีเื่ที่เครียดเหมือนกัน แต่ว่านะครับ ไอแบบเมื่อครู่ที่ว่าจะไปตีหัวใครนี่ขอเถอะครับอย่ามาพูดเื่พวกนั้นในที่สาธารณะเถอะนะครับ แถมเป็คนๆนั้นด้วย ผมเสียวหัวจะหลุดเอาน่ะครับฉะนั้นจะทำอะไรพวกนั้นก็ขอให้เป็ที่ลับหน่อยนะครับคลูส”
“นี่นายไม่คิดที่จะห้ามชั้นหน่อยเรอะ?แถมที่เราคุยนี่เป็ภาษาอังกฤษนา นายไม่ต้องกลัวก็ได้มั้ง?”
“ก็คนรับเคราะห์มันไม่ใช่ผมซักหน่อยนี่ครับ?แค่อย่าลากผมไปซวยด้วยก็พอแล้ว อีกอย่างเรายังไม่ได้ยืนยันเื่ภาษาอังกฤษเลยนะครับ ว่ามีใครพูดได้นอกจากพวกเราน่ะฉะนั้น เื่ชวนหัวหลุดจากบ่าแบบนี้ ผมไม่เอาด้วยหรอกนะครับ” ผมเอ่ยยิ้มๆ ผิดกับฝ่ายที่ส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจแล้วยกนิ้วกลางมาให้กับผมแทนคำด่าที่เ้าตัวไม่รู้จะขุดอะไรออกมาด่าดีจนผมหัวเราะ
แกร๊ก!
“พวกเ้าเสียงดังอะไรกันรึ?ดังจนไปถึงข้างล่างจนไมลัสขอให้เราขึ้นมาดูเลยนะ” ร่างสูงของชายสวมหน้ากากครึ่งซีกเปิดประตูห้องทำงานของผมเข้ามาแล้วถามด้วยน้ำเสียงเบื่อๆเหมือนเอือมระอาด้วยภาษาเดียวกันกับที่พวกผมคุยกันอยู่ผิดกับและคลูสที่ทำหน้าประหลาดใจที่เห็นอีกฝ่ายโผล่มาที่ร้านของผมในเวลาแบบนี้
“เฟอร์มาได้ยังไงล่ะครับเนี่ย?”
“อ้าวเฟอร์ไหงนายโผลมาในเวลาแบบนี้ฟะ? ไม่ใช่ว่ามีประชุมที่วังเรอะ?” ผมและคลูสถามผู้มาใหม่อย่างงุนงงเพราะอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่คนที่จะมีเวลาว่างมากนักหากเทียบกับผมและนายแว่นที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามการที่จะเจออีกฝ่ายในเวลาบ่ายๆแบบนี้ถือว่าเป็อะไรที่ประหลาดเป็อย่างมากแถมยังเป็วันธรรมดาอีกด้วย
“พอดีการประชุมเสร็จเร็วกว่าที่คิดน่ะเราสิถึงจะต้องถามพวกเ้า อะไรดลบันดาลให้พวกเ้าสองคนเสียงดังจนไปถึงข้างล่างแบบเมื่อครู่ถ้าคลูสคนเดียวน่ะเราไม่แปลกใจนักหรอก แต่เ้าเนี่ยสินาธาน ไหงถึงได้เสียงดังตามคลูสไปด้วยอีกคนล่ะ?”ดยุคหนุ่มถามพวกเราทั้งสองด้วยสีหน้าที่แทบไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยไม่รู้ว่าเป็เพราะหน้ากากที่เ้าตัวใส่อยู่หรือว่าเพราะความเคยชินของอีกฝ่ายกันแน่
ผมตัดสินใจเล่าให้เฟอร์ฟังก่อนที่คลูสจะได้อ้าปากเล่าบวกใส่อารมณ์อีกรอบจนทำให้พนักงานด้านล่างส่งใครขึ้นมาเพิ่มเมื่อเล่าจนจบ เฟอร์ก็เผยสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจออกมาแบบไม่คิดจะปิดกั้น
“สมเป็เ้าจริงๆนะคลูส...ไอทักษะที่เรียนๆมาจากโ,กนู้นไม่ได้ช่วยเลยรึ?”
“มันน่าหงุดหงิดนี่หว่าให้ชั้นมานั่งปั้นหน้าทำเป็ทองไม่รู้ร้อนแบบพวกนายกับเื่ไม่เป็เื่แบบนี้ชั้นทำไม่ได้จริงๆฟ่ะขอผ่านเลย” หนุ่มแว่นตอบกลับไปพร้อมกับยกแขนไขว้กันเป็รูปกากบาททำให้ผมยักไหล่อ่อนใจส่งให้เฟอร์ที่ยืนลูบหน้าถอนหายใจอยู่หน้าประตู
“อา...ใช่...เพราะเื่เสียงดังของพวกเ้าสองคนนี่ทำเราเกือบลืมไปเลยนะเนี่ย...คลูส นาธานเรามาชวนพวกเ้าไปที่เขตปกครองของเราน่ะ พอดีทางพระราชวังสั่งให้ส่งภาษีเขตปกครองภายในสัปดาห์หน้าเราเลยมาชวนไปเที่ยวผ่อนคลายกันซักสองสามวันน่ะ”
“ห๊ะ?ไอเื่พวกนี้ให้คนที่ดูแลเขตปกครองแทนเ้าส่งเอกสารมาให้ที่เมืองหลวงก็ได้ไม่ใช่เรอะ?”นั่นสิครับ ผมเองก็สงสัยเหมือนคลูสนั่นแหละครับไหงถึงต้องลำบากไปเอาถึงที่เลยล่ะนั่น? ไม่น่าจะใช่วิสัยของคนเป็ขุนนางเลยนะครับนั่น?
“ก็ไปตรวจเช็คเองเรามั่นใจกว่าน่ะสิ หากมีปัญหาอะไรเราจะได้แก้ได้ทันเวลาน่ะ” คำตอบของเฟอร์เผยความกระจ่างให้กับพวกผมก่อนที่คลูสจะเป็คนตอบออกไปเป็คนแรก
“เอาสิเฟอร์ ชั้นเองก็อยากจะหนีไอเอกสารคำร้องที่มันกองเต็มห้องทำงานชั้นอยู่พอดีเลยแล้วนายล่ะนาธาน?” เอ่ยจบ คลูสก็หันมาถามผมต่อ
“เอ่อ...ผมคงต้องขอผ่านแหละครับพอดีมีงานที่ผมต้องรีบทำอยู่น่ะครับ...” ผมปฏิเสธทั้งสองพลางยิ้มแห้งๆแล้วยกดินสอชี้ใส่กองกระดาษที่มีรอยลบๆเขียนๆแก้อยู่หลายรอบให้ทั้งสองคนดู
“เออลืมถามเลยแฮะ งานอะไรฟะ ชั้นเห็นแกนั่งเครียดกับไอกองกระดาษนี่มาั้แ่ชั้นเข้ามาละ?”เมื่อได้ยินคำถามจากคลูส รวมถึงใบหน้าสงสัยจากเฟอร์จึงทำให้ผมถอนหายใจ แล้วตัดสินใจเล่าให้ทั้งคู่ฟัง
“ปาร์ตี้วันเกิดย้อนหลังของยัยแม่ทัพหัวแดงนั่นในร้านนายเนี่ยนะ?พี่สาวนายเป็คนต้นคิดสินะ...” คลูสที่ได้ฟังจนจบก็เผลอเบ้ปากออกมาทันที
“แล้วยังหาเ้าก็ยังหาไอเดียไม่ได้สินะ...”เฟอร์เอ่ยพึมพำขณะกุมคางใช้ความคิด
“ใช่แล้วล่ะครับผมเลยขออยู่นั่งทำงานต่อให้เสร็จจะดีกว่าน่ะครับ เฮ้อ...” ผมเอ่ยตอบพลางถอนหายใจอย่างเซ็งๆเพราะตัวผมเองก็อยากจะไปเที่ยวเหมือนกัน แต่งานมันเข้ามาแบบนี้ คงไปไม่ได้นั่นแหะครับแต่ยังไม่ทันที่ผมและเฟอร์จะได้อ้าปากพูดอะไรต่อ คลูสก็เอ่ยแทรกขึ้นมาพลางยกชาขึ้นดื่ม
“ถ้านายคิดอะไรไม่ออกก็เอางานไปทำด้วยสิฟะนาธาน?ขืนมานั่งจมปุ๊กอยู่ที่ร้านชั้นว่าคิดให้ตายยังไงนายก็คิดไม่ออกหรอก” สิ้นคำพูดของนายแว่นผู้ดูแลหอสมุด ผมและเฟอร์ก็นิ่งไปชั่วครู่ก่อนที่เฟอร์จะเอ่ยสัมทับอย่างเห็นด้วย
“อื้อเราเห็นด้วยกับคลูสนะ ขืนเ้ายังนั่งเครียดอยู่แบบนี้ งานไม่เดินแน่ๆอย่างน้อยถ้าไปเที่ยวผ่อนคลายพักสมองซักหน่อย เราว่าน่าจะช่วยให้คิดงานได้ง่ายขึ้นนะแล้วเดี๋ยวเรากับคลูสจะช่วยเ้าคิดงานด้วย ตกลงไหม?”
“ห๊ะ...เออๆก็ได้ๆก็อย่างที่เ้าดยุคหน้าไหม้นั่นพูดนั่นแหละ เดี๋ยวชั้นช่วยคิดงานน่าสามหัวดีกว่าหัวเดียวนะเอ้อ” สิ้นคำหว่าล้อมของทั้งสองผมก็เงียบลงเพื่อใช้ความคิด ก่อนจะถอนหายใจ แล้วยิ้มอย่างปลงตกให้กับคนทั้งสอง
“ก็ได้ครับเฟอร์ว่าแต่จะไปกันพรุ่งนี้หรอครับ?”
“นั่นดิ?ถ้าไปพรุ่งนี้ พวกชั้นจะได้กลับไปเตรียมของกันเลย แล้วกี่โมงดีล่ะ?”
“พรุ่งนี้อะไรของพวกเ้ากันล่ะ?เราจะไปกันเย็นนี้ต่างหากเล่า เราบอกให้คนของเราไปเก็บของให้พวกเ้าแล้วด้วย”สิ้นคำ ดยุคหนุ่มก็เผยรอยยิ้มแสยะออกมาให้กับพวกเราเหมือนกับว่าเป็ไปตามแผนของเขาเต็มๆ
“ห๊ะ!?!?!?!?”และนั่นคือสิ่งที่เดียวที่ออกมาจากของผมและคลูสที่เหมือนกับถูกไม้หน้าสามฟาดเข้าจนมึน...ตอนนี้ผมเหมือนเห็นอักษรลางๆขึ้นเหนือหัวเฟอร์ที่กำลังยิ้มอยู่เป็คำว่าJustas planเลยล่ะครับ...
นี่นายเดาไว้ทุกอย่างเลยรึไงฟะเฟอร์! ตอบ! เพื่อน!! ต๊อบบบบบบบบบบบบ!!!
…………………………………..
กลับมาแล้ววววววว
และจะแจ้งว่าาาาาา
“อาจจะ”ไม่มีลงยาวยันเดือน4น่อ เนื่องจากไรท์ติดสอบและธุระยาวเลย
“อาจจะ”เท่านั้นนะ
…………………………………..
กลับมาแล้ววววววว
และจะแจ้งว่าาาาาา
“อาจจะ”ไม่มีลงยาวยันเดือน4น่อ เนื่องจากไรท์ติดสอบและธุระยาวเลย
“อาจจะ”เท่านั้นนะ