Room 15
ค่ำคืนนั้นที่คฤหาสน์ (3)
“ยาเม็ดโลหิตช่วยเพิ่มพลังฝึกฝนเส้นทางโลหิตที่มีระดับต่ำกว่าลำดับสี่หนึ่งระดับ เอ่อ... เส้นทางในที่นี้มันคล้ายกับอาชีพในเกมน่ะ แหวนแคล้วคลาด สมบัติวิเศษระดับสาม ช่วยแจ้งเตือนอันตรายล่วงหน้าและมีโอกาสทำให้กลับร้ายกลายเป็ดี?” นพเกาหัวแกรกขณะอ่านข้อมูล “สุดท้ายผลมนตราทำให้ผู้กินมันเข้าไปกลายเป็ผู้วิวัฒนาการเส้นทางมนตรา”
มิสเตอร์แฮนซั่มได้ฟังก็รู้ว่าเขาได้ของดีมามากมาย แม้จะไม่รู้ว่าใช้งานพวกมันยังไงก็เถอะ
“คุณเหลือตั๋วสุ่มไม่ใช่เหรอ สามารถนำไปสุ่มรางวัลตรงนั้นได้นะ” นพชี้ไปยังมุมสุ่มวงล้อ แต่มิสเตอร์แฮนซั่มสายหน้า
“ผมยังมีธุระต้องไปทำ ไว้คราวหน้าแล้วกันนะ”
“ตกลง” นพพยักหน้าพลางมองอีกฝ่ายล็อกเอาท์ออกจากรูม เมื่อเห็นว่ามิสเตอร์แฮนซั่มไปแล้วเขาก็กลับมาสนใจสมาชิกที่กำลังเคลียร์เกมค่ำคืนนั้นที่คฤหาสน์
หลังจากมายังสถานที่เกิดเหตุ อลิซาเบธอดปิดปากตัวเองไม่ได้ ศพของชายวัยกลางคนนอนอยู่บนเตียงด้วยสภาพเปลือยเปล่า บนหน้าอกมีมีดเล่มหนึ่งปักอยู่ตรงหัวใจ นกเขาของเขาถูกมีดเฉือนทิ้งอย่างเหี้ยมโหด ลิ้นถูกเฉือนออกไปเช่นกัน ดวงตาของชายชราเบิกกว้างราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“หลีกทางหน่อย” หญิงสาวแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้นพูดขึ้น ท่าทางของเธอสงบอย่างน่าประหลาด แววตามองศพไร้ซึ่งความตื่นตระหนก คล้ายกับเคยชินกับสภาพสยดสยองตรงหน้าอย่างไรอย่างนั้น
“คุณลูกค้าครับ เื่นี้ทางโรมแรมจะจัดการเอง รบกวนพวกคุณไปรอห้องรับรองก่อน” ผู้จัดการรีบเข้ามาห้าม เขายกมือปาดเหงื่อบนใบหน้า มีการฆาตกรรมเกิดขึ้น ไม่รู้ว่าโรงแรมจะได้รับความเสียหายมากแค่ไหน
“ฉันเป็ตำรวจ” หญิงสาวโชว์บัตรประจำตัวตำรวจ “ชื่อลิลลี่”
พอได้ยินว่ามีตำรวจ ผู้จัดการก็เป่าปากอย่างโล่งอก เนื่องจากโรงแรมตั้งอยู่บนเขา หลังแจ้งตำรวจต้องรอจนเช้าถึงจะมีคนมา ตอนนี้มีตำรวจสาวอยู่ ปล่อยให้เธอจัดการก็ดีเหมือนกัน เพราะเขาไม่รู้ว่าควรรับมือยังไง แถมตอนนี้ฆาตกรก็ยังลอยนวลอยู่
“คุณไปเรียกทุกคนมารวมกันในห้องรับรอง ฉันจะสอบปากคำ อย่าลืมโทรแจ้งตำรวจด้วย”
ผู้จัดการตอบรับพร้อมเชิญแขกทุกคนให้ไปห้องรับรอง ลิลลี่กวาดสายตาครู่หนึ่งก่อนจะมาหยุดตรงอลิซาเบธ “เธอมาช่วยฉัน”
“ตกลง” หญิงสาวตอบตกลงอย่างว่าง่าย และไม่ประหลาดใจที่ตำรวจสาวเลือกเธอ อันที่จริงไม่ว่าใครเป็ผู้เล่นก็จะถูกเลือกทั้งนั้น เพราะผู้เล่นต้องค้นหาเบาะแส ถ้าไม่อยู่กับตำรวจจะหาเบาะแสจากที่ไหน?
ทั้งสองช่วยกันตรวจสภาพศพอีกครั้ง จากภายนอกไม่ว่าจะมองยังไงก็ตายเพราะมีดที่ปักอยู่บนหน้าอก แต่ลิลลี่ดูเหมือนจะเป็ตำรวจมีประสบการณ์มาก เธอพลิกศพสองสามครั้งคิ้วขมวด
“ตรงนี้มีรอยเข็มฉีดยาอยู่” เธอชี้ไปยังแขนของผู้ตายก่อนจะใช้มือง้างปากศพ “ตรงปากมีผงยาเล็กน้อย มันแทบไม่ชัด คิดว่าเป็ผงยาที่ละลายน้ำไม่หมด เธอลองค้นห้องดูว่าผู้ป่วยมีโรคประจำตัวอะไรหรือเปล่า”
อลิซาเบธทำตามคำสั่ง ไม่นานก็เจอกับขวดยาไม่รู้จักวางอยู่ในกระเป๋า กับยาเม็ดน่าสงสัยที่ทำลายไม่หมดซึ่งซุกซ่อนอยู่หลังตู้ หญิงสาวนำยาทั้งสองชนิดมาให้กับตำรวจสาว
“ยานอนหลับ กับอินซูลิน?”
“อินซูลินคืออะไรคะ” อลิซาเบธถามด้วยความสงสัย
“อินซูลินคือยาที่ต้องฉีดให้คนเป็โรคเบาหวาน ถ้าฉีดเกินขนาดก็อาจทำให้ผู้ป่วยตายได้” ลิลลี่ถอนหายใจยาว “งานนี้ดูเหมือนจะซับซ้อนกว่าที่คิด เราต้องรอส่งศพให้เ้าหน้าที่ชันสูตรตรวจสอบอีกที”
อลิซาเบธไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ถามเพิ่ม ทั้งสองช่วยกันค้นห้องอีกรอบหนึ่ง พอไม่พบหลักฐานเพิ่มเติมก็พากันไปยังห้องรับรอง
ภายในห้องรับรอง ทุกคนกำลังแสดงสีหน้าและท่าทางต่างกันออกไป บ้างร้องไห้ บ้างวิตกกังวล บ้างมีความสุข
ตอนนี้หากนับรวมพนักงานมีคนรออยู่ทั้งหมด 14 คน แบ่งเป็แขก 8 คน พนักงาน 6 คน เมื่อนับรวมอลิซาเบธกับตำรวจสาวก็เป็ 16 คน ในบรรดาคนเหล่านี้จะต้องมีหนึ่งคนที่เป็ฆาตกร
“เราจะสอบปากคำทีละคน เริ่มจากพนักงานก่อน”
อลิซาเบธตอบตกลง เพื่อ้าความเป็ส่วนตัว หลังปรึกษาผู้จัดการ ทั้งสองตัดสินใจใช้ห้องพักพนักงานซึ่งอยู่ใกล้ห้องรับรองเป็ห้องสอบสวนชั่วคราว พอเตรียมสถานที่เสร็จ ทั้งคู่ก็ช่วยกันสอบปากคำพนักงานทีละคน จนได้ข้อมูลบางอย่างมา
“ตอน่ก่อนอาหารเย็น ผมยังเห็นคุณคนนั้นเดินออกจากห้องไปเขาห้องน้ำอยู่เลยครับ” พนักงานคนหนึ่งบอกเสียงสั่น
“ประมาณกี่โมง” ลิลลี่ถามขณะจดบันทึก
“เอ่อ... ไม่แน่ใจเหมือนกัน น่าจะ่ห้าโมงครึ่ง”
ตำรวจสาวพยักหน้าพลางถามต่ออีกสองสามคำถามก่อนจะปล่อยเขาไป จากนั้นหันมาพูดกับอลิซาเบธ “เวลาเกิดเหตุฆาตกรรมน่าจะประมาณห้าโมงครึ่งถึงทุ่มครึ่ง แต่่ทุ่มตรงแขกทุกคนยกเว้นชายชราชื่อที่ชัยกับคนรับใช้ที่ชื่ออรต่างอยู่ในห้องอาหารกันหมด”
“เริ่มจากสองคนนี้ก่อนเถอะ” อลิซาเบธเสนอ ซึ่งลิลลี่ก็ไม่ขัด
ไม่นานชายชราก็เข้ามาในห้องสอบปากคำ เขาอธิบายสถานการณ์ตัวเอง “ตอนนั้นฉันไม่สบายเท่าไหร่จึงนอนพักอยู่ในห้องตลอด มีไปเข้าห้องน้ำแค่ครั้งเดียว สามารถตรวจสอบกล้องวงจรปิดได้”
“กล้องวงจรปิดเสีย” ลิลลี่ตอบน้ำเสียงราบเรียบ เธอลองถามเื่กล้องวงจรปิดจากผู้จัดการแล้ว แต่มีคนเล่นตุกติกกับมัน ทำให้กล้องในโรงแรมเสียทั้งหมด
พอได้ยินว่ากล้องวงจรปิดเสีย ชายชราก็ไม่ได้แปลกใจอะไร “เป็แบบนี้นี่เอง ฮ่าๆ”
คิ้วของอลิซาเบธขมวดเป็ปม เธอรู้สึกว่าชายชราผิดปกติ หญิงสาวพยายามถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “คุณตารู้จักผู้ตายใช่ไหมนะ”
“แน่นอน” ชายชราพยักหน้า “ไอ้เศษสวะนั่นคือคนที่ฉันเกลียดที่สุด ถ้าไม่ใช่เพราะมัน ครอบครัวของฉันคงไม่บ้านแตกสาแหรกขาดหรอก”
“พอจะเล่ารายละเอียดได้ไหม” อลิซาเบธถามต่อ ตาชัยรำลึกความหลังครู่หนึ่งก่อนแววตาจะเปลี่ยนเป็น่ากลัว
“เมื่อก่อนไอ้เมธามันไม่ได้ร่ำรวยอย่างทุกวันนี้หรอก มันมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะครอบครัวฉันทั้งนั้น สมัยก่อนมันเดินทางมาจากบ้านนอกเพื่อของานทำ เมียฉันเห็นใจก็ให้งาน ตอนแรกมันก็ขยันอยู่หรอก ต่อมามันกลับยักยอกเงินบริษัท แถมยังทำลูกสาวฉันท้องแต่ไม่รับผิดชอบ ฉันพยายามไปเอาเื่แต่ไร้ประโยชน์” แววตาชายชราเปลี่ยนเป็เยียบเย็น
“มันไปติดสินบนตำรวจทำให้เื่จบแค่นั้น ลูกสาวฉันทนชาวบ้านนินทาไม่ไหวก็ตัดสินใจฆ่าตัวตาย ต่อมามันให้คนมาใส่ร้ายธุรกิจของฉันจนเสียหาย และยังเป็ต้นเหตุทำให้ภรรยาของฉันกลายเป็เ้าหญิงนิทรา นำงูเห่าเข้าบ้านโดยแท้ คนอย่างมันตายไปก็ดีแล้ว ตายไปก็ดี”
ชายชราพึมพำ ลิลลี่และอลิซาเบธพูดไม่ออก พวกเธอเห็นด้วยว่าคนสารเลวแบบนี้สมควรตาย แต่นั่นมันคนละเื่กับการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
“ฉันไม่ได้ฆ่ามันหรอกนะ” ชายชราเลิกพึมพำแล้วกล่าว “กล้องวงจรปิดนั่นลองไปถามผู้หญิงที่มากับเธอและว่าที่ลูกเขยของไอ้เดรัจฉานนั่นดูสิ”
ตาชัยมองอลิซาเบธ หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเบิกตากว้าง นานะมีส่วนร่วมในการฆาตกรรมครั้งนี้? การมาโรงแรมวันนี้คงไม่ใช่เื่บังเอิญใช่ไหม?
ลิลลี่สงบกว่าเธอมาก หญิงสาวสอบปากคำต่ออีกพักหนึ่ง เมื่อไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มจึงปล่อยชายชราไปแล้วเรียกหญิงคนรับใช้เข้ามา
“ตอนนั้นฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จแล้วจะนำอาหารไปให้คุณผู้ชาย แต่พอเปิดประตู...” หญิงวัยกลางคนตัวสั่นเมื่อนึกถึงสภาพศพของชายวัยกลางคน
“คุณเจอเขาครั้งล่าสุดตอนกี่โมง” ลิลลี่ถาม
“ตอนหกโมงครึ่ง” เธอตอบ “คุณผู้ชายกำลังอ่านหนังสืออยู่ หลังจากนั้นเขาเหลือบมองนาฬิกาแล้วบอกให้ฉันไปทำธุระส่วนตัวของตัวเอง”
“เหลือบมองนาฬิกา?” อลิบาเซธพบความผิดปกติ
“ใช่ค่ะ ท่าทางคล้ายกับนัดใครไว้ ฉันไม่แน่ใจหรอกนะ แต่คุณผู้ชายดูกระสับกระส่าย”
ตำรวจสาวครุ่นคิด “ก่อนหน้านั้นมีใครมาเจอกับเขาไหม”
คนรับใช้พยักหน้า “คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงมีปากเสียงกันเล็กน้อยตอนห้าโมง จากนั้นคุณผู้ชายก็หนีออกไปเข้าห้องน้ำ พอเขากลับมาก็มีปากเสียงกับชายชราคนหนึ่งตรงหน้าห้อง คุณผู้ชายยังเยาะเย้ยชายชราคนนั้นพักใหญ่ก่อนจะกลับเข้าห้อง”
ชายชราที่เจอน่าจะเป็ตาชัย ถ้าอย่างนั้นก็สมเหตุสมผล พวกเขาคงบังเอิญเจอกันในห้องน้ำและมีปากเสียงกันตลอดทางกลับห้อง
“มีใครเป็พยานที่อยู่ให้คุณไหม” ตำรวจสาวยังคงถามต่อ
“คุณหนูค่ะ หลังออกจากห้องคุณผู้ชายฉันก็แวะคุยกับคุณหนูก่อนจะกลับห้องตัวเอง ต่อมาพนักงานนำอาหารมาส่ง ฉันก็นำไปให้คุณผู้ชาย”
มีพยานยืนยันที่อยู่แบบนี้แสดงว่ามีโอกาสสูงที่เธอจะไม่ใช่คนร้าย และถ้าเกิดที่เธอพูดเป็ความจริง ผู้ตายน่าจะตาย่เวลาหกโมงครึ่งถึงหนึ่งทุ่มครึ่ง
“ขอถามเพิ่มเติมได้ไหมคะ” อลิซาเบธโพลงขึ้น “คุณเกลียดผู้ตายใช่ไหม”
คนรับใช้เบิกตากว้าง ใบหน้าซีดขาว อาการใของเธอทำให้ลิลลี่รู้สึกถึงความผิดปกติ
“จะเป็ไปได้ยังไง ครอบครัวคุณผู้ชายดีกับฉันขนาดนั้น”
หญิงสาวยกยิ้ม เธอนึกถึงนวนิยายแนวสืบสวนที่เคยอ่าน ในเื่นั้นทุกคนที่เกี่ยวข้องกับผู้ตายเป็คนน่าสงสัยทั้งหมด แต่ละคนมีความแค้นลึกซึ้งกับเหยื่อ เมื่อครู่ก็แค่ถามหยั่งเชิง ไม่คิดว่าจะได้ผล
อลิซาเบธตาลุกวาว มองผู้หญิงตรงหน้าอย่างพิจารณา พอเห็นใบหน้าคล้ายรุ่นพี่โจหลายส่วน เธอเริ่มเอะใจบางอย่าง เมื่อเชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบันกับเหตุการณ์ในนิยาย เธอจึงได้ข้อสรุปอย่างหนึ่ง
“คุณกับรุ่นพี่โจรู้จักกันใช่ไหมคะ ฉันหมายถึงรู้จักกันเป็การส่วนตัว”
หญิงวัยกลางคนตกตะลึง อลิซาเบธไม่สนใจเธอ ยังคงพูดต่อ “ปกติรุ่นพี่โจมักจะตัวติดกับแฟนสาวของเขาตลอด แต่คุณบอกว่าตอนนั้นอยู่กับคุณหนูแค่สองคน บังเอิญ่นั้นเพื่อนของฉันก็บอกว่าจะออกไปคุยโทรศัพท์เช่นกัน เวลาต่อมากล้องวงจรปิดก็มีปัญหา มันบังเอิญไปหน่อยหรือเปล่า นอกจากนี้... หน้าตาของคุณก็คล้ายรุ่นพี่โจมาก”
ลิลลี่ได้ฟังดังนั้นก็พอจะเข้าใจเื่ราวคร่าวๆ มีความเป็ไปได้ว่าคนที่ชื่อโจกับเพื่อนสาวของอลิซาเบธทำบางอย่างกับกล้องดังคำพูดที่ชายชราบอก และคนรับใช้คนนี้ก็ร่วมมือด้วยการถ่วงเวลาแฟนสาวของเขา ส่วนเื่หน้าตา พอมองดูดีๆ ก็คล้ายจริงๆ นั่นแหละ
“เขาไม่ได้ทำ!” หญิงวัยกลางคนขบริมฝีปากแน่น “เป็ฉันเองที่วางยานอนหลับคุณผู้ชายเพื่อจัดฉากฆ่าตัวตาย มันสมควรแล้ว! ไอ้สารเลวนั่น”
“เขาไปทำอะไรให้คุณ” อลิซาเบธรู้สึกเหมือนเื่นี้จะมีอะไรมากกว่าที่คิด
“เมื่อสิบปีก่อน ไอ้สัตว์ร้ายนั่นมันขับรถชนสามีฉัน แต่กลับลอยนวลไปได้เพราะมันมีเงิน ตอนแรกฉันคิดว่ามันเป็อุบัติเหตุ แต่มารู้ทีหลังว่ามันจงใจ” หญิงวัยกลางคนกัดฟันกรอด “สามีฉันเป็ รปภ. อยู่โรงแรมแห่งหนึ่ง วันนั้นเขาเห็นไอ้สัตว์ร้ายนั่นพยายามลวนลามผู้หญิง ด้วยความช่วยเหลือของเขาผู้หญิงคนนั้นถึงปลอดภัยจากไอ้สารเลวนั่น แต่มันกลับโกรธสามีฉันและสั่งให้คนขับรถชนตอนเขาออกจากงานกลับบ้าน ฉันมารู้เื่นี้ก็ตอนเจอผู้หญิงคนนั้นในหลายปีต่อมา”
สองสาวนิ่งเงียบ ไม่คิดว่าผู้ตายจะเลวขนาดนี้ ส่วนป้าอรพยายามระงับความโกรธ พอเห็นเธอสงบลง ลิลลี่จึงสอบถามเพิ่มเติม “ผู้ตายมีโรคประจำตัวอะไรบ้าง”
“โรคเบาหวานค่ะ แต่อาการไม่ร้ายแรงมาก แค่ต้องฉีดอินซูลินตามกำหนดก็พอแล้ว นอกจากนั้นก็เป็โรคทั่วไป อย่างเช่นโรคนอนไม่หลับ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ” คนรับใช้ตอบตามความเป็จริง ก่อนจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ “ดูเหมือนไอ้เดรัจฉานจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับสองแม่ลูกนั่น และคุณผู้หญิงก็น่าจะรู้เื่นี้”
“ความสัมพันธ์บางอย่าง?” คิ้วอลิซาเบธขมวดเป็ปม
“อย่างที่ฉันบอกไปก่อนหน้านี้ คุณผู้ชายเหมือนรอพบใครบางคน ฉันคิดว่าเป็แม่ลูกคู่นั้น ดังนั้นฉันจึงฉวยโอกาสก่อนออกไปวางยานอนหลับในน้ำดื่ม รอให้เขาหลับค่อยนำยาเพิ่มเข้าไป”
“เจตนาฆ่า?” ลิลลี่โพลง หญิงรับใช้ะโลั่น
“มันสมควรตาย!”
อลิซาเบธถอนหายใจ ก่อนจะเชิญเธอออกไปแล้วเชิญรุ่นพี่โจและนานะเข้ามาสอบปากคำตามลำดับ หลังจากได้ข้อมูลจากทั้งสี่คน อลิซาเบธก็ได้เบาะแสมาไม่น้อย
ชายชราอยากฆ่าผู้ตาย แต่ยังไม่ทันได้ลงมืออีกฝ่ายก็ตายเสียก่อน คนรับใช้เป็แม่ของรุ่นพี่โจ ทั้งสองร่วมมือกันวางแผนฆาตกรรมเช่นกัน และนานะรู้เข้าก็ตัดสินใจร่วมมือกับรุ่นพี่โจเพื่อแลกกับการที่อีกฝ่ายจะคบกับเธอเป็แฟน แม้ว่าพวกเขาจะวางยานอนหลับไปแล้วแต่ก่อนยาจะออกฤทธิ์ชายวัยกลางก็ตายด้วยสาเหตุอื่นเสียก่อน ซึ่งยังนับว่าพวกเขาเป็ฆาตกรไม่ได้
“เรียกสองแม่ลูกนั่นมาเถอะค่ะ” อลิซาเบธเสนอ ลิลลี่จึงเรียกสองแม่ลูกเข้ามาทีละคน
“คุณรู้จักผู้ตายไหม” เธอถามผู้เป็แม่
“ไม่ค่ะ” หญิงวัยกลางคนตอบ แม้เธอจะอายุมากแล้วแต่ก็ยังมีเค้าความงามอยู่ ดูเหมือนสมัยตอนยังสาวเธอจะต้องเป็คนที่สวยมาก
“คุณโกหก” อลิซาเบธบอก จากการสอบปากคำที่ผ่านมา และแนวทางจากนิยายที่เคยอ่าน เธอเชื่อว่าตัวละครทุกตัวต้องเกี่ยวข้องกับผู้ตายไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
และจริงดังที่เธอคิด ใบหน้าหญิงวัยกลางคนซีดเผือด แต่กลับไม่ยอมพูดแม้แต่คำเดียว ลิลลี่เห็นดังนั้นก็ส่งยิ้มให้ “ไม่เป็ไรถ้าคุณไม่พูด ฉันสามารถให้ตำรวจสืบข้อมูลได้”
เธอยกโทรศัพท์ขึ้นทำท่าเหมือนจะโทร หญิงวัยกลางคนร้อนรนขึ้นมาทันที “ฉันพูดค่ะ ฉันพูด”
เธอสงบสติอารมณ์ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มพูด “ฉันกับเขาเป็คนรักกันค่ะ”
คนรัก? อลิซาเบธมองอย่างคาดไม่ถึง หมายความว่าผู้หญิงคนนี้เป็ชู้กับสามีคนอื่น?
“เขาเลี้ยงดูฉันกับลูกอย่างลับๆ ก็จริง แต่เื่นี้ไม่เกี่ยวกับฉันและลูกนะคะ พวกเราไม่รู้เลยว่าครอบครัวของเขาจะมาที่นี่”
ลิลลี่พยักหน้ารับ ถามคำถามอีกสองสามคำถาม เมื่อเห็นว่าเธอมีพยานที่อยู่ชัดเจนก็ปล่อยให้เธอกลับไป จากนั้นก็เป็ลูกสาวเธอที่เข้ามา
“ฉันกับแม่ลงไปเดินเล่นข้างล่าง พวกพนักงานเป็พยานได้ ส่วนผู้ตาย...” หญิงสาวลังเล
“แม่ของคุณบอกหมดแล้ว” ลิลลี่กล่าว
“ค่ะ ฉันเพิ่งรู้เหมือนกันว่าแม่ไปเป็เมียน้อยคนอื่น ที่ผ่านมาพวกเขาบอกฉันว่าคุณลุงไม่มีครอบครัว” เธอพูด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงบ ใบหน้าซีดเล็กน้อย “ที่ผ่านมาแม่กับคุณลุงรักกันมาก และคุณลุงก็ดีกับครอบครัวเรามาโดยตลอด ไม่มีทางที่พวกเราจะคิดร้ายกับเขาหรอก”
“คุณรู้เื่โรคประจำตัวของเขาไหม”
“ไม่รู้ค่ะ แต่แม่ของฉันน่าจะรู้” หญิงสาวส่ายหน้า หลังจากนั้นลิลลี่ก็ถามเพิ่มอีกไม่กี่คำถามก่อนจะเรียกภรรยาของผู้ตายมาสอบปากคำเป็รายต่อไป