บทที่ 23 ไม่เข้าใจ
“คุณหนู! คุณหนู!” หลังจากที่เจี้ยงหงกลับมาจากจวนองค์ชายหนิงเพียงครู่เดียว นางก็ไม่อาจระงับความตื่นเต้นในใจเอาไว้ได้ รีบวิ่งไปยังยังเรือนบัวหยกเพื่อตามหาฉินหยวนทันที
เมื่อเห็นเจี้ยงหงตื่นตระหนกเช่นนี้ ฉินหยวนก็อดสงสัยไม่ได้ ขณะนั้นนางกำลังจะเริ่มทานอาหารเย็น เมื่อเห็นเจี้ยงหงร้อนรนเช่นนี้ เธอก็วางตะเกียบลงอย่างเงียบ ๆ
“เกิดอะไรขึ้นหรือ มีเื่อันใดหรือไม่?” ฉินหยวนถามด้วยสีหน้างุนงง
ถึงแม้ตอนนี้ฉินหยวนจะเป็เพียงเด็กสาวอายุสิบกว่าปี แต่นางกลับดูสุขุม นิ่งสงบ ไม่เหมือนเด็กสาวทั่วไป ราวกับเป็ผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะวุฒิภาวะทางจิตใจและมีเล่ห์เหลี่ยมอยู่บ้าง
เจี้ยงหงเห็นท่าทางที่สงบนิ่งของฉินหยวน แววตานั้นแตกต่างจากคุณหนูที่นางเคยเห็นมา จนเจี้ยงหงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกตัวในเวลาต่อมา
ดูเหมือนนางจะคิดมากไปเอง…
“เรียนคุณหนู องค์ชายหนิงพึงพอใจเป็อย่างมากหลังจากที่ได้อ่านจดหมายที่ส่งไปให้เ้าค่ะ องค์ชายยังรับสั่งให้ข้ามาเรียนคุณหนูว่า พรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงที่จวนองค์ชายหนิง ไม่ทราบว่าคุณหนูจะมีเวลาว่างไปร่วมงานหรือไม่เ้าคะ?” เจี้ยงหงคุกเข่าลงกับพื้น รายงานทุกคำที่องค์ชายบอกกับนางอย่างตรงไปตรงมา
ฉินหยวนได้ยินคำพูดของเจี้ยงหงแล้ว อดใไม่ได้ สำหรับเนื้อความในจดหมายฉบับนั้น ที่องค์ชายหนิงมีปฏิกิริยาเช่นนี้ นางคาดเดาไว้แล้ว แต่ที่คนผู้นี้กลับเชิญนางไปที่จวนอย่างกะทันหัน สิ่งนี้อยู่เหนือความคาดหมายของนาง
ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะคาดเดาว่า องค์ชายหนิง้าสิ่งใดกันแน่
“เข้าใจแล้ว ขอบใจเ้ามากนะเจี้ยงหงที่อุตส่าห์วิ่งไปมาแทนข้า รีบลุกขึ้นเถิด” หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉินหยวนก็หันมาสนใจเจี้ยงหงที่ยังคงคุกเข่าอยู่ สัญชาตญาณบอกนางว่า อนุหยางและสาวใช้ผู้นี้ ในภายหน้าหากร่วมมือกันได้ พวกนางก็นับว่าเป็คนที่ไว้ใจได้อย่างแน่นอน
ฉินหยวนต้องดูแลพวกนางให้ดี เพื่อให้พวกนางเต็มใจร่วมมือกับนาง จากนั้นทุกคนทำงานร่วมกัน กำจัดอนุหลี่และบิดาใจทรยศผู้นี้ให้ได้
“ไม่หรอกเ้าค่ะ การช่วยแบ่งเบาภาระงานให้คุณหนูใหญ่เป็หน้าที่ที่ควรทำอยู่แล้ว คุณหนูอย่าได้พูดเช่นนั้นเลย” เจี้ยงหงได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเขินอาย ก้มหน้าลง ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แล้วถอยไปด้านข้าง “ในเมื่อข้าได้แจ้งเื่ให้คุณหนูทราบแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ” ในเวลานี้ นางควรกลับไปหานายหญิงของตนเองได้แล้ว
“อืม เ้ากลับไปเถิด อย่าลืมฝากความคิดถึงอนุหยางแทนข้าด้วย และที่สำคัญ ระหว่างทางกลับไปเ้าต้องระวังตัวให้ดี อย่าให้ใครสงสัยเชียว” ฉินหยวนพยักหน้าเบา ๆ เป็เชิงอนุญาต
อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ฉินหยวนอดไม่ได้ที่จะกำชับเพิ่มเติมไปอีกสองสามประโยค
ถึงแม้ในเวลานี้ทุกอย่างจะราบรื่นดี หากสถานการณ์ยังคงเป็เช่นนี้ต่อไป เมื่อถึงเวลานั้นอนุหลี่และบุตรสาวของนางจะต้องไม่ตายดีแน่ ทว่าในเวลานี้ เมื่อทุกอย่างยังไม่มั่นคงพอ พวกนางก็ยังต้องระมัดระวังการ กระทำอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เกิดข่าวลือเื่การคบหาร่วมมือกันระหว่างฉินหยวนและอนุหยางแพร่ออกไป
อย่าให้คนพวกนั้นหาเื่จับผิดได้ ฉะนั้นยามที่ติดต่อกันก็ต้องระวังให้มากจะดีกว่า
“เ้าค่ะ ข้าขอตัวลาก่อน” เจี้ยงหงคำนับแล้วออกจากเรือนบัวหยก อย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงกลับไปยังเรือนของตนเอง
หลังจากเจี้ยงหงออกไปแล้ว แม่นมหลินก็เข้ามาดูการรับประทานอาหารของคุณหนูพอดี
ตอนที่แม่นมหลินผลักประตูเข้ามา ก็พบว่าคุณหนูกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ราวกับกำลังขบคิดเื่สำคัญ
“คุณหนู เกิดเื่อะไรขึ้นหรือเ้าคะ? เหตุใดถึงได้ดูครุ่นคิดเช่นนั้น อาหารนี่ก็ยกมาพักใหญ่แล้ว ถ้าไม่รีบทานประเดี๋ยวมันจะเย็นชืดหมดนะเ้าคะ” แม่นมหลินเดินมาข้าง ๆ ฉินหยวน อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมา
ฉินหยวนที่กำลังเหม่ออยู่ รู้สึกตัวเมื่อแม่นมหลินเข้ามาใกล้ นางเอามือเท้าคางไว้ทั้งสองมือ อดไม่ได้ที่จะถามอย่างสงสัย “แม่นมหลิน วันนี้อนุหยางตรวจพบว่าบัญชีมีเงินขาดไปสองแสนตำลึง ถ้าไม่ผิดพลาด คงเป็อนุหลี่ที่โลภมาก แอบยักยอกเงินไปตอนที่ผู้ดูแลหลี่ยังดูแลเื่นี้อยู่ นี่เป็โอกาสที่ดี ข้าเลยให้คนส่งจดหมายไปที่จวนองค์ชายหนิง แต่องค์ชายหนิงกลับเอ่ยปากชวนข้าไปร่วมงานเลี้ยงที่จวนในวันพรุ่งนี้ เื่นี้ข้าคาดไม่ถึงจริง ๆ แม่นมหลินท่านคิดว่าองค์ชายหนิง้าสิ่งใดกันแน่?”
สำหรับฉินหยวนแล้ว แม่นมหลินก็เหมือนมารดาอีกคนของนาง ดังนั้นต่อหน้าแม่นมหลิน ฉินหยวนจึงไม่เคยคิดจะปิดบังอะไร หากมีข้อสงสัยหรือเื่ที่ไม่เข้าใจ นางก็จะเอ่ยปากถามออกมาตรง ๆ เพราะอย่างไรเสีย แม่นมหลินก็มีประสบการณ์มากกว่านางอยู่แล้ว
เื่ประสบการณ์ชีวิตก็เช่นกัน นางจึงคิดว่า ลองถามแม่นมหลินดู บางทีแม่นมหลินอาจจะบอกอะไรได้บ้าง
แม่นมหลินฟังที่ฉินหยวนพูดอย่างตั้งใจ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดตาม ผ่านไปครู่หนึ่ง นางจึงค่อย ๆ เอ่ยปากขึ้นว่า “คุณหนู ข้าคิดว่าองค์ชายหนิงคงจะเห็นว่าคุณหนูมีความสามารถ องค์ชายจึงคิดที่จะร่วมมือกับคุณหนูต่อไปเ้าค่ะ”
สำหรับความคิดที่แท้จริงขององค์ชายหนิง แม่นมหลินก็ได้แต่คาดเดาไปตามความคิดของตนเอง เพราะนางก็ไม่ได้รู้จักองค์ชายหนิงดีนัก เื่ราวต่าง ๆ ก็เป็เพียงข่าวลือ แม่นมหลินไม่อาจคาดเดาอะไรได้จากสิ่งเหล่านี้
เมื่อได้ฟังคำพูดของแม่นมหลิน ฉินหยวนก็รู้สึกว่ามันมีเหตุผลอยู่บ้าง…
อย่างไรเสีย แม้ฉินหยวนจะเป็เพียงเด็กสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง แต่ข้อมูลที่นางมอบให้ก็มีประโยชน์ต่อเขามากทีเดียว
“หากข้าเดาไม่ผิด คงจะเป็แช่นนั้น แม่นมหลินที่จริงวันนั้นตอนที่ข้าตัดสินใจใช้วิธีนี้ ข้าเองก็กลัวมากเหมือนกัน ข่าวลือเกี่ยวกับองค์ชายหนิงมีอยู่ทั่วไป เขาเป็คนที่โเี้ขนาดไหนพวกเราต่างรู้กันดี แต่ตอนนั้นข้าคิดว่าหาก้าให้เขาเชื่อใจข้า เขาโเี้ ข้าก็ต้องโเี้ยิ่งกว่า”
เพราะมีเพียงวิธีนี้ ฉินหยวนจึงจะสามารถหาที่พึ่งได้ ถึงจะสามารถใช้พลังของตนเองปกป้องมารดา ปกป้องน้องชายและปกป้องทุกคนที่นาง้าจะปกป้องให้ได้
เมื่อแม่นมหลินได้ยินที่ฉินหยวนพูด นางก็อดะเืใจไม่ได้ ถ้าตอนนั้นหากฮูหยินไม่ได้มองคนผิด คงไม่เกิดเื่แบบนี้ขึ้น…
หลังจากที่ตระกูลไป๋ล่มสลาย ชีวิตก็พลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง ฮูหยินที่มีนิสัยอ่อนโยน แม้ว่านายท่านจะทำเื่เลวร้ายมากมาย แต่ดูเหมือนนางจะยังไม่ยอมตัดใจ
หวังว่าหลังจากที่ฮูหยินกลับมาจากวัดแล้ว จะยอมฟังคำพูดของคุณหนู เลิกยึดติดกับความรักเก่าในอดีต แล้วรีบหาทางออกจากจวนตระกูลฉินให้เร็วที่สุด นั่นต่างหากที่เป็สิ่งสำคัญที่สุด…
“คุณหนูข้าเข้าใจแล้ว น่าสงสารคุณหนูเสียจริง นายท่านไม่เคยไยดีท่านเลย อนุหลี่เองก็เช่นกัน เพื่อวันข้างหน้าที่ดีขึ้น คุณหนูคงต้องลำบากมากแน่” แม่นมหลินคุกเข่าลง อดไม่ได้ที่จะลูบใบหน้าของฉินหยวน สำหรับแม่นมหลินคุณหนูก็เหมือนกับลูกแท้ ๆ ของนางเอง…
ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต แม่นมหลินก็จะปกป้องพวกเขาทั้งหมดนี้ให้ได้!
“อย่าห่วงไปเลยแม่นมหลิน ขอเพียงแค่สามารถช่วยท่านแม่กับน้องชายออกจากสถานที่อันน่ากลัวนี่ไปได้ ไม่ว่าข้าจะต้องทำสิ่งใด ข้ายินดีทำทุกอย่าง” ฉินหยวนส่ายหน้า ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม