เสียงฝีเท้ามากมายดังมาจากทางด้านหลัง ลู่ฮ่าวอู๋กลั้นหายใจ ยกปืนขึ้นเตรียมยิงต่อสู้
“เ้าแน่ใจนะ ว่าตามมาไม่ผิดทาง!”
“ขอรับ ท่านอาหวังลองดูนี่ซิ เืกองเบ้อเร่อเลยนะขอรับ!”
เสียงพูดคุยนี้ทำให้ลู่ฮ่าวอู๋ลดปืนลง แล้วใช้พลังที่เหลืออยู่อย่างน้อยนิดตะเบ็งเสียงออกมา “เสี่ยวหวัง! ข้าอยู่นี่”
“นายน้อย! นายน้อยของบ่าว! ฮึก! ท่านทำข้าใจหักใจหาย คิดว่าท่านถูกลอบฆ่าตายไปเสียแล้ว!” เสี่ยวหวังวิ่งลนลานล้มลุกคลุกคลานไปหานายน้อยของตนเอง
“นายน้อย!” คนอื่น ๆ วิ่งตามมาเป็ขบวน เมื่อเห็นนายน้อยนอนหายใจแ่เบาอยู่ที่พื้นดิน ตามเนื้อตัวมีแต่คราบเื
บรรดาบุรุษอกสามศอกผู้ห้าวหาญต่างยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาและน้ำมูกของตัวเอง “นายน้อย! ข้านึกว่าจะไม่ได้ออกทะเลกับท่านอีกแล้ว!”
เสียงทุ้มใหญ่ร้องประสานกันจนเกิดเสียงระคายหู ลู่ฮ่าวอู๋ที่หมดแรงไปแล้ว ต้องฝืนลืมตาขึ้นมากล่าว “ก่อนจะแหกปากร้องไห้ ช่วยละอายใจกล้ามแขนตัวเองบ้าง!”
“ฮึก! นายน้อย!” เสียงโหยหวนคร่ำครวญยังดังต่ออีกพักหนึ่ง
เสี่ยวหวังให้หมอมาดูอาการ และทำแผลให้ลู่ฮ่าวอู๋ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว เสี่ยวหวังเอ่ยถาม “นายน้อย พวกเรากลับเรือกันเลยมั้ยขอรับ”
“ยัง! ข้าจะรอเด็ดหัวพวกมันที่นี่ จะมากันอีกเท่าไรก็มา เืมันต้องใช้เืล้าง!” ลู่ฮ่าวอู๋เืขึ้นหน้า เพราะถูกลอบฆ่าจนาเ็สาหัส นักฆ่าพวกนั้นเล่นไม่ซื่อ สาดผงยาสลบใส่เขาจนเกือบพลาดท่า
ลู่ฮ่าวอู๋เผยรอยยิ้มร้ายกาจ เขาไม่ใช่คนจิตใจเมตตาชอบให้อภัยผู้อื่น การล้างแค้นคือสิ่งที่หอมหวาน!
ถังหลี่มี่เข็นรถด้วยความรวดเร็วจนถึงบ้านไม้หลังเก่า นางใจลอยคอยแต่จะคิดถึงเื่บุรุษผู้นั้น ความดีอันน้อยนิดที่มีมันบอกนางว่าการหนีมาแบบนี้ไม่ถูกต้อง! เขายังมีน้ำใจบอกนางว่าตนเองเป็ตัวอันตราย ไม่อยากให้คนในหมู่บ้านเดือดร้อน
นางตั้งใจจะรีบเก็บของ แล้วเอาไข่ต้มกับแผ่นแป้งไปให้เขา แต่มีร่างดำทะมึนมายืนขวางประตูไว้
รอยยิ้มน่ารังเกียจเผยออกมา “ว่าไงล่ะเงินของวันนี้น่ะ!”
ถังหลี่มี่ควักเงินที่แยกออกมายี่สิบอีแปะให้คนตรงหน้า สตรีนางนี้คือมารดาเลี้ยงของนาง มีนามว่าซื่อเหนียง แม้อยู่ในวัยกลางคน แต่ยังคงความงดงามเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง
ซื่อเหนียงเป็นางโลมตกอับในตัวอำเภอ บิดาของนางใช้ข้ออ้างเื่มารดาไร้บุตรชายแอบไปเที่ยวหอโคมเขียว และได้แอบลักลอบคบหาส่งเสียเลี้ยงดูนางโลมหนึ่งคน มารดานางไม่เคยรับรู้เื่นี้มาก่อน จนกระทั่งซื่อเหนียงคลอดบุตรชายออกมา บิดาของนางดีใจมาก ยิ่งวันเวลาผ่านไป บุตรชายของซื่อเหนียงเป็เด็กชายแข็งแรง อ้วนล่ำ เขาก็ยิ่งภูมิใจ อยากจะรับพวกนางมาอยู่ด้วยกัน แต่มารดาของนางไม่ยอมรับ
มารดาเลี้ยงมีลูกติดมาหนึ่งคน เป็เด็กผู้หญิงอายุน้อยกว่าถังหลี่มี่หนึ่งปี มีชื่อว่าถังอวี้ บิดายอมให้ใช้แซ่ถัง หลังจากมารดาถูกโจรสลัดลักพาตัวไป บิดาราวกับได้ใจ สั่งจับมารดาถ่วงน้ำ ระบายแค้นที่นางไม่ยอมให้ซื่อเหนียงเข้าบ้าน แต่จะด้วยอะไรก็ตาม บิดาของนางใจไม่แข็งพอจะฆ่า จึงตัดสินใจเขียนหนังสือแยกทาง แล้วยกซื่อเหนียงเป็ภรรยาเอกแทน
ซื่อเหนียงมีบุตรชายที่เกิดกับบิดานางหนึ่งคนชื่อถังซุน ซึ่งคือน้องชายคนเดียวของบ้านนี้ แน่นอนว่าถังซุนถูกตามใจจนเสียนิสัยั้แ่เด็ก
ซื่อเหนียงรีบนับเหรียญอีแปะ ก่อนจะแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา “แค่ยี่สิบอีแปะ! นี่เ้าแอบเก็บเงินไว้ไม่ยอมบอกข้าอย่างนั้นรึ! ป้าจวงบอกของร้านเ้าขายดิบขายดี หมดเร็วกว่าของผู้อื่น เหตุใดจึงให้ข้าแค่วันละยี่สิบอีแปะ!?”
“งั้นก็ไม่ต้องเอา” ถังหลี่มี่ยื่นมือตั้งใจจะคว้าเงินคืนมา แต่ซื่อเหนียงไวกว่า นางรีบเก็บเงินใส่อกเสื้อทันที
“เื่อะไรข้าต้องคืน ค่าใช้จ่ายภายในบ้านแต่ละวันไม่ใช่น้อย ๆ ตอนนี้พ่อของเ้าก็ออกทะเลไปเป็เดือนแล้ว เขาสั่งว่าให้เ้ามอบเงินกำไรทั้งหมดให้ข้า!” ซื่อเหนียงโกหกอย่างหน้าไม่อาย นางรู้ดีว่าแต่ละวันเด็กคนนี้ขายแผ่นแป้งกับน้ำเต้าหู้ได้เงินมาไม่น้อย แต่นางเด็กนี่มันหัวหมอ ไม่ใช่เนื้อชิ้นโตที่จะเคี้ยวได้ง่าย ๆ มันสู้นางยิบตาจนนางต้องเป็ฝ่ายยอม ไม่งั้นก็จะไม่ได้เงินสักอีแปะ!
“งั้นท่านพ่อกลับมาก็ต้องแบ่งเงินให้ข้าด้วยเช่นกัน ข้าเองต้องเลี้ยงตัวเองแถมเลี้ยงน้องสาวอีกสองคน ค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่าท่านหรอก อย่ามาฉวยโอกาสตอนท่านพ่อออกทะเล ข้าไม่ได้โง่เหมือนถังซุนลูกชายคนเดียวของท่านหรอก หลบไป!” ถังหลี่มี่ไม่เกรงกลัวแม่เลี้ยงเหมือนเด็กคนอื่น นางสู้ยิบตาเพื่อปกป้องตนเองและน้องสาวอีกสองคน
ซื่อเหนียงถูกผลักราวกับขยะไร้ค่า นางโมโหเป็อย่างมาก “ว๊าย! นางเด็กบ้า! ฉันเป็แม่แกนะ! ถึงจะเป็แค่แม่เลี้ยงก็เถอะ! มีลูกบ้านไหนเขาทำกันแบบนี้บ้าง! แล้วถังซุนลูกชายฉันไม่ได้โง่ รอให้เขาเป็ขุนนางก่อนเถอะ! แกจะต้องเสียใจที่ทำไม่ดีกับฉันไว้”
“ไม่พอใจก็ไล่ข้าออกไปซิ แค่ท่านพูดว่าไสหัวออกไป ข้ากับน้องสาวจะไม่มาให้เห็นหน้าอีก!” ถังหลี่มี่รอเวลาแห่งการแยกบ้านอยู่แล้ว นางอยากออกไปอยู่กับมารดาที่ไม่มีใคร้า อยากดูแลให้ท่านแม่และน้องชายอยู่ดีกินดี การได้รู้ว่าทั้งสองนอนกับหมูกินกับหมู มันทำให้นางทุกทรมานใจเป็อย่างมาก
“หน็อยแน่! นางเด็กบ้า! ฝากไว้ก่อนเถอะ!” เื่อะไรจะไล่ตัวเงินตัวทองออกจากบ้านด้วย นอนรอรับเงินอยู่ที่บ้านสบายจะตาย นางไม่โง่ถึงเพียงนั้น! ซื่อเหนียงคิดในใจอย่างมีความสุข
ถังหลี่มี่เลิกสนใจใบหน้าเห็นแก่เงินของซื่อเหนียง นางเอาของเข้าไปเก็บในบ้าน ก่อนจะวางแผ่นแป้งสี่แผ่นไว้ให้น้องสาวสองคน ที่น่าจะออกไปเก็บผักป่า
ส่วนของนางเองก็มีแผ่นแป้งสองแผ่นเช่นกัน นางตัดสินใจนำแผ่นแป้งส่วนของตัวเองหนึ่งแผ่นกับไข่ไก่หนึ่งฟองที่เป็อาหารของตัวเอง ไปให้บุรุษที่กำลังาเ็ ถือเป็น้ำใจที่เขายอมบอกว่าตนเองเป็ตัวอันตราย
ถังหลี่มี่เดินหาท่อนไม้ขนาดพอดีมือ จากนั้นถือแผ่นแป้งกับไข่ต้มหนึ่งฟองไปที่ป่าไผ่ นางเดินแอบไปตามกอไผ่ที่ทั้งสูงทั้งใหญ่ จำได้ว่าชายผู้นั้นหลบอยู่ที่กอไผ่่ทางเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน
เมื่อเดินมาถึงที่ที่เคยลากชายคนนั้นลงจากรถเข็น จุดนั้นกลับว่าเปล่าไร้ผู้คน เืที่พื้นก็หายไปหมด นางมั่นใจว่าลากเขาทิ้งไว้ใต้ไผ่กอนี้นี่นา เดินหาหลายรอบก็ไม่เห็นแม้แต่เงา เพียงแค่รู้สึกเหมือนถูกมองอยู่ตลอด
นางตัดสินใจกลับบ้าน “ถือซะว่าชายผู้นั้น วาสนาไม่ถึง จึงอดกินแผ่นแป้งและไข่ต้มของข้า”
ในขณะที่นางกำลังเดินไปบ่นพึมพำไป จู่ ๆ ก็มีเสียงพูดขึ้นมาจากกอไผ่ข้าง ๆ “วาสนาไม่ถึง?”
“กรี๊ด! ผีป่า!” ถังหลี่มี่ใหลับหูหลับตาฟาดท่อนไม้ไปทางเสียงนั้นทันที
‘ปัก! ปัก!’ เสียงไม้ฟาดถูกบางอย่าง
“อ๊ะ!” เสียงคนร้องดังตามมาติด ๆ
ถังหลี่มี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองสิ่งที่ตัวเองเพิ่งตวัดไม้ฟาดใส่ ทันใดนั้นใบหน้าอาบไปด้วยเืก็ปรากฏสู่สายตา “ผี! ผีจริง ๆ ด้วย!”
นางถลึงตาโตราวกับไข่ห่าน ทำไมถึงมีผีโชกเืมาอยู่ที่ป่าไผ่แห่งนี้!
“ข้าจะเป็ผีก็เพราะเ้านั่นแหละ!” ลู่ฮ่าวอู๋ใช้แขนเสื้อราคาแพงเช็ดของเหลวอุ่นร้อนที่ไหลลงมาจากศีรษะ จุดที่เพิ่งถูกตี ตอนนี้เขาถอดหน้ากากปีศาจออกแล้ว
“เอ๊ะ! เสียงนี้! ท่านคือชายผู้นั้น” ถังหลี่มี่จ้องชายตรงหน้าเขม็ง แม้จะยังมีเืเปื้อนหน้า แต่ก็พอจะมองเค้าโครงความหล่อเหลาออกอยู่
“ใช่ข้าเอง คนที่เ้าลากมาทิ้งไว้ใต้กอไผ่” ของเหลวอุ่นร้อนยังไหลออกมาไม่หยุด ลู่ฮ่าวอู๋ต้องใช้มือกดาแไว้ การเสนอหน้าออกมาจากที่ซ่อนให้นางเห็น เป็ความคิดที่ผิดมหันต์!
“เืท่านยังไหลไม่หยุดเลย ให้ข้าช่วยทำแผลให้ท่านเถอะนะเ้าคะ” ถังหลี่มี่เห็นเืที่ไหลหยดลงมาไม่หยุดแล้วนึกเจ็บแทน นางเสนอตัวทำแผลให้เขาอย่างมีน้ำใจ
“ไม่ต้อง เ้าได้ทำแผลให้ข้าแล้ว กลับไปซะ!” ลู่ฮ่าวอู๋ตอบอย่างเ็า ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินจากไป ที่มาแสดงตัวต่อหน้านาง เพราะตั้งใจมาเตือนให้นางไสหัวไป บริเวณนี้ไม่ปลอดภัย
“ช้าก่อน! ข้านำอาหารมาให้!” นางยื่นแผ่นแป้งแสนธรรมดาและไข่ต้มใบน้อยหนึ่งฟองให้เขา ใบหน้างดงามอาบไปด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ วันนี้นางทำความดีช่วยเหลือผู้คน แถมคนผู้นี้ยังสวมเสื้อผ้าเนื้อดี ต้องไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่ มอบน้ำใจให้กันวันนี้ ในอนาคตอาจจะเป็ประโยชน์กับนางก็ได้!
“ขอบใจ แต่ไม่ปะ…”
“อย่าเกรงใจเลย ข้ารู้ท่านกำลังลำบาก ไข่ต้มกับแผ่นแป้งเป็อาหารชั้นเลิศช่วยให้ท่านอิ่มท้องได้!” ถังหลี่มี่ยิ้มใสซื่อ ก่อนจะยัดแผ่นแป้งและไข่ต้มใส่มือเขา
“ข้ามีอาหารแล้ว เ้าเอาของพวกนี้กลับไปเสียเถอะ สำหรับข้า มันก็แค่ของธรรมดา” ลู่ฮ่าวอู๋ไม่ได้ตั้งใจดูถูก เขาหมายความว่าให้นางเก็บเอาไว้กินเอง
“ของธรรมดา! นี่เป็อาหารสำหรับข้าครึ่งวันเชียวนะเ้าคะ! ในหมู่บ้านของข้ามีไม่กี่คนที่ได้กินแบบนี้!” ถังหลี่มี่เข้าใจว่า แม้ครอบครัวจะยากจน แต่มีของกินที่ค่อนข้างดี เพราะนางเป็คนขาย
“เ้าเก็บไว้กินเองซะ” ลู่ฮ่าวอู๋ตั้งใจจะเดินกลับที่พักชั่วคราวของตนเอง แต่เมื่อคิดบางอย่างได้ เขาหันกลับมาพูดว่า “รอสักประเดี๋ยว”
ถังหลี่มี่ขมวดคิ้วชนกัน เดี๋ยวก็ไล่ให้กลับไป เดี๋ยวก็บอกให้รอ แม้ไม่ค่อยเข้าใจ แต่หลี่มี่ก็รอเขาอย่างเชื่อฟัง
ด้านลู่ฮ่าวอู๋ ตอนนี้เดินกลับมาถึงที่พักชั่วคราวของเขากับลูกเรือโจรสลัดแล้ว ตอนออกไปสำรวจพวกนักฆ่าเดนตาย ลูกเรือเพิ่งจะเริ่มย่างหมูป่า พอเขากลับมามันก็สุกทันพอดี
“ตัดขาหมูป่ามาให้ข้าหนึ่งขา เอาเนื้อด้วย” ลู่ฮ่าวอู๋สั่งเสร็จก็เดินไปหยิบจอกเหล้ามากระดกหลายอึกดับกระหาย
เสี่ยวหวังและคนอื่น ๆ รับคำสั่ง ตัดขาหมูและเนื้ออีกเป็จำนวนมากให้ลู่ฮ่าวอู๋ เสี่ยวหวังถือเนื้อที่ห่อด้วยใบไม้ขนาดใหญ่มาให้นายน้อยด้วยท่าทางประจบประแจง แต่เมื่อเห็นหน้าลู่ฮ่าวอู๋ที่เต็มไปด้วยเื
บ่าวตัวโตร้องลั่น “นายน้อย! ท่านถูกลอบทำร้ายมาอีกแล้วหรือขอรับ! ข้าน้อยห้ามท่านแล้วว่าอย่าเดินไปไหนคนเดียว บอกมาขอรับว่ามันเป็ใคร!? ข้าจะไปล้างแค้น จะรีดเืจากตัวมันให้หมด ไม่ให้เหลือแม้แต่หยดเดียว!”
เสี่ยวหวังและลูกน้องคนอื่น ๆ หยิบอาวุธครบมือเตรียมพร้อมสู้ศึก
“เปล่า ข้าไม่ได้ถูกลอบทำร้าย” ลู่ฮ่าวอู๋คิดคำโกหกไม่เก่ง จึงเลือกที่จะไม่บอกสาเหตุออกไป หากเ้าลิงคลั่งพวกนี้รู้ว่าเขาถูกสตรีตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งทำร้าย เขาผู้ผ่านมาทุกน่านน้ำของทะเลคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!
“นายน้อยโปรดอย่าปิดบังพวกข้าอีกเลย ไม่ว่ามันจะยิ่งใหญ่เพียงใด พวกข้าก็หาได้กลัวไม่! ต่อไปนี้พวกข้าขอให้คำมั่นสัญญา ว่าจะเฝ้านายน้อยไม่ให้คลาดสายตาเด็ดขาด” เสี่ยวหวังพูดไปมองเืที่ไหลออกมาไม่หยุดของนายน้อยไปด้วย “หมอ! มาทำแผลเร็ว! นายน้อยาเ็สาหัส!”
“อาหวัง แผลเล็กแค่นี้เ้าตื่นใไปได้ ข้าเคยถูกฟันมาทั้งตัวบ่อยแค่ไหนเ้าน่าจะรู้ ข้ายังไม่เห็นตายเลย หากพลาดตายเพราะแผลแมวข่วนนี่ ข้าคงอับอายจนตายไม่ลงอยู่ดี!” คนเป็แผลแมวข่วนเช็ดเืที่ไหลเข้าตา สภาพตอนนี้ของลู่ฮ่าวอู๋ดูไม่จืดเลยจริง ๆ