น็อกพุ่งตัวออกไปตามเส้นทางที่ระบบบอกมา แต่ก็ต้องตื่นตาตื่นใจเพราะนี่ไม่ใช่สถานที่รกร้างไร้ผู้คน หรือ เกาะต่างๆ แต่มันเป็นเหมือนกับโดมสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยม่านพลังอย่างหนาแน่น และมีผู้คนจำนวนมากมายกำลัง เข้า-ออก กันเป็นว่าเล่น เหมือนสถานที่บันเทิงก็ไม่ปาน
ก่อนจะคิดไปถึงชีวิตที่แล้ว ขนาดเขาทำงานให้กับกรมตำรวจก็ยังไม่เคยพบเจอกับสถานที่แบบนี้เลย น็อกที่กำลังจะเข้าไป ก็ถูกคนเฝ้าประตูหลายคน เข้ามายืนขวาง น็อกรีบใช้เนตรราชันย์ตรวจสอบทันที ก็พบว่าพวกเขาเป็นผู้ฝึกตนในดินแดนมนุษย์ ขั้น 2 3 4 และที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มพวกนั้น อยู่ขั้นที่ 7 น็อกประเมินสถานการณ์แล้วคิดได้ทันทีว่า เข้าไปแบบถูกต้องน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะแค่คนที่ทำหน้าที่เฝ้าทางเข้า ยังแข็งแกร่งระดับนี้ ก่อนจะได้สติจากเสียงเรียก
"เฮ้ย!! เจ้าเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่" หนึ่งในคนที่ทำหน้าที่เฝ้าทางเข้าเอ่ยถาม
"พอดีผมอยากเข้าไปทำธุระนิดหน่อยน่ะครับ" น็อกพยายามพูดให้เป็นปกติที่สุด
"เจ้าเป็นคนจากตระกูลไหน มีใครรับรองมาหรือเปล่า"
น็อกคิดชั่วครู่ก่อนจะหยิบป้ายประจำตัวเจ้านักออกมา "ไม่ทราบว่าป้ายนี้พอใช้ได้ไหมครับ"
"นี่มัน!!! เชิญด้านในเลยครับนายน้อย" เมื่อเหล่าคนที่เฝ้าประตูเห็นป้ายประจำตัวเจ้าสำนักเหมันต์ ถึงกับหน้าถอดสีทันที เพราะการมอบป้ายประจำตัวของเหล่าตัวตนที่ยิ่งใหญ่ให้นั้น แสดงว่าฐานะของอีกฝ่ายในตำหนักย่อมไม่ธรรมดาเป็นแน่ แม้พวกเขาจะทำหน้าที่เฝ้าประตูมานาน ถึงจะเคยเห็นป้ายประจำตัวของเหล่าบุคคลต่างๆ มาก็ไม่น้อย แต่ส่วนมากก็เป็นเพียงแค่อาวุโสประจำหนักเท่านั้นซึ่งมีน้อยมาก ที่สำคัญป้ายประจำตัวพวกนี้ไม่มีทางโดนขโมยหรือลอกเลียนแบบได้แน่นอน
น็อกมองตามงงๆ ป้ายนี้มันมีอภิสิทธิ์ดีขนาดนี้เชียว ก่อนจะเลิกสนใจ และเดินไปตามทางที่ระบบระบุไว้ ก็มาหยุดอยู่ที่หน้าสนามประลองแห่งหนึ่ง มีผู้คนที่เฝ้าดูการต่อสู้อย่างเนืองแน่น และมีการจัดระดับที่นั่งตามแต่ระดับ มีทั้งห้อง VIP ห้องธรรมดา และที่นั่งตามขอบต่างๆ ที่สำคัญพวกนี้ทั้งหมดล้วนเป็นเหล่าผู้ฝึกตน น็อกยืนครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ ก็ถูกสายตาของคนรอบๆสนามประลองมองมาอย่างดูถูก เพราะการแต่งกายของเขานั้นไม่ต่างไปจากเด็กบ้านนอก ก่อนจะมีหญิงสาวคนนึงเดินเข้ามาหาและเอ่ยถามอย่างสุภาพ "มีอะไรให้ หมิงเยว่ ช่วยไหมเจ้าค่ะ"
น็อกฟังการพูดจาของคนหญิงสาวรายนี้ก็พลันคิดถึงตอนที่เขาเข้ามาเหมือนกับว่าเขาหลุดเข้ามาในโลกหนังจีนที่เขาเคยดูเลย ก่อนจะพยายามตอบเลียนแบบหนังที่เขาเคยดู "ข้าอยากได้ห้อง VIP และให้เจ้าช่วยตามหาคนสองคนให้กับข้า"
หมิงเยว่ มองตามด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเอ่ยถามต่อ "ไม่ทราบว่าคุณชายมาจากตระกูลไหนเจ้าค่ะ"
น็อกเพียงหยิบป้ายออกมาโชว์อีกรอบ หมิงเยว่ถึงกับตัวสั่นไปในทันที ก่อนจะรีบเดินนำคุณชายไปยังห้อง VIP ระดับ 11 ทันที เมื่อเขาเดินเข้าไปในห้อง สายตาที่เคยมองเขาด้วยความดูถูกเปลี่ยนเป็นตกตะลึง ก่อนจะรีบเบือนหน้าแสร้งไปมองทางอื่นทันที ในใจพวกเขาพลันคิดว่า โชคดีแค่ไหนที่ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับตัวตนระดับนั้น มีแต่น็อกที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราวอะไรเลยเท่านั้น
ภายในห้อง VIP ระดับ 11
น็อกที่เข้าห้องมามองไปรอบๆ ก็อดที่จะตะลึงไม่ได้ เพราะความหรูหราในห้อง ก่อนจะรีบเอ่ยถึงจุดประสงค์ของเขา "ข้าอยากให้เจ้าตามหาสองคนนี้มาพบข้าด่วนที่สุด" ก่อนจะวาดมือเบาๆ ก็ปรากฏรูปปั้นน้ำแข็งของ หญิงหนึ่ง ชายหนึ่ง
หมิงเยว่ ที่มองเห็นใบหน้าของคนที่ชายหนุ่มให้ตามหา ก็อุทานขึ้นมาทันที "คุณหนูหงเยี่ย กับ นายน้อยจิน" หมิงเยว่รู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทก่อนจะกล่าวขอโทษในทันที "ขอโทษค่ะคุณชาย พวกเราจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุดเจ้าค่ะ"แล้วหมิงเยว่ก็ออกไปบอกคนของนางให้รีบตามหาทันที
"อ่อ!! แล้วก็ ข้าอยากให้เจ้าช่วยอธิบายเกี่ยวกับสถานที่นี้ ให้ข้าฟังโดยละเอียดทั้งหมด"
"ได้ค่ะ คุณชาย"
จากนั้นหมิงเยว่ก็เริ่มอธิบายทันที เริ่มจากสถานที่นี้คือ หออรุณเบิกฟ้า สาขาเมืองไทย ภายในหอนี้จะมีทั้ง โรงประมูล ร้านค้าต่างๆ สนามประลอง โรงเตี๊ยมที่พัก ร้านอาหาร หอนางโลม และบ่อนพนัน โดยที่ทุกๆ สถานที่จะมีการแบ่งระดับชนชั้นอย่างชัดเจน ที่สำคัญภายใน หออรุณเบิกฟ้า แห่งนี้จะตัดขาดกับโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
การต่อสู้ ปล้นชิง ลอบสังหาร ในหอนี้ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทุกวัน แต่หากกระทำการดังกล่าวในสถานที่ต่างๆ จะโดนผู้ดูแลของสถานที่นั้นๆ ลงโทษ ต่อให้เป็นคนในตระกูลใหญ่ หรือ ตำหนัก ก็ไม่มีละเว้น ส่วนค่าเงินที่ใช้จับจ่ายที่นี่นั้น พวกเราจะใช้เพียง หินปราณ เท่านั้น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น หินปราณ ศิลาปราณ และ หยกปราณ โดยที่
1,000 หินปราณ เท่ากับ 1 ศิลาปราณ 100 ศิลาปราณ เท่ากับ 1 หยกปราณ เจ้าค่ะ
น็อกที่ได้ยินถึงกับขมวดคิ้วทันที สรุปตอนนี้เขาจนที่สุดเลยสินะ ใบหน้าเปลี่ยนไปเป็นกังวลในทันที ก่อนจะถามต่อ "แล้วข้าต้องจ่ายค่าห้องนี้ด้วยหรือไม่"
"สำหรับสนามประลองนั้น ที่นั่งด้านนอก และ ห้อง VIP จะถูกจัดรับรองตามลำดับความสำคัญของแต่ละตระกูลเจ้า และตำหนักต่างๆ ไม่เสียเงินค่ะ แต่นายน้อยสามารถร่วมเดิมพันได้นะเจ้าค่ะ" หมิงเยว่ ยิ้มให้กับท่าทางอีกฝ่าย เพราะนางเองก็รับรองคนใหญ่คนโตมาไม่น้อย แต่ก็ยังไม่เคยเห็นใครไร้เดียงสาเช่นนี้มาก่อน
"อืม!! แล้วหากข้าต้องการนำของไปประมูลต้องไปติดต่อที่ไหน"
"หมิงเยว่ สามารถพานักประเมินราคามาพบท่านที่ห้องนี้ได้ แต่หากคุณชายต้องการร่วมการประมูลด้วย ต้องไปที่โรงประมูลเจ้าค่ะ"
"ดี งั้นพานักประเมินมาพบข้าที" หลังจากน็อกพูดจบ หมิงเยว่ก็ออกไปทันที ก่อนที่น็อกจะคิดขึ้นได้ "คุณหนูหงเยี่ย กับ นายน้อยจิน งั้นหรอ ฮ่า ฮ่า นี่สินะความลับ" ก่อนจะเลิกสนใจแล้วนั่งบ่มเพาะพลังเงียบๆ
ผ่านไปราว 10 นาที
หมิงเยว่ ก็เดินเข้ามาพร้อมกับ ชายชราเครายาวคนนึง ก่อนจะมาหยุดอยู่หน้าของน็อก ข้าน้อย หลงเทียนหมิง คาราวะคุณชายน้อย ไม่ทราบคุณชายน้อยต้องการนำสิ่งใดมาประมูล
น็อกลืมตาขึ้นจ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยทักษะเนตร ก็ตกตะลึงทันที เพราะพลังของชายคนนี้อยู่ ดินแดนวีรชน ขั้น 5 ก่อนจะทำตัวเป็นปกติ แล้ววาดมือเบาๆ เพื่อนำของของมาจากระบบ 3 ชิ้น เป็นอาวุธระดับต่ำ 2 ชิ้น มีดาบยาวสีขาวลายพยัคย์ ทวนสีแดงเพลิง และอาวุธระดับกลาง 1 ชิ้น กระบี่ลายหงส์สีแดงประกายทอง
หลงเทียนหมิง เพียงจ้องมองอาวุธ 3 ชิ้นตรงด้วยแววตาที่ปกติ ก่อนจะค่อยๆหยิบออกมาตรวจสอบทีละชิ้น สายตาเริ่มหดแคบลงทีละน้อย และเริ่มเปลี่ยนเป็นเบิกกว้างในท้ายที่สุด ดาบ กับ ทวนเป็นอาวุธในระดับวิญญาณ ซึ่งหายากมากและยังมีราคาที่สูงมากอีกด้วย ยิ่งกระบี่ลายหงส์ นั้นเป็นถึงอาวุธระดับ เทพสงคราม โดยที่อาวุธนั้นจะแบ่งออกเป็น 7 ระดับคือ ปฐพี นภา ตำนาน วิญญาณ เทพสงคราม ราชันย์ และระดับสูงสุด จักรพรรดิ การที่เด็กหนุ่มตรงหน้ามีอาวุธระดับวิญญาณ และ เทพสงคราม มันต้องมีตัวตนระดับใดกัน
น็อกที่มองหน้าของหลงเทียนหมิง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง "ท่านรับประมูลหรือไม่"
หลงเทียนหมิงพลันสะดุ้งทันที ก่อนจะรีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้สงบเยือกเย็น "แน่นอนขอรับ คุณชาย หลังจบการประมูลข้าจะรีบนำเงินทั้งหมดมาให้ท่านอย่างเร็วที่สุด"น็อกครุ่นคิดเพียงครู่นึง เขาไม่รู้ว่ามันจะขายได้เงินเยอะไหม จึงอดห่วงไม่ได้ก่อนจะถาม "ท่านพอรู้จักโอสถที่ประมูลได้ในราคาดีๆ บ้างไหม"
"ส่วนมากจะเป็นโอสถทิพย์ที่ช่วยในการบ่มเพาะ หรือไม่ก็ โอสถพิษที่ใช้สังหาร นะขอรับ" หลงเทียนหมิงลูบเคราพลางกล่าวด้วยท่าทางครุ่นคิด
เมื่อได้ยินเช่นนั้นน็อกก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเรียกเตาโอสถทมิฬออกมา แล้วรีบทำการค้นความทรงจำทันที จากนั้นก็เริ่มปรุงยา ท่ามกลางความตกตะลึงของ หลงเทียนหมิง และ หมิงเยว่
ผ่านไปราวๆ 100 ลมหายใจ น็อกก็แบมือออกมา ปรากฏโอสถสองเม็ดในมือ มันคือ โอสถทิพย์เบิกสวรรค์ [ระดับตำนาน] และโอสถพิษชีวิตนิรันดร์ [ระดับตำนาน] "ชิ ไอ้เวรไม่เคยปรุงได้อย่างใจซักที" น็อกได้แต่สบถอย่างหัวเสีย [ไม่ต้องแปลกใจเพราะในความทรงจำของน็อกนั้นมีของบรรพบุรุษอยู่ด้วย ที่สำคัญตัวตนระดับนั้นมองยาที่น็อกปรุงขึ้นเป็นเพียงแค่เศษขยะเท่านั้น]
ก่อนจะหันไปพูดกับหลงเทียนหมิง "ข้าปรุงได้แค่ระดับตำนาน ชั้นกลาง ท่านจะรับประมูลหรือไม่" ผิดกับ หลงเทียนหมิง และหมิงเยว่ ที่ตอนนี้วิญญาณของทั้งสองหลุดออกจากร่างไปเรียบร้อยแล้ว จนน็อกต้องกระแอ่มอีกหลายครั้งกว่าที่ทั้งสองจะได้สติ เป็นหลงเทียนหมิงที่ได้สติก่อนจึงรีบพูดทันที "ขออภัยคุณชายที่ทำให้ท่านเสียเวลา ข้าจะรีบนำอาวุธ และ โอสถ ของท่านไปประมูลอย่างเร็วที่สุดขอรับ"
ในตอนแรกแค่เห็นอาวุธพวกเขาก็ช็อคพออยู่แล้ว ยิ่งเห็นการปรุงยาต่อหน้าต่อตาแบบนี้ซ้ำยังรวดเร็วเป็นอย่างมากอีกด้วย ก็อดไม่ได้ที่จะมีอาการหนักกว่าเดิม ก่อนที่หลงเทียนหมิงจะรีบนำของทั้งหมดไปประมูล ส่วนหมิงเยว่ นั้นกลายเป็นคนนิ่งเงียบในทันที และเริ่มเข้าใจแล้วว่าการที่มีป้ายประจำตัวของเจ้าสำนัก ตำหนัก เหมันต์ นั้นจะต้องเป็นเพราะความสามารถล้วนๆ แต่ก็แปลกที่ว่าไม่เคยมีใครรู้จักตัวตนของเด็กหนุ่มคนนี้มาก่อน
ผ่านไปสักพักใหญ่ คนของหมิงเยว่ก็วิ่งเข้ามาแจ้งข่าวและพาคนสองคนมาด้วย นั่นก็คือ คุณหนูหงเยี่ย และ นายน้อยจิน เมื่อทั้งสองเข้ามาพบกับน็อกเข้าถึงกับหน้าเหวอไปชั่วครู่ น็อกที่เห็นเช่นนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ ก่อนจะให้ หมิงเยว่ และคนทั้งหมดออกไปนอกห้องทันที และเปิดประเด็นถามทั้งสองที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำราวกับว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
"อะแฮ่ม!!? พวกเธอทั้งสองคน มีอะไรจะสารภาพไหม!!!!!"