“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ไม่เจอกันนานหลายปี ฝีมือเ้าก้าวหน้าขึ้นหลายขั้นเลยมิใช่หรือหลัวอวี้”
“ถูกต้องแล้ว ข้าหาใช่เด็กสาวผู้นั้น ผู้ที่เกือบจะโดนเ้าย่ำยีอีกแล้ว”
“ย่ำยงย่ำยีอันใด ยามนั้นข้ายังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยเ้ากล่าวเกินไปแล้ว”
“หึ เพราะข้าโชคดีที่ท่านพ่อให้เกราะอ่อนหนามดอกทองไว้ป้องกันตัวหรอก ไม่อย่างงั้นคงถูกเ้าทำมิดีมิร้ายไปแล้ว”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ นั้นสินะ ยามนี้มือข้ายังจำความรู้สึกเ็ปที่ฝ่ามือได้อยู่เลย แต่ตอนนี้เ้าคงใส่เกราะอ่อนหนามดอกทองตัวนั้นไม่ได้แล้วสินะ งั้นข้าก็.....” หู่เริงอี้มองจ้องไปที่เนินอกอวบอัดของหลันอวี้ด้วยแววตาลามกวิตถาร
“ถูกต้อง เพราะข้าโตขึ้นจึงมิสามารถใส่มันได้อีกแล้ว แต่ถึงไม่ได้ใส่ข้าก็ไม่จำเป็ต้องกังวล เพราะด้วยเพลงกระบี่ดอกทองชุดใหม่ที่ท่านพ่อคิดค้นขึ้นก็มากพอจะเอาชนะไอ้เฒ่าลกมาอย่างเ้าได้แล้ว รับมือ...!!” หลันอวี้เอ่ยเสียงดังก่อนกวัดแกว่งกระบี่ในมือไปมาด้วยท่วงท่าอันงดงาม และแปลกประหลาด ซึ่งมันเป็กระบวนที่หู่เริงอี้ไม่เคยเห็นมาก่อน
“กระบวนอันใดกัน! แต่ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะทำลายมันไม่ได้” หู่เริงอี้คำรามลั่นก่อนโคจรกำลังภายในไปที่นิ้วทั้งสอง จากนั้นก็พลันพุ่งเข้าจู่โจมหลันอวี้ ทว่า...วิชาดัชนีอันล้ำลึกของมันกลับถูกโต้กลับมาทุกกระบวนท่า แถมยังไม่สามารถต้านทานการบุกของนางได้ จนทำให้ร่างกายมันเกิดาแเป็ทางยาวมากมาย
หู่เริ่งอี้ร้องโอดโอยไม่หยุด กระบวนท่าที่ใช้ก็เริ่มเสียผิดเพี้ยนจากเดิมที่ได้รุกไล้พลันแปรเปลี่ยนเป็โดนไล่ต้อนจนหมดสภาพ สุดท้ายมันจึงพ่ายแพ้ และโดนหลันอวี้ใช้กระบี่จ่อคอหอย
“ขะ..ข้ายอมแล้ว ยะ...อย่าฆ่าข้าเลย....” หู้เริงอี้อ้อนวอนอย่างน่าสมเพชเวทนา
“ฆ่าเ้ากระนั้นหรือ? ข้าไม่ทำเช่นนั้นเป็แน่ เพราะว่าท่านพ่อมีเื่จะถามเ้าอยู่”
“บิดาของเ้า้าจะถามข้า คงเป็เื่เคล็ดวิชาที่ตามหาสินะ ถ้าเป็เื่มันอยู่กับ...!!” ยังมิทัน ที่หู่เริ่งอี้จะพูดจบมันก็โดนหลันอวี้จี้สกัดจุดเสียก่อน ทำให้เ้าเฒ่าลามกไม่สามารถพูดหรือ ขยับได้ เมื่อนั้นนางจึงนำเชือกออกมามัดมัน และลากกลับไปหาพวกคนที่โดนหู่เริงอี้ทำร้าย ทว่า... พอหลันอวี้เดินมาจนพบ นางถึงได้ทราบว่าอีกสามคนที่บุกขึ้นเกาะมาคือผู้ใด
“พะ....พวกเ้า...!!!” เหมือนหลันอวี้ จะโกรธจนหน้าแดงก่ำ แต่สุดท้ายก็แค่นเสียงพูดบอกให้ ซูหยวนเย่ ซูอิ๋งอิ๋ง และลิ่วอี้ปายตามนางไปพบัเีหลงที่รออยู่
ระหว่างทางมิมีผู้ใดเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา โดยเฉพาะกับเ้าซูหยวนเย่ที่มักจะพูดจ้อถามนั้นถามนี่ไม่หยุด เพราะมันทราบจากความทรงจำของบิดาในร่างดีว่า สตรีผู้นี้คือใคร และซูอี้หนานเคยก่อวีรกรรมอันใดไว้กับนางบ้าง
“นี่หรือแม่นางหลันอวี้ พอมาเจอตัวจริง ๆ นางงดงามไม่แพ้ท่านแม่ กับลิ่วอี้ปายเลย มิน่าเล่า ยามนั้นท่านพ่อถึงได้หลงนางหัวปักหัวปำ แต่ถึงจะหลงใหลนางปานใดสุดท้ายท่านพ่อก็ผิดสัญญา ไม่ยอมกลับมาแต่งงานกับนางอยู่ดี ไม่แปลกที่นางกับบิดาจะแค้น” ซูหยวนเย่คิดในใจขณะที่เดินตามหลันอวี้ไปเรื่อย ๆ สุดท้ายทุกคนจึงมาถึงที่พักของเ้าเกาะดอกทองรุ่นก่อน หรือก็คือ ัเีหลงบิดาของหลันอวี้นั้นเอง
วินาทีแรกที่ัเีหลงเห็นแขกผู้มาเยือนมันทราบดีว่าเป็ผู้ใด แต่ก็มิได้แสดงความโกรธออกมา บุคลิกของมันในยามนี้ดูสุขุมสงบนิ่ง สมฐานะกับเ้าเกาะดอกทองยิ่งนัก..
ัเีหลงเอามือไพล่หลังกวาดสายตามองผ่าน ซูหยวนเย่ ซุอิ๋งอิ๋ง และลิ่วอี้ปายไปอย่างไม่ไยดี ก่อนมาหยุดอยู่ที่ หู่เริงอี้ จากนั้นก็เอ่ยออกมาสั้น ๆ กับ หลัวอวี้บุตรสาวว่า “คลายจุดใบ้ของมัน” นางพยักหน้าก่อนจะทำตาม เมื่อจุดคลายออกัเีหลงจึงเอ่ยปากถามขึ้นว่า
“ไม่เจอกันเป็สิบปี เ้าสบายดีหรือไม่ตาเฒ่า”
“สบายกระนั้นรึ? น่าขันยิ่งนัก วัน ๆ ข้าต้องทนอยู่ในค่ายกลลวงตาบ้า ๆ ของเ้า หนีไปไหนไม่ได้ สาว ๆ ก็ไม่มีให้เชยชม หากตอบว่า สบายก็ข้าคงเสียสติไปแล้ว” หู่เริงอี้ตวาดโวยวายเสียงดังด้วยความโมโห
“โทษที่เ้าได้รับนั้นนับว่าน้อยนิดมาก หากเทียบกับสิ่งที่เ้าเคยทำกับสตรีมากมาย ร่วมถึงบุตรสาวข้า ยามนั้นข้าจะสังหารเ้าทิ้งเลยเสียก็ได้ แต่เพราะ้าเคล็ดวิชาเทวะกามสูรท่อนล่างที่ท่านปรมาจารย์ซ่อนไว้ จึงต้องให้เ้าเป็ผู้ค้นหามัน เอาล่ะตอบข้ามาว่าเ้าพบหรือไม่ หากพบจงเขียนใส่กระดาษให้ข้า แล้วโทษที่เ้าเคยก่อมาั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบันจะถือว่าเป็โมฆะ” ัเีหลงกล่าวถามเสียงเรียบ ทว่าดวงตานั้นแฝงไปด้วยความกดดันยิ่งนัก ขนาดหู่เริงอี้ที่เห็นยังขาสั่น แสดงว่ากำลังภายใน และวรยุทธ์ของัเีหลงนั้นล้ำลึกสมคำเล่าลือ
หู่เริงอี้พอได้ยินคำถามมันก็แสยะยิ้มก่อนจะกลอกตาไปทางซูหยวนเย่แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“เคล็ดวิชารึ? ข้าไม่พบหรอก แต่ถ้าเ้าอยากรู้ไยไม่ถามไอ้ตัวแสบคนนั้นล่ะ” เมื่อนั้นสายตาทุกคู่จึงหันมามองที่ซูหยวนเย่เป็จุดเดียว
“โอ้ เช่นนั้นแปลว่าเ้าพบมันแล้วสินะซูอี้หนาน” ัเีหลงเอ่ยถามด้วยท่าทางที่ดูธรรมดา แต่ซูหยวนเย่ที่ได้ยินถึงกับเสียวสันหลังวาบ คล้ายยามนี้มันเป็กระต่ายตัวน้อยที่ถูกพยัคฆ์ตัวใหญ่จ้องเขม็งก็ไม่ปาน หากมันคิดพูดปดคงได้ตายเป็ผีในพริบตาเป็แน่ ซูหยวนเย่จึงไม่มีทางเลือกพยักหน้า และบอกว่ามันพบวิ่งที่ัเีหลง้า
“วิเศษจริง ๆ หลันอวี้นำกระดาษกับพู่กันให้มันเขียน”
“รับทราบแล้วท่านพ่อ” หลันอวี้ประสานสองมือรับคำบิดา ก่อนจะนำของที่ว่ามาให้ซูหยวนเย่ ระหว่างนั้นเองที่ ซูอิ๋งอิ๋งซึ่งนิ่งเงียบอยู่นานแล้ว ได้ตัดสินใจเอ่ยปากถามบางอย่างออกมา
“เรียนท่านเ้าเกาะ ระหว่างที่ท่านพี่กำลังเขียนเคล็ดวิชา ข้าขอถามอะไรสักอย่างจะได้หรือไม่” ัเีหลงหันมาหานางก่อนจะเอ่ยว่า “สิ่งที่เ้าอยากถามคงเป็เื่ที่เ้าบุกขึ้นเกาะมาใช่หรือไม่ซูอิ๋งอิ๋ง เช่นนั้นจงว่ามา”
“ขอบใจท่านเ้าเกาะ เช่นนั้นข้าขอถามอย่างตรงไปตรงมาว่า ใช่ท่านหรือไม่ที่ส่งกลุ่มคนชุดดำไปทำร้าย ครอบครัวของข้าจนพวกเราตกเขา แถมบุตรชายของต้องสิ้นชีพไปด้วย” คำถามของซูอิ๋งอิ๋งทำเอาสีหน้าของ หลันอวี้พลันแดงก่ำด้วยความเดือดดาล นางชักกระบี่ชี้หน้าของซูอิ๋งอิ๋งก่อนตวาดว่า
“กล่าววาจาผายลมอันใดของเ้าซูอิ๋งอิ๋ง กล้ามากล่าวหาท่านพ่อของข้ากระนั้นหรือเห็นทีข้าคงต้อง...”
“ช้าก่อนหลันอวี้ เ้าอย่าพึ่งวู่วาม นางแค่สงสัยเท่านั้น เื่นี้ให้พ่อพูดเอง” ยังไม่ทัน ที่หลันอี้จะเอ่ยจบัเีหลงก็มือขึ้นห้ามนางเสียก่อน จากนั้นจึงเอ่ยต่อ
“ฟังข้านะซูอิ๋งอิ๋ง ถึงแม้นในอดีตสามีตัวแสบของเ้าจะผิดสัญญากับหลันอวี้ และทำให้ข้าเสียหน้า แต่พวกเราก็ไม่คิดจะใช้ลูกไม้สกปรกแบบนั้นเล่นงานพวกเ้า ผู้ใดทำผู้นั้นต้องรับผิดชอบ หากข้าจะเอาโทษจริง ๆ ก็คงเอาโทษกับสามีเ้าผู้เดียวเท่านั้น เข้าใจหรือยัง” วาจาของัเีหลงนั้นหนักแน่นมั่นคงไร้ซึ่งความโกหกแฝงอยู่แม้แต่ส่วนเดียว ซึ่งซูอิ๋งอิ๋งก็เชื่อตามนั้น เพราะด้วยวรยุทธ์ของคนผู้นี้ หากจะลงโทษซูอี้หนานสามีนางเขาคงทำด้วยตนเองไปนานแล้ว ไม่เสียเวลาใช้ผู้อื่นให้ยุ่งยากวุ่นวาย
“หากท่านเ้าเกาะยืนยันเช่นนั้น อิ๋งอิ๋งก็ไม่ติดใจสิ่งใดอีกแล้ว ขออภัยด้วยที่สงสัยท่าน”
“เื่เล็กน้อยอย่าคิดมากเลย บุตรชายเ้าตายทั้งคน ผู้เป็พ่อ เป็แม่ย่อมอยากแก้แค้น คิดสงสัยคนที่เคยมีเื่กันในอดีตก็ไม่นับว่าแปลก”
เมื่อทั้งสองสนทนากันจบ ซูหยวนเย่ก็เขียนเคล็ดวิชาเทวะกามสูรท่อนล่างที่พบในถ้ำเสร็จพอดี หลันอวี้จึงนำไปให้บิดาของนาง ัเีหลงเพ่งมองอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้า อย่างแช่มช้า
“ข้าไม่รู้ว่าสิ่งนี้ ใช่สิ่งที่เ้าพบเจอมาจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ เ้าคงไม่กล้าหลอกข้าใช่หรือไม่” ัเีหลงเอ่ยถาม ซูหยวนเย่สะดุ้งเฮือก ก่อนจะระบายยิ้มแห้ง ๆ และ บอกว่า สิ่งที่เขียนเป็ความจริงทุกประการ หากัเีหลงไม่เชื่อมันก็ยินดีจะพาเขาไปที่ถ้ำแห่งนั้น
“หากเ้ายืนยันถึงเพียงนั้น สิ่งที่เขียนก็คงเป็ของจริง ขอบใจนะที่นี่ เคล็ดวิชาทั้งสองส่วนจะได้สมบูรณ์สักที” สีหน้าของัเีหลงที่ดูจริงจังพลันผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ซูอิ๋งอิ๋งที่เห็นจึงเอ่ยถามออกมาว่า
“ในเมื่อท่านเ้าเกาะได้สิ่งที่้า และพวกข้าก็หมดธุระแล้วเช่นนั้น เราทั้งสามขอตัวก่อน ยังมีที่ที่ต้องไปต่ออีก”
“เ้าจะไปหรือ? ได้สิ อยากไปก็เชิญ ข้ากับเ้า และนางมารที่อยู่ตรงนั้น ไม่มีเื่ติดค้างกัน ไยข้าต้องฉุดรั้งไว้ ทว่า...หาใช่กับมัน...” ัเีหลงชี้นิ้วมาที่ซูอี้หนาน หรือก็คือ ซูยวนเย่ที่อยู่ในร่าง
“ตอนนั้นสามีของเ้าผิดสัญญากับบุตรสาวข้า อย่างไรมันก็ต้องชดใช้ และอีกอย่าง...”
“อะ..อันใด”
“มันฝึกเคล็ดวิชาเทวะกามาสูร ซึ่งถือว่าเป็วิชาที่ถ่ายทอดให้คนในเกาะดอกทองเท่านั้น เมื่อฝึก ก็ย่อมนับเป็คนของเกาะห้ามออกไปภายนอกอีก หากจะออกไปได้มีเพียงสองทางเท่านั้น”
“ทะ...ทางไหนหรือท่านเ้าเกาะ”
“ทางแรกออกไปได้แค่ร่างที่ไร้ิญญา ทางที่สองทำลายวรยุทธ์ทั้งหมด ตัดลิ้น ตัดเส้นเอ็นแขนขาจนพิการ....”
คำของัเีหลงทำเอาซูหยวนเย่ถึงกับตาโตอ้าปากค้าง เพราะไม่ว่าจะเป็ทางไหนก็น่าสยดสยองทั้งนั้น ส่วนซูอิ๋งอิ๋ง กับลิ่วอี้ป่ายก็ได้แต่นิ่งอึ้ง
“ข้าบอกวิธีให้แล้ว พวกเ้าจะเลือกแบบไหนก็ตัดสินใจเอาเอง หรือจะอยู่ต่อในฐานะแขกของเกาะก็ได้นะ อีกสามวันพวกเราจะมีงานมงคลพอดี”
“งานมงคล? ไม่ทราบเป็งานอันใดหรือท่านเ้าเกาะ” ซูอิ๋งอิ๋งเอ่ยถามเสียงสั่น ๆ คล้ายในใจลึก ๆ นางจะทราบคำตอบเป็อย่างดี ัเีหลงแสยะยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบว่า
“ก็งานแต่งงานของบุตรสาวข้ากับเ้าตัวแสบซูอี้หนานที่ถูกเลื่อนมาสิบกว่าปีอย่างไรเล่า”
ไม่ผิดจากที่ซูอิ๋งอิ๋งคาด เป็เื่นี้จริง ๆ ทว่า..นางควรจะทำเช่นไรต่อดีเล่า?
“เฮ้ย! แล้วข้าเล่าไอ้เฒ่าหลัน เ้าก็ได้เคล็ดวิชาที่้าไปแล้ว ไยจึงไม่ปล่อยข้าไป” หู่เริงอี้แหกปากโวยวายเสียงดัง ก่อนที่ัเีหลงจะหันมามอง อดีตเ้าเกาะดองทองเพ่งมองมาที่เ้าเฒ่าลามกอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะพลันเกิดสายลมวูบหนึ่งพัดดอกทองมาใส่ร่างของหู่เริงอี้อย่างรวดเร็ว พอทุกอย่างสงบลง ก็ได้เห็นร่างของเ้าเฒ่าลามกนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นดิน
“มะ...มันตายแล้วหรือ ทะ...ท่านเ้าเกาะสังหารมันกระนั้นรึ?” ซูอิ๋งอิ๋งเอ่ยถามออกมา
“ฆ่ามัน? ไม่เลย ข้าแค่ทำให้มันหลับไปเท่านั้น คนชั่วช้าเช่นมันความตายนั้นดูจะสบายเกินไปสักหน่อย และข้าคงไม่โง่ปล่อยให้มันไปก่อกรรมทำเข็ญกับผู้อื่นนอกเกาะเป็แน่”
“เช่นนั้นท่าน...”
“ข้าจะขังมันไว้ในค่ายกลดอกทองเช่นเดิม ทว่า....ครั้งนี้จะไม่ใช้เสาศิลาลวงตาแค่สี่ต้น แต่เป็แปด รวมเรียกว่า ค่ายกลดอกทองแปดทิศ”
ซูหยวนเย่ที่ได้ยินก็คิดในใจว่า “เดิมมีแค่สี่ เ้าเฒ่าลามกยังต้องรอคนช่วยนานเป็สิบ ๆ ปี นี่มีถึงแปด ครานี้มันคงแก่ตายคาค่ายกลเป็แน่ สาสมแล้วที่มันทำกับท่านแม่...”
จบบท