“ถ้าคุณเซนต์ยินยอมการผ่าตัดจะเริ่มได้ทันทีครับ”
คุณหมอเ้าของไข้เอ่ยเสียงนุ่ม เมื่อภูผาสอบถามเื่การรักษา
ยายมีเนื้องอกในสมองต้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ถ้าปล่อยไว้นานเนื้องอกอาจไปทับเส้นสมอง อาจส่งผลต่อการพิการหรือเสียชีวิตได้ ที่จริงเขารู้มานานแล้วว่ายายไม่สบายด้วยอาการปวดหัวบ่อย ๆ แต่ทุกครั้งยายก็อดทนและรักษาอาการปวดนั้นด้วยการทานยาแก้ปวด หลัง ๆ มาอาการรุนแรงขึ้นแต่ยายก็ไม่ยอมมาหาหมอเสียที จนครั้งนี้คงปวดมากจนยาระงับไม่อยู่ทำให้ล้มหัวฟาดพื้นจนสลบไป
ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าเขาคงไม่สามารถหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นมารักษายายได้ แต่ภูผาก็ไม่อาจเพิกเฉยไม่รักษาได้เหมือนกัน เขาพยายามหาทางหลาย ๆ หนทางแต่ดูเหมือนจะมืดมนไปหมด
เมื่อวานวาตามาหาเขาและยื่นข้อเสนอที่จะดูแลเื่ค่ารักษาพยาบาลให้ยายเรียม แต่ข้อเสนอของเขาทำเอาภูผาช็อกไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
//.... “1 ปีสำหรับการเป็คนของผม แลกกับการรักษายายของคุณ”
กระดาษเอสี่ถูกยื่นมาตรงหน้าพร้อมด้วยปากกา ภูผาเหลือบมองอย่างงุนงง
“ถ้าตกลงเซนต์สิครับเราจะได้เริ่มรักษายายกันเลย อย่าลืมว่าความปลอดภัยของยายอยู่ที่การตัดสินใจของคุณนะ”
ไม่เพียงแต่ภูผาไม่ตอบแต่เขายังผลักไหล่อีกฝ่ายจนล้มไม่เป็ท่าด้วยแรงทั้งหมดที่มี จนวาตาแขนกระแทกพื้นเพราะไม่ทันระวังตัว
วาตารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมายื่นข้อเสนออะไรแบบนี้ แต่มันเป็ทางเดียวและโอกาสเดียวที่เขาจะได้ใกล้ชิดภูผาอย่างที่ใจ้า ไม่แปลกที่ภูผาจะโกรธเป็ฟืนเป็ไฟขนาดนั้น แววตาที่ส่งมาให้เขาไม่เหลือความเป็มิตรเลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความผิดหวัง ความโกรธ ความโมโห และอะไรอีกหลายๆ อย่างปะปนกันไป วาตายิ้มให้อย่างไม่นึกโกรธหรือรู้สึกผิดหวังใด ๆ เช่นกัน
ใช่ เขาต้องใจแข็งเพื่อให้ภูผายอมรับข้อเสนอให้ได้
“รู้หน้าไม่รู้ใจมันเป็แบบนี้นี่เอง คุณมันร้ายกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ”
ภูผาเข่นเขี้ยวพูดกัดฟันจนกรามนูนเป็สัน
“ผมร้ายกว่านี้ได้อีกนะครับถ้าคุณยังไม่ยอมเซนต์ ใคร ๆ ก็รู้ทุกอย่างที่ผม้า ต้องได้...เสมอ”
วาตาจงใจย้ำคำสุดท้ายด้วยแววตาหนักแน่นซึ่งภูผาก็มองตอบไม่วางตาเช่นกัน ทั้งคู่จ้องมองกันด้วยความรู้สึกที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“รู้มั๊ยถ้าไม่ติดว่ายังมียายอีกคนที่ผมต้องดูแล ป่านนี้คุณจะไม่มีโอกาสมาจ้องหน้าผมอย่างอวดดีแบบนี้แน่ ๆ คุณคิดว่าเงินของคุณคือพระเ้าหรือไง ซื้อได้ทุกอย่างอย่างนั้นเหรอ มันอาจจะได้ผลสำหรับคนอื่น แต่ไม่ใช่ผม ไปซะ ก่อนที่ผมจะระงับอารมณ์ไม่อยู่”
ภูผาะโอย่างพยายามระงับความโกรธ พุ่งตัวเข้าหาร่างบางที่กำลังพยุงตัวลุกขึ้น เขาออกแรงเหวี่ยงร่างนั้นอีกรอบจนไปชนกับขอบฟุตบาตข้าง ๆ วาตานิ่วหน้าเจ็บเพราะแรงปะทะแต่ก็ฮึดยิ้มออกมาอย่างช้า ๆ
“ต่อให้คุณฆ่าผมตายตรงนี้ยังไงคุณก็ต้องเป็คนของผมอยู่ดี”
“ฝันไปเถอะ ผมจะไม่มีทางรับข้อเสนออะไรนั่นจากคนบ้า ๆ อย่างคุณแน่ ๆ วันนั้นผมน่าจะปล่อยให้ยมฑูตมาเอาคุณไปนะไม่น่าเอาตัวเองไปเสี่ยงเลย ให้ตาย!!! คนอย่างคุณอยู่ไปก็รกโลก รกทุกอย่างนั่นแหละ ดีแต่เอาเงินฟาดหัวคนอื่น คิดว่าเป็ดาราผู้โด่งดังแล้วจะทำอะไรกับใครก็ได้อย่างนั้นเหรอ เตรียมตัวรับหายนะจากการกระทำของตัวเองได้เลย ทุกสื่อทุกช่องทางได้ประโคมเื่นี้กันเป็เดือนแน่ ๆ “
ภูผาขู่ท่าทางจริงจังแต่วาตากลับลอยหน้าลอยตาไม่แสดงท่าทีกลัวแม้แต่น้อย ในเมื่อเขาตัดสินใจไปแล้วไม่ว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดสิ
“ผมว่าคุณไม่ทำอย่างนั้นหรอกเพราะคุณชอบผม”
“ชอบเหรอ ..... พูดออกมานี่อายบ้างหรือเปล่า .. แต่คนอย่างคุณคงหน้าหนาเกินจะสะกดคำว่าอายเป็สินะ ไม่งั้นคงไม่วิ่งตามผมต้อย ๆ ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าผมไม่ได้สนใจอะไรเลย นอกจากรำคาญ ทำความเข้าใจเสียใหม่ด้วยนะที่ผ่านมาผมทำดีกับคุณเพราะอยากตอบแทนที่คุณทำดีกับผมและยาย แต่ตอนนี้ผมทั้ง สะอิดสะเอียดทั้งขยะแขยงคุณยิ่งกว่าไส้เดือนกิ้งกือเสียอีก ต่อให้กี่ร้อยกี่พันชาติผมก็ไม่มีทางชอบผู้ชายอย่างคุณหรอก จำเอาไว้ แล้วอย่ามายุ่งกับผมกับยายอีก”
“นั่นมันเื่ของคุณ แต่วันนึงผมจะทำให้คุณกลับคำพูดทั้งหมดนี่ให้ได้และคุณก็ต้องยอมรับข้อเสนอผม”
“โธ่เว้ย !!!!! “
ภูผาปล่อยหมัดเข้าที่หน้าของวาตาจนเซไปตามแรงเืสด ๆ ไหลออกตรงมุมปากแต่ภูผาเลือกที่จะไม่สนใจ
“นี่สำหรับความคิดห่วย ๆ ของคุณ ... รีบไปให้พ้นหน้าผมก่อนที่ผมจะระงับอารมณ์ไม่อยู่”
ภูผาบอกอย่างเหลืออดแววตาพร้อมจะพุ่งเข้าทำร้ายวาตาทุกวินาที
“รับข้อเสนอผมซะก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปต่อให้คุณต่อยผมจนตาย ยังไงคุณก็ต้องรับข้อเสนอ เชื่อผมสิ คุณต้องรับข้อเสนอผม !!!!!”
วาตาพูดหอบ ๆ ทั้งเจ็บแผลและเจ็บใจต่อการกระทำและคำพูดของอีกฝ่าย ที่เขาไม่มีสิทธิ์โทษอีกฝ่ายได้เลย ภูผาปรี่มาจะชกอีกรอบแต่คราวนี้วาตาเลือกที่จะยืนนิ่ง ๆ หลับตารอรับหมัดนั้นอย่างเต็มใจ แต่ไม่มีอะไรมากระแทกหน้าเขาเลย จนเมื่อลืมตาจึงได้รู้ว่าภูผายั้งมือที่กำหมัดนั้นไว้เสียก่อนที่จะปล่อยมาโดนหน้าเขาอีกรอบ
“โธ่โว้ย !!!! “เขาร้องอย่างไม่มีทางออกก่อนจะรีบเดินหนีไป
“เซนต์เอกสารนี่แล้วพรุ่งนี้ไปเซนต์ยินยอมให้ผ่าตัดซะทันทีที่คุณเซนต์ยายจะได้รับการรักษาอย่างดี ผมสัญญา” วาตาะโไล่หลังไหล่กว้างที่เดินกระฟัดกระเฟียดออกไป
ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเวลานี้ภูผาทั้งโกรธและเกลียดเขามากแค่ไหน แววตาคู่คมนั้นบอกทุกอย่างได้เป็อย่างดีและเขาจะต้องเจอมันอีกเป็เวลา 1 ปีเต็ม แต่เขาก็เต็มใจที่จะยอมรับมันด้วยเหตุผลสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เขาไม่อาจพูดหรือบอกภูผาได้เลย
วาตาพยายามทรงกายอันบอบช้ำพุ่งตรงไปที่รถซึ่งจอดอยู่ใกล้ๆ แต่เพียงไม่กี่ก้าวก่อนจะถึงรถเขากลับรู้สึกวูบลงเพราะโดนของแข็งจากใครบางคนฟาดเข้าอย่างจังจากด้านหลัง และนั่นเป็วินาทีสุดท้ายที่เขารู้สึกตัวและบังเอิญที่ทุกอย่างอยู่ในสายตาของ ..... ภูผา
เขาอยากจะเลือกที่จะเดินจากไปโดยไม่หันไปมองร่างไม่ได้สติที่นอนเหยียดอยู่ข้างรถหรูคันนั้น แต่ให้ตายสิทำไมจึงทำไม่ได้!!!!!!! ......//
ภูผาหลับตาอย่างตัดใจอีกรอบเมื่อคุณหมอเ้าของไข้เรียกเตือนสติเมื่อเห็นเขานิ่งเงียบไป
“เรียบร้อยครับคุณหมอ”
เขาพูดน้ำเสียงแหบแห้งหลังจากจรดปลายปากกาในเอกสารยินยอมตรงหน้า ในขณะที่ยายมองอย่างคาดไม่ถึง
“ผา!!!!”
“ไม่ต้องห่วงครับยายเื่นี้ผมจัดการเอง ยายเตรียมตัวผ่าตัดนะครับ อย่าคิดมากน๊า”
ภูผาไม่วายหันไปพูดกับยายเพราะไม่อยากให้ยายกังวลใจ
“ใช่ครับ ทำใจร่ม ๆ สบาย ๆ นะครับคุณยายทุกอย่างทางเราเตรียมไว้พร้อมแล้ว ส่วนเื่ค่ารักษาทั้งหมดคุณ...”
“เื่ค่ารักษาปล่อยให้เป็หน้าที่ผานะครับยาย ให้ผาได้ดูแลได้ตอบแทนยายบ้างนะครับ”
“แต่มันเยอะนะผา ลูกจะเอาเงินมาจากไหน อีกอย่างไม่นานยายก็ตายแล้วรักษาไปก็เท่านั้นเก็บเงินเก็บทองไว้เรียนดีกว่านะลูกนะ”
“ไม่เอาสิครับยายไม่พูดอย่างนั้น สำหรับผายายสำคัญกว่าทุกอย่างยายมีคนเดียวนะครับ เื่เรียนเรียนเมื่อก็ได้เื่เงินหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้ายายเป็อะไรไปผาจะหายายที่ไหนมาทดแทนได้อีกหล่ะครับ”
ภูผาพูดพลางกอดยายไว้แน่น ถ้าไม่เป็เพราะเขาไม่มีทางเลือก ถ้าไม่ใช่เพราะยายมีแค่คนเดียว เขาจะไม่ยอมรับข้อเสนอบ้า ๆ นั่นอย่างเด็ดขาด
“งั้นหมอขอคุยกับภูผาส่วนตัวสักครู่นะครับ”
“ได้ครับหมอ .. ยาย เดี๋ยวผามานะครับ”
ยายพยักหน้าเมื่อภูผาหันมาบอก เขายิ้มให้กำลังใจยายอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเดินตามคุณหมอออกไปข้างนอก
“คุณวาตาแจ้งไว้ถ้าคุณเซนต์ยินยอมเมื่อไหร่ให้ย้ายคุณยายไปผ่าตัดที่โรงพยาบาล .....ทันที ที่นั่นมีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมกว่าที่นี่และหมอก็มืออาชีพกว่า คุณจะ...”
“ผ่าที่นี่แหละครับคุณหมอไม่งั้นยายไม่ยอมไปแน่ ๆ “
“แต่คุณวาตาสั่งไว้ทางโรงพยาบาลต้องทำตามนะครับทางเราเลือกไม่ได้จริง ๆ”
“เื่นั้นเอาไว้ผมคุยกับเขาเองดีกว่าครับ ตอนนี้เชิญคุณหมอเตรียมตัวเื่การผ่าตัดดีกว่าผมไม่อยากให้เสียเวลามากไปกว่านี้ กลัวยายเปลี่ยนใจครับ ยิ่งแกใจแข็งอยู่ด้วย”
“แต่...”
“คุณหมอคะคนไข้ห้อง 408 ฟื้นแล้วคุณหมอจะไปดูเลยไหมคะ”
“408 อ่อ คุณวาตานะหรือ อื้ม ไปสิครับเดี๋ยวผมตามไปครับคุณพยาบาล .... หมอขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวหมอให้พยาบาลมาดูแลเื่การเตรียมตัวสำหรับการผ่าตัดนะครับ”
“เดี๋ยวครับหมอ เอ่อออ .....”
ภูผานึกเป็ห่วงคนที่เขาปักธงจงเกลียดจงชังเอาดื้อ ๆ เพียงแค่ได้ยินชื่อเท่านั้นจนนึกโมโหตัวเอง เลยหยุดคำถามเอาไว้แค่นั้น
“อ้อ หมอลืมบอกไปคุณวาตาไม่รู้ไปโดนใครทำร้ายมาสลบั้แ่เมื่อคืนแล้ว โชคดีไม่เป็อะไรมาก แต่ร่างกายอ่อนแอเหมือนจะไม่ค่อยได้พักผ่อนก็เลยสลบนานหน่อย”
“.........”
“หมอขอตัวก่อนนะครับ ต้องไปปิดข่าวก่อนที่แฟนคลับกับสื่อต่าง ๆ จะมาถล่มโรงพยาบาล”
“คะ..ครับ”
ภูผาถึงกับอึ้งกับสิ่งที่เพิ่งได้ยินแม้จะมีวินาทีหนึ่งที่เป็ห่วงแต่เขายังโกรธวาตาอยู่เลยเลือกที่จะไม่สนใจ ที่จริงเมื่อคืนเขาไม่จำเป็ต้องพาวาตามาส่งโรงพยาบาลนี่ก็ได้ เพราะยังไงเขาก็ไม่้ารับความช่วยเหลืออะไรจากเขาและก็ทั้งโกรธและเกลียดกับการฉวยโอกาสบ้า ๆ อะไรนั่น แต่เขาก็ตัดใจทิ้งวาตาไว้แบบนั้นไม่ได้เหมือนกัน
การผ่าตัดใช้เวลาเกือบสิบชั่วโมงเต็มแต่ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ในขณะที่ภูผาเฝ้าอยู่หน้าห้องผ่าตัดไม่ยอมห่างเช่นกัน เมื่อยายพ้นขีดอันตรายวันนี้เขาเลยยอมไปเรียนเพราะอีกไม่กี่วันก็จะสอบแล้ว แม้จะไม่ค่อยมีสมาธิกับการเรียนเท่าไหร่แต่เขาก็พยายามตั้งใจอย่างเต็มความสามารถ
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ตัวเลยก็คืออาการเหม่อลอยของตัวเอง ภูผารู้ดีว่าอาการนี้เกิดจากอะไรและใครเป็ต้นเหตุ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่เดียวกับยาย แต่เขาก็ไม่ยอมที่จะไปเยี่ยมหรือแวะไปหาเลยสักครั้ง
ใช่ เขายังโกรธและโมโหวาตาไม่หาย
วันนี้หลังจากกลับจากมหาลัยเขาไปเยี่ยมยายตามปกติ แต่ก็ต้องใเมื่อห้องที่ยายเคยอยู่กลับว่างเปล่า เขาไม่รอช้าที่จะวิ่งไปถามพยาบาลหน้าห้อง คำตอบที่เขาได้ยิ่งทำให้โมโหหนักเข้าไปอีกและวันนี้จึงกลายเป็วันที่เขาต้องเผชิญหน้ากับใครบางคนที่เขาพยายามไม่นึกถึงตลอดสองสามวันที่ผ่านมา
“เข้าไม่ได้ครับคุณ เข้าไม่ได้”
บอดี้การ์ดหน้าห้องเข้ามาขวางทันทีที่ภูผากระหืดกระหอบมาถึงหน้าห้องพิเศษในโซลพิเศษที่จัดไว้เป็การเฉพาะ
“ออกไป!!!”
ไม่พูดเปล่า ภูผาออกแรงผลักบอร์ดี้การ์ดทั้งคู่แต่ดูเหมือนจะไม่เป็ผลเอาเสียเลย
“เข้าไม่ได้ครับ”
“บอกให้ออกไปไง!!!!”
เขาพยายามที่จะฝ่าด่านเข้าไปข้างในให้ได้ การยื้อยุดจึงเกิดขึ้น ไม่นานประตูถูกเปิดออก พร้อมกับสาวร่างเล็กแต่งตัวดูดีท่าทางคล่องแคล่ว
“ให้เข้ามาได้ค่ะ ไม่เป็ไร”
“แต่คุณสั่งไว้ว่าห้ามใครเข้าเยี่ยม”
“คำสั่งคุณวาตา”
“เอิ่มมม ครับ”
ชายหนุ่มมองการสนทนาของทั้งสองฝ่าย เมื่อได้รับสัญญาณให้เข้าไปได้ จึงรีบผลักประตูเข้าไปอย่างรวดเร็วตามแรงโกรธ
ภูผามาหยุดตรงกลางห้องที่มีคนป่วยนอนอยู่บนเตียงตามลำพัง แม้จะหลับตาแต่เขารู้ว่าอีกฝ่ายรับรู้ถึงการมาปรากฏตัวของเขาได้เป็อย่างดี
“ผมย้ายยายคุณไปโรงพยาบาลอื่น คุณสอบเสร็จเมื่อไหร่ผมจะพาไปหายายเอง”
“คุณกล้าดียังไงมาวุ่นวายกับยายผม”
ภูผาะโใส่หน้าอย่างไม่เกรงใจจนหญิงร่างเล็กที่เขาเพิ่งเจอหน้าเมื่อกี้รีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“ไม่มีอะไรครับพี่เล็ก เดี๋ยวผมจัดการเอง” วาตาบอกเสียงเรียบ
“พี่เล็กรอด้านนอกสักครู่นะครับผมมีเื่ต้องคุยกับเขา” พี่เล็กที่เล็กสมชื่อพยักหน้าแล้วเดินออกไป
“จุ๊ๆ ๆ ไม่เอาสิครับ นี่โรงพยาบาลนะเขาห้ามเสียงดัง”
“บอกมาเอายายไปไว้ที่ไหน!!!!!”
“ยายคุณยอมไปเอง ผมไม่ได้บังคับ”
“คนอย่างคุณมีอะไรให้น่าเชื่อได้อีก”
ภูผาพูดน้ำเสียงเต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง วาตาเข้าใจเป็อย่างดีเลยไม่เก็บมาเป็อารมณ์ แต่เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้ ๆ แล้วเปิดบางอย่างให้ภูผาฟัง
“ไม่ต้องห่วงยายนะลูก ไม่ต้องโกรธคุณวาด้วย เขาอยากให้ยายพักสบาย ๆ และผาจะได้มีสมาธิในการสอบ เอาไว้ผาสอบเสร็จค่อยมาหายยายนะลูกนะ”
“ไอ้!!!!”
“ผมไม่ได้บังคับ ยายคุณเข้าใจเจตนาผมทุกอย่าง ตอนนี้ก็เหลือแต่คุณบ้างละนะที่ต้องทำตามเจตนาผมบ้าง”
วาตาเอ่ยอย่างมีเลศนัย ในขณะที่อีกฝ่ายขมวดคิ้ว
“สัญญามีผลบังคับั้แ่คุณเซนต์ยินยอมผ่าตัดแล้วนะครับ งั้นผมขอใช้สิทธิ์ตามสัญญา กลับไปตั้งใจอ่านหนังสือซะ”
“คุณ !!!! คุณนี่มันเ้าเล่ห์ยิ่งกว่าจิ้งจอก”
ภูผาตะคอกด่าอย่างเหลืออด แต่วาตาเอาแต่ยิ้มไม่ถือสาท่าทีตะคอกนั้น
“คุณจะกลับตอนนี้หรือจะอยู่เป็เพื่อนผมก่อนก็ได้นะ กำลังอยากมีเพื่อนคุย”
“ผมเกลียดคุณ”
“ต่อให้คุณเกลียดผมแค่ไหน อย่าลืมนะครับความเกลียดของคุณก็ไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ 1 ปีกับการเป็คนของผมเพราะฉะนั้นอย่าขัดใจผมแล้วก็เลิกด่าว่าผมได้แล้ว”
“ไอ้!!!”
ภูผาปรี่เข้ากระชากคอเสื้อวาตาอย่างรวดเร็วเงื้อหมัดพร้อมจะต่อย
“เอาสิ ยิ่งคุณทำร้ายผมมากเท่าไหร่ผมก็จะยิ่งคิดคืนทั้งต้นทั้งดอก”
“ไอ้!!!!!!!!!!!!!!!!!! ... โธ่เว้ย!!!! รู้อย่างนี้ปล่อยให้ตายคาถนนให้รู้แล้วรู้รอด”
ภูผาสบถและผลักอีกฝ่ายเต็มแรกจนวาตากระแทกกับพื้นเตียงเขานิ่วหน้าระงับความเ็ปเนื่องจากแผลยังไม่หาย
“ต่อให้คุณอยากเห็นผมตายไปมากแค่ไหนแต่ผมหน่ะดวงแข็งยังอยู่ให้คุณสาปแช่งได้อีกนาน กลับไปได้แล้ว ผมจะพัก”
จู่ ๆ วาตาก็ออกปากไล่อีกฝ่ายทั้ง ๆ ที่อยากให้อยู่ต่อใจแทบขาด เพราะตลอดเวลาที่เขารักษาตัวอยู่ที่นี่เขารู้ดีว่าภูผารู้ทุกอย่างแต่ไม่ยอมมาเยี่ยมเขาเลยเท่านั้นเอง
“ไม่ต้องมาไล่ ไม่ได้อยากมาหาหรอกนะ คนเฮงซวยอย่างคุณขอให้ช้ำในตายคาโรงพยาบาล”
ภูผาต่อว่าน้ำเสียงจงใจแช่งอีกฝ่ายจนรู้สึกได้ เขารีบผละจะออกจากห้องแต่วาตาเอามือจับแขนเขาไว้และภูผาก็สะบัดออกอย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องมาจับไม่อยากติดเสนียดคนเลว ๆ อย่างคุณ”
แต่เมื่อหันไปเห็นวาตานิ่วหน้าอย่างเ็ปแต่ไม่ยอมร้องออกมาสักคำก็แอบใจคอไม่ดี แต่ยังคงวางฟอร์มนิ่งเฉยไว้อย่างนั้น
วาตาเอามืออีกข้างลูบแขนตัวเองเบา ๆ ยังคงนิ่วหน้าระงับความปวด บังเอิญแขนข้างที่เจ็บกระดูกยังไม่ประสานกันดีพอเมื่อเจอแรงกระแทกมันเลยเจ็บจนน้ำตาจะไหล
“รีบกลับเถอะคุณ ผมจะพัก”
เขาเอ่ยเบา ๆ ไม่ยอมสบตาอีกฝ่ายที่จ้องอยู่ก่อนแล้วอย่างลืมตัว
ภูผาเหลือบมองอีกรอบความรู้สึกผิดก่อตัวเป็พายุโหมโจมตีเขาในตอนนี้ เขารีบสลัดความรู้สึกเ่าั้ออกแล้วรีบเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับไปมองอีกและเมื่อประตูถูกปิดลงพี่เล็กรีบเดินเข้ามาแทน
“ตายแล้วคุณวา ทำไมเืออกละคะ”
“อุบัติเหตุนิดหน่อย ไม่เป็ไรหรอกพี่เล็ก”
“แต่นี่กำลังจะหายดีแล้วนะคะ สงสัยได้เริ่มทำแผลกันใหม่อีก”
“ช่างเถอะครับเดี๋ยวก็หาย ยังไงก็หายทันงานพรุ่งนี้แน่นอน”
“บางครั้งคุณก็อดทนเกินเหตุนะพี่ว่า เจ็บก็บอกเขาไปสิคะว่าเจ็บไม่ใช่ฝืนไว้แบบนี้ เขาจะได้รู้ตัวว่ากำลังทำคนอื่นเจ็บต่อไปจะได้ระวังให้มากกว่านี้”
“ช่างเขาเถอะครับ”
“เดี๋ยวพี่เรียกหมอให้นะคะเืไหลใหญ่แล้ว”
“ขอบคุณครับพี่เล็ก”
วาตารีบตอบเสียงเบา พยายามต่อสู้กับความเ็ปอีกครั้ง นึกถึงสีหน้าและแววตาแห่งความเ็ปของอีกคนมันคงไม่เทียบไม่ได้เลยสักนิดกับความเจ็บที่เขากำลังเผชิญ แต่ยังไงทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อ อย่างน้อยที่สุดความตั้งใจดี ความปรารถนาดี ที่เขามีให้อาจทำให้ภูผาเข้าใจสิ่งที่เขาทำในสักวัน...วาตาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนหลับตาระงับความปวดอีกครั้ง
วาตาแอบคิดในใจว่าภูผาคงเกลียดเขามากจึงไม่ยอมมาเยี่ยมเขาเลย ทั้ง ๆ ที่เขามาโรงพยาบาลทุกวัน วันนี้วาตามีงานสำคัญแม้จะยังไม่หายดีแต่เขาก็ดื้อที่จะออกไปร่วมงานนั้น โชคดีที่ข่าวการป่วยของเขากับการนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้ยังไม่เป็ที่เปิดเผยต่อสื่อ เลยทำให้เขาสามารถไปร่วมงานได้โดยไม่มีใครสงสัย เขาออกไปั้แ่เช้าและเลิกเกือบสองทุ่ม ซึ่งถือว่าหนักเอาการสำหรับคนที่ยังไม่เต็มร้อยแบบเขา
แต่เขาก็อดทนจนผ่านพ้นไปได้ เมื่อกลับเข้ามาจึงไม่รอช้าที่จะพุ่งตรงไปยังที่ที่ภูผาเคยมานั่งรอยายทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอาจไม่เจอเพราะดึกมากแล้ว และแม้เขาจะอนุญาตให้พี่เล็กกลับไปพักผ่อนได้ แต่เขาก็ยังไม่เป็อิสระมากนักเพราะยังต้องมีบอร์ดี้การ์ดอีกสองคนที่ยังคงคอยตามแทบตลอดเวลา
“วันนี้พวกคุณกลับไปพักได้ไม่ต้องเฝ้าผมหรอกพรุ่งนี้เข้ามาเช้า ๆ หน่อยนะครับ “
“แต่ ...”
“ผมบอกพี่เล็กแล้วพวกคุณไม่ต้องกังวลและวันนี้ผมมีคนอยู่เป็เพื่อนแล้วด้วย”
พลางส่งสายตาไปยังอีกคนที่นั่งห่อไหล่อยู่ข้างหน้าโดยยังไม่รู้การมาของเขา
“แต่ว่า.....ครับก็ได้ แต่พวกผมจะออกไปพักสักสองสามชั่วโมงก็พอ เดี๋ยวพวกผมกลับมา คุณวาระวังตัวด้วยนะครับ เกิดอะไรขึ้นพวกผมเดือดร้อนแน่ ๆ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า”
วาตาบอกให้ทั้งสองคลายกังวลแม้จะมีเวลาเป็อิสระแค่สองชั่วโมง แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย หลังจากสองคนนั้นไปแล้ว เขาก็เดินตรงไปยังจุดที่ภูผานั่งอยู่ เมื่อเดินมาใกล้ ๆ จึงพบว่าร่างใหญ่นั่งอยู่ด้วยท่าทางหงอย ๆ อดทำให้รู้สึกสงสารไม่ได้แต่ในเมื่อเขารับปากยายไว้แล้วเขาจะไม่ใจอ่อนเด็ดขาด
วาตาเดินมาทรุดนั่งลงใกล้ ๆ ภูผาอย่างเงียบ ๆ ชายหนุ่มหันมามองอย่างเหงา ๆ เมื่อเห็นว่าเป็ใครแววตาก็เปลี่ยนไปเป็เกรี้ยวกราดแทบจะลุกหนีออกไปทันทีแต่วาตารั้งแขนเอาไว้
“นั่งลงครับ”
เขาเอ่ยกึ่งออกคำสั่งโดยไม่มองหน้าแต่มีผลต่อปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
“ทำไมผมต้องทำตาม”
“อยากให้ผมย้ำความจำไหมละครับ”
“คุณขู่ผมเหรอ???”
“มันคือความจริงต่างหากและอีกอย่างวันนี้ผมก็มีความคืบหน้าอาการยายคุณมาบอกด้วย ถ้าไม่สนใจ ไม่อยากฟัง จะกลับก็เชิญนะ”
วาตายังคงเอาเื่ของยายมาเป็ข้ออ้างและมันก็ได้ผลเสมอ เมื่อภูผาอึกอักครู่หนึ่ง แล้วจำต้องทรุดตัวนั่งลงที่เดิม ในขณะที่วาตาเอาศีรษะอิงไหล่แข็งแรงนั่นแทบจะทันทีเช่นกันทำเอาอีกฝ่ายร้องลั่น
“ออกไป!!”
ร่างใหญ่พยายามออกแรงรั้งศีรษะอีกฝ่ายออกแต่ดูเหมือนไม่เป็ผลเมื่อวาตาขืนเอาไว้
“ขออยู่แบบนี้สักครู่นะ วันนี้เหนื่อยมากยังไม่ได้พักเลย “
วาตาพูดอย่างอ้อน ๆ พลางหลับตาและยังยึดไหล่กว้างนั้นแทนหมอนอย่างถือวิสาสะ
“เดี๋ยวผมเล่าอาการยายให้ฟัง สัญญา”
เสียงแ่ ๆ ดังอยู่ที่ไหล่แข็งแรงนั้นแล้วก็เงียบไป จนภูผาที่ตั้งใจจะผลักออกต้องยั้งมือไว้ ใบหน้าเรียวใสหลับสนิทบนไหล่เขา ในขณะที่มือเรียวเกาะแขนเขาไว้มั่นราวกับกลัวว่าจะหายไปไหน กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากผมที่ถูกเซ็ตเป็ทรงทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก ใจนึงอยากจะผลักออกแต่ใจนึงกลับบอกตัวเองว่าไม่กล้า เขาเลยได้แต่มองอย่างฮึดฮัดและปล่อยให้อีกฝ่ายหลับอยู่อย่างนั้น ส่วนตัวเองก็ก้มหน้าอ่านหนังสือต่ออย่างเงียบ ๆ
เกือบสิบนาทีผ่านไปร่างบางหอม ๆ นั่นก็ยังไม่มีทีท่าจะตื่น ภูผาลังเลอยู่ครู่ใหญ่จึงตัดสินใจปลุก เพราะคงไม่เป็การดีแน่ ๆ หากใครมาเห็นผู้ชายสองคนนั่งซบกันแบบนี้โดยเฉพาะนักข่าวหรือแฟนคลับ
“คุณ ตื่นได้แล้วนี่เกินห้านาทีแล้วนะ”
เงียบร่างบางยังคงหายใจสม่ำเสมอไม่มีทีท่ารับรู้คำพูดเขาเลยสักนิด
“คุณ .... ตื่นได้แล้ว ตื่น....”
ไม่ทันที่ภูผาจะพูดจบร่างที่หลับไม่ได้สตินั้นก็ล้มตัวลงนอนเอาหัวหนุนตักเขาเอาดื้อ ๆ และยังคงหลับต่อไปราวกับนอนบนที่นอนอันแสนสบายวาตาปรับท่านอนให้สบายนิดหน่อยก่อนจะหลับต่อ
“โธ่เว้ย!!”
ภูผาแอบโวยวายเบา ๆ มองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวังแล้วก็ถอนหายใจอย่างปลง ๆ
สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจอุ้มร่างที่หลับอย่างสบายนั้นกลับไปห้องพิเศษเพราะไม่คิดว่าเขาจะตื่นในตอนนี้ และถ้าหากปล่อยให้วาตาหลับอยู่อย่างนั้นแทนที่จะหายดีอาจจะยิ่งป่วยเพราะพิษยุงไปอีก อีกอย่างก็ต้องลำบากเขาด้วยที่ต้องนั่งเฝ้าทั้งคืน
มันไม่ใช่เื่ที่เขาควรจะต้องเสียสละอะไรขนาดนั้นกับคนใจดำอย่างผู้ชายคนนี้นินาและวันนี้เขาก็โดนวาตาหลอกอีกจนได้ จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่รู้เื่ยายอีกตามเคย แม้จะนึกหงุดหงิดโมโหแค่ไหนแต่เขาก็ทนเห็นอีกฝ่ายนอนตากยุงจนถึงเช้าไม่ได้อยู่ดี
ทำไมนะทำไมเขาต้องเป็ฝ่ายยอมทุกครั้งสิน่า....
.
.
.
วาตาลืมตาตื่นมาอีกทีก็เช้าวันถัดมา เขางัวเงียนิดหน่อยแต่ยอมรับว่าได้หลับเต็มอิ่ม
“ตื่นแล้วหรือคะคุณวาหลับยาวเชียวนะคะ เพราะฝันดีหรือเพราะคนเฝ้าดีกันแน่น๊า...”
พี่เล็กเงยหน้าจากหนังสือในมือมองมายังคนไข้บนเตียงที่เริ่มขยับตัว
“คนเฝ้า?? ใครกันหรอครับ แต่...ช่างเถอะวันนี้ผมว่าต้องได้ออกจากโรงบาลแน่ ๆ”
“แน่ใจนะคะว่าไม่อยากรู้ว่าเป็ใคร”
พี่เล็กยังคงไม่เปลี่ยนประเด็น วาตาขมวดคิ้วกับความอยากบอกของอีกฝ่าย
“ไม่อยากครับ ถ้าจะให้เดา....”
“อย่าเดาเลยคะ ยังไงก็เดาไม่ถูก”
พี่เล็กรีบดักคอทำเอาคนบนเตียงเริ่มอยากรู้ขึ้นมาบ้าง วาตารีบพยุงตัวลุกขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอนกับเตียง สายตาจับจ้องไปที่พี่เล็กเหมือนกำลังพยายามนึกอะไรบางอย่าง ในที่สุดเขาก็ยิ้มออกเมื่อนึกได้แต่ไม่คิดว่าจะเป็จริง
“ไม่ผิดหรอกคะ” พี่เล็กบอกอย่างรู้ทันเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าผิดหวังเล็ก ๆ ของคนป่วย
“พี่เล็กรู้หรือครับว่าผมคิดว่าใคร”
“โธ่คุณวา พี่หนะดูแลคุณวาอยู่กับคุณวามาตั้งกี่ปีไส้กี่ขด ๆ มีหรือพี่จะไม่รู้”
“งั้นพี่เล็กต้องรู้สิว่าผม....”
“แอบไปร้านวาตาคอฟฟี่เพราะ้าเจอใคร”
“พี่เล็ก!!!!!”
วาตาร้องอย่างไม่อยากเชื่อทั้ง ๆ ที่เขาพยายามปิดเป็ความลับ
“คุณหน่ะดูถูกความอยากรู้ของพี่น้อยไปนะคุณวา”
“แหม พี่เล็กพูดเข้ามันก็ไม่ได้เป็ความล้งความลับอะไรขนาดนั้น แค่ใครบางคนเขาไม่ชอบให้ใครรู้เท่านั้นเอง”
“ใครที่ว่านี่คงสำคัญกับคุณวามากสินะคะถึงตามเฝ้าเช้าเฝ้าเย็น ดูแลแม้กระทั่งยายของเขาอย่างนั้น นี่ถ้ากลุ่มแฟนคลับรู้ว่าคุณวาไปติดใจใคร ทวิตเตอร์เอย ไอจีเอย คงร้อนเป็ไฟ “
“ก็ ตามนั้น” วาตายอมรับเสียงอ่อน
“แล้วนี่เขารู้หรือเปล่าว่าคุณวาเป็ใครแล้วก็โด่งดังมากขนาดไหน”
“เพราะรู้นี่แหละพี่เล็กเขาเลยญาติดีกับผมไม่ได้สักที เขาไม่ชอบให้ใครไปวุ่นวายกับชีวิตเขา แต่ทำไงได้หล่ะผมดันเป็ดารามาก่อนจะเจอเขานี่นา”
“คุณวาไปแยกยายหลานแบบนั้นเขาไม่โกรธเอาหรือคะ เห็นการ์ดบอกว่ามานั่งรอยายเขาทุกเย็นเลย น่าสงสาร”
“ไม่โกรธหรอกพี่เล็ก”
วาตาบอก แต่คนฟังทำสีหน้าไม่เชื่อ
“เกลียดเลยแหละครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “
คนป่วยบอกพร้อมหัวเราะกลบเกลื่อนรู้สึกเหมือนกำลังะโเหยียบหัวใจตัวเองด้วยเท้าตัวเองยังไงยังงั้น
“แต่พี่ว่าคงไม่เท่าไหร่หรอกคะ เห็นนั่งเฝ้าั้แ่เมื่อคืนเพิ่งลากลับไปก่อนคุณวาจะตื่นนิดเดียวเอง”
“อ้าว !!! นี่กำลังหลอกถามผมงั้นหรือครับ พี่เล็กอ่ะ”
“ก็ต้องถามให้แน่ใจก่อนสิคะ”
พี่เล็กว่าพลางส่งสายตาล้อเลียน ทำเอาคนฟังอดเขินไม่ได้
“เขารีบไปเรียนหนะเห็นว่าสอบด้วย แปลกนะคะรู้ว่ามีสอบแทนที่จะเอาเวลาไปท่องหนังสือกลับมานั่งเฝ้าคนหลับอย่างเอาเป็เอาตายอย่างคุณวา คงสอบได้อยู่หรอกนะคะเนี่ย”
มันคงเป็เื่ราวดี ๆ เื่แรกเลยกระมังั้แ่รู้จักกัน แต่ก็ทำเอาวาตายิ้มออกหัวใจพองคับอกเป็ครั้งแรกเลยก็ว่าได้
อย่างน้อยท่าทีแข็ง ๆ ไม่สนใจห่าเหวอะไรก็มีอ่อนกันบ้างแหละว้า